LNCrawler

บทที่ 51 ความเอาใจใส่

หมิงจูผู้นี้ไม่ขอเป็นหมากของใคร — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 51 ความเอาใจใส่

ถึงอย่างไรฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็อยู่ในฉางอันมานานกว่าสิบปีแล้ว แม้จะเลียนแบบท่าทีสง่างามของขุนนางชั้นสูงไม่ได้ แต่หากจะอ้างกฎระเบียบก็พูดเป็นฉาก ๆ ได้อย่างมีเหตุผล

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนางอิงความกตัญญู ต่อให้กู้หมิงจูจะเป็นธิดาขององค์หญิงใหญ่เซวียนหยาง แต่ก็เป็นหลานสาวของนาง ตอนนี้แม่ทัพใหญ่กู้ชิงไม่อยู่ในจวน กู้หมิงจูย่อมต้องเชื่อฟังคำสั่งของนาง นี่สิถึงจะเรียกว่ากตัญญู

สีหน้าของฮูหยินหลัวผ่อนคลายลง นางไม่เอ่ยอะไรอีก เพียงแต่นั่งจิบน้ำชาด้วยรอยยิ้ม รอคอยที่จะดูฮูหยินผู้เฒ่ากู้ลงมือ

นางรู้ดีว่าขอเพียงเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายเงินทอง ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็ไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย ๆ

ทว่าเมื่อกู้หมิงจูเผชิญหน้ากับใบหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็งของฮูหยินผู้เฒ่ากู้ กลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางเพียงแต่กัดริมฝีปาก หลุบตาลง คล้ายกับเอ่ยอย่างน้อยใจว่า "ฮูหยินผู้เฒ่าคงเข้าใจผิดแล้ว ร้านค้านี้ไม่ได้ซื้อให้ข้าหรอกเจ้าค่ะ"

"ข้าจะไปทำเรื่องพวกนี้เป็นที่ไหนกัน แค่เห็นว่าท่านอารองกับท่านอาสะใภ้รองเดินทางไกลจากชิงโจวมาถึงฉางอัน อีกทั้งท่านอารองก็เก่งเรื่องการจัดการร้านค้า ข้าจึงอยากซื้อร้านค้านี้ไว้ เพื่อเชิญให้ท่านอารองกับท่านอาสะใภ้รองช่วยดูแลจัดการให้เจ้าค่ะ"

นางช้อนสายตาที่เปี่ยมไปด้วยน้ำตามองไปทางเหมาซื่ออย่างน้อยใจ "ท่านอาสะใภ้รองคงไม่โกรธเคืองที่ข้าจุ้นจ้านใช่ไหมเจ้าคะ"

ชั่วขณะนั้น หัวใจของเหมาซื่อเต้นโครมครามจนแทบจะกลั้นเสียงหัวเราะด้วยความดีใจไว้ไม่อยู่ นางรีบเอ่ยว่า "จะเป็นไปได้อย่างไร คุณหนูใหญ่ช่างมีน้ำใจ นึกถึงท่านอารองกับข้าอยู่เสมอ"

เมื่อกู้หยวนที่กำลังเมามายได้ยินว่าจะให้เขาเป็นคนดูแลร้าน ก็เงยหน้าขึ้นมาเรอเสียงดัง "คุณหนูใหญ่วางใจเถอะ ข้าต้อง... ต้องสามารถ..."

ยังพูดไม่ทันจบก็เรอออกมาอีกสองครั้ง

ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ชะงักไป นางนึกไม่ถึงเลยว่ากู้หมิงจูซื้อร้านค้ามาเพื่อมอบให้บ้านรองเป็นผู้ดูแล

นางมองเหมาซื่อที่กำลังยิ้มหน้าระรื่น และกู้หยวนที่ส่ายหัวไปมาด้วยความพึงพอใจ ความโกรธในใจก็มลายหายไปกว่าครึ่ง

หากจะบอกว่าคนที่นางเป็นห่วงและรักมากที่สุดก็คือลูกชายคนเล็กผู้นี้ หลายปีมานี้นางเสวยสุขอยู่ในจวนแม่ทัพใหญ่ที่ฉางอัน แต่พอคิดถึงกู้หยวนที่ยังอยู่ชิงโจวทีไร ก็อดไม่ได้ที่จะต่อว่ากู้ชิงว่าใจดำ

กู้หยวนเป็นน้องชายแท้ ๆ ของเขาเชียวนะ เขาใจร้ายกับกู้หยวนแบบนี้ได้อย่างไร ทำไมไม่ให้เขามาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันที่ฉางอัน!

ในที่สุดตอนนี้นางก็ได้กู้หยวนมาอยู่ที่ฉางอันสมใจ นางรู้สึกสบายใจขึ้นมาก แต่เมื่อเห็นกู้หยวนเอาแต่กินเหล้าเมายา เที่ยวเล่นไปวัน ๆ ไม่ทำมาหากินอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นางก็เริ่มเป็นกังวลอีกครั้ง

หากกู้ชิงกลับมาแล้วเห็นกู้หยวนยังมีสภาพเหมือนเมื่อก่อน ไม่แคล้วต้องไล่เขากลับชิงโจวอีกแน่

นางพูดเป็นนัย ๆ ต่อหน้าหลัวซื่ออยู่หลายครั้ง หวังจะให้หลัวซื่อมอบร้านค้าให้บ้านรองดูแลสักสองสามแห่ง เพื่อให้พวกเขามีช่องทางทำมาหากิน ดีกว่าอยู่ว่าง ๆ ในจวนไปวัน ๆ แบบนี้

ทว่าหลัวซื่อไม่รู้ว่าแกล้งโง่หรือไม่อยากให้กันแน่ ทุกครั้งก็ทำเป็นรับปากส่ง ๆ ไป แต่ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย

ช่วงสองสามวันนี้ นางกำลังคิดจะเปิดปากพูดกับหลัวซื่อ ต่อให้หลัวซื่อไม่เต็มใจก็ต้องเอาออกมาให้ได้

เหมาซื่อกับกู้หยวนพูดถูก ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นสมบัติของตระกูลกู้ มอบให้บ้านรองก็ยังดีกว่าให้หลัวซื่อครอบครองไว้คนเดียว

ทว่าตอนนี้กู้หมิงจูกลับรู้ใจคน ยื่นหมอนมาให้ตอนง่วงพอดี ซื้อร้านค้ามามอบให้บ้านรอง จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีกล่ะ

คิ้วที่ขมวดมุ่นของนางคลายออก บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้ม "ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ งั้นเจ้าก็มีน้ำใจแล้ว"

อารมณ์โกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น

พอฮูหยินหลัวได้ยินกู้หมิงจูบอกว่าจะมอบร้านค้าให้บ้านรองดูแล สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป ในใจหล่นวูบ รู้แล้วว่าเรื่องนี้คงไม่เป็นไปตามที่คิดไว้แน่

ทว่ากู้หมิงจูกลับไม่ยอมหยุดอยู่แค่นั้น นางเงยหน้าขึ้น ในดวงตาเต็มไปด้วยความน้อยใจ "เพียงแต่ค่าใช้จ่ายของจวนตะวันออก... ต่อไปร้านค้าก็ต้องใช้เงินอีกมาก แต่ในบัญชีกลับมีเงินเหลือเพียงเล็กน้อย คงไม่พอเอามาช่วยอุดหนุนแน่ ๆ..."

ในเวลานี้ ฮูหยินผู้เฒ่ากู้มองกู้หมิงจูอย่างขัดตาน้อยลงมาก นางชำเลืองมองฮูหยินหลัว "ในเมื่อเป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของหมิงจู เจ้าก็ช่วยนางคิดอ่านให้รอบคอบหน่อย ต้องใช้เงินเท่าไหร่เจ้าก็ให้คนเตรียมไว้ให้พร้อมแล้วกัน"

เหมาซื่อยิ้มร่าจนตาหยี "คุณหนูใหญ่ของพวกเราช่างเอาใจใส่รอบคอบ มิน่าล่ะฮูหยินผู้เฒ่าถึงได้รักใคร่เอ็นดูถึงเพียงนี้"

นางช่างประจบประแจงเก่งนัก ประโยคเดียวได้ใจไปทั้งสองฝ่าย

ฮูหยินหลัวรับคำสั่งของฮูหยินผู้เฒ่ากู้ด้วยเสียงแผ่วเบา ทว่าสายตากลับมืดครึ้มและน่าเกลียด ครั้งนี้ถือว่าโดนกู้หมิงจูเล่นงานเข้าให้อย่างจัง

แต่ทำไมกู้หมิงจูถึงมอบร้านค้าให้บ้านรองเป็นคนดูแล นางไม่รู้หรือว่าสองคนนั้นเก่งแต่เรื่องทำลาย ไม่เคยทำอะไรสำเร็จ หรือว่ากู้หมิงจูเองก็เป็นคนโง่เขลากันแน่

นางเต็มไปด้วยความสงสัย ข่มความโกรธไว้ในใจ ขณะที่นั่งฟังฮูหยินผู้เฒ่ากู้สนทนากับกู้หยวน เหมาซื่อ และคนอื่น ๆ

รอจนฮูหยินผู้เฒ่ากู้รู้สึกเหนื่อย ฮูหยินหลัว เหมาซื่อ และกู้หมิงจูถึงได้ลุกขึ้นบอกลา ทว่าฮูหยินผู้เฒ่ากู้กลับรั้งกู้หยวนไว้ "เขายังไม่สร่างเมาดี โดนลมไม่ได้ ให้นอนพักที่นี่สักหน่อยเถอะ"

เหมาซื่อดีใจที่ไม่ต้องคอยปรนนิบัติเขา จึงตอบตกลงอย่างกระตือรือร้น

เมื่อออกมาจากเรือนซงโส่ว ฮูหยินหลัวก็ฝืนยิ้มบอกลาเหมาซื่อและกู้หมิงจู

เหมาซื่อมองตามหลังนางไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยอย่างไม่ปิดบัง แล้วหันมาพูดกับกู้หมิงจู "นางยังหวังจะฮุบไว้คนเดียวอยู่สินะ น่าเสียดายที่ฝันกลางวัน ยังคิดว่าทุกอย่างจะให้ตนจัดแจงได้ตามใจชอบอยู่อีกหรือ"

นางพูดพลางเปลี่ยนเป็นใบหน้ายิ้มแย้ม ดึงมือกู้หมิงจูมาจับไว้ "ยังคงเป็นเจ้าที่มีวิธี จัดการเอาร้านค้านี้มาจนได้"

กู้หมิงจูยิ้มส่ายหน้า "ข้าก็จนปัญญาเหมือนกัน ทำได้แค่รวบรวมความกล้า แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปทีละขั้น ยังคงเป็นท่านอาสะใภ้รองที่มีวิธี พูดแค่ไม่กี่คำก็ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าเปลี่ยนใจได้"

นางมองเหมาซื่อที่กำลังเบิกบานใจ "เรื่องดูแลร้านคงต้องรบกวนท่านอารองกับท่านอาสะใภ้รองให้เหนื่อยหน่อยแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าร้านนี้จะทำกิจการอะไรดี"

ดวงตาของเหมาซื่อกลอกไปมา "ข้ากลับไปปรึกษากับท่านอาของเจ้าอีกที แล้วค่อยมาบอกเจ้าทีหลังนะ"

เวลานี้เหมาซื่อไม่ได้มีความคิดแค่อยากจะได้ผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้ว นางมองออกแล้วว่า ร้านค้านั้นคือแม่ไก่ที่ไข่เป็นทองคำ

นางกับกู้หยวนสามารถอาศัยร้านค้านี้กอบโกยเงินทองได้มากมาย โดยที่พวกเขาไม่ต้องออกเงินเลยสักแดงเดียว เพียงแต่ต้องใช้ความคิดสักหน่อย

หลังจากนั้นค่อยหาวิธีเอาสัญญาซื้อขายร้านค้ามาจากมือแม่หนูนี่ แล้วค่อยไปเรียกร้องขอเพิ่มจากฮูหยินผู้เฒ่าอีก...

พอคิดถึงเรื่องนี้ เหมาซื่อก็หน้าแดงใจสั่น เมื่อถึงเวลานั้น นางก็ไม่ต้องทนดูสีหน้าคนอื่นอีกต่อไป สมบัติเกินครึ่งในจวนนี้ก็จะตกเป็นของนางแล้ว

ความยินดีและพึงพอใจที่มุมปากของนางแทบจะล้นปรี่ออกมา นางกล่าวกับกู้หมิงจู "เจ้าก็ไม่ต้องรีบร้อน ข้าจะให้คนไปสืบดูว่ามีกิจการอะไรที่เหมาะสมบ้าง"

กู้หมิงจูรับคำอย่างเนิบนาบ บอกลานางแล้วเดินไปทางระเบียงทางเดิน

"คุณหนู เมื่อครู่ฮูหยินก็มีท่าทีหวาดกลัวแล้ว หากแจ้งทางการจริง ๆ ก็ใช่ว่าจะทวงที่นาและร้านค้าเหล่านั้นกลับคืนมาไม่ได้นี่เจ้าคะ" เสี่ยวขุยเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา เก็บความลับไม่เก่ง

"แล้วทำไมคุณหนูถึงยอมเลิกราง่าย ๆ ล่ะเจ้าคะ"

กู้หมิงจูไม่ได้ตอบ กลับหันไปถามอาปี้ "เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ"

อาปี้นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงเบา "บ่าวไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่รู้สึกว่าฮูหยินผู้เฒ่าคงไม่ยอมตกลงแน่"

ฮูหยินหลัวเป็นเพียงภรรยาเอกคนใหม่ ย่อมไม่กล้าทำให้กู้หมิงจูลำบากใจ แต่ฮูหยินผู้เฒ่ากู้เป็นท่านย่าแท้ ๆ ของกู้หมิงจู หากนางไม่ยอม แล้วบอกว่าจะขอเก็บรักษาไว้แทนกู้หมิงจู ต่อให้เรื่องไปถึงในวังหรือที่ว่าการ กู้หมิงจูก็ไม่มีเหตุผลที่จะเอาชนะได้

กู้หมิงจูมองอาปี้แล้วยิ้ม นางเป็นคนมีความคิดรอบคอบทีเดียว

เพียงแต่ที่ตอนนี้นางไม่ทำให้เรื่องบานปลาย ไม่ใช่แค่เพราะเหตุผลนี้ แต่เป็นเพราะหลายปีมานี้พวกนางกอบโกยผลประโยชน์จากจวนตะวันออกไปมากเท่าไร ก็ต้องชดใช้คืนมาให้หนักกว่าเดิมเท่านั้น

นางไม่เคยลืมเลยว่า ในอดีตก็เป็นเพราะพวกนางใช้เงินทองของจวนตะวันออกนี่แหละ ผลักไสนางให้ตกลงสู่นรกทั้งเป็น!

.

.

.