LNCrawler

บทที่ 58 หายตัวไป

หมิงจูผู้นี้ไม่ขอเป็นหมากของใคร — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 58 หายตัวไป

กู้หมิงลี่พาสาวใช้ตัวน้อยยืนมองดอกบัวฝูฉวีที่บานสะพรั่งในสระน้ำพุร้อนด้วยความประหลาดใจ

อากาศเมืองฉางอันในเดือนสี่ยังคงมีลมหนาวพัดมาเป็นระลอก บนร่างนางยังคงคลุมด้วยเสื้อคลุมผ้าไหมบางเบา

ทว่าในสระน้ำอุ่นใสแจ๋วแห่งนี้ ดอกบัวฝูฉวีกลับเบ่งบานชูช่อ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอบอวลไปทั่วบริเวณพร้อมกับไอน้ำที่ลอยล่องตามสายลม

"คุณหนู ตรงนั้นบานสวยกว่าอีกเจ้าค่ะ!" เสี่ยวเถาชี้ไปยังหลังสวนหินที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลด้วยความตื่นเต้น

ท่ามกลางไอน้ำจาง ๆ มองเห็นดอกบัวฝูฉวีหลายดอกที่กำลังตูมบ้าง บานเต็มที่บ้าง ช่างงดงามจับตายิ่งนัก

กว่าเซินอวิ๋นจะรู้ตัวว่ากู้หมิงลี่หายไป ก็ผ่านไปพักใหญ่แล้ว

ไม่รู้ว่ากู้หมิงจูเป็นอะไร เอาแต่มองซ้ายมองขวาอยู่ริมสระฝูฉวี ไม่ได้เดินตามพวกนางมา เซินอวิ๋นจึงพากู้หมิงลี่เดินชมดอกบัวฝูฉวีไปเรื่อย ๆ

เดิมทีด้วยฐานะแล้ว กู้หมิงลี่เป็นเพียงลูกอนุของสกุลกู้ ย่อมไม่อาจเดินเคียงคู่นางได้

แต่เซินอวิ๋นเป็นคนมีนิสัยอ่อนโยน จึงรู้สึกว่ากู้หมิงลี่ที่ดูหัวอ่อนว่านอนสอนง่ายก็เป็นเพื่อนคุยที่ไม่เลว นางจึงเอ่ยปากพูดคุยด้วยหลายประโยค

ทว่านางเพียงแค่หันไปคุยกับคุณหนูรองและคุณหนูสามสกุลเฉียนที่ชมดอกไม้อยู่ริมสระด้วยกันไม่กี่คำ พอหันกลับมาก็ไม่เห็นกู้หมิงลี่เสียแล้ว

นางจึงคิดว่ากู้หมิงลี่คงเดินไปรวมกลุ่มกับกู้หมิงจู

จนกระทั่งเห็นว่าข้างกายกู้หมิงจูไม่มีใครอยู่ ถึงได้เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ "คุณหนูสี่ไม่ได้มาทางนี้หรอกหรือ"

ตอนนี้นางถึงเพิ่งรู้ว่า กู้หมิงลี่พาสาวใช้เดินแยกไปทางไหนเพียงลำพังก็ไม่รู้

"ทำไมถึงหายไปได้ล่ะ เมื่อครู่ยังชมดอกไม้อยู่ริมสระกับข้าอยู่เลย!" เซินอวิ๋นเริ่มร้อนใจ นางกัดริมฝีปากมองซ้ายมองขวาด้วยความร้อนรน เตรียมจะสั่งให้สาวใช้ออกไปตามหา

จวนสกุลเซินมีกฎระเบียบเข้มงวด แม้ฮูหยินสามสกุลเซินจะรักลูกสาว แต่ก็ไม่เคยตามใจจนเสียคน คอยอบรมสั่งสอนอย่างเข้มงวดมาตลอด

ปกติเซินอวิ๋นก็ทำตัวอยู่ในกรอบ ไม่เคยทำอะไรออกนอกลู่นอกทาง แล้วนางจะเคยเจอเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร

ทว่ากู้หมิงจูกลับขมวดคิ้ว ขวางเซินอวิ๋นกับพวกสาวใช้ไว้ แล้วกวาดตามองไปรอบ ๆ

สระฝูฉวีแห่งนี้กว้างขวางนัก ทั้งยังมีไอน้ำปกคลุม สวนหินสลับซับซ้อน ผู้คนที่มาชมดอกไม้อยู่ริมสระก็มีไม่น้อย

ปกติกู้หมิงลี่ถูกอนุหลิ่วเลี้ยงดูอยู่แต่ในเรือนเล็ก ไม่เคยออกนอกจวนเลยสักครั้ง แถมยังมีนิสัยขี้ขลาดตาขาว หากไม่มีเหตุผล นางย่อมไม่กล้าพาสาวใช้เดินไปไหนไกลเพียงลำพังแน่

ดูจากตอนนี้แล้ว เกรงว่าเรื่องนี้คงไม่ธรรมดาเสียแล้ว

กู้หมิงจูปั้นหน้าเคร่งขรึม เรียกเสี่ยวขุยเข้ามาหา แล้วกระซิบสั่ง "เจ้าไปดูข้างหน้าหน่อย ลองดูสิว่าคุณหนูสี่กลับไปที่โต๊ะจัดเลี้ยงแล้วหรือยัง

"ไม่ว่าคนจะอยู่หรือไม่ ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด รีบกลับมารายงานข้าเงียบ ๆ"

จากนั้นนางก็หันไปกระซิบกับเซินอวิ๋น "อวิ๋นเหนียง พวกเราแยกย้ายกันหาเถิด ไม่แน่ว่าน้องสี่อาจแค่หลงทาง หายังไงก็หาพวกเราไม่เจอจนกำลังร้อนใจอยู่ก็เป็นได้"

เซินอวิ๋นพยักหน้าติด ๆ กัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด "ล้วนเป็นความสะเพร่าของข้าเอง รู้อยู่แก่ใจว่าคุณหนูสี่ไม่เคยมาวัดอวี้ฝอ แต่กลับปล่อยให้นางเดินไปคนเดียว"

กู้หมิงจูมองเซินอวิ๋น พลางถอนหายใจเงียบ ๆ ในใจ หากแค่หลงทางก็ดีไปเถิด เกรงว่าจะเป็นแผนการของใครบางคนน่ะสิ

แต่นางก็ทิ้งกู้หมิงลี่ไว้ที่นี่โดยไม่สนใจไม่ได้ หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นคนของสกุลกู้ และยังเป็นคนที่ตามนางออกมาด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ทางด้านนั้นก็รอไม่ได้แล้ว นางจะชักช้าไปกว่านี้ไม่ได้

เซินอวิ๋นพาสาวใช้รีบเดินตามหากู้หมิงลี่ไปตามริมสระฝูฉวี ส่วนกู้หมิงจูกลับสั่งให้สาวใช้ที่เหลือรอเสี่ยวขุยอยู่ที่นี่ แล้วพาเพียงอาปี้เดินตรงไปยังวิหารเจียหลานที่อยู่ด้านข้าง

วัดอวี้ฝอกว้างใหญ่ไพศาล มีพระสงฆ์จำวัดอยู่นับพันรูป แต่พระธุดงค์จากต่างถิ่นที่มาขอพักชั่วคราวล้วนถูกจัดให้พักอยู่ที่วิหารเจียหลาน และที่นี่คือสถานที่เดียวที่กู้หมิงจูนึกออก

ภายในวิหารเจียหลานเงียบสงัด พระสงฆ์ล้วนไปฟังเทศน์ฟังธรรมที่ลานหน้าวิหารเทียนหวังกันหมด ไม่มีใครอยู่ที่นี่เลย

กู้หมิงจูพาอาปี้เดินผ่านโถงวิหารอันกว้างใหญ่เข้าไปด้านใน รอบด้านเงียบสงบ

เงียบเสียจนเสียงฝีเท้าของพวกนางฟังดูชัดเจนเป็นพิเศษ ดังกระทบเป็นจังหวะ ราวกับกำลังย่ำลงบนหัวใจของกู้หมิงจู

นางรู้ดีว่าตัวเองกำลังเสี่ยงอันตราย หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว ไม่เพียงชีวิตของนาง แต่อาจหมายถึงจุดจบของสกุลกู้ทั้งตระกูล

นางไม่ได้รู้สึกสงสารสกุลกู้ แต่นางหวงแหนชีวิตของตัวเอง นางไม่อยากกลับไปเผชิญกับชีวิตที่ราวกับตกนรกทั้งเป็นแบบนั้นอีกแล้ว

ตอนนี้นางยังอยู่สกุลกู้ ยังเป็นคุณหนูใหญ่ของสกุลกู้ แม้จะไม่เต็มใจ แม้จะรู้ว่าคนในจวนปฏิบัติต่อนางเพียงแค่ผิวเผิน

แต่นางก็ปล่อยให้สกุลกู้ถูกม้วนเข้าไปในวังวนแห่งความวุ่นวายนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นนางก็จะกลายเป็นแพะรับบาป และตกเป็นหมากให้คนอื่นใช้งานอีกครั้ง

อาปี้กลั้นหายใจ เดินตามหลังกู้หมิงจูอย่างระมัดระวัง แม้นางจะเดาไม่ออกว่าคุณหนูคิดจะทำอะไร แต่ก็พอมองออกว่าต้องเป็นเรื่องใหญ่โตมากแน่ ๆ ถึงทำให้คุณหนูดูจริงจังและระมัดระวังตัวถึงเพียงนี้

ไม่อยู่ในวิหารหลัก...

ไม่อยู่ในโถงกลาง...

ในวิหารอันว่างเปล่า ฝีเท้าของกู้หมิงจูยิ่งเร่งเร็วขึ้น ยิ่งช้าไปแม้แต่นิดเดียว เกรงว่าจะไม่อาจกอบกู้สถานการณ์ได้ทัน

"นั่น... คุณหนูสี่ใช่ไหมเจ้าคะ" เสียงของอาปี้เบาหวิว แฝงเสียงหอบหายใจเล็กน้อย

กู้หมิงจูมองตามมือที่นางชี้ไป ตรงระเบียงทางเดินหน้ากุฏิพระสงฆ์ด้านข้างวิหาร ร่างที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่กู้หมิงลี่หรอกหรือ

นางกำลังก้าวถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก สายตาเอาแต่จ้องมองไปยังประตูห้องที่แง้มอยู่ ราวกับมีบางสิ่งที่น่ากลัวซ่อนอยู่ภายในนั้น

ทว่าข้างกายนางกลับไม่มีสาวใช้ติดตามมาด้วย บนระเบียงทางเดินอันทอดยาวมีเพียงนางยืนอยู่ลำพัง และในเวลานี้นางก็มีท่าทางลุกลี้ลุกลนราวกับอยากจะวิ่งหนีไปให้พ้น

หัวใจของกู้หมิงจูกระตุกวูบทันที นางรวบชายกระโปรงแล้วรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ จะปล่อยให้นางส่งเสียงดังออกมาไม่ได้เด็ดขาด

"พี่ใหญ่..." กู้หมิงลี่เหลือบไปเห็นกู้หมิงจูที่กำลังเดินแกมวิ่งเข้ามา ราวกับคนจมน้ำที่คว้าขอนไม้ไว้ได้ ขอบตาแดงก่ำ รีบจะเอ่ยปากทันที

"หุบปาก!"

กู้หมิงจูตวาดเสียงต่ำ ขัดจังหวะคำพูดของนาง ใบหน้าของนางเย็นชาจนน่ากลัว ทำให้กู้หมิงลี่รีบหุบปากฉับ มองนางอย่างอึ้ง ๆ ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

"อย่าพูดอะไรทั้งนั้น เจ้าตามอาปี้ออกไปเดี๋ยวนี้ ไปรอที่สระฝูฉวี อีกเดี๋ยวจะมีคนไปตามหาพวกเจ้าเอง"

กู้หมิงจูกระซิบสั่งข้างหูนางทีละคำ แต่สายตายังคงจ้องเขม็งไปที่ประตูแง้มบานนั้นอย่างไม่วางตา หวังเพียงว่าทุกอย่างจะยังทันการ!

อาปี้ชะงักไปเล็กน้อย ทำท่าจะเอ่ยปากถาม แต่กู้หมิงจูโบกมือห้ามไว้ พร้อมกับส่งสายตาสั่งให้นางพากู้หมิงลี่ออกไปทันที ห้ามชักช้าแม้แต่วินาทีเดียว

สาวใช้จึงทำได้เพียงย่อกายรับคำ แล้วรีบประคองกู้หมิงลี่ที่สติหลุดลอยเดินออกไปทางหน้าวิหาร

ทว่าหัวใจอาปี้กลับแขวนต่องแต่งอยู่กลางอากาศ จะขึ้นก็ไม่ได้จะลงก็ไม่ดี อดไม่ได้ที่จะหันขวับกลับไปมองกู้หมิงจูที่ยืนอยู่หน้ากุฏิพระสงฆ์ คุณหนูคิดจะทำอะไรกันแน่

.

.

.