บทที่ 5 ตัดสินใจรับปาก
บทที่ 5 ตัดสินใจรับปาก
หลัวซื่อถูกเชิญไปที่โถงบุปผาเล็กในเรือนหลัก นางนั่งลงบนเสื่อ รับเครื่องดื่มชิงอิ่นที่สาวใช้ยกมาให้ด้วยรอยยิ้ม แต่สายตากลับกวาดมองการตกแต่งภายในโถงบุปผา
ที่นี่เป็นเพียงโถงบุปผาเล็ก ๆ ในห้องปีกของเรือนหลักจวนองค์หญิงใหญ่ ปกติแล้วกู้หมิงจูจะใช้เป็นสถานที่สำหรับต้อนรับแขกส่วนตัว
แต่ถึงแม้จะเป็นสถานที่ที่ดูไม่สำคัญอะไร ของตกแต่งเครื่องใช้ล้วนเป็นของชั้นยอดที่ประณีตงดงาม
แม้แต่ถ้วยเครื่องดื่มชิงอิ่นในมือนางก็ยังเป็นถ้วยเคลือบศิลาดลลายดอกบัวจากเตาเผาเยว่เหยา ซึ่งไม่ใช่ของธรรมดาสามัญเลย
นางมองดูเสื่อสานไม้ไผ่หยกที่ตำแหน่งประธาน รอยยิ้มก็จางลงไปหลายส่วน เครื่องดื่มชิงอิ่นในมือท้ายที่สุดก็ไม่ได้ดื่ม นางวางมันลงบนโต๊ะเตี้ยข้าง ๆ
กู้หมิงจูสวมชุดหรูฉวินแขนสั้นผ้าต้วนเนื้อนุ่มแบบใส่อยู่บ้าน ผมสีดำขลับถูกเกล้าไว้ด้านหลังอย่างหลวม ๆ มีปอยผมสองสามปอยตกลงมาปรกบ่า ทว่านางกลับเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้าด้วยรองเท้าปักลายเมฆ
เมื่อเห็นหลัวซื่อนางก็ไม่ได้หยุดเดิน ตรงไปนั่งที่ตำแหน่งประธาน เอนกายพิงโต๊ะเตี้ย ใช้มือเท้าคาง
นางมองหลัวซื่อด้วยท่าทางเกียจคร้าน ก่อนจะเอ่ยช้า ๆ ว่า "ดึกป่านนี้แล้ว ฮูหยินมีอารมณ์สุนทรีย์อะไรถึงได้มาที่จวนฝั่งนี้"
หลัวซื่อไม่ได้แสดงความขุ่นเคืองที่กู้หมิงจูไม่ได้ทำความเคารพตนเลยแม้แต่น้อย กลับยิ้มอย่างใจกว้าง "เห็นดูไม่เหมือนมีอาการป่วยไข้ร้ายแรงอะไร ข้าก็เบาใจแล้ว"
นางมองกู้หมิงจูด้วยความโล่งอก "ตอนกินอาหารเย็น ข้าได้ยินมาว่าเจ้าไม่สบาย ถึงขนาดให้คนไปแจ้งปฏิเสธนางข้าหลวงจากในวังด้วย ทำให้ข้าเป็นห่วงแทบแย่ ถึงได้รีบร้อนพาคนมาดูว่าเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง"
นางพูดพลางขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความกังวลใจ "มีตรงไหนไม่สบายจริง ๆ หรือ ให้คนไปตามหมอหลวงมาตรวจดูหรือยัง"
กู้หมิงจูมองดูท่าทางห่วงใยและกังวลใจของนาง ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหวั่นไหวแม้แต่น้อย
นางเพียงแค่เอ่ยอย่างเย็นชาว่า "รบกวนฮูหยินเป็นห่วงแล้ว ข้าก็แค่รำคาญไม่อยากเรียนกฎระเบียบ เลยหาข้ออ้างส่งคนไปแจ้งนางข้าหลวงก็เท่านั้น ไม่ได้มีอะไรผิดปกติหรอก"
หลัวซื่อนึกไม่ถึงว่านางจะพูดเช่นนี้ ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ผ่านไปพักใหญ่ถึงฝืนยิ้มออกมาได้ "หากไม่อยากเรียนกฎระเบียบ ก็ให้คนไปบอกข้า ข้าจะได้ให้คนไปแจ้งนางข้าหลวง"
"ไม่เห็นต้องเอาสุขภาพของตัวเองมาเป็นข้ออ้างเลย ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ากับข้าต้องเป็นห่วงเสียตั้งนาน"
นางพูดไปพลาง รอยยิ้มก็เริ่มเป็นธรรมชาติมากขึ้น "แต่การเรียนกฎระเบียบทุกวันก็ต้องมีเบื่อกันบ้าง ถึงอย่างไรเจ้าก็ยังเด็ก"
"ตอนที่ข้าอายุเท่าเจ้า ก็เบื่อที่จะต้องถูกขังอยู่ในจวนเพื่อเย็บปักถักร้อยทั้งวันเหมือนกัน ก็อยากจะออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้าง"
นางกวักมือเรียก สาวใช้ก็ยกยาบำรุงชั้นดีเข้ามาทีละถาด นางชี้ไปที่ของเหล่านั้นพลางยิ้ม
"ได้ยินว่าเจ้าไม่สบาย ข้าก็ร้อนใจ จนลืมตามหมอหลวงไปชั่วขณะ คิดแต่จะหาของพวกนี้มาส่งให้ เจ้าให้คนเก็บไว้เตรียมบำรุงร่างกายให้ดีเถิด"
ทันใดนั้นนางก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงให้คนส่งเทียบเชิญสีแดงสดขึ้นมา ยิ้มพลางกล่าวว่า "เป็นเพราะข้ายุ่งจนเลอะเลือนไปหมด ถึงได้ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท"
"เมื่อเช้านี้จวนของราชครูกัวหวายส่งคนมาบอกว่า พรุ่งนี้คุณหนูห้าสกุลกัวจะเชิญพวกเจ้าสามพี่น้องไปงานเลี้ยงขี่ม้าตีคลีที่จวนตากอากาศซีเหอ"
"คุณหนูรองจวนเหลียงกั๋วกง และคุณหนูเจ็ดจวนหลูอวี้ซื่อก็ไปกันหมด น้องรองกับน้องสามของเจ้าก็จะไปเหมือนกัน เพียงแต่ไม่รู้ว่าเจ้าจะอยากไปเปิดหูเปิดตาบ้างหรือไม่"
กู้หมิงจูหยิบเทียบเชิญขึ้นมาดู บนนั้นมีข้อความเพียงไม่กี่คำ ลงชื่อกัวอวี้ซิ่ว
นางคือคุณหนูห้าในจวนของราชครูกัวหวาย กัวอวี้ซิ่วเป็นที่โปรดปรานของราชครูกัวหวายเป็นอย่างมาก ปกติก็มีนิสัยเย่อหยิ่งจองหอง ไม่ค่อยถูกชะตากับกู้หมิงจูอยู่แล้ว
ประกอบกับราชครูกัวหวายและแม่ทัพใหญ่เพียวฉีกู้ชิง ต่างก็เป็นขุนนางเก่าแก่ที่อดีตฮ่องเต้ไท่จงทิ้งไว้ให้ช่วยเหลืองานฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน อำนาจในราชสำนักของทั้งสองฝ่ายจึงสูสีและคานอำนาจกันอยู่
เบื้องลึกเบื้องหลังของทั้งสองจวนยิ่งมีความบาดหมางที่อธิบายไม่ถูก นางกับกัวอวี้ซิ่วจึงไม่อาจนับว่าสนิทสนมกันได้
หลัวซื่อค่อย ๆ จิบเครื่องดื่มชิงอิ่น ลอบสังเกตสีหน้าของกู้หมิงจู พลางกล่าวว่า "เดิมทีมะรืนก็คืองานเลี้ยงฉวี่เจียงแล้ว พวกเจ้าพี่น้องต่างก็ต้องไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทที่หอจื่ออวิ๋น"
"ข้าตั้งใจจะให้คนตอบปฏิเสธเทียบเชิญของจวนไท่ซือไป แต่คุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ในฉางอันก็ไปกันหลายคน อีกทั้งคุณหนูห้าสกุลกัวก็ตั้งใจเชิญ ข้าจึงส่งเทียบเชิญมาให้เจ้าดู ว่าเจ้าอยากจะไปหรือไม่"
นางพูดพลางอมยิ้ม "ช่วงนี้เจ้าเรียนกฎระเบียบวังหลวงกับนางข้าหลวงทุกวัน คงจะเบื่อแล้ว ไปสูดอากาศที่จวนตากอากาศบ้างก็ดีเหมือนกัน" นางมองกู้หมิงจูด้วยดวงตากลมโตที่เปื้อนยิ้ม
กู้หมิงจูวางเทียบเชิญลง แล้วมองไปที่หลัวซื่อ "เยว่เหนียงกับอวี้เหนียงไปหรือไม่"
สีหน้าของนางเรียบเฉย ไม่มีความแปลกใจเลยแม้แต่น้อยที่จู่ ๆ คุณหนูห้าสกุลกัวก็เชิญนางไปตีคลีที่จวนตากอากาศก่อนวันงานเลี้ยงฉวี่เจียงเพียงวันเดียว กลับทำเหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดาเสียด้วยซ้ำ
หลัวซื่อรู้สึกประหลาดใจอยู่ลึก ๆ แต่สีหน้ากลับไม่แสดงออกแม้แต่น้อย นางยิ้มและตอบว่า "พวกนางสองคนได้ยินว่าทิวทัศน์ที่จวนตากอากาศซีเหอของสกุลกัวนั้นงดงามมาก ก็เลยอยากจะไปดูสักหน่อย รบเร้าให้ข้ารับปาก"
มุมปากของกู้หมิงจูยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม "ในเมื่อพวกนางก็ไป หากข้าปฏิเสธ เกรงว่าซิ่วเหนียงคงจะไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ เช่นนั้นก็รับปากไปเถอะ"
รอยยิ้มของหลัวซื่ออ่อนโยนขึ้น "เช่นนั้นก็ดี พรุ่งนี้เช้าข้าจะให้คนเตรียมรถม้า พวกเจ้าพี่น้องก็ไปด้วยกันเถิด"
ทว่ากู้หมิงจูกลับส่ายหน้า "ไม่ต้องรบกวนฮูหยินหรอก ข้าไปเองได้"
หลัวซื่อก็ไม่ได้คะยั้นคะยอ นางยิ้มและพยักหน้า "เช่นนั้นข้าจะสั่งให้คนไปรอที่จวนตากอากาศนะ"
นางกำชับกู้หมิงจูอีกสองสามประโยค ก่อนจะพาคนกลับจวนตะวันตกไป
อาปี้กับเสี่ยวขุยที่คอยปรนนิบัติอยู่ข้างกายกู้หมิงจู มองตามหลังหลัวซื่อที่เดินจากไป ถึงได้เอ่ยด้วยความกังวลว่า "คุณหนู พรุ่งนี้จะไปจวนตากอากาศซีเหอจริง ๆ หรือเจ้าคะ"
คุณหนูห้าสกุลกัวผู้นั้นไม่ใช่คนธรรมดา ปกติก็มักจะคอยหาเรื่องกู้หมิงจูอยู่เสมอ แล้วจะเชิญกู้หมิงจูไปตีคลีในเวลาเช่นนี้ได้อย่างไร เกรงว่าคงมีแผนการอื่นซ่อนอยู่เป็นแน่
กู้หมิงจูยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ "หากข้าไม่รับปาก เกรงว่าพวกนางก็คงหาวิธีอื่นให้ข้าไปจนได้นั่นแหละ"
"เช่น ปล่อยข่าวให้ข้ารู้ว่าพรุ่งนี้เสียนอ๋องก็จะไปดูการตีคลีที่จวนตากอากาศซีเหอด้วย หรือไม่ก็ทำให้ข้าเข้าใจผิด ว่าพรุ่งนี้จะมีกุ้ยเหรินจากในวังไปที่จวนตากอากาศซีเหอ"
"ไม่ว่าอย่างไรพวกนางก็จะทำให้ข้าไปที่นั่นให้ได้ ในเมื่อหลบไม่พ้น ข้าก็ไม่ต้องเปลืองแรงปฏิเสธให้เสียเวลา สู้รับปากไปเสียเลยดีกว่า ถึงอย่างไรข้าก็รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของพวกนางหมดแล้ว"
อาปี้เอ่ยเสียงเบา "แต่มะรืนนี้ก็คืองานเลี้ยงฉวี่เจียงแล้ว หากพรุ่งนี้เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมา เกรงว่า..." ในสถานการณ์เช่นนี้ ก็อดเป็นห่วงไม่ได้
ทว่ากู้หมิงจูกลับเพียงแค่ยิ้ม แล้วลุกขึ้นเดินไปยังห้องปีก
พรุ่งนี้ย่อมต้องมีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นอย่างแน่นอน นี่ยังไม่ใช่สิ่งที่พวกนางต้องการหรอกหรือ
.
.
.