บทที่ 6 ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
บทที่ 6 ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
การขี่ม้าตีคลีถือเป็นกิจกรรมบันเทิงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่จวนขุนนางชั้นสูงของฉางอัน เกมกีฬาบนหลังม้าที่สืบทอดมาจากชนเผ่าเซียนเป่ยทางตะวันตกเฉียงเหนือนี้ ได้รับความนิยมอย่างมากจากทุกระดับชั้นในราชสำนัก
แม้แต่อดีตฮ่องเต้ไท่จงก็ยังมักจะลงสนามประลองฝีมือตีคลีกับทูตจากทู่ปัวด้วยพระองค์เองอยู่บ่อยครั้ง บรรดาคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ย่อมไม่ยอมน้อยหน้า มักจะนัดแนะกันไปขี่ม้าตีคลีเพื่อความบันเทิงอยู่เสมอ
ไม้ตีคลีและม้าถูกเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา ซึ่งนี่ถือเป็นวิธีการประชันขันแข่งกันอย่างลับ ๆ เช่นกัน
ตั้งแต่เช้าตรู่ เสี่ยวขุยก็ประคองชุดหูฝูตัวใหม่เอี่ยมมาตรงหน้ากู้หมิงจู เสื้อคลุมผ้าแพรสีม่วงแดงเดินดิ้นทองปักลวดลายผีเสื้อซอนไซโบตั๋นอย่างประณีตราวกับมีชีวิต
รองเท้าหนังแกะคู่เล็กตรงปลายประดับด้วยไข่มุกเม็ดโตเท่าหัวแม่มือ ดูหรูหราสะดุดตายิ่งนัก ชุดนี้กู้หมิงจูสั่งให้พวกนางไปสั่งตัดไว้ที่ร้านเทียนเซียงล่วงหน้าตั้งแต่เนิ่น ๆ
อาปี้มองดูชุดหูฝูตัวนั้น พลางยื่นมือไปรับหมายจะคลี่ออกเพื่อผลัดเปลี่ยนให้กู้หมิงจู "โชคดีที่ส่งมาทันเวลาพอดีเจ้าค่ะ"
กู้หมิงจูมองดูชุดหูฝูตัวนั้นแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ชุดนี้เป็นชุดที่นางรีบส่งคนไปสั่งตัดที่ร้านเทียนเซียง หลังจากตกหลุมรักเสียนอ๋องตั้งแต่แรกพบในงานเข้าเฝ้าวันปีใหม่
เมื่อสืบจนรู้ว่าเขาชอบดูการขี่ม้าตีคลี นางจึงเลือกทั้งรูปแบบและเนื้อผ้าชั้นยอด เพื่อจะได้มีโอกาสอวดโฉมเปล่งประกายต่อหน้าเสียนอ๋อง และทำให้เขาสนใจในตัวนาง
เมื่อครั้งก่อน เดิมทีเพื่อเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงฉวี่เจียง นางตั้งใจปฏิเสธคำเชิญของซิ่วเหนียง หมายมั่นจะอยู่แต่ในจวนเพื่อเรียนกฎระเบียบกับนางข้าหลวงอย่างเต็มที่
แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวว่า เสียนอ๋องและเสี่ยนอ๋องจะไปดูการแข่งขันตีคลีที่จวนตากอากาศซีเหอด้วย กู้หมิงจูจึงรีบร้อนเปลี่ยนมาสวมชุดหูฝูตัวนี้แล้วเร่งรีบไปยังจวนตากอากาศ เพื่อให้เสียนอ๋องได้เห็นนาง
นางรู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองขี่ม้าไม่เก่ง แต่ก็ยังฝืนรับคำท้าทายของซิ่วเหนียงและพรรคพวก แล้วขี่ม้าลงสนามไป
กู้หมิงจูมองดูชุดหูฝูที่หรูหราเปล่งประกายตรงหน้า ยื่นมือไปลูบเนื้อผ้าเรียบลื่นของเสื้อคลุม ตอนนี้ชุดหูฝูตัวนี้ยังคงสะอาดสะอ้านสีสันสดใส ยังไม่เปื้อนเลือด และยังไม่ได้ล้มลุกคลุกคลานอยู่บนพื้นดิน
"เก็บไปเถอะ แล้วเอาชุดอื่นมาให้ที" นางละมือกลับมา ไม่แม้แต่จะปรายตามองชุดหูฝูตัวนั้นอีก ก่อนจะโบกมืออย่างสงบนิ่ง
อาปี้และเสี่ยวขุยต่างมองนางด้วยความตกตะลึง พลางพึมพำว่า "คุณหนู ทำไม..."
เสี่ยวขุยรีบกล่าวขึ้น "เช่นนั้นบ่าวจะให้คนไปเอาชุดก่อนหน้านี้มาให้นะเจ้าคะ"
กู้หมิงจูยังคงส่ายหน้า "เอาชุดกระโปรงที่ดูเรียบ ๆ มาให้ข้า ข้าแค่จะไปดูเฉย ๆ ไม่ลงสนามหรอก"
ปกตินางมีนิสัยแข็งกร้าวเอาแต่ใจ เสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ใช้ในชีวิตประจำวันล้วนต้องโดดเด่นเหนือใคร หวังเพียงจะกดข่มพวกคุณหนูที่ดูถูกนางให้จมดิน ย่อมไม่มีทางใส่ชุดเรียบ ๆ แบบนี้แน่
อาปี้กับเสี่ยวขุยสบตากัน ต่างก็เห็นความประหลาดใจในแววตาของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่กล้าถามอะไรมาก รีบไปจัดการตามคำสั่ง ในใจกลับเต็มไปด้วยความสงสัย
หากประเมินจากนิสัยของคุณหนู จะยอมทิ้งชุดหูฝูที่เพิ่งตัดเสร็จใหม่ ๆ แล้วมาใส่ชุดเรียบ ๆ แถมยังบอกว่าจะไม่ลงสนามได้อย่างไร
พวกนางรู้ดีที่สุดว่า เพื่อที่จะให้เสียนอ๋องชายตามองมาที่นางมากขึ้น คุณหนูยอมทุ่มเทเรียนกฎระเบียบกับนางข้าหลวง ทั้งยังฝืนตัวเองเรียนขี่ม้าอีก ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่พูดเล่น ๆ เสียหน่อย
เลือกอยู่นาน กู้หมิงจูถึงได้เลือกชุดที่ดูไม่ค่อยสะดุดตานักจากบรรดาชุดกระโปรงที่อาปี้และเสี่ยวขุยง่วนอยู่กับการยกออกมา
เป็นชุดหรูฉวินแขนกว้างผ้าโปร่งหลัวสีเขียวควันไฟ กระโปรงหลิวเซียนลายเมฆมงคลสีมรกต เอวคาดด้วยสายรัดผ้าไหมเนื้อบางเบาสีเงิน
หลังจากเปลี่ยนมาใส่ชุดนี้แล้ว กู้หมิงจูถึงได้ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยปาก "สั่งคนเตรียมรถม้า ไปที่จวนตากอากาศซีเหอ" น้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง แฝงไปด้วยความรังเกียจอันเย็นชา
อาปี้กับเสี่ยวขุยจ้องมองกู้หมิงจูในชุดที่แตกต่างจากปกติโดยสิ้นเชิงตรงหน้า พาเอาพูดอะไรไม่ออกไปพักใหญ่
นี่ไม่เหมือนคุณหนูของพวกนางเลยจริง ๆ แต่คนที่อยู่ตรงหน้าก็คือกู้หมิงจูอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่นิสัยใจคอกลับเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน
รถม้าถูกเตรียมพร้อมอย่างรวดเร็ว กู้หมิงจูพาเสี่ยวขุยออกจากจวนไป หลังจากจับมือเสี่ยวขุยขึ้นรถม้าแล้ว นางก็หลับตาพิงหมอนหนุน ไม่แม้แต่จะมองความคึกคักของตลาดด้านนอกรถเลย
เสี่ยวขุยใช้ไม้ตักเติมเครื่องหอมลงในถุงหอมเงินฉลุลายที่แขวนอยู่ทั้งสี่มุมของรถม้า พลางเอ่ยเสียงเบากับกู้หมิงจู "คุณหนู เมื่อครู่ตอนที่บ่าวให้คนเตรียมรถม้า ได้ยินมาว่าคุณหนูรองกับคุณหนูสามไปที่จวนตากอากาศซีเหอแล้วเจ้าค่ะ"
นางลอบสังเกตสีหน้าของกู้หมิงจู แล้วจึงกล่าวต่อ "ได้ยินว่าวันนี้เสียนอ๋องและเสี่ยนอ๋องก็จะเสด็จไปด้วยนะเจ้าคะ"
นางเองก็ไม่รู้ว่าข่าวนี้เป็นผลดีหรือผลเสียต่อกู้หมิงจู เกรงว่าหากคุณหนูได้ยินว่าเสียนอ๋องจะไปดูการแข่งขันตีคลี จะไม่สนว่าตัวเองขี่ม้าไม่เก่งแล้วดึงดันจะลงสนามไป
ทว่านางกลับคาดไม่ถึงว่า กู้หมิงจูที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จะไม่แม้แต่จะเลิกคิ้วขึ้น ยังคงหลับตาอย่างสงบนิ่ง ราวกับไม่ได้ยินอะไรเลย
เสี่ยวขุยไม่กล้าพูดอะไรอีก นางไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าคุณหนูของตนเป็นอะไรไป ตั้งแต่งานเข้าเฝ้าวันปีใหม่เป็นต้นมา ทุกครั้งที่พูดถึงเสียนอ๋อง คุณหนูจะดีอกดีใจเป็นอย่างมาก
หวังเพียงให้เสียนอ๋องชายตามองตนบ้าง หวังเพียงจะได้รับความโปรดปรานจากฮองเฮาในงานเลี้ยงฉวี่เจียง
ถึงอย่างไรองค์ชายหลายพระองค์ก็ถึงวัยอภิเษกสมรสกันหมดแล้ว หากเป็นเช่นนั้นก็จะมีโอกาสได้รับเลือกเป็นพระชายาของเสียนอ๋อง
แต่ตอนนี้การกระทำของคุณหนูกลับดูแปลกประหลาดขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่สาวใช้คนสนิทอย่างนางก็ยังมองไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น
นางไม่กล้าถามมากความ ได้แต่ถอยฉากไปปรนนิบัติอยู่ด้านข้างอย่างระมัดระวัง พลางคาดเดาไปต่าง ๆ นานาในใจ
ทว่ากู้หมิงจูกลับค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แล้วเอ่ยว่า "ทางจวนตะวันตกเคยบอกหรือไม่ว่าท่านพ่อจะกลับมาเมื่อไร"
กู้ชิง แม่ทัพใหญ่เพียวฉีรับราชโองการไปลาดตระเวนชายแดนได้ครึ่งปีแล้ว แม้แต่ช่วงเทศกาลปีใหม่ก็ไม่ได้กลับมา
เสี่ยวขุยชะงักไปครู่หนึ่ง ผ่านไปพักใหญ่ถึงส่ายหน้า "ไม่เคยได้ยินเลยเจ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวจะให้คนไปสืบดูแล้วค่อยมารายงานคุณหนูนะเจ้าคะ"
แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะกัดริมฝีปาก คุณหนูถึงกับเป็นฝ่ายถามถึงกำหนดกลับของท่านแม่ทัพใหญ่ นี่มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
ทุกคนในจวนต่างรู้ดีว่า คุณหนูใหญ่มักจะโกรธเคืองที่ท่านแม่ทัพใหญ่ลำเอียงเข้าข้างจวนตะวันตก แถมยังหวาดกลัวการถูกเขาควบคุมดูแล จึงไม่ค่อยยอมไปพบหน้าบิดาบ่อยนัก
เมื่อกู้หมิงจูได้ยินดังนั้น ก็ขมวดคิ้วและถอนหายใจออกมาเบา ๆ
หากท่านพ่อกลับมาได้ทันเวลา นางก็คงไม่ต้องกังวลเรื่องงานเลี้ยงฉวี่เจียง อย่างน้อยถ้านางยอมไปอ้อนวอนให้ท่านพ่อเข้าวัง ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องถูกพระราชทานสมรสแล้ว
ดูเหมือนว่าตอนนี้คงต้องพึ่งพาตัวเองแล้วล่ะ
สีหน้าของนางเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก ราวกับมีเรื่องหนักใจอยู่เต็มอก นางนั่งเงียบ ๆ อยู่ในรถม้าที่มุ่งหน้าสู่จวนตากอากาศซีเหอ
.
.
.