LNCrawler

นี่คือคนรักของฉัน สหายจี้หวยหนาน

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

นี่คือคนรักของฉัน สหายจี้หวยหนาน

ตอนที่ออกมาจากบ้านตระกูลจี้ คราวนี้ไม่ได้มีแค่ป้าฮวากับเสิ่นอวิ๋นซูเท่านั้น แต่จี้หวยหนานก็เดินตามออกมาด้วย

ในเมื่อเรื่องแต่งงานตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ก็เท่ากับว่าทั้งสองคนเริ่มคบหากันตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป

ดังนั้น การที่จี้หวยหนานจะเดินไปส่งเสิ่นอวิ๋นซูกลับบ้าน จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง

เดิมที ผู้คนในลานบ้านรวมที่ตระกูลจี้อาศัยอยู่ ก็ให้ความสนใจตอนที่ป้าฮวาพาหญิงสาวหน้าตาสะสวยเข้าไปในบ้านตระกูลจี้อยู่แล้ว พอพวกเขาเดินออกมาด้วยกันแบบนี้ แน่นอนว่าต้องโดนซักถามอย่างเลี่ยงไม่ได้

คราวนี้ป้าฮวาไม่มีความกังวลอะไรอีกแล้ว บนใบหน้าจึงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

"อ๋อ แม่หนูคนนี้น่ะเหรอ ก็คือคู่หมั้นหมายตั้งแต่เด็กของหวยหนานไง วันนี้ก็เลยมาดูตัวกับหวยหนานจ้ะ"

"ใช่จ้ะ เรื่องแต่งงานตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาจะเชิญพวกเธอมากินเหล้ามงคลแน่นอน"

"หวยหนานเป็นเด็กดี เสี่ยวซูก็เป็นเด็กดี พวกเขาเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก มิน่าล่ะรุ่นปู่ถึงได้หมั้นหมายให้ตั้งแต่เด็ก นี่แหละที่เขาเรียกว่าบุพเพสันนิวาสที่สวรรค์กำหนดมา"

"..."

คราวนี้ คนในลานบ้านรวมถึงได้รู้ว่า หญิงสาวที่งดงามขนาดนี้ คือคู่หมั้นตั้งแต่เด็กของจี้หวยหนานนี่เอง

อันที่จริง ก่อนหน้านี้มีหลายคนในลานบ้านรวมที่แอบหมายปองจี้หวยหนานอยู่ พวกเขามองว่าจี้หวยหนานหน้าตาดี ฐานะทางบ้านก็ใช้ได้ อนาคตไกล แถมความสัมพันธ์ในครอบครัวก็ไม่ซับซ้อน ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับตำแหน่งลูกเขยหรือหลานเขย

เมื่อสองปีก่อน ตอนที่แม่จี้ยังไม่ประสบอุบัติเหตุ ไม่รู้ว่ามีกี่ครอบครัวที่แทบจะแห่กันมาเหยียบธรณีประตูบ้านตระกูลจี้จนสึก เพื่อมาขอจี้หวยหนานดูตัว

แต่ตอนนั้นแม่จี้ปฏิเสธไปหมด อย่างแรกคือตอนนั้นลูกชายยังไม่คิดจะแต่งงาน อย่างที่สองคือหล่อนรู้ว่าลูกชายมีสัญญาหมั้นหมายที่คุณปู่เคยตกลงไว้

แม้จะเป็นแค่คำพูดปากเปล่า แต่ก่อนตายคุณปู่ก็กำชับเรื่องนี้เป็นพิเศษ แม่จี้จึงไม่อาจเพิกเฉยได้

ดังนั้น เรื่องแต่งงานของจี้หวยหนานจึงถูกล่าช้ามาจนถึงตอนนี้

ต่อมา แม่จี้ก็เกิดอุบัติเหตุ

คนที่เคยคิดอยากจะแต่งงานกับจี้หวยหนาน ต่างก็พากันแยกย้ายสลายตัวไปทันที

หากแม่จี้เกิดเรื่องแล้วตายไปเลยก็คงดี ลูกสาวหรือหลานสาวของพวกเขาก็จะได้เข้าไปเป็นใหญ่ในบ้านทันทีที่แต่งเข้าไป

แต่แม่จี้ไม่ตายนี่สิ แถมยังกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราที่ต้องนอนอยู่บนเตียงตลอดเวลา ต้องมีคนคอยปรนนิบัติ คอยพลิกตัว นวดตัวให้ทุกวัน ไหนจะต้องคอยดูแลเรื่องกินเรื่องขับถ่ายให้อีก

ตอนที่จี้หวยหนานไม่อยู่ เขาจะจ้างคนมาดูแลแม่ โดยมีป้าฮวาแวะเวียนมาดูเป็นระยะๆ

ได้ยินมาว่าจ้างในราคาที่แพงมาก แต่คนที่มาทำต่างก็รู้สึกว่าทำนานๆ ไม่ไหว ในช่วงสองปีนี้ก็เปลี่ยนคนดูแลไปหลายคนแล้ว

ถ้าขืนให้ลูกสาวหรือหลานสาวของตัวเองแต่งเข้าไป คนที่ต้องคอยดูแลแม่จี้ก็ต้องตกเป็นหน้าที่ของลูกสาวหรือหลานสาวพวกเขาน่ะสิ

แบบนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด

แต่ถ้าลูกสาวหรือหลานสาวของพวกเขาคิดว่าแต่งไปแล้วตัวเองจะไม่ดูแล แต่จะเอาเงินของจี้หวยหนานไปจ้างคนมาดูแลแทน แบบนั้นก็ไม่ดีอีก

ปีหนึ่งๆ ไม่รู้ว่าต้องเสียเงินก้อนใหญ่ขนาดไหน

ต่อให้เงินเดือนของจี้หวยหนานจะสูงแค่ไหน ก็เอามาผลาญแบบนี้ไม่ได้หรอก

เพราะฉะนั้น เรื่องจี้หวยหนาน... ช่างมันเถอะ

หรือไม่ก็รอให้แม่จี้ฟื้น หรือไม่ก็ตายไปก่อน พวกเขาค่อยลองดูอีกที? ยังไงพวกเขาก็เสียดายหนุ่มอนาคตไกลอย่างจี้หวยหนานเหลือเกิน

แต่คิดไม่ถึงเลยว่า รอไปรอมา วันนี้กลับได้เห็นคู่หมั้นของจี้หวยหนานปรากฏตัว แถมยังตกลงแต่งงานกันเรียบร้อยแล้วด้วย

อย่างนี้ก็แปลว่าลูกสาวหรือหลานสาวของพวกเขาหมดหวังแล้วสิ

แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ใจกล้าแฮะ

แม่จี้นอนนิ่งอยู่บนเตียงสภาพไม่ต่างจากคนตายทั้งเป็น แม่หนูคนนี้ยังกล้าแต่งเข้าไปอีกเหรอ ไม่กลัวว่าจะต้องไปทนลำบากหรือไง

เสิ่นอวิ๋นซูไม่ได้รับรู้ถึงความคิดของคนอื่นๆ ในลานบ้านรวมเลย

ตอนนี้เธอเพิ่งจะเข็นจักรยานของตัวเองออกมาจากบ้านป้าฮวา ส่วนจี้หวยหนานก็เข็นจักรยานของเขาออกมาจากบ้านเช่นกัน พวกเขาขี่จักรยานคู่กันไป โดยจี้หวยหนานทำหน้าที่ไปส่งเสิ่นอวิ๋นซูกลับบ้าน

บ้านตระกูลจี้อยู่ทางฝั่งตะวันตกของเมือง ส่วนบ้านตระกูลเสิ่นอยู่ฝั่งเหนือ มีระยะห่างกันพอสมควร ขนาดขี่จักรยานยังต้องใช้เวลาประมาณสี่สิบนาที

ช่วงเวลาที่จี้หวยหนานมาส่งเสิ่นอวิ๋นซูนั้น บังเอิญตรงกับเวลาเลิกงานของทุกคนพอดี ลานบ้านรวมในช่วงนี้จึงคึกคักและมีคนเยอะที่สุด

ยิ่งบวกกับภาพของหนุ่มหล่อสาวสวยที่เดินคู่กันมาอย่างเสิ่นอวิ๋นซูและจี้หวยหนานด้วยแล้ว ก็ยิ่งดึงดูดความสนใจของผู้คนได้เป็นอย่างดี

คนในลานบ้านรวมแห่งนี้ได้ฟังเรื่องราวของสองพี่น้องตระกูลเสิ่นกับเมิ่งเจวี๋ยจากปากป้าจางมาตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว

ขณะที่ทุกคนกำลังจับกลุ่มเมาท์กันอย่างออกรส พอเห็นเสิ่นอวิ๋นซูกลับมาพร้อมกับชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา จึงเรียกความสนใจจากพวกเขาทันที

"อวิ๋นซู พ่อหนุ่มคนนี้เป็นใครเหรอ"

"นั่นสิ ทำไมถึงกลับมาด้วยกันได้ล่ะ คงไม่ได้เป็นแฟนของเธอหรอกนะ"

เสิ่นอวิ๋นซูเงยหน้าขึ้น ตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า "ใช่ค่ะ นี่คือคนรักของฉัน สหายจี้หวยหนานค่ะ"

"และเป็นคู่หมั้นตั้งแต่เด็กที่คุณปู่ของฉันหมั้นหมายไว้ให้ด้วยค่ะ"

"วันนี้ จี้หวยหนานเดินมาส่งฉันที่บ้านค่ะ"

"อะไรนะ เป็นแฟนเธอจริงๆ เหรอ แล้วเธอไม่ได้คบกับ..." คำพูดของคุณป้าคนนี้ยังไม่ทันจบ ประหนึ่งนึกอะไรขึ้นได้ จึงรีบหุบปากฉับทันที

ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย "มีแฟนก็ดีแล้วล่ะอวิ๋นซู ป้าดูแล้วพ่อหนุ่มคนนี้เหมาะสมกับเธอมากเลยนะ"

"ต่อไปพอเธอมีแฟน แต่งงานมีครอบครัวแล้ว จะได้มีที่พึ่งพิงสักที"

"..."

เมื่อต้องเผชิญกับการประเมินด้วยสายตาจากผู้คนทั้งลานบ้านรวม จี้หวยหนานกลับไม่มีทีท่าประหม่าแม้แต่น้อย เอาเป็นว่าแค่รูปร่าง หน้าตา และหน้าที่การงานของเขา ก็ดีพอที่จะเชิดหน้าชูตาได้อย่างสง่าผ่าเผยแล้ว

พอได้ยินทุกคนพูดว่าเขากับเสิ่นอวิ๋นซูเหมาะสมกัน จี้หวยหนานก็รู้สึกดีใจจากใจจริง

เขาเองก็รู้สึกว่า เขากับซูซูเหมาะสมกันมากเช่นกัน

จี้หวยหนานไม่ได้ส่งเสิ่นอวิ๋นซูไปจนถึงหน้าประตูบ้าน เขาแค่ส่งเธอถึงด้านในลานบ้านรวมก็เตรียมตัวจะกลับ

"ซูซู งั้นผมกลับก่อนนะ"

"โอเคค่ะ"

"จริงสิ ซูซู ช่วงนี้คุณพอมีเวลาว่างไหม เราไปดูหนังกันดีไหมครับ ผมได้ยินมาว่าช่วงนี้มีหนังน่าดูเข้าฉายด้วย"

ดูหนังงั้นเหรอ…

เสิ่นอวิ๋นซูค่อนข้างอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับหนังในยุคนี้อยู่เหมือนกัน

"ได้สิคะ"

บนใบหน้าของจี้หวยหนานปรากฏรอยยิ้มกว้างขึ้นทันที "งั้น... งั้นตกลงตามนี้นะครับ เดี๋ยวผมไปซื้อตั๋วแล้วกำหนดเวลาได้เมื่อไหร่ จะมาบอกคุณนะครับ"

"ได้ค่ะ ถึงตอนนั้นถ้าคุณว่าง ก็แวะไปหาฉันที่สำนักงานเขตได้เลยนะคะ"

"ตกลงครับ งั้นผมกลับแล้วนะครับ" ต่อให้จะอาลัยอาวรณ์แค่ไหน สุดท้ายจี้หวยหนานก็ต้องเข็นรถจักรยานเดินจากไป

แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอีกไม่นานก็จะได้ไปดูหนังกับเสิ่นอวิ๋นซู เขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง

จี้หวยหนานคิดว่า เขาต้องไปถามพวกสหายร่วมรบสักหน่อยแล้ว ว่าการไปดูหนังกับแฟนต้องเตรียมตัวหรือระวังอะไรบ้าง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้ไปดูหนังกับผู้หญิง แถมยังเป็นผู้หญิงที่เขาชอบอีก เขาคิดว่าตัวเองต้องระมัดระวังและทำให้ดีที่สุด

เสิ่นอวิ๋นซูมองตามแผ่นหลังของจี้หวยหนานที่เดินออกจากลานบ้านรวมไป ก่อนจะเข็นจักรยานกลับไปยังตึกแถวห้องพักรวมที่เธออาศัยอยู่

ตลอดทาง เธอได้ยินเสียงคนพูดคุยถึงเรื่องของเธอ เสิ่นอวิ๋นซิ่ว เมิ่งเจวี๋ย และจี้หวยหนานอยู่เนืองๆ

ดูท่าความสามารถในการกระจายข่าวของป้าจางจะไม่เลวเลยทีเดียว

ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนที่เสิ่นอวิ๋นซิ่วต้องเผชิญกับสายตาแปลกๆ จากคนอื่น หล่อนจะรู้สึกยังไงบ้าง

จังหวะที่เสิ่นอวิ๋นซูเพิ่งจะเดินเข้าไปในตึกแถวห้องพักรวมของตัวเอง เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็เลิกงานกลับมาพอดี ทว่าทันทีที่ก้าวเข้ามาในลานบ้านรวม หล่อนก็สัมผัสได้ถึงสายตาของผู้คนที่จับจ้องมา แถมยังดูเหมือนกำลังซุบซิบนินทาอะไรบางอย่างอยู่