บทที่ 91 ไม่ยุติธรรม นี่มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด!
บทที่ 91 ไม่ยุติธรรม นี่มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด!
ถึงแม้จะรู้สึกจนใจ แต่เมิ่งเจวี๋ยก็ไม่ได้อิดออดแต่อย่างใด
เพราะเขารู้ดีว่า สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องแต่งงานกับเสิ่นอวิ๋นซิ่วอยู่ดี
ส่วนเขากับเสี่ยวซู คงทำได้เพียงหวังว่าชาติหน้าจะได้เกิดมาเป็นคู่ครองกันอีกครั้งเท่านั้น
"ได้" เมิ่งเจวี๋ยรับคำ ในที่สุดก็ยอมละสายตากลับมา แล้วเดินตรงไปยังตึกแฟลตที่เสิ่นอวิ๋นซิ่วอาศัยอยู่
เสิ่นอวิ๋นซิ่วมองผ่านหน้าต่างลงไป เมื่อเห็นเมิ่งเจวี๋ยเดินเข้ามา บนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มเอียงอาย
ถึงแม้งานแต่งงานครั้งนี้จะเป็นผลมาจากแผนการที่เธอวางเอาไว้ แต่การที่เธอตั้งท้องลูกของเมิ่งเจวี๋ยก็เป็นเรื่องจริง และการที่เมิ่งเจวี๋ยจะแต่งงานกับเธอในวันนี้ ก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน
ตำแหน่งคุณนายมหาเศรษฐีในอนาคต จะต้องเป็นของเธอคนเดียวเท่านั้น
ไม่นานนัก เมิ่งเจวี๋ยก็มาถึงหน้าประตูบ้านของเสิ่นอวิ๋นซิ่ว ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา เขาก็เห็นเสิ่นอวิ๋นซิ่วในชุดกระโปรงสีแดงนั่งอยู่บนเก้าอี้
แววตาของเมิ่งเจวี๋ยสงบนิ่งเป็นอย่างมาก เมื่อเผชิญหน้ากับเสิ่นอวิ๋นซิ่วที่แต่งตัวมาอย่างประณีต เขากลับไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ มากนัก ทว่าด้วยความเกรงใจผู้คนที่อยู่รอบข้าง เขาจึงจำต้องฝืนยิ้มออกมาบางๆ
เสิ่นอวิ๋นซิ่วถูกเมิ่งเจวี๋ยจูงมือเดินลงมาชั้นล่าง ระหว่างทางเธอเอ่ยถามด้วยความเอียงอายว่า "อาเจวี๋ย วันนี้ฉันสวยไหมคะ"
เมิ่งเจวี๋ยชะงักฝีเท้าไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยโดยไม่ได้หันไปมองเธอเลยแม้แต่น้อยว่า "สวย"
บางทีอาจเป็นเพราะเธอกำลังดื่มด่ำอยู่กับความสุขในการแต่งงาน หรือบางทีอาจเป็นเพราะเธอเห็นว่าตัวเองกำลังก้าวเข้าใกล้ตำแหน่งคุณนายมหาเศรษฐีไปอีกขั้น ดังนั้นในเวลานี้ เสิ่นอวิ๋นซิ่วจึงไม่ได้สังเกตเห็นถึงความผิดปกติในสีหน้าและน้ำเสียงของเมิ่งเจวี๋ยเลยแม้แต่น้อย
เมื่อได้ยินเมิ่งเจวี๋ยเอ่ยเช่นนั้น เธอก็หลงคิดไปว่าเมิ่งเจวี๋ยรู้สึกว่าเธอสวยจริงๆ จึงยิ่งยิ้มออกมาด้วยความเขินอายมากขึ้นไปอีก
แต่ทว่า…
เมื่อนึกถึงการแต่งตัวของเสิ่นอวิ๋นซูตอนที่เธอเอาน้ำแกงเมล็ดบัวไปให้เมื่อครู่นี้ เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็อดคิดไม่ได้ว่า หากเมิ่งเจวี๋ยได้เห็นเสิ่นอวิ๋นซูที่แต่งตัวสวยงามหมดจดขนาดนั้น เขาจะถูกเธอสะกดจนวิญญาณหลุดลอยไปเลยหรือเปล่านะ
เสิ่นอวิ๋นซิ่วรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก
ในใจของเสิ่นอวิ๋นซิ่วตอนนี้ อยากจะให้เมิ่งเจวี๋ยรับตัวเธอเสร็จแล้วก็รีบๆ ออกไปจากที่นี่เสียที ทางที่ดีที่สุดคืออย่าให้เขาได้เห็นหน้าเสิ่นอวิ๋นซูเลย เธอเกรงว่าเมิ่งเจวี๋ยจะจิตใจเตลิดเปิดเปิงไปเสียก่อน
แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเสิ่นอวิ๋นซูได้ดื่มน้ำแกงเมล็ดบัวผสมยาที่เธอเอาไปให้แล้ว เธอก็อยากจะเห็นเสิ่นอวิ๋นซูต้องขายหน้าและอับอายต่อหน้าทุกคนในลานบ้านรวม รวมถึงต่อหน้าเมิ่งเจวี๋ยด้วย
เพียงแค่คิดถึงภาพเหตุการณ์นั้น เธอก็รู้สึกตื่นเต้นจนเก็บอาการแทบไม่อยู่
ดังนั้น เสิ่นอวิ๋นซิ่วจึงรู้สึกลังเลเป็นอย่างมาก
ท้ายที่สุด เธอก็ยังคงตัดสินใจว่า อยากจะเห็นเสิ่นอวิ๋นซูขายหน้าด้วยตาตัวเอง และอยากให้เมิ่งเจวี๋ยได้เห็นตอนที่เสิ่นอวิ๋นซูขายหน้าด้วยเช่นกัน หากเสิ่นอวิ๋นซูเกิดท้องเสียขึ้นมาต่อหน้าผู้คนมากมายในลานบ้านรวม ต่อให้ตอนแรกจะแต่งตัวมาสวยงามน่าประทับใจแค่ไหน ภาพลักษณ์ที่แสนดีนั้นก็จะต้องพังทลายลงอย่างแน่นอน
ไม่แน่ว่า เมิ่งเจวี๋ยอาจจะเลิกชอบเสิ่นอวิ๋นซูไปเลยก็ได้
เพราะฉะนั้น จี้หวยหนาน นายรีบๆ มาได้แล้ว
มารับตัวเสิ่นอวิ๋นซูสักที
เธอแทบจะรอไม่ไหวที่จะได้เห็นสภาพอันน่าสมเพชของเสิ่นอวิ๋นซูตอนที่ท้องร่วงรดกระโปรงต่อหน้าธารกำนัลแล้ว
และดูเหมือนสวรรค์จะรับรู้ถึงความปรารถนาของเสิ่นอวิ๋นซิ่ว จู่ๆ ด้านนอกลานบ้านรวมก็เกิดเสียงเอะอะมะเทิงขึ้นมา และเสียงนั้นก็ไม่เบาเลยทีเดียว
"หวยหนานมาแล้วหรือเปล่า?" เสิ่นอวิ๋นซูที่ได้ยินเสียงเอะอะนั้นเช่นกัน เอ่ยถามขึ้น
"พี่อวิ๋นซู เดี๋ยวฉันลงไปดูให้นะคะ" หลัวเวยเวยรีบอาสาลงไปดูให้
เรื่องที่เมิ่งเจวี๋ยจะมารับตัวเสิ่นอวิ๋นซิ่วนั้น เธอพอจะรู้มาบ้างแล้ว
ทันทีที่มีความเคลื่อนไหวที่หน้าประตูลานบ้านรวม หลัวเวยเวยกับเพื่อนๆ ก็วิ่งไปดูที่หน้าต่าง เพื่อดูว่าเป็นจี้หวยหนานมาหรือเปล่า
แต่เมื่อมองดูแล้ว ถึงได้รู้ว่าเป็นเมิ่งเจวี๋ยที่มารับเสิ่นอวิ๋นซิ่วต่างหาก
การที่เมิ่งเจวี๋ยจะมารับเสิ่นอวิ๋นซิ่วนั้น เสิ่นอวิ๋นซูไม่มีความสนใจที่จะไปดูอยู่แล้ว ดังนั้นเธอจึงนั่งรอคอยการมาถึงของจี้หวยหนานต่อไป
เธอไม่สนใจหรอกว่าใครจะมาก่อนหรือหลังแค่ชั่วครู่ยาม
ยังไงเสีย จี้หวยหนานก็ต้องมาอย่างแน่นอน
และแล้ว ตอนนี้ก็มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ น่าจะเป็นจี้หวยหนานมาแล้วใช่ไหม
และหลัวเวยเวยที่วิ่งกลับมาก็เป็นเครื่องยืนยันความคิดของเธอได้เป็นอย่างดี
"พี่อวิ๋นซู สหายจี้หวยหนานมาแล้วค่ะ พี่ต้องทายไม่ถูกแน่ๆ ว่าเขาใช้อะไรมารับตัวเจ้าสาว" ใบหน้าของหลัวเวยเวยเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจ
เสิ่นอวิ๋นซู : ???
เสิ่นอวิ๋นซูไม่รู้จริงๆ
"ว้าว ใช้รถจี๊ปมารับเลยเหรอเนี่ย" ในเวลานี้ โจวเสี่ยวหมิ่น เสิ่นถิงอวี้ รวมถึงบรรดาคุณป้าในห้องนั่งเล่นต่างก็พากันวิ่งไปมุงดูที่หน้าต่าง และคลายความสงสัยให้เสิ่นอวิ๋นซูได้รู้ด้วย
"ไอ้หนุ่มตระกูลจี้ถึงกับใช้รถจี๊ปมารับเจ้าสาวเลยหรือเนี่ย แถมมาตั้งสองคันด้วยนะ"
"สวรรค์ เขาไปหารถจี๊ปมาจากไหนกันล่ะเนี่ย"
"พวกเธอไม่ได้คิดดูเลยเหรอว่าก่อนหน้านี้ไอ้หนุ่มตระกูลจี้ทำงานอะไร ที่แบบนั้นมันก็ต้องมีรถจี๊ปอยู่แล้วสิ"
"ถึงกับใช้รถจี๊ปมารับตัวเจ้าสาวเลยเหรอเนี่ย ช่างมีหน้ามีตาเสียจริงๆ"
"ถ้าตอนฉันแต่งงานได้นั่งรถจี๊ปสักครั้งในชีวิต ชาตินี้ก็คุ้มค่าแล้วเกิดมา!"
"..."
เสิ่นอวิ๋นซูคิดไม่ถึงเลยว่า จี้หวยหนานจะใช้รถจี๊ปมารับเธอ แถมยังมาตั้งสองคันอีกต่างหาก
เดิมทีเธอคิดว่าคงจะเป็นจักรยานที่คนในเมืองยุคนี้มักนิยมใช้กันในวันแต่งงานเสียอีก
ความจริงแล้ว จะเป็นรถอะไร เสิ่นอวิ๋นซูก็ไม่ได้สนใจหรอก
ในเมื่ออยู่ในยุคสมัยไหน ก็ต้องใช้สิ่งของในยุคสมัยนั้นให้เหมาะสม
เสิ่นอวิ๋นซูสามารถปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยได้อยู่แล้ว
แต่สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงก็คือ จี้หวยหนานจะใส่ใจรายละเอียดได้มากถึงเพียงนี้
เหตุผลที่คนคนหนึ่งจะทุ่มเทเอาใจใส่ได้ถึงเพียงนี้ ย่อมเกิดจากความรักที่ลึกซึ้งอย่างแน่นอน
เพราะรัก จึงอยากจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่เธอ ภายในขอบเขตความสามารถที่เขามี
บางที จี้หวยหนานอาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้
อันที่จริง จี้หวยหนานก็เป็นคนแบบนั้นแหละ
รถจี๊ปสองคันจอดสนิทอยู่ที่หน้าประตูลานบ้านรวม ประตูรถเปิดออก จี้หวยหนานในชุดเครื่องแบบเต็มยศก้าวขาวยาวๆ ลงมาจากรถ
ไหล่กว้าง เอวสอบ คิ้วดั่งกระบี่ ดวงตาดุจดวงดาว รูปร่างสูงใหญ่สง่างาม เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความแข็งแกร่ง
จี้หวยหนานในรูปลักษณ์เช่นนี้ ทำให้ทุกคนที่ได้เห็นต่างก็ต้องตื่นตะลึงและประทับใจไปตามๆ กัน
ประกอบกับวันนี้เป็นวันแต่งงานของเขากับหญิงสาวที่เขารัก จี้หวยหนานจึงมีความสุขมาก ดวงตาของเขาเป็นประกาย ความตื่นเต้น ดีใจ และความยินดีที่เอ่อล้นอยู่ภายในใจนั้น แทบจะเก็บซ่อนเอาไว้ไม่อยู่เลยทีเดียว
"นี่สิ ถึงจะสมกับเป็นเจ้าบ่าวตัวจริง"
มีคนกระซิบกระซาบกันอยู่ในกลุ่มคน
ก็เป็นเจ้าบ่าวทั้งที มันก็ต้องดีใจและตื่นเต้นแบบนี้สิ ไม่เหมือนกับเมิ่งเจวี๋ยคนนั้นเลย ดูหน้าตาเขาเข้าสิ ไม่มีวี่แววของความดีใจเลยสักนิด แถมรอยยิ้มก็ยังดูฝืนๆ อีกต่างหาก บางทีเขาอาจจะคิดว่าไม่มีใครสังเกตเห็น แต่สายตาของทุกคนเฉียบแหลมกันทั้งนั้น ย่อมต้องมองออกเป็นธรรมดา
เพียงแต่รู้กันอยู่แก่ใจแต่ไม่ยอมพูดออกมาก็เท่านั้น
ทุกคนต่างรู้สึกว่า เมิ่งเจวี๋ยจะต้องกำลังรู้สึกเสียใจที่ทอดทิ้งอวิ๋นซู แล้วไปเลือกเสิ่นอวิ๋นซิ่วอย่างแน่นอน
ไม่ว่าอย่างไร คนในลานบ้านรวมก็ล้วนมีความคิดเห็นตรงกันว่า ใครก็ตามที่ตาไม่บอด ย่อมต้องเลือกเสิ่นอวิ๋นซูกันทั้งนั้น
และในเวลานี้ บรรดาสหายร่วมรบที่มาร่วมในขบวนรับเจ้าสาวของจี้หวยหนานก็พากันลงมาจากรถ แม้พวกเขาจะสวมใส่ชุดไปรเวท แต่รูปร่างที่สูงใหญ่และสง่างามนั้น ก็บ่งบอกให้รู้ได้ทันทีว่าพวกเขาทำอาชีพอะไร
วินาทีที่พวกเขาก้าวลงจากรถ ทุกคนในลานบ้านรวมต่างก็ร้องว้าวออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน เห็นได้ชัดว่ารู้สึกทึ่งและประทับใจมากเช่นกัน
ในขณะเดียวกัน เสิ่นอวิ๋นซิ่วที่กำลังมองดูภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ดวงตาของเธอแทบจะถลนออกมาด้วยความโกรธแค้น
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ จี้หวยหนานไปเอารถจี๊ปมาตั้งสองคันเพื่อมารับเสิ่นอวิ๋นซูได้อย่างไร
เขาทำแบบนี้ได้ยังไงกัน!
ทั้งๆ ที่ในชาติก่อน ตอนที่เขามารับเธอ เขามีแค่จักรยานคันเก่าๆ ของที่บ้านคันเดียวแท้ๆ
ทำไมในชาตินี้ เขาถึงไม่ใช้จักรยานคันนั้นมารับเสิ่นอวิ๋นซูล่ะ?!
หรือว่า เสิ่นอวิ๋นซูจะดีกว่าเธอจริงๆ ดีจนจี้หวยหนานยอมทุ่มเทเอารถจี๊ปมารับเธอเลยงั้นหรือ! แถมยังพาเพื่อนทหารมาด้วยตั้งเยอะแยะ!
ไม่ยุติธรรม นี่มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด!
เสิ่นอวิ๋นซิ่วมองดูภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ขอบตาของเธอแดงก่ำด้วยความริษยา