บทที่ 96 ภรรยาคนสวย
บทที่ 96 ภรรยาคนสวย
ทางด้านเหยาชุ่ยอวี้พอได้ยินคำพูดนี้ก็ใจหายวาบ
เดี๋ยวนะ นังเด็กนี่พอวิ่งกลับมาจากบ้านเสิ่นอวิ๋นซูก็รีบหายากินหน้าตาตื่น หรือว่าจะกินยาแก้ท้องร่วงเข้าไปจริงๆ
แต่ว่ายานั่นมันหมดอายุไปแล้วนี่นา!
เหยาชุ่ยอวี้เกือบจะโพล่งออกไปแล้วว่า ยามันหมดอายุแล้ว กินไปก็คงไม่ได้ผล
แต่คำพูดที่มาจ่ออยู่ริมฝีปากก็ถูกกลืนกลับลงไป
ช่างมันเถอะ ในเมื่อนังเด็กนี่ไม่รู้ ก็อย่าบอกมันเลยจะดีกว่า ขืนบอกไป เดี๋ยวมันก็มาพาลโกรธเอาผิดกับเธออีก
ตอนนี้นังเด็กบ้าเสิ่นอวิ๋นซิ่วนี่อารมณ์ร้ายจะตายไป
เนื่องจากทางครอบครัวตระกูลเมิ่งมีการจัดงานเลี้ยงแต่งงาน เสิ่นอวิ๋นซิ่วจึงไม่สามารถใส่เสื้อผ้าชุดปกติไปร่วมงานได้ ส่วนชุดกระโปรงสีแดงที่เธออุตส่าห์คัดสรรมาอย่างดี ตอนนี้ก็ทั้งเปียกทั้งเปื้อนไปหมดแล้ว
ถึงแม้ว่าชุดกระโปรงสีแดงตัวนี้จะซักจนสะอาดแล้วก็ตาม แต่เธอก็คงไม่อยากจะใส่มันอีกแล้ว
คงต้องเอาไปขายทิ้งลูกเดียว
แต่ตอนนี้ เธอต้องหาชุดแต่งงานสีแดงชุดใหม่มาใส่เสียก่อน
จะไปหาซื้อตอนนี้ก็คงไม่ทันการแล้ว เสิ่นอวิ๋นซิ่วจึงทำได้เพียงบอกให้เหยาชุ่ยอวี้ไปขอยืมเพื่อนบ้าน
แต่บรรดาเพื่อนบ้านต่างก็มีความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีต่อครอบครัวของเสิ่นอวิ๋นซิ่วอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ยิ่งมาบวกกับเหตุการณ์ที่เสิ่นอวิ๋นซิ่วเพิ่งจะท้องร่วงกลางแจ้งประจานความน่าอับอายไปเมื่อครู่
เหยาชุ่ยอวี้จึงไม่มีทางขอยืมชุดกระโปรงสีแดงได้เลย
สุดท้าย หลังจากพยายามอยู่พักใหญ่ ก็มีบ้านหนึ่งยอมบอกว่ามีชุดกระโปรงสีแดง แต่พวกเขายืนกรานว่าจะขายให้เท่านั้น ไม่ให้ยืม
แน่นอนว่าเหยาชุ่ยอวี้ย่อมไม่ยอมควักเงินซื้อชุดให้เสิ่นอวิ๋นซิ่วหรอก
เธอไม่มีทางยอมเสียเงินเพื่อลูกสาวคนนี้แน่ๆ เสิ่นอวิ๋นซิ่วต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายเอาเงินมาให้คนเป็นแม่อย่างเธอ
แต่เสิ่นอวิ๋นซิ่วกลับไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องยอมซื้อ
เพราะเธอเกรงว่าจะเลยฤกษ์ยาม และกลัวว่าจะพลาดชุดกระโปรงตัวนี้ไป เพราะในเวลาอันกระชั้นชิดเช่นนี้ คงหาบ้านอื่นที่มีชุดสีแดงไม่ได้อีกแล้ว
ดังนั้น เธอจึงต้องกัดฟันยอมควักเงินซื้อชุดกระโปรงตัวนี้มาจนได้
อันที่จริง สาเหตุที่ครอบครัวนี้มีชุดกระโปรงสีแดง ก็เพราะเตรียมไว้ให้ลูกสาวที่กำลังจะแต่งงานในเร็วๆ นี้นั่นแหละ ปกติครอบครัวนี้ก็เป็นคนมีน้ำใจ ถึงแม้จะรู้ดีว่าครอบครัวของเสิ่นอวิ๋นซิ่วไม่ค่อยน่าคบหาสมาคมด้วยสักเท่าไหร่ แต่เห็นแก่ความเป็นเพื่อนบ้าน และวันนี้ก็เป็นวันมงคลสมรสของเสิ่นอวิ๋นซิ่ว ถ้าพอช่วยอะไรได้ พวกเขาก็ยินดีที่จะช่วย
แต่เรื่องชุดแต่งงานเนี่ย จะให้ยืมกันมันก็ดูไม่ค่อยดีนัก
โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงเหตุผลที่เสิ่นอวิ๋นซิ่วต้องมาขอยืมชุดกระโปรงสีแดง ก็เป็นเพราะชุดที่เธอใส่อยู่เมื่อครู่นี้มันเปรอะเปื้อนไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ
พอคิดแบบนี้ ภาพคราบสีเหลืองปนแดงบนชุดกระโปรงของเสิ่นอวิ๋นซิ่วก็ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงกลัวว่าชุดกระโปรงของพวกเขาจะถูกเสิ่นอวิ๋นซิ่วทำเปื้อนอีก
ต่อให้เอาไปซักจนสะอาดแล้วนำกลับมาใส่ พวกเขาก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นลางไม่ดีอยู่ดี
ดังนั้น สู้ขายขาดไปเลยดีกว่า
แล้วพวกเขาค่อยไปหาซื้อตัวใหม่เอา
แบบนี้จะได้ไม่ต้องมาคอยพะวงว่าชุดจะเปื้อนอีกหรือเปล่า
แถมราคาที่พวกเขาเสนอขายก็ไม่ได้แพงเลย ซื้อมาเท่าไหร่ ก็ขายให้เสิ่นอวิ๋นซิ่วในราคาเท่านั้นแหละ
ไม่ได้คิดกำไรเลยสักหยวนเดียว ถือเสียว่าทำบุญช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็แล้วกัน
เมื่อไม่มีทางเลือก เสิ่นอวิ๋นซิ่วจึงทำได้เพียงจ่ายเงินซื้อชุดกระโปรงตัวนั้นมา แม้ว่าขนาดของชุดอาจจะไม่พอดีตัวนักก็ตาม
เมื่อสวมใส่เข้าไป เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็รู้สึกรัดรึงไปหมด
โดยเฉพาะตรงช่วงหน้าท้อง มันรัดแน่นจนเธอแทบหายใจไม่ออก
หลังจากสวมชุดเสร็จ เวลาเดินหรือพูดคุย เสิ่นอวิ๋นซิ่วต้องคอยแขม่วท้องเอาไว้ตลอด เพราะกลัวว่าถ้าเผลอปล่อยลมหายใจออก ท้องที่ป่องออกมาอาจจะทำให้ชุดปริแตกได้
ถ้าเกิดชุดกระโปรงตัวนี้ต้องมาขาดรุ่ย เธอก็จะไม่มีชุดให้ใส่จริงๆ แล้ว
เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็เดินลงมาชั้นล่างอีกครั้ง
ด้านล่าง เมิ่งเจวี๋ยกำลังยืนรออยู่
ตอนที่เสิ่นอวิ๋นซิ่วเดินเข้าไปใกล้ เมิ่งเจวี๋ยก็เผลอสูดจมูกฟุดฟิดไปมาโดยสัญชาตญาณ เมื่อไม่ได้กลิ่นเหม็นผิดปกติใดๆ แล้ว เขาถึงได้ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แต่ทว่าสายตาของเมิ่งเจวี๋ยเหลือบไปมองบรรดาเพื่อนๆ ที่ตามมาร่วมขบวน
เขารับรู้ได้ว่า สายตาของเพื่อนๆ ล้วนจับจ้องไปที่เสิ่นอวิ๋นซิ่วด้วยแววตาที่แปลกประหลาด เขาถึงกับจินตนาการภาพออกเลยว่า เมื่อคนพวกนี้กลับไป พวกเขาจะนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นี่ในวันนี้ไปเล่าให้ครอบครัว เพื่อนฝูง และเพื่อนร่วมงานฟังว่าอย่างไรบ้าง
สรุปก็คือ เรื่องที่เมิ่งเจวี๋ยอย่างเขาต้องมาได้ภรรยาที่ท้องร่วงแตกต่อหน้าธารกำนัลในวันแต่งงาน จะต้องถูกนำไปป่าวประกาศให้คนอื่นรับรู้อย่างแน่นอน
และจะต้องถูกหยิบยกมาเป็นหัวข้อสนทนาและหัวเราะเยาะไปอีกนานแสนนาน
จู่ๆ เมิ่งเจวี๋ยก็รู้สึกเสียใจขึ้นมา
เสียใจที่ไม่น่าไปตบปากรับคำเสิ่นอวิ๋นซิ่ว ว่าจะพาเพื่อนฝูงมาร่วมขบวนรับเจ้าสาวเยอะขนาดนี้เลย
ถ้าไม่มีคนมาเยอะขนาดนี้ ก็คงไม่มีใครเห็นเหตุการณ์น่าอับอายในวันนี้ และเรื่องนี้ก็คงไม่แพร่งพรายออกไป
แน่นอนว่า สิ่งที่เขาเสียใจที่สุดก็คือการที่เขาต้องมาแต่งงานกับเสิ่นอวิ๋นซิ่ว
ถ้าเขาไม่ได้แต่งงานกับเธอ บางที ระหว่างเขากับเสี่ยวซู ก็อาจจะยังมีโอกาส…
แต่ เขากับเสิ่นอวิ๋นซิ่วได้จดทะเบียนสมรสกันแล้ว
และเสิ่นอวิ๋นซิ่วก็กำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ด้วย
ส่วนเสี่ยวซูเอง วันนี้เธอก็ได้แต่งงานกับจี้หวยหนานไปแล้ว ระหว่างเขากับเสี่ยวซู ไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว
เมิ่งเจวี๋ยหลับตาลง พยายามข่มความรู้สึกหนักอึ้งในใจ เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็เอ่ยกับเสิ่นอวิ๋นซิ่วด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "ไปกันเถอะ"
…
ทางด้านเสิ่นอวิ๋นซูกับจี้หวยหนาน
เสิ่นอวิ๋นซูนั่งอยู่บนเบาะหลังของรถจี๊ป โดยมีจี้หวยหนานนั่งอยู่เคียงข้าง
ส่วนคนขับรถคือสหายร่วมรบเก่าของเขา
จี้หวยหนานเอาแต่จ้องมองเสิ่นอวิ๋นซูที่อยู่ข้างๆ ตาค้าง ราวกับว่าเขายังคงตกอยู่ในภวังค์ความงามของเธอและยังไม่ได้สติกลับคืนมา
บรรดาสหายร่วมรบคนอื่นๆ ภายในรถต่างก็แอบส่งสายตาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกสนาน
ร้อยวันพันปี พวกเขาเคยเห็นจี้หวยหนานมีท่าทีเหม่อลอยและเสียอาการแบบนี้ที่ไหนกันล่ะ
ต้องรู้ไว้นะว่า ไม่ว่าจะเป็นเวลาปกติ หรือแม้แต่ยามที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์คับขัน ต่อให้ต้องถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส จี้หวยหนานก็ไม่เคยเปลี่ยนสีหน้าเลยแม้แต่น้อย
แต่วันนี้ เขากลับมีท่าทีราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
ถ้าใครไม่รู้ คงนึกว่าเป็นลูกชายปัญญาอ่อนของเศรษฐีที่ดินที่ไหนสักแห่งเสียอีก
แต่ว่าเมื่อสายตาของพวกเขาเบนไปหยุดอยู่ที่เสิ่นอวิ๋นซู พวกเขาก็เริ่มเข้าใจ จากตอนแรกที่เคยตั้งคำถามและสงสัยในตัวจี้หวยหนาน ก็กลายมาเป็นความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และท้ายที่สุดก็เปลี่ยนเป็นความปรารถนาที่อยากจะเป็นจี้หวยหนานขึ้นมาแทน
ไม่มีเหตุผลอื่นใด ก็เพราะเสิ่นอวิ๋นซูนั้นสวยเกินไป สวยจนมีเสน่ห์ดึงดูดใจเกินไปจริงๆ
เมื่อครู่นี้ ตอนที่เธอค่อยๆ เดินออกมาจากตึกแฟลต รูปร่างหน้าตาและกิริยาท่าทางของเธอ ช่างงดงามราวกับนางฟ้าที่เดินออกมาจากภาพวาดอย่างไรอย่างนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น เสิ่นอวิ๋นซูไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่เธอยังเป็นถึงนักเรียนมัธยมปลายอีกด้วย
เพียบพร้อมไปทั้งความงามและความรู้ความสามารถ
ภรรยาที่สวยและเก่งกาจแบบนี้ มีผู้ชายคนไหนบ้างที่จะไม่หลงรักล่ะ
ถ้าหากพวกเขาได้แต่งงานกับภรรยาที่สวยและเก่งแบบเสิ่นอวิ๋นซู ต่อให้ต้องกลายเป็นคนโง่เง่าเต่าตุ่น พวกเขาก็ยอม
มิน่าล่ะ
มิน่าล่ะ จี้หวยหนานถึงอยากจะปลดประจำการโอนย้ายสายงาน มิน่าล่ะ จี้หวยหนานถึงได้ดูมีความสุขขนาดนี้
ถ้าเปลี่ยนเป็นพวกเขา พวกเขาก็คงอยากจะปลดประจำการโอนย้ายสายงาน แล้วใช้เวลาอยู่เคียงข้างภรรยาคนสวยทุกวี่ทุกวันเหมือนกันนั่นแหละ
ดังนั้น พวกเขาจึงรู้สึกอิจฉาจี้หวยหนานจริงๆ
น่าสงสารพวกเขากลุ่มชายโสด ที่ทำได้เพียงแค่แอบอิจฉาอยู่ในใจ
ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกคันหัวใจยิบๆ โดยเฉพาะพวกที่ยังไม่มีคนรัก ต่างก็แอบคิดในใจว่า พอกลับไปคราวนี้ ต้องรีบไปขอร้องให้ผู้บังคับบัญชาช่วยจัดหาคู่นัดดูตัวให้เสียที
พวกเขาก็อยากแต่งงาน อยากมีภรรยาคนสวย อยากมีครอบครัวที่อบอุ่นและมีลูกน่ารักๆ เหมือนกันนะ
ทางด้านนี้ สายตาของจี้หวยหนานที่จ้องมองมานั้นช่างร้อนแรงจนเสิ่นอวิ๋นซูไม่อาจเพิกเฉยได้
เสิ่นอวิ๋นซูถูกจ้องจนเริ่มรู้สึกเขินอาย จึงอดไม่ได้ที่จะตวัดสายตาค้อนใส่จี้หวยหนานไปหนึ่งวง
เสิ่นอวิ๋นซูคิดว่าตัวเองทำสายตาดุใส่จี้หวยหนานแล้วนะ
แต่ในสายตาของจี้หวยหนาน แววตาที่เต็มไปด้วยความขัดเขินระคนแง่งอนเล็กๆ นั้น กลับยิ่งทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง
ทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัวมากยิ่งขึ้น
"ซูซู คุณอย่ามองผมแบบนี้สิ ไม่อย่างนั้น ผมเกรงว่า..." จี้หวยหนานขยับเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบข้างหูเสิ่นอวิ๋นซูด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน
“ไม่อย่างนั้น ผมเกรงว่าจะอดใจไม่ไหว ดึงคุณเข้ามากอด แล้วบดจูบลงบนริมฝีปากอันหอมหวานของคุณ!”
เสิ่นอวิ๋นซูรู้สึกราวกับถูกแผดเผาด้วยสายตาอันเร่าร้อนของจี้หวยหนานในพริบตา
สายตาของจี้หวยหนานน่ากลัวมาก เหมือนกับว่าเขาอยากจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวอย่างไรอย่างนั้น