LNCrawler

เสียงซุบซิบนินทา

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

เสียงซุบซิบนินทา

วันนี้เรียกได้ว่าเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดตั้งแต่เสิ่นอวิ๋นซิ่วกลับชาติมาเกิดใหม่เลยก็ว่าได้

เสิ่นอวิ๋นซิ่วกลับชาติมาเกิดใหม่เมื่อสองเดือนก่อน

นับตั้งแต่วินาทีที่ได้กลับมาเกิดใหม่ เธอก็บอกกับตัวเองว่าจะต้องแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างของเสิ่นอวิ๋นซูผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องมาให้จงได้ ไม่เว้นแม้แต่ผู้ชายของเธอ รวมถึงอนาคตการเป็นคุณนายมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งด้วย

เธอรู้ดีว่า แม้ลูกพี่ลูกน้องจะเรียนมาด้วยกันกับเมิ่งเจวี๋ยตั้งแต่เด็ก เป็นเพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกัน แต่แม่ของเมิ่งเจวี๋ย หรือก็คือคุณนายเมิ่งนั้น ไม่ได้พอใจในตัวเสิ่นอวิ๋นซูเลย หล่อนมักจะรู้สึกอยู่เสมอว่าเสิ่นอวิ๋นซูเป็นตัวกาลกิณีที่กินพ่อกินแม่ตัวเอง และกลัวว่าถ้าแต่งงานกับเมิ่งเจวี๋ยแล้ว จะพาความซวยมาสู่สามีและครอบครัวฝั่งสามี

ดังนั้น หลังจากเกิดใหม่ เสิ่นอวิ๋นซิ่วจึงอาศัยเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในชาติก่อนเข้าไปช่วยชีวิตคุณนายเมิ่งเอาไว้ ทำให้คุณนายเมิ่งมีความประทับใจที่ดีต่อเธอ ถึงขั้นอยากได้เธอมาเป็นลูกสะใภ้

เรื่องนี้ดำเนินไปอย่างราบรื่น คุณนายเมิ่งมักจะพูดเปรยๆ ต่อหน้าเธออยู่บ่อยครั้ง ว่าถ้าเธอได้มาเป็นลูกสะใภ้ก็คงจะดีไม่น้อย

ทางฝั่งคุณนายเมิ่งนั้นราบรื่นดี แต่ทางฝั่งเมิ่งเจวี๋ยกลับไม่ง่ายอย่างนั้น

เสิ่นอวิ๋นซิ่ววางแผนสร้างความบังเอิญเพื่อพบกับเมิ่งเจวี๋ยอยู่หลายครั้ง ถึงขนาดจงใจยั่วยวนและทำตัวใกล้ชิดสนิทสนม แต่น่าเสียดายที่เมิ่งเจวี๋ยไม่หวั่นไหวเลยสักนิด ในสายตาและในใจของเขามีเพียงผู้หญิงที่ชื่อเสิ่นอวิ๋นซูเท่านั้น

เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เสิ่นอวิ๋นซิ่วจึงต้องคิดหาวิธีอื่น

นั่นก็คือการร่วมมือกับคุณนายเมิ่ง วางแผนทำให้เมิ่งเจวี๋ยไม่ได้สติ และได้หลับนอนกับเธอ

ถึงแม้ว่าในครั้งนั้น เมิ่งเจวี๋ยจะเห็นเธอเป็นเสิ่นอวิ๋นซูก็ตาม แต่จุดประสงค์ของเสิ่นอวิ๋นซิ่วก็บรรลุผลแล้ว

จนถึงตอนนี้เธอก็ยังจำได้ดีว่า หลังจากที่เมิ่งเจวี๋ยตื่นขึ้นมา เขาพังทลายและสติแตกมากแค่ไหน

และภายใต้การบีบบังคับของคุณนายเมิ่ง เขาก็จำต้องรับปากว่าจะตัดขาดความสัมพันธ์กับเสิ่นอวิ๋นซู แล้วมาคบกับเธอแทน

ยิ่งไปกว่านั้น เสิ่นอวิ๋นซิ่วคิดไม่ถึงว่าสวรรค์จะเข้าข้างเธอขนาดนี้ เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อน เธอเพิ่งตรวจพบว่าตัวเองตั้งครรภ์ และแน่นอนว่าเด็กในท้องก็คือลูกของเมิ่งเจวี๋ย

เมื่อสัมผัสได้ว่าเมิ่งเจวี๋ยดูเหมือนจะเริ่มลังเล คิดอยากจะตัดขาดจากเธอแล้วนำเรื่องทั้งหมดไปสารภาพกับเสิ่นอวิ๋นซูเพื่อขอความเมตตาให้อภัย

เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็ตระหนักได้ว่า เธอต้องรีบผูกมัดเมิ่งเจวี๋ยไว้ข้างกายให้แน่นหนาที่สุดโดยเร็ว

ดังนั้น เธอจึงบอกเรื่องที่ตัวเองตั้งท้องลูกของเขาให้เมิ่งเจวี๋ยรู้

เธอรู้ดีว่า คนที่หัวอ่อน คิดอะไรตื้นๆ และมีศีลธรรมในใจสูงอย่างเมิ่งเจวี๋ย จะต้องยอมจำนนในครั้งนี้อย่างแน่นอน

และในความเป็นจริงก็เป็นเช่นนั้น เมิ่งเจวี๋ยยอมจำนนจริงๆ

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องแทรกซ้อน และเพื่อเป็นการยั่วโมโหเสิ่นอวิ๋นซู ทางที่ดีที่สุดคือยั่วให้โรคหัวใจกำเริบจนตายไปเลย วันนี้เสิ่นอวิ๋นซิ่วจึงจงใจพาเมิ่งเจวี๋ยไปที่สำนักงานเขต เพื่อให้เสิ่นอวิ๋นซูเป็นคนจดทะเบียนสมรสให้กับพวกเขาทั้งสองคน

ตอนนั้น พอเห็นสีหน้าที่พังทลายและสิ้นหวังของเสิ่นอวิ๋นซูเมื่อรู้ว่าเธอกับเมิ่งเจวี๋ยคบกันแถมยังจะมาจดทะเบียนสมรส

เสิ่นอวิ๋นซิ่วในตอนนั้นรู้สึกได้ใจเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะตอนที่เห็นเสิ่นอวิ๋นซูเอามือกุมหน้าอก สีหน้าซีดเผือดแล้วหาข้ออ้างไปเข้าห้องน้ำ เธอยิ่งรู้สึกว่าเป้าหมายของตัวเองใกล้จะสำเร็จแล้ว เสิ่นอวิ๋นซูคงจะโรคหัวใจกำเริบแน่ๆ

ทว่าในขณะที่เธอกำลังตั้งตารอให้เสิ่นอวิ๋นซูโรคหัวใจกำเริบและตายไปนั้น เสิ่นอวิ๋นซูที่กลับออกมาอีกครั้งกลับดูเปลี่ยนไป

หลังจากนั้น แม้ว่าอีกฝ่ายจะยอมจดทะเบียนสมรสให้เธอกับเมิ่งเจวี๋ย แต่กลับเปิดโปงเรื่องราวของเธอกับเมิ่งเจวี๋ยกลางสำนักงานเขต ต่อหน้าผู้คนมากมายเสียอย่างนั้น

ท้ายที่สุด ทุกคนต่างก็รุมประณามเธอกับเมิ่งเจวี๋ย จนพวกเขาสองคนต้องหนีเตลิดออกมาอย่างทุลักทุเล

หลังจากออกมาจากสำนักงานเขต เมิ่งเจวี๋ยก็ทิ้งเธอไว้กลางทางแล้วหนีไปที่โรงงานอาหารทันที

เมื่อไม่มีทางเลือก เสิ่นอวิ๋นซิ่วจึงทำได้เพียงกลับไปทำงานที่ห้างสรรพสินค้า

เพียงแต่ตลอดทั้งวัน สภาพจิตใจของเธอไม่สู้ดีนัก

มาตอนนี้ กว่าจะเลิกงานและกลับมาถึงลานบ้านรวมได้ สายตาแปลกๆ ของเพื่อนบ้านที่มองมาที่เธอก็ทำเอาเธอรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว ไหนจะเสียงซุบซิบนินทานั่นอีก ต้องกำลังนินทาเธออยู่แน่ๆ โชคดีที่หูของเธอดีมาก พอเดินเข้าไปใกล้หน่อย เธอก็ได้ยินบทสนทนาเหล่านั้นอย่างชัดเจน

"เสิ่นอวิ๋นซิ่วคนนี้หน้าไม่อายเกินไปแล้วนะ แย่งแฟนของลูกพี่ลูกน้องตัวเองไม่พอ ยังกล้าวิ่งไปเย้ยเขาถึงที่อีก ทำเกินไปแล้วจริงๆ"

"ก็เหยาชุ่ยอวี้กับครอบครัวเสิ่นเหลาเยาไม่ใช่คนดีอะไรอยู่แล้วนี่ ตอนที่พ่อแม่ของอวิ๋นซูยังมีชีวิตอยู่ ก็ชอบไปเอาเปรียบบ้านเขาตลอด ต่อมาพี่ชายกับพี่สะใภ้พลีชีพในหน้าที่ ถ้าไม่ได้ผู้เฒ่าเสิ่นคอยปกป้อง ยัยหนูอวิ๋นซูคงโดนสองผัวเมียนั่นปอกลอกกลืนกินทั้งเป็นไปนานแล้ว" (เหยาชุ่ยอวี้และเสิ่นเหลาเยาก็คือพ่อแม่ของเสิ่นอวิ๋นซิ่ว)

อยู่ในลานบ้านรวมเดียวกัน แถมยังใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาตั้งหลายปี ทุกคนต่างก็มีสายตาที่เฉียบแหลม จะไม่รู้ธาตุแท้ของคนสองคนนี้ได้อย่างไร

"ฉันว่าแล้วเชียวว่าก่อนหน้านี้เสิ่นอวิ๋นซิ่วยังไม่มีงานทำ จู่ๆ จะไปได้งานพนักงานขายที่ห้างสรรพสินค้ามาได้ยังไง นั่นมันห้างสรรพสินค้าเชียวนะ เงินเดือนก็สูง สวัสดิการก็ดีจะตาย คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นการไปหลอกลวงแย่งชิงมาจากอวิ๋นซู แต่นั่นมันงานที่โรงงานชดเชยให้ลูกสาวหลังจากที่พ่อแม่เขาพลีชีพเลยนะ เสิ่นอวิ๋นซิ่วชิงมาหน้าตาเฉยได้ยังไง ไม่กลัวสองผัวเมียเสิ่นเหลาต้ามาตามคิดบัญชีตอนเที่ยงคืนหรือไงกัน"

"อวิ๋นซูน่าสงสารเกินไปแล้ว พ่อแม่ก็มาพลีชีพเพื่อปกป้องทรัพย์สินของโรงงาน ตัวอวิ๋นซูเองก็ป่วยเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว ตอนที่รู้ว่าเสียพ่อแม่ไป อาการก็กำเริบหนักจนแทบจะตามพ่อแม่ไปอีกคน ถ้าไม่ได้คุณปู่เสิ่นคอยปกป้องดูแล ป่านนี้อวิ๋นซูคงไม่รอดแล้ว ต่อมาคุณปู่เสิ่นก็มาจากไปอีก เสิ่นอวิ๋นซูก็เหมือนตายทั้งเป็นไปแล้วครึ่งหนึ่ง มาตอนนี้ แฟนที่คบกันมาดีๆ ยังมาหักหลังหนีไปแต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องตัวเองอีก ไม่รู้ว่าในใจอวิ๋นซูจะปวดร้าวขนาดไหน ไม่ได้การแล้ว ช่วงนี้ถ้าพวกเราพอมีเวลาว่าง ต้องหมั่นแวะไปดูอวิ๋นซูที่บ้านบ้างนะ ขืนปล่อยให้อยู่คนเดียวเกิดเสียใจจนโรคหัวใจกำเริบขึ้นมาจะทำยังไง"

"ใช่ๆ ต้องทำแบบนั้นแหละ"

"แต่เมื่อกี้อวิ๋นซูพาแฟนใหม่กลับมาด้วย พวกเธอเห็นกันไหม ได้ยินว่าเป็นคู่หมั้นที่ผู้เฒ่าเสิ่นหมั้นหมายไว้ให้ด้วยนะ"

"พูดจาเหลวไหล นั่นมันคู่หมั้นที่ผู้เฒ่าเสิ่นหมั้นหมายให้เสิ่นอวิ๋นซิ่วชัดๆ ป้าจางบอกว่า เสิ่นอวิ๋นซิ่วไม่ถูกใจจี้หวยหนานคนที่คุณปู่เสิ่นหาให้ ก็เลยไปแย่งเมิ่งเจวี๋ยลูกชายผู้อำนวยการโรงงานอาหารมา แล้วก็โยนการหมั้นหมายที่ตัวเองไม่เอาแล้วไปให้เสิ่นอวิ๋นซูแทน"

"ฉันว่านะ พวกเขามันร้ายกาจเกินไปแล้ว คงเห็นว่าอวิ๋นซูรังแกง่ายล่ะสิ ถึงได้ทำเรื่องพรรค์นี้ออกมาได้ ช่างไร้จิตสำนึกจริงๆ"

"ยังไงก็ต้องกลับไปเตือนคนแก่กับเด็กๆ ที่บ้านนะ ว่าอย่าไปสุงสิงกับครอบครัวเสิ่นเหลาเยาให้มากนัก ไม่งั้นจะโดนพวกมันหลอกใช้เอาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้"

"นั่นสิ เมื่อก่อนฉันก็มองว่าเสิ่นอวิ๋นซิ่วคนนี้ก็เป็นเด็กดีใช้ได้คนหนึ่ง แต่พอดูตอนนี้สิ เหอะ"

…

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ยังคงดำเนินต่อไป ทว่าสีหน้าของเสิ่นอวิ๋นซิ่วกลับซีดเผือดไปนานแล้ว

เสิ่นอวิ๋นซิ่วคิดไม่ถึงเลยว่า เรื่องของเธอกับเมิ่งเจวี๋ย รวมไปถึงเรื่องที่โยนการหมั้นหมายไปให้เสิ่นอวิ๋นซู จะแพร่กระจายไปทั่วลานบ้านรวมเร็วขนาดนี้

เห็นได้ชัดว่า ทุกคนต่างก็ยืนอยู่ข้างเสิ่นอวิ๋นซูกันหมด และความประทับใจที่พวกเขามีต่อเธอ รวมถึงครอบครัวของเธอ ก็ตกต่ำลงจนถึงขีดสุด

เสิ่นอวิ๋นซิ่วรู้ดีว่า ชื่อเสียงของเธอในลานบ้านรวมแห่งนี้ ถือว่าป่นปี้ไม่มีชิ้นดีแล้ว

นี่คงเป็นการคิดบัญชีที่เสิ่นอวิ๋นซูพูดกับเธอเมื่อเช้านี้สินะ

เพื่อทำลายชื่อเสียงของเธอ... ใช่แล้ว ตอนนั้นป้าจางก็อยู่ในสำนักงานเขตด้วยนี่นา

และป้าจางคนนั้น ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นคนปากสว่างและชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านที่สุดในลานบ้านรวมแห่งนี้

เรื่องพวกนี้ ป้าจางต้องเป็นคนเอามาปล่อยข่าวแน่ๆ!

เสิ่นอวิ๋นซิ่วรู้สึกเคียดแค้นป้าจางและพวกคนปากหอยปากปูเหล่านี้จนถึงขีดสุด แต่เธอก็รู้ดีว่าสิ่งที่พวกเขาพูดล้วนเป็นความจริง เธอจึงไม่มีทางตอบโต้หรือหาข้ออ้างใดๆ มาแก้ตัวได้เลย