LNCrawler

ความแค้นจากชาติก่อน

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

ความแค้นจากชาติก่อน

"แน่นอนสิ ตระกูลเมิ่งรวยขนาดนั้น ต้องไม่ขาดเงิน 5,000 หยวนหรอก บ้านเราเลี้ยงดูลูกมาจนโตป่านนี้ เงิน 5,000 หยวนนับเป็นอะไรได้ อีกอย่าง อีกไม่กี่ปีน้องชายคนเล็กของลูกก็ต้องแต่งเมียแล้ว จริงสิ แม่ได้ยินมาว่าบ้านตระกูลเมิ่งมีทั้งทีวีทั้งตู้เย็นเลยนะ พวกเขาจะขาด ‘ของสี่อย่าง’ ไปได้ยังไง? อ้อ แค่ของสี่อย่างมันจะไปพออะไร ต้องเพิ่มทีวีกับตู้เย็นไปด้วย ซิ่วซิ่วเอ๊ย ลูกอย่าลืมไปคุยกับเมิ่งเจวี๋ยล่ะ"

เสิ่นอวิ๋นซิ่วฟังแล้วยิ่งรู้สึกรันทดใจ

แม่ของเธอไม่เคยนึกถึงใจเธอเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่คิดบ้างเลยหรือว่าการขูดรีดอย่างหน้าไม่อายและโลภมากขนาดนี้ เมิ่งเจวี๋ยกับคนตระกูลเมิ่งจะมองเธออย่างไร

เสิ่นอวิ๋นซิ่วถึงกับรู้สึกว่า คนอย่างแม่และคนในครอบครัวนี้ ต่อให้เธอแต่งงานกับเมิ่งเจวี๋ยไปแล้ว ก็จะต้องกลายเป็นปลิงดูดเลือด คอยสูบเอาผลประโยชน์ทุกอย่างจากตัวเธอไปจนหมดตัวแน่ๆ

เธอเป็นเพียงแค่เครื่องมือในการหาผลประโยชน์ของพวกเขาเท่านั้นเอง

แน่นอนว่าความคิดของเสิ่นอวิ๋นซิ่ว เหยาชุ่ยอวี้ไม่มีทางล่วงรู้

แม้ว่าตั้งแต่เมื่อสองเดือนก่อน ตอนที่ซิ่วซิ่วฟื้นจากไข้ บางครั้งแววตาที่มองพวกเขามันจะดูแปลกๆ ไปบ้าง แต่เหยาชุ่ยอวี้ก็ยังรู้สึกว่าลูกสาวคนนี้ยังอยู่ในการควบคุมของตัวเองอย่างเบ็ดเสร็จ

ดังนั้น พอเห็นเสิ่นอวิ๋นซิ่วไม่ตอบ หล่อนก็ตู่เอาเองว่าลูกสาวตกลงแล้ว

หล่อนพูดต่อไปว่า "จริงสิ ในเมื่อลูกก็จะแต่งเข้าตระกูลเมิ่งแล้ว งั้นงานของลูก... รีบโอนให้พี่สะใภ้ซะเถอะ รอพี่สะใภ้คลอดลูก อยู่เดือนเสร็จ ก็จะได้ไปทำงานได้เลย จะได้ไม่ต้องให้พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้มาคอยบ่นกรอกหูแม่บ่อยๆ ไม่งั้นพี่สะใภ้ลูกก็เอาแต่ยุยงให้พี่ใหญ่แกย้ายกลับไปอยู่บ้านแม่ยาย ลูกผู้ชายจะไปอยู่บ้านแม่ยายได้ยังไงล่ะ ไม่ใช่ลูกเขยแต่งเข้าบ้านผู้หญิงสักหน่อย ส่วนตัวลูกน่ะ พ่อสามีลูกเป็นถึงผู้อำนวยการโรงงานอาหาร ถึงตอนนั้นก็ให้เขาจัดหางานใหม่ให้สิ"

"ให้เหรอ ให้ฉันยกให้ฟรีๆ น่ะเหรอคะ"

"ฟรีอะไรกัน นั่นพี่สะใภ้แท้ๆ ของแกนะ!" เหยาชุ่ยอวี้ตวาดใส่เสิ่นอวิ๋นซิ่วไปประโยคหนึ่ง

"ฉันไม่สนหรอกว่าพี่สะใภ้แท้ๆ อะไร ถ้าอยากได้ ก็ได้ค่ะ... เอาเงินมาซื้อสิ งานพนักงานขายในห้างสรรพสินค้า อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีค่าสัก 800 หยวนล่ะนะ" เสิ่นอวิ๋นซิ่วพูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ

งานพนักงานขายห้างสรรพสินค้าดีแค่ไหน ใครๆ ก็รู้

ไม่อย่างนั้น ตอนแรกพวกเขาคงไม่หาวิธีหลอกลวงแย่งงานนี้มาจากเสิ่นอวิ๋นซูหรอก

ในชาติก่อน เธอถูกคนบ้านเดิมหลอกล่อ จนยอมยกงานนี้ให้พี่สะใภ้ไปฟรีๆ

แต่แล้วหลังจากนั้นพวกเขากลับปฏิบัติต่อเธอยังไงล่ะ

ตอนนี้จะมาให้เธอยกให้ฟรีๆ อีกเหรอ

ไม่มีทาง!

ถ้าไม่ติดว่าเดือนตุลาคมปีนี้จะมีการฟื้นฟูการสอบเข้ามหาวิทยาลัย (เกาเข่า) แล้วเธอตั้งใจจะไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยพร้อมกับเมิ่งเจวี๋ยล่ะก็ งานพนักงานขายห้างสรรพสินค้านี้ เธอไม่มีทางขายออกไปง่ายๆ แน่

"เสิ่นอวิ๋นซิ่ว แกพูดอะไรนะ แกจะให้พี่สะใภ้ซื้อต่องานของแกงั้นเหรอ!" ราวกับไม่อยากเชื่อว่าลูกสาวที่เคยว่านอนสอนง่ายมาตลอดจะพูดจาเหลวไหลเช่นนี้ เหยาชุ่ยอวี้ถึงกับร้องเสียงหลง

เสียงร้องของหล่อน ทำให้เสิ่นเป่าเซิ่งกับหลี่ว์อวี้จ่าวที่อยู่ในห้องทะลุพรวดออกมาทันที

แม้แต่พ่อเสิ่นที่กำลังสูบบุหรี่ฟังวิทยุอยู่ ก็ยังชะงักและหันขวับมามอง

หลี่ว์อวี้จ่าวเดินตรงมาที่หน้าประตูห้องครัว แอ่นหน้าท้องที่นูนป่อง เอามือเท้าสะเอวแล้วคาดคั้น "เสิ่นอวิ๋นซิ่ว เมื่อกี้แกพูดว่าไงนะ แกจะให้ฉันจ่ายเงิน 800 หยวนซื้องานของแกงั้นเหรอ ทำไมแกถึงได้โลภมากไม่รู้จักพอแบบนี้!"

จากนั้นก็หันขวับไปมองเสิ่นเป่าเซิ่งกับเหยาชุ่ยอวี้ที่อยู่ข้างๆ "ตอนที่พวกคุณมาสู่ขอฉันแต่งงานเข้าบ้าน บอกไว้ชัดเจนว่ารอให้เสิ่นอวิ๋นซิ่วแต่งงานออกไปเมื่อไหร่ จะยกงานของหล่อนให้ฉัน ตอนนั้นเรื่องนี้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร พวกคุณก็เซ็นชื่อไว้ด้วย ทำไมตอนนี้พอเห็นฉันท้องใกล้จะคลอด ก็คิดจะเบี้ยวกันงั้นเหรอ?!"

"ได้! ถ้าอย่างนั้น เด็กในท้องนี่ ฉันก็จะพากลับบ้านตระกูลหลี่ว์ของฉันไปเลย!"

"ไม่ๆ ไม่ใช่อย่างนั้นนะ อวี้จ่าวเอ๊ย เธออย่าไปฟังซิ่วซิ่วพูดจาเหลวไหล งานนี้ตั้งใจจะยกให้เธอฟรีๆ อยู่แล้ว" พอได้ยินว่าหลี่ว์อวี้จ่าวจะพาหลานชายในท้องกลับบ้าน เหยาชุ่ยอวี้ก็ร้อนใจ รีบถลันเข้าไปปลอบโยน

"เมียจ๋า แม่พูดถูกแล้ว งานนี้ต้องเป็นของเธอแน่นอน" เสิ่นเป่าเซิ่งถูกหลี่ว์อวี้จ่าวปราบจนอยู่หมัดมาตั้งนานแล้ว ย่อมต้องเข้าข้างภรรยาอยู่แล้ว

อีกอย่าง งานนี้ถ้ายกให้เมียเขา มันก็กลายเป็นของพวกเขา แต่ถ้าเป็นของเสิ่นอวิ๋นซิ่ว ต่อให้เสิ่นอวิ๋นซิ่วจะเป็นน้องสาวแท้ๆ แต่สุดท้ายน้องสาวก็ต้องแต่งงานออกไป กลายเป็นคนของบ้านอื่นอยู่ดี

เสิ่นเหลาเยาก็เดินหน้าดำคร่ำเครียดเข้ามา ถลึงตาใส่เสิ่นอวิ๋นซิ่ว สายตาเต็มไปด้วยการตำหนิอย่างรุนแรง "ซิ่วซิ่ว แกเป็นอะไรไป เรื่องนี้เราตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่รึไง ทำไมตอนนี้แกถึงมาหน้าเงินกับพวกเรา แกตกหน้าต่างเงินตายหรือไง?"

"ซิ่วซิ่ว รีบขอโทษพี่สะใภ้แกเดี๋ยวนี้เลยนะ แล้วภายในวันสองวันนี้ก็ไปทำเรื่องโอนงานให้พี่สะใภ้ซะ! แกนี่นะ... บ้านเมิ่งจะดีแค่ไหน แต่เกิดเป็นลูกผู้หญิง ก็ยังต้องมีคนบ้านเดิมคอยหนุนหลัง คนบ้านสามีถึงจะไม่กล้ารังแกแกเข้าใจไหม" เหยาชุ่ยอวี้พูดเกลี้ยกล่อมราวกับปรารถนาดี ทุกถ้อยคำดูเหมือนจะคิดเผื่อลูกสาวทั้งนั้น

แต่เสิ่นอวิ๋นซิ่วรู้ดีว่า ในชาติก่อน ตั้งแต่ต้นจนจบ ในตอนที่เธอตกต่ำและต้องการความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ หรือพี่ชาย พี่สะใภ้ น้องชาย ทุกคนไม่เคยยื่นมือเข้าช่วยเธอเลยสักคน มีแต่การเมินเฉย ถึงขั้นกลัวว่าจะติดเสนียดจากเธอด้วยซ้ำ

เสิ่นอวิ๋นซิ่วเอ๊ย เสิ่นอวิ๋นซิ่ว... ชาติก่อนแกก็เห็นธาตุแท้ของคนพวกนี้หมดแล้ว ชาตินี้แกจะยังมาเสแสร้งทำดีกับพวกเขาไปทำไมกัน ทำไปก็มีแต่จะรังเกียจตัวเอง ทำให้ตัวเองคลื่นไส้เปล่าๆ

เสิ่นอวิ๋นซิ่วมองดูครอบครัวที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ชั่วขณะหนึ่ง เธอรู้สึกว่าภาพตรงหน้ามันซ้อนทับกับภาพตอนที่เธอถูกไล่ตะเพิดออกมาท่ามกลางพายุฝนในชาติก่อนไม่มีผิด

เดิมทีตั้งใจว่าจะอดทนไปก่อน รอให้แต่งเข้าบ้านเมิ่งแล้วค่อยแตกหักกับคนพวกนี้ แต่ตอนนี้เธอทนเก็บความโกรธเกรี้ยวและความแค้นที่ฝังลึกอยู่ในใจไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

พลั่ก!

เสิ่นอวิ๋นซิ่วปาผักที่กำลังเด็ดอยู่ในมือ รวมถึงตะกร้าผักลงกับพื้นอย่างแรง

พริบตาเดียว ผักก็กระเด็นกระจุยกระจายเต็มพื้น ตะกร้าผักกระแทกพื้นจนเกิดเสียงดังลั่น

การกระทำที่กะทันหันนี้ ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ชะงักงันไปทันที

เสิ่นอวิ๋นซิ่วเงยหน้าขึ้น สีหน้าบึ้งตึง สายตาเย็นเยียบกวาดมองทุกคนตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวว่า "ในเมื่อพวกคุณหน้าไม่อายกันขนาดนี้ งั้นฉันก็จะขอฉีกหน้ากากพวกคุณออกมาเอง"

เธอหันไปจ้องเหยาชุ่ยอวี้ "ไม่ว่าตระกูลเมิ่งจะให้สินสอดมาเท่าไหร่ เงินสินสอดกับของสี่อย่างต้องเป็นของฉัน ฉันจะไม่ทิ้งไว้ที่นี่แม้แต่หยวนเดียว แม่ก็ไม่ต้องมาขอฉันด้วย อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าในใจแม่มีแค่พี่ใหญ่กับน้องเล็ก ลูกสาวอย่างฉันก็เป็นแค่เครื่องมือหาเงินของแม่เท่านั้นแหละ ถ้าแม่คิดเผื่อฉันสักนิด วันนี้แม่คงไม่พูดคำพูดพวกนี้ออกมาหรอก"

"แล้วอีกอย่าง ฉันแต่งกับเมิ่งเจวี๋ย พ่อของเขาเป็นผู้อำนวยการโรงงานอาหารก็จริง แต่เขาก็ไม่ได้มีอำนาจจะแจกจ่ายตำแหน่งงานให้ใครต่อใครได้ตามใจชอบ แม่จะให้ฉันแต่งปุ๊บก็ไปทวงงานจากพ่อสามีเพื่อเอามาให้พี่ชายสวะของฉันงั้นเหรอ พวกคุณเอาความมั่นหน้ามาจากไหนกัน เคยคิดบ้างไหมว่าถ้าฉันไปหน้าด้านของานแบบนี้ คนตระกูลเมิ่งจะมองฉันยังไง แล้ววันข้างหน้าฉันจะมีจุดยืนในบ้านนั้นยังไง"

"เสิ่นอวิ๋นซิ่ว แกวอนโดนซะแล้ว! แกกล้าด่าฉันแบบนี้เหรอ!" พอคำว่า 'สวะ' ถูกโยนใส่หัว เสิ่นเป่าเซิ่ง พี่ชายคนโตของเสิ่นอวิ๋นซิ่วก็โกรธจัดจนควันออกหู ทำท่าจะง้างมือเข้ามาตบเสิ่นอวิ๋นซิ่วทันที

"ฉันพูดผิดตรงไหน แกมันก็แค่ไอ้สวะที่หางานทำไม่ได้ วันๆ เอาแต่เดินเตร็ดเตร่ไปมาเหมือนพวกอันธพาลไม่ใช่หรือไง!"