รางวัลภารกิจ : พลังอ่านใจ?
รางวัลภารกิจ : พลังอ่านใจ?
เจ้าของร่างเดิมเรียนจบชั้นมัธยมปลายด้วยผลการเรียนที่ยอดเยี่ยม
ส่วนตัวเสิ่นอวิ๋นซูในชาติก่อนก็เป็นถึงนักศึกษาปริญญาโทที่ได้รับทุนการศึกษายอดเยี่ยมอันดับหนึ่งระดับประเทศมาอย่างต่อเนื่อง เรื่องการเรียนย่อมไม่เป็นสองรองใคร
เสิ่นอวิ๋นซูคิดว่า หากเธอต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพียงแค่ไปหาหนังสือเรียนชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายของยุคนี้มาทบทวนสักหน่อย ก็น่าจะสอบติดได้อย่างสบายๆ
แต่ทว่า…
"อยากได้วุฒิการศึกษา แต่ไม่อยากไปนั่งเรียนนี่สิ" เสิ่นอวิ๋นซูทอดถอนใจ
ในชาติก่อน เธอต้องทนเรียนหนังสือมาเกือบยี่สิบปีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อทะลุมิติมา เธอจึงไม่อยากจะกลับไปใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนอีกแล้ว
กว่าเธอจะเรียนจบและได้เข้าไปฝึกงานในชาติก่อนก็แทบรากเลือด
แต่ตอนนี้พอทะลุมิติมา เธอกลับต้องการทั้งวุฒิการศึกษาและหน้าที่การงาน
ก่อนทะลุมิติ เธอเรียนจบสายการแปลภาษาต่างประเทศ สามารถสื่อสารได้ถึง 8 ภาษา แถมเรียนจบปริญญาโทแล้วยังได้เข้าไปฝึกงานในแผนกแปลภาษาของกระทรวงการต่างประเทศอีกด้วย
ตอนนี้เมื่อทะลุมิติมาแล้ว เสิ่นอวิ๋นซูก็ยังอยากจะเจริญรอยตามสายอาชีพเดิมของเธอ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่มีการฟื้นฟูการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทั้งประเทศ โรงเรียน และสังคม จะต้องการบุคลากรที่มีความสามารถด้านการแปลภาษาต่างประเทศเป็นจำนวนมาก
อีกอย่าง ต่อให้แต่งงานกับจี้หวยหนานแล้ว เธอก็ไม่คิดจะลาออกจากงานแล้วปล่อยให้จี้หวยหนานเลี้ยงดูเพียงอย่างเดียวหรอกนะ
"เอาเป็นว่า ชาตินี้ฉันลองเบนเข็มไปเป็นครูสอนภาษาต่างประเทศก่อนดีไหมนะ" เสิ่นอวิ๋นซูพึมพำกับตัวเอง
อาชีพครู เป็นอาชีพที่เธอค่อนข้างชอบอยู่พอสมควร
ทางที่ดีก็เป็นครูสอนมัธยมปลายไปเลย
และเมื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยฟื้นฟูกลับมาในเดือนตุลาคม ก็จะมีคนหันมาเรียนหนังสือกันมากขึ้น ความต้องการครูตามโรงเรียนต่างๆ ก็จะพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะครูสอนภาษาต่างประเทศ
"การสอบเข้ามหาวิทยาลัยในช่วงแรกๆ จะสอบภาษาต่างประเทศคือภาษารัสเซีย หลังจากนั้นถึงจะเปลี่ยนมาสอบภาษาอังกฤษ"
บังเอิญว่าทั้งสองภาษานี้ เธอรู้ซึ้งและเชี่ยวชาญเป็นอย่างดี ดีไม่ดีอาจจะรู้ลึกกว่าคนในยุคนี้เสียอีก
เธอมั่นใจว่า หากเธอเป็นครู เธอจะสามารถช่วยให้นักเรียนสอบได้คะแนนดีได้อย่างแน่นอน
"เอาล่ะ รออีกสักพัก ค่อยไปสมัครเป็นครูที่โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งสู่กวงก็แล้วกัน"
โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งสู่กวง เป็นโรงเรียนรัฐบาลที่เปิดสอนทั้งระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย โรงเรียนแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของครูผู้สอนหรืออุปกรณ์การเรียนการสอน ล้วนอยู่ในระดับธรรมดา หรือจะพูดให้ถูกก็คือค่อนข้างแย่ด้วยซ้ำ
ความจริงแล้ว หากมีสิทธิ์เลือก เสิ่นอวิ๋นซูไปเลือกโรงเรียนระดับแนวหน้าจะดีกว่า
แต่เสิ่นอวิ๋นซูไม่ต้องการแบบนั้น
เธอไม่ได้ใส่ใจหรอกว่าจะต้องเป็นโรงเรียนแบบไหน
เหตุผลที่เธอเลือกโรงเรียนแห่งนี้ ก็เพราะมันคือโรงเรียนเก่าของเจ้าของร่างเดิม
ในความทรงจำ ตอนที่เจ้าของร่างเดิมเรียนอยู่ที่นี่ ผู้อำนวยการและคุณครูต่างก็ใจดีและคอยดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี
เสิ่นอวิ๋นซูสามารถสัมผัสได้ถึงความปรารถนาลึกๆ ในใจของเจ้าของร่างเดิมจากความทรงจำในอดีต นั่นคือการหวังว่าสักวันหนึ่งเมื่อตนมีความสามารถ จะได้กลับมาตอบแทนโรงเรียนเก่าแห่งนี้
"เอาล่ะ งั้นฉันจะลองสานต่อความปรารถนานั้นให้เธอเองก็แล้วกัน"
ทันทีที่เสิ่นอวิ๋นซูพูดจบ จู่ๆ เสียงระบบก็ดัง 'ติ๊ง' ขึ้นมา
[ กรุณาทำภารกิจ สมัครเป็นครูสอนระดับมัธยมปลายของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งสู่กวง เมื่อทำสำเร็จจะได้รับรางวัล : พลังอ่านใจแบบเห็นภาพเป็นเวลาห้าวัน สามารถอ่านใจใครก็ได้ในรัศมี 10 เมตร โดยความคิดของคนผู้นั้นจะปรากฏเป็นวิดีโอฉายในหัวของโฮสต์ ]
เมื่อเห็นภารกิจนี้ เสิ่นอวิ๋นซูก็หรี่ตาลงเล็กน้อย
ดูเหมือนว่าระบบรักและทุ่มเทในหน้าที่การงานนี้ จะไม่ได้ตายตัวเสมอไปสินะ
ก่อนหน้านี้เธอยังแอบกังวลว่า ในเมื่อตอนนี้เธอทำงานเป็นเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขต ภารกิจในอนาคตที่ระบบมอบหมายจะมีแต่เรื่องจดทะเบียนสมรสอย่างเดียวหรือเปล่า
เพราะภารกิจสองครั้งแรกที่ผ่านมา ล้วนเกี่ยวข้องกับจำนวนคู่รักที่มาจดทะเบียนสมรสทั้งสิ้น
แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้นแล้ว
ภารกิจของระบบจะเปลี่ยนแปลงไปตามหน้าที่การงานของเธอ ส่วนรางวัลที่ได้ก็สุ่มแจกสารพัดอย่าง ไม่รู้ว่าจะมีอะไรบ้าง
พลังอ่านใจงั้นเหรอ แถมยังเป็นแบบเห็นภาพอีกต่างหาก
อันนี้แอบเข้าใจยากอยู่นะ
หรือหมายความว่า พอเธออ่านใจใคร ความคิดของคนคนนั้นก็จะฉายเป็นภาพวิดีโอในหัวเธอเลยงั้นเหรอ
อย่างนั้นสินะ
ก็ฟังดูไม่เลวเลยแฮะ
ในเมื่อระบบมอบภารกิจมาให้แล้ว งั้นเรื่องที่จะไปสมัครเป็นครูที่โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งสู่กวงในอนาคต ก็ถือเป็นอันตกลง
เสิ่นอวิ๋นซูตั้งใจว่าจะไปสมัครหลังจากแต่งงานกับจี้หวยหนานแล้ว
ก่อนหน้านั้น เสิ่นอวิ๋นซูมีแผนการอื่นเตรียมไว้ นอกจากการทำงานเป็นเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตต่อไปแล้ว เธอยังตั้งใจจะไปเดินดูที่ร้านหนังสือซินหัวด้วย
เผื่อว่าจะหางานแปลภาษามาทำได้บ้าง
ไม่ใช่ว่าตอนนี้เธอขัดสนเงินทองอะไรหรอกนะ แต่เป็นเพราะในยุคนี้ บุคลากรด้านการแปลภาษาค่อนข้างขาดแคลน ในเมื่อเธอมีความสามารถด้านนี้ ก็ควรจะช่วยเหลือสังคมบ้าง
แน่นอนว่าเสิ่นอวิ๋นซูไม่ได้หลงตัวเองจนเกินไป เธอจึงตั้งใจจะหาเวลาไปหยั่งเชิงดูทิศทางลมก่อน
เสิ่นอวิ๋นซูเรียบเรียงสิ่งที่ต้องทำต่อไปในหัว
อย่างแรกเลยคือ ต้องรีบทำภารกิจที่สองที่ระบบมอบหมายให้เสร็จภายในวันสองวันนี้ นั่นคือการจดทะเบียนสมรสให้ครบ 10 คู่ วันนี้เพิ่งทำไปได้แค่ 2 คู่ ยังขาดอีก 8 คู่
ต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จเท่านั้น เธอถึงจะได้รับไอเทมเพิ่มค่าความรู้สึกดี 30% มาครอบครอง
รางวัลชิ้นแรก เธอตั้งใจจะนำไปใช้กับว่าที่แม่สามีในอนาคต ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ต้องรีบร้อน
ส่วนรางวัลชิ้นที่สอง เธอตั้งใจจะนำไปใช้กับผู้อำนวยการเซียวแห่งโรงงานเหล็กกล้า ที่เธอมีแผนจะไปพบในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
นอกจากการทำภารกิจนี้แล้ว เธอยังต้องหาเวลาไปตีสนิทกับเพื่อนบ้านในลานบ้านรวมที่พอจะคุยกันได้ เพื่อเกลี้ยกล่อมให้พวกเขาร่วมลงชื่อในจดหมายของเธอด้วย
ด้วยวิธีนี้ จดหมายของเธอจะมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือมากขึ้น
เมื่อคิดแผนการได้ดังนี้ ความหนักอึ้งในใจของเสิ่นอวิ๋นซูก็เบาบางลง
จากนั้นเธอก็เดินเข้าครัว หยิบบะหมี่เส้นแบนและไข่ไก่ออกมาจากตู้กับข้าว มื้อเย็นวันนี้เธอตั้งใจจะทำบะหมี่ไข่กินง่ายๆ
ก่อนหน้านี้ ตอนที่คุณปู่เสิ่นยังมีชีวิตอยู่ เจ้าของร่างเดิมก็อาศัยอยู่กับคุณปู่มาตลอด
คุณปู่จะทำมื้อเย็นเตรียมไว้รอ และกินพร้อมกับหลานสาวทุกวัน
แต่หลังจากที่คุณปู่จากโลกนี้ไป ภายในบ้านที่กว้างขวางแห่งนี้ก็เหลือเพียงเจ้าของร่างเดิมเพียงคนเดียว
เธอต้องทำกับข้าวกินเอง และนั่งกินข้าวเพียงลำพัง
ยามว่าง ก็ไม่มีใครให้พูดคุยด้วยเลยแม้แต่คนเดียว
บ้านทั้งหลังว่างเปล่าและเงียบเหงาจนน่าใจหาย
นี่อาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมเจ้าของร่างเดิมถึงได้มีความผูกพันกับเมิ่งเจวี๋ยลึกซึ้งขนาดนั้น
หลังจากที่คุณปู่จากไป คนเพียงคนเดียวที่เธอสามารถพึ่งพาและฝากความรู้สึกไว้ได้ ก็คือเมิ่งเจวี๋ย เพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกัน และตกลงปลงใจเป็นคนรักกัน
และนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมการทรยศของเมิ่งเจวี๋ยในวันนี้ จึงทำให้โรคหัวใจของเจ้าของร่างเดิมกำเริบจนถึงแก่ความตาย
เพราะมันยากเกินกว่าจะเชื่อ และมันก็สร้างความเจ็บปวดจนเกินกว่าที่เธอจะรับไหว
"เมิ่งเจวี๋ยกับเสิ่นอวิ๋นซิ่ว กลายเป็นฆาตกรที่ฆ่าเจ้าของร่างเดิมทางอ้อมไปซะแล้ว"
อันที่จริง ไม่ว่าจะมองจากมุมมองในนิยายทั้งเรื่อง หรือจากความทรงจำในอดีตของเจ้าของร่างเดิมก็ตาม
ตัวตนของเมิ่งเจวี๋ยไม่ได้มีข้อเสียอะไรที่ร้ายแรงนัก
เขามีรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาสุภาพ นิสัยดี อ่อนโยน แถมยังเป็นหัวหน้าแผนกในโรงงานอาหาร พูดตามตรง เมิ่งเจวี๋ยถือว่าเป็นคนดีคนหนึ่งเลยทีเดียว
แต่เขากลับมีข้อเสียที่ร้ายแรงที่สุด นั่นคือความอ่อนแอ ไม่รู้จักต่อสู้หรือตอบโต้ และมีเส้นแบ่งทางศีลธรรมที่สูงเกินไป
นี่คือสาเหตุที่ทำให้เขาถูกเสิ่นอวิ๋นซิ่วและแม่ของเขาเองวางแผนรวบหัวรวบหางได้สำเร็จ
"ก็ให้ฉันรอดูแล้วกัน ว่าหลังจากนี้ชีวิตพวกเธอสองคนจะเป็นยังไง"
ระบบเคยบอกไว้ว่า นับตั้งแต่วินาทีที่เธอทะลุมิติเข้ามา นิยายเรื่องนี้ก็กลายเป็นโลกแห่งความเป็นจริงไปแล้ว ตัวละครทุกตัวจะตื่นรู้ และไม่ได้ดำเนินชีวิตตามพล็อตเรื่องเดิมเสมอไป
ในตอนที่เธออ่านนิยาย ตอนจบเมิ่งเจวี๋ยได้เป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง และเสิ่นอวิ๋นซิ่วก็สมหวังได้เป็นภรรยามหาเศรษฐี ครอบครัวสมบูรณ์พูนสุข ลูกหลานเต็มบ้าน ระหว่างทางยังได้แก้แค้นตบหน้าพวกตัวร้ายไปนับไม่ถ้วน ตอนที่อ่านมันก็สะใจดีอยู่หรอก
แต่ตอนนี้ ระบบบอกแล้วว่าเหตุการณ์หลังจากนี้จะไม่ดำเนินไปตามพล็อตเรื่องเดิมทั้งหมด
ดังนั้น อนาคตของเสิ่นอวิ๋นซิ่วและเมิ่งเจวี๋ย จะเป็นอย่างไรก็คงคาดเดาไม่ได้แล้วล่ะ