LNCrawler

รางวัลภารกิจ : พลังอ่านใจ?

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

รางวัลภารกิจ : พลังอ่านใจ?

เจ้าของร่างเดิมเรียนจบชั้นมัธยมปลายด้วยผลการเรียนที่ยอดเยี่ยม

ส่วนตัวเสิ่นอวิ๋นซูในชาติก่อนก็เป็นถึงนักศึกษาปริญญาโทที่ได้รับทุนการศึกษายอดเยี่ยมอันดับหนึ่งระดับประเทศมาอย่างต่อเนื่อง เรื่องการเรียนย่อมไม่เป็นสองรองใคร

เสิ่นอวิ๋นซูคิดว่า หากเธอต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพียงแค่ไปหาหนังสือเรียนชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายของยุคนี้มาทบทวนสักหน่อย ก็น่าจะสอบติดได้อย่างสบายๆ

แต่ทว่า…

"อยากได้วุฒิการศึกษา แต่ไม่อยากไปนั่งเรียนนี่สิ" เสิ่นอวิ๋นซูทอดถอนใจ

ในชาติก่อน เธอต้องทนเรียนหนังสือมาเกือบยี่สิบปีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อทะลุมิติมา เธอจึงไม่อยากจะกลับไปใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนอีกแล้ว

กว่าเธอจะเรียนจบและได้เข้าไปฝึกงานในชาติก่อนก็แทบรากเลือด

แต่ตอนนี้พอทะลุมิติมา เธอกลับต้องการทั้งวุฒิการศึกษาและหน้าที่การงาน

ก่อนทะลุมิติ เธอเรียนจบสายการแปลภาษาต่างประเทศ สามารถสื่อสารได้ถึง 8 ภาษา แถมเรียนจบปริญญาโทแล้วยังได้เข้าไปฝึกงานในแผนกแปลภาษาของกระทรวงการต่างประเทศอีกด้วย

ตอนนี้เมื่อทะลุมิติมาแล้ว เสิ่นอวิ๋นซูก็ยังอยากจะเจริญรอยตามสายอาชีพเดิมของเธอ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่มีการฟื้นฟูการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทั้งประเทศ โรงเรียน และสังคม จะต้องการบุคลากรที่มีความสามารถด้านการแปลภาษาต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

อีกอย่าง ต่อให้แต่งงานกับจี้หวยหนานแล้ว เธอก็ไม่คิดจะลาออกจากงานแล้วปล่อยให้จี้หวยหนานเลี้ยงดูเพียงอย่างเดียวหรอกนะ

"เอาเป็นว่า ชาตินี้ฉันลองเบนเข็มไปเป็นครูสอนภาษาต่างประเทศก่อนดีไหมนะ" เสิ่นอวิ๋นซูพึมพำกับตัวเอง

อาชีพครู เป็นอาชีพที่เธอค่อนข้างชอบอยู่พอสมควร

ทางที่ดีก็เป็นครูสอนมัธยมปลายไปเลย

และเมื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยฟื้นฟูกลับมาในเดือนตุลาคม ก็จะมีคนหันมาเรียนหนังสือกันมากขึ้น ความต้องการครูตามโรงเรียนต่างๆ ก็จะพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะครูสอนภาษาต่างประเทศ

"การสอบเข้ามหาวิทยาลัยในช่วงแรกๆ จะสอบภาษาต่างประเทศคือภาษารัสเซีย หลังจากนั้นถึงจะเปลี่ยนมาสอบภาษาอังกฤษ"

บังเอิญว่าทั้งสองภาษานี้ เธอรู้ซึ้งและเชี่ยวชาญเป็นอย่างดี ดีไม่ดีอาจจะรู้ลึกกว่าคนในยุคนี้เสียอีก

เธอมั่นใจว่า หากเธอเป็นครู เธอจะสามารถช่วยให้นักเรียนสอบได้คะแนนดีได้อย่างแน่นอน

"เอาล่ะ รออีกสักพัก ค่อยไปสมัครเป็นครูที่โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งสู่กวงก็แล้วกัน"

โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งสู่กวง เป็นโรงเรียนรัฐบาลที่เปิดสอนทั้งระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย โรงเรียนแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของครูผู้สอนหรืออุปกรณ์การเรียนการสอน ล้วนอยู่ในระดับธรรมดา หรือจะพูดให้ถูกก็คือค่อนข้างแย่ด้วยซ้ำ

ความจริงแล้ว หากมีสิทธิ์เลือก เสิ่นอวิ๋นซูไปเลือกโรงเรียนระดับแนวหน้าจะดีกว่า

แต่เสิ่นอวิ๋นซูไม่ต้องการแบบนั้น

เธอไม่ได้ใส่ใจหรอกว่าจะต้องเป็นโรงเรียนแบบไหน

เหตุผลที่เธอเลือกโรงเรียนแห่งนี้ ก็เพราะมันคือโรงเรียนเก่าของเจ้าของร่างเดิม

ในความทรงจำ ตอนที่เจ้าของร่างเดิมเรียนอยู่ที่นี่ ผู้อำนวยการและคุณครูต่างก็ใจดีและคอยดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี

เสิ่นอวิ๋นซูสามารถสัมผัสได้ถึงความปรารถนาลึกๆ ในใจของเจ้าของร่างเดิมจากความทรงจำในอดีต นั่นคือการหวังว่าสักวันหนึ่งเมื่อตนมีความสามารถ จะได้กลับมาตอบแทนโรงเรียนเก่าแห่งนี้

"เอาล่ะ งั้นฉันจะลองสานต่อความปรารถนานั้นให้เธอเองก็แล้วกัน"

ทันทีที่เสิ่นอวิ๋นซูพูดจบ จู่ๆ เสียงระบบก็ดัง 'ติ๊ง' ขึ้นมา

[ กรุณาทำภารกิจ สมัครเป็นครูสอนระดับมัธยมปลายของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งสู่กวง เมื่อทำสำเร็จจะได้รับรางวัล : พลังอ่านใจแบบเห็นภาพเป็นเวลาห้าวัน สามารถอ่านใจใครก็ได้ในรัศมี 10 เมตร โดยความคิดของคนผู้นั้นจะปรากฏเป็นวิดีโอฉายในหัวของโฮสต์ ]

เมื่อเห็นภารกิจนี้ เสิ่นอวิ๋นซูก็หรี่ตาลงเล็กน้อย

ดูเหมือนว่าระบบรักและทุ่มเทในหน้าที่การงานนี้ จะไม่ได้ตายตัวเสมอไปสินะ

ก่อนหน้านี้เธอยังแอบกังวลว่า ในเมื่อตอนนี้เธอทำงานเป็นเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขต ภารกิจในอนาคตที่ระบบมอบหมายจะมีแต่เรื่องจดทะเบียนสมรสอย่างเดียวหรือเปล่า

เพราะภารกิจสองครั้งแรกที่ผ่านมา ล้วนเกี่ยวข้องกับจำนวนคู่รักที่มาจดทะเบียนสมรสทั้งสิ้น

แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้นแล้ว

ภารกิจของระบบจะเปลี่ยนแปลงไปตามหน้าที่การงานของเธอ ส่วนรางวัลที่ได้ก็สุ่มแจกสารพัดอย่าง ไม่รู้ว่าจะมีอะไรบ้าง

พลังอ่านใจงั้นเหรอ แถมยังเป็นแบบเห็นภาพอีกต่างหาก

อันนี้แอบเข้าใจยากอยู่นะ

หรือหมายความว่า พอเธออ่านใจใคร ความคิดของคนคนนั้นก็จะฉายเป็นภาพวิดีโอในหัวเธอเลยงั้นเหรอ

อย่างนั้นสินะ

ก็ฟังดูไม่เลวเลยแฮะ

ในเมื่อระบบมอบภารกิจมาให้แล้ว งั้นเรื่องที่จะไปสมัครเป็นครูที่โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งสู่กวงในอนาคต ก็ถือเป็นอันตกลง

เสิ่นอวิ๋นซูตั้งใจว่าจะไปสมัครหลังจากแต่งงานกับจี้หวยหนานแล้ว

ก่อนหน้านั้น เสิ่นอวิ๋นซูมีแผนการอื่นเตรียมไว้ นอกจากการทำงานเป็นเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตต่อไปแล้ว เธอยังตั้งใจจะไปเดินดูที่ร้านหนังสือซินหัวด้วย

เผื่อว่าจะหางานแปลภาษามาทำได้บ้าง

ไม่ใช่ว่าตอนนี้เธอขัดสนเงินทองอะไรหรอกนะ แต่เป็นเพราะในยุคนี้ บุคลากรด้านการแปลภาษาค่อนข้างขาดแคลน ในเมื่อเธอมีความสามารถด้านนี้ ก็ควรจะช่วยเหลือสังคมบ้าง

แน่นอนว่าเสิ่นอวิ๋นซูไม่ได้หลงตัวเองจนเกินไป เธอจึงตั้งใจจะหาเวลาไปหยั่งเชิงดูทิศทางลมก่อน

เสิ่นอวิ๋นซูเรียบเรียงสิ่งที่ต้องทำต่อไปในหัว

อย่างแรกเลยคือ ต้องรีบทำภารกิจที่สองที่ระบบมอบหมายให้เสร็จภายในวันสองวันนี้ นั่นคือการจดทะเบียนสมรสให้ครบ 10 คู่ วันนี้เพิ่งทำไปได้แค่ 2 คู่ ยังขาดอีก 8 คู่

ต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จเท่านั้น เธอถึงจะได้รับไอเทมเพิ่มค่าความรู้สึกดี 30% มาครอบครอง

รางวัลชิ้นแรก เธอตั้งใจจะนำไปใช้กับว่าที่แม่สามีในอนาคต ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ต้องรีบร้อน

ส่วนรางวัลชิ้นที่สอง เธอตั้งใจจะนำไปใช้กับผู้อำนวยการเซียวแห่งโรงงานเหล็กกล้า ที่เธอมีแผนจะไปพบในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

นอกจากการทำภารกิจนี้แล้ว เธอยังต้องหาเวลาไปตีสนิทกับเพื่อนบ้านในลานบ้านรวมที่พอจะคุยกันได้ เพื่อเกลี้ยกล่อมให้พวกเขาร่วมลงชื่อในจดหมายของเธอด้วย

ด้วยวิธีนี้ จดหมายของเธอจะมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือมากขึ้น

เมื่อคิดแผนการได้ดังนี้ ความหนักอึ้งในใจของเสิ่นอวิ๋นซูก็เบาบางลง

จากนั้นเธอก็เดินเข้าครัว หยิบบะหมี่เส้นแบนและไข่ไก่ออกมาจากตู้กับข้าว มื้อเย็นวันนี้เธอตั้งใจจะทำบะหมี่ไข่กินง่ายๆ

ก่อนหน้านี้ ตอนที่คุณปู่เสิ่นยังมีชีวิตอยู่ เจ้าของร่างเดิมก็อาศัยอยู่กับคุณปู่มาตลอด

คุณปู่จะทำมื้อเย็นเตรียมไว้รอ และกินพร้อมกับหลานสาวทุกวัน

แต่หลังจากที่คุณปู่จากโลกนี้ไป ภายในบ้านที่กว้างขวางแห่งนี้ก็เหลือเพียงเจ้าของร่างเดิมเพียงคนเดียว

เธอต้องทำกับข้าวกินเอง และนั่งกินข้าวเพียงลำพัง

ยามว่าง ก็ไม่มีใครให้พูดคุยด้วยเลยแม้แต่คนเดียว

บ้านทั้งหลังว่างเปล่าและเงียบเหงาจนน่าใจหาย

นี่อาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมเจ้าของร่างเดิมถึงได้มีความผูกพันกับเมิ่งเจวี๋ยลึกซึ้งขนาดนั้น

หลังจากที่คุณปู่จากไป คนเพียงคนเดียวที่เธอสามารถพึ่งพาและฝากความรู้สึกไว้ได้ ก็คือเมิ่งเจวี๋ย เพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกัน และตกลงปลงใจเป็นคนรักกัน

และนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมการทรยศของเมิ่งเจวี๋ยในวันนี้ จึงทำให้โรคหัวใจของเจ้าของร่างเดิมกำเริบจนถึงแก่ความตาย

เพราะมันยากเกินกว่าจะเชื่อ และมันก็สร้างความเจ็บปวดจนเกินกว่าที่เธอจะรับไหว

"เมิ่งเจวี๋ยกับเสิ่นอวิ๋นซิ่ว กลายเป็นฆาตกรที่ฆ่าเจ้าของร่างเดิมทางอ้อมไปซะแล้ว"

อันที่จริง ไม่ว่าจะมองจากมุมมองในนิยายทั้งเรื่อง หรือจากความทรงจำในอดีตของเจ้าของร่างเดิมก็ตาม

ตัวตนของเมิ่งเจวี๋ยไม่ได้มีข้อเสียอะไรที่ร้ายแรงนัก

เขามีรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาสุภาพ นิสัยดี อ่อนโยน แถมยังเป็นหัวหน้าแผนกในโรงงานอาหาร พูดตามตรง เมิ่งเจวี๋ยถือว่าเป็นคนดีคนหนึ่งเลยทีเดียว

แต่เขากลับมีข้อเสียที่ร้ายแรงที่สุด นั่นคือความอ่อนแอ ไม่รู้จักต่อสู้หรือตอบโต้ และมีเส้นแบ่งทางศีลธรรมที่สูงเกินไป

นี่คือสาเหตุที่ทำให้เขาถูกเสิ่นอวิ๋นซิ่วและแม่ของเขาเองวางแผนรวบหัวรวบหางได้สำเร็จ

"ก็ให้ฉันรอดูแล้วกัน ว่าหลังจากนี้ชีวิตพวกเธอสองคนจะเป็นยังไง"

ระบบเคยบอกไว้ว่า นับตั้งแต่วินาทีที่เธอทะลุมิติเข้ามา นิยายเรื่องนี้ก็กลายเป็นโลกแห่งความเป็นจริงไปแล้ว ตัวละครทุกตัวจะตื่นรู้ และไม่ได้ดำเนินชีวิตตามพล็อตเรื่องเดิมเสมอไป

ในตอนที่เธออ่านนิยาย ตอนจบเมิ่งเจวี๋ยได้เป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง และเสิ่นอวิ๋นซิ่วก็สมหวังได้เป็นภรรยามหาเศรษฐี ครอบครัวสมบูรณ์พูนสุข ลูกหลานเต็มบ้าน ระหว่างทางยังได้แก้แค้นตบหน้าพวกตัวร้ายไปนับไม่ถ้วน ตอนที่อ่านมันก็สะใจดีอยู่หรอก

แต่ตอนนี้ ระบบบอกแล้วว่าเหตุการณ์หลังจากนี้จะไม่ดำเนินไปตามพล็อตเรื่องเดิมทั้งหมด

ดังนั้น อนาคตของเสิ่นอวิ๋นซิ่วและเมิ่งเจวี๋ย จะเป็นอย่างไรก็คงคาดเดาไม่ได้แล้วล่ะ