LNCrawler

แม่จี้อาการทรุดหนัก

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

แม่จี้อาการทรุดหนัก

"แม่ครับ ซูซูเป็นคนนิสัยดีมากเลยนะ ผมเชื่อว่าถ้าแม่ได้เจอซูซู แม่ก็ต้องชอบเธอแน่ๆ ครับ"

เมื่อนึกถึงหญิงสาวที่งดงามราวกับภาพวาดและมีเสน่ห์ดึงดูดใจคนนั้น จี้หวยหนานก็ยังคงรู้สึกว่าหัวใจของเขากำลังเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ

พอคิดว่าตัวเองกำลังจะได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ดีขนาดนั้น หัวใจของเขาก็พองโต เต็มตื้นไปด้วยความหอมหวานและความปีติยินดี

จี้หวยหนานไม่ใช่คนช่างพูด แต่ในวันนี้ เมื่อหัวข้อสนทนาคือเสิ่นอวิ๋นซู และคนที่เขากำลังพูดด้วยคือแม่ของเขา บทสนทนาจึงพรั่งพรูออกมาอย่างไม่รู้ตัว

แน่นอนว่าในขณะที่พูด มือของเขาก็ยังคงทำหน้าที่นวดต่อไป

และในตอนนั้นเอง หลังจากที่จี้หวยหนานเพิ่งนวดแขนของแม่เสร็จ และกำลังจะเปลี่ยนไปนวดที่ขา จู่ๆ เขาก็เหลือบไปเห็นนิ้วมือของแม่ขยับ

จี้หวยหนานถึงกับชะงักงันไปในทันที

ขณะที่เขากำลังสงสัยว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่า เขาก็เห็นนิ้วชี้ของแม่ขยับอีกสองครั้ง

คราวนี้ จี้หวยหนานเห็นได้อย่างชัดเจนเต็มสองตา

จี้หวยหนานรีบกุมมือแม่เอาไว้ แล้วคุกเข่าลงข้างเตียง "แม่ครับ ความจริงแล้วแม่ได้ยินที่ผมพูดใช่ไหมครับ"

"แม่ได้ยิน แล้วก็ตอบรับผมใช่ไหมครับ"

"แม่เองก็พอใจในตัวซูซูเหมือนกันใช่ไหมครับ"

สิ้นเสียง มือที่ถูกเขากอบกุมไว้ก็ขยับอีกครั้ง

แม้จี้หวยหนานจะเป็นลูกผู้ชายอกสามศอก ที่ผ่านมาต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับห่ากระสุนในสนามรบ เขาก็ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น แต่ในวินาทีนี้ ขอบตาของเขากลับแดงก่ำขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

เมื่อเอ่ยปากอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาก็สั่นเครือไปด้วยความตื้นตัน "แม่ครับ ผมรู้... ผมรู้ว่าแม่ได้ยิน"

"อีกครึ่งเดือน ก็จะเป็นงานแต่งงานของผมกับซูซูแล้ว แม่ต้องรีบตื่นขึ้นมา เพื่อมาร่วมงานแต่งงานของเราให้ได้นะครับ"

"ซูซูเป็นเด็กกำพร้า ฝั่งบ้านเธอไม่มีญาติผู้ใหญ่ที่ไหนแล้ว ถ้าแม่ตื่นขึ้นมา แม่ก็จะได้เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายซูซูไงครับ ซูซูเป็นคนดี แม่เองก็ใจดี ผมเชื่อว่าแม่จะต้องรักและเอ็นดูเธอเหมือนลูกสาวแท้ๆ ของแม่แน่ๆ"

"ตกลงไหมครับแม่" จี้หวยหนานเอ่ยถามอย่างระมัดระวังด้วยความหวังอันเปี่ยมล้น

จากนั้น สายตาของเขาก็จับจ้องไปที่มือที่ผ่ายผอมซึ่งเขากำลังกอบกุมอยู่

วินาทีต่อมา นิ้วชี้ของแม่จี้ก็ขยับตอบรับสองครั้งจริงๆ

ในวินาทีนั้น จี้หวยหนานไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกต่อไป หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันรินไหลลงมา

ทว่าบนใบหน้าของเขากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

เขาคิดว่า บางทีซูซูอาจจะเป็นดาวนำโชคของเขากับแม่ก็ได้ ไม่อย่างนั้นทำไมวันนี้พอเขาตกลงคบหากับซูซู แม่ที่นอนเป็นเจ้าหญิงนิทรามาถึงสองปี แถมช่วงนี้หมอยังบอกว่าอาการทรุดหนักจนแทบจะหมดหวัง จู่ๆ ถึงได้ขยับนิ้วมือตอบรับเขาได้ล่ะ

ก่อนหน้านี้ หมอเคยบอกไว้ว่า หากผู้ป่วยสามารถขยับร่างกายตอบสนองได้ นั่นก็หมายความว่ามีโอกาสฟื้นขึ้นมาได้สูงมาก

ดังนั้น เขาพอจะอนุมานได้ไหม ว่าอาการของแม่กำลังดีขึ้น

จี้หวยหนานพยายามข่มความตื่นเต้นในใจ เขาตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะไปตามหมอมาตรวจดูอาการของแม่อย่างละเอียดที่บ้านอีกครั้ง

ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ในค่ำคืนนี้ จี้หวยหนานเข้านอนด้วยความตื่นเต้นดีใจมากแค่ไหน หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เขาตื่นเต้นจนแทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ

จนกระทั่งเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เขาก็รีบปั่นจักรยานออกไปจากบ้านทันที

และเมื่อเขากลับมาอีกครั้ง เขาก็พาหมอมาด้วย

ถ้าจะถามว่าจุดเด่นที่สุดของการอยู่ในลานบ้านรวมคืออะไร

นั่นก็คือ ลานบ้านรวมมีคนเยอะ มีคนหลากหลายประเภท อาศัยอยู่รวมกัน ขอแค่เดินออกจากบ้าน ก็ต้องเจอใครสักคนอยู่เสมอ

และเมื่อคนเยอะ ปากก็เยอะตามไปด้วย

เมื่อปากเยอะ เรื่องราวต่างๆ ก็แพร่สะพัดออกไปได้อย่างรวดเร็ว และยิ่งแพร่สะพัดไปไกลเท่าไหร่ เรื่องราวก็ยิ่งถูกใส่สีตีไข่จนผิดเพี้ยนไปจากความจริงมากขึ้นเท่านั้น

"นี่ๆ เมื่อกี้ฉันเห็นหวยหนานบ้านชูเฟินรีบร้อนออกจากลานบ้านรวมไปตั้งแต่เช้าตรู่เลยนะ สีหน้าก็ดูร้อนรน ไม่รู้ว่ารีบไปไหน"

"ฉันรู้ ฉันรู้! เมื่อกี้ฉันเห็นหวยหนานกลับมาแล้วนะ เขาพาหมอกลับมาด้วย"

"ถึงหมอคนนั้นจะไม่ได้ใส่เสื้อกาวน์สีขาว แต่ฉันจำได้แม่นเลย หมอคนนี้แหละที่เคยมาตรวจอาการชูเฟินหลายครั้งแล้ว"

"สวรรค์ ทำไมถึงต้องตามหมอมาตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้ล่ะ หรือว่าชูเฟินจะ..."

"ก็มีความเป็นไปได้นะ ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือว่าอาการของชูเฟินไม่ค่อยดีเท่าไหร่นี่นา"

"ดูท่าทางอาการคงจะแย่ลงจริงๆ แฮะ"

"พวกเธอว่าไหม เมื่อวานจี้หวยหนานเพิ่งจะไปดูตัวกับแม่หนูที่ชื่อเสิ่นอวิ๋นซู เพิ่งตกลงคบหากันแท้ๆ ชูเฟินก็มา... หรือว่าเป็นเพราะแม่หนูคนนี้..."

คำว่า 'ตัวกาลกิณีกินคน' หญิงคนนั้นไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่ทุกคนต่างก็มองหน้ากันและเข้าใจความหมายนั้นเป็นอย่างดี

"งั้นตอนนี้เราไปดูอาการที่บ้านตระกูลจี้กันหน่อยไหม"

"อย่าเพิ่งเลย ปล่อยให้จี้หวยหนานได้อยู่เงียบๆ ไปก่อนดีกว่า เอาไว้สายๆ ค่อยแวะไปเยี่ยม"

"เฮ้อ... เดิมทีจี้หวยหนานตั้งใจจะแต่งงานแก้เคล็ดแท้ๆ นึกไม่ถึงเลยว่าแม่หนูคนนี้จะดวงชงกับชูเฟิน กลายเป็นเร่งให้ตายเร็วขึ้นซะนี่"

"..."

เมื่อผู้คนเริ่มแยกย้ายกันไปทำงาน ข่าวลือนี้ก็ยิ่งแพร่กระจายออกไปเร็วยิ่งขึ้น

บังเอิญเหลือเกินว่า ในลานบ้านรวมที่ตระกูลจี้อาศัยอยู่ มีคุณป้าคนหนึ่งชื่อว่า ป้าซุน เช้าวันนี้ป้าซุนได้แวะไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าซึ่งเป็นที่ทำงานของเสิ่นอวิ๋นซิ่วพอดี

และในตอนที่กำลังซื้อของอยู่นั้น ป้าซุนก็บังเอิญเจอกับคนรู้จักเก่าที่เคยอาศัยอยู่ในลานบ้านรวมเดียวกันมาก่อน ทั้งสองคนจึงจับกลุ่มคุยกันอย่างออกรส

ส่วนเรื่องที่คุยกันนั้น นอกจากการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบแล้ว ก็หนีไม่พ้นเรื่องซุบซิบนินทาที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ

คุยไปคุยมา หัวข้อสนทนาก็วกลงมาที่เรื่องของจี้หวยหนานที่รีบร้อนไปตามหมอเมื่อเช้านี้

"เฮ้อ... จี้หวยหนานนี่ก็หวังดีแต่กลายเป็นประสงค์ร้ายแท้ๆ เดิมทีตั้งใจจะแต่งงานเพื่อแก้เคล็ดให้แม่ แต่ผลปรากฏว่า..."

"ดูท่าทางอาการของชูเฟินคงจะไม่ค่อยดีแล้วล่ะ ได้ยินมาว่าน่าจะอยู่ได้อีกแค่ไม่กี่วันเท่านั้นแหละ"

"เฮ้อ... ตระกูลจี้นี่ช่างโชคร้ายจริงๆ จี้หวยหนานเองก็อาจจะมีดวงกินญาติพี่น้องเหมือนกันนะ ก่อนหน้านี้น้องสาวแท้ๆ ก็หายตัวไป ต่อมาพ่อก็มาประสบอุบัติเหตุตายตอนออกตามหาน้องสาวอีก"

"เมื่อสองปีก่อน ชูเฟินก็มาประสบอุบัติเหตุจนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ตอนนี้กว่าจะตกลงปลงใจหาเมียได้ แถมยังเพิ่งตกลงคบหากันแท้ๆ ชูเฟินก็มาทรุดหนักใกล้จะตายอีก"

"น่าสงสาร น่าสงสารจริงๆ"

"คุณป้าคะ เมื่อกี้คุณป้าพูดว่าอะไรนะคะ คุณป้าบอกว่าจี้หวยหนานรีบร้อนไปตามหมอมาที่บ้านตั้งแต่เช้าตรู่ เป็นเพราะแม่ของเขาใกล้จะตายแล้วงั้นเหรอคะ"

ขณะที่ป้าซุนกำลังคุยกับคนรู้จักเก่าอย่างเมามัน จู่ๆ ก็มีเสียงของคนข้างๆ เอ่ยถามขึ้น

พอหันกลับไปมอง ก็พบว่าเป็นพนักงานขายสาวของห้างสรรพสินค้านั่นเอง

แม้จะไม่รู้ว่าทำไมพนักงานสาวคนนี้ถึงสนใจเรื่องพวกนี้นัก แต่เพื่อเป็นการผูกมิตร ป้าซุนจึงเล่าเรื่องทั้งหมดที่หล่อนได้ยินมาให้ฟัง

"ใช่จ้ะ เรื่องมันเป็นแบบนี้แหละ"

คนที่เอ่ยถาม ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเสิ่นอวิ๋นซิ่วนั่นเอง

ในเวลานี้ เมื่อเสิ่นอวิ๋นซิ่วได้ยินว่าจี้หวยหนานรีบร้อนไปตามหมอมาแต่เช้าตรู่ และได้ยินว่าแม่จี้ใกล้จะตายแล้ว แววตาของเธอก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจ

เธอรู้ดีว่าสุขภาพของแม่จี้ไม่ค่อยสู้ดีนัก ไม่อย่างนั้นในชาติก่อนคงไม่ตายตั้งแต่คืนแรกที่เธอแต่งเข้าบ้านหรอก

และตอนนี้ ดูเหมือนว่าอาการของแม่จี้จะยิ่งทรุดหนักลงไปอีก

ทุกคนต่างก็พากันคาดเดาว่าเป็นเพราะเสิ่นอวิ๋นซูเป็นตัวกาลกิณีที่กินแม่จี้

ไม่มีใครรู้เลยว่า เสิ่นอวิ๋นซิ่วตื่นเต้นมากแค่ไหนตอนที่ได้ยินการคาดเดาของทุกคน

ใช่แล้ว เสิ่นอวิ๋นซูก็คือตัวกาลกิณี

เธอจะต้องเป็นต้นเหตุที่ทำให้แม่จี้ตายอย่างแน่นอน

เธอรู้ดีว่าแม่จี้จะต้องตาย แต่เธอไม่อยากให้แม่จี้รีบตายเร็วขนาดนี้ ทางที่ดีที่สุดคือให้เหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนชาติก่อน นั่นคือตายในคืนที่เสิ่นอวิ๋นซูแต่งเข้าบ้าน

แบบนั้น นอกจากจะทำให้เสิ่นอวิ๋นซูแต่งงานกับจี้หวยหนานได้สำเร็จแล้ว ยังเป็นการตอกย้ำข้อเท็จจริงที่ว่าเสิ่นอวิ๋นซูเป็นตัวกาลกิณีกินแม่สามีอีกด้วย