สะใจบนความทุกข์ของผู้อื่น
สะใจบนความทุกข์ของผู้อื่น
เธอแทบจะรอไม่ไหวที่จะได้เห็นเสิ่นอวิ๋นซูต้องมีจุดจบแบบเดียวกับเธอในชาติก่อน
ยิ่งเสิ่นอวิ๋นซูมีชีวิตที่เลวร้ายมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งสะใจมากเท่านั้น!
เมื่อเย็นวาน หลังจากแตกหักกับครอบครัว เสิ่นอวิ๋นซิ่วที่ไร้ที่พึ่งก็ไปหาเมิ่งเจวี๋ย
เมิ่งเจวี๋ยเป็นคนใจอ่อน พอได้ฟังเรื่องราวที่เธอพบเจอ ประกอบกับพวกเขาก็แต่งงานกันแล้ว แถมเธอยังตั้งท้องลูกของเขาอยู่ สุดท้ายเธอจึงได้ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของเมิ่งเจวี๋ยอย่างราบรื่น
เสิ่นอวิ๋นซิ่วคิดไม่ถึงเลยว่า เช้าวันนี้จะได้ยินข่าวดีครั้งใหญ่ขนาดนี้
หลังจากคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็วานให้เพื่อนร่วมงานช่วยทำงานแทนเธอไปก่อน
เธอตั้งใจจะไปหาเสิ่นอวิ๋นซูที่สำนักงานเขต เพื่อบอกข่าวดีนี้ด้วยตัวเอง!
ตอนที่เสิ่นอวิ๋นซิ่วมาถึงสำนักงานเขต เสิ่นอวิ๋นซูกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น
ก็เธอมีภารกิจติดตัวอยู่นี่นา
วันนี้มีคู่รักมาจดทะเบียนสมรสเยอะพอสมควร
ยังไม่ทันจะหมดช่วงเช้า ก็จดไปแล้ว 3 คู่
รวมกับเมื่อวานอีก 2 คู่ ตอนนี้ก็ครบ 5 คู่แล้ว เท่ากับภารกิจสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง
ตอนที่มาถึงหน้าสำนักงานเขต เดิมทีเสิ่นอวิ๋นซิ่วตั้งใจจะเดินเข้าไปเลย แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานเพิ่งจะโดนคนรุมด่าจนต้องหนีออกมา เธอจึงไม่อยากจะเข้าไปข้างในอีก
เธอเลยเอาลูกอมไปล่อเด็กที่เดินผ่านไปมาแถวนั้น ให้เข้าไปเรียกเสิ่นอวิ๋นซูออกมาหา
พร้อมกับกำชับให้เด็กบอกเสิ่นอวิ๋นซูว่า มีเรื่องสำคัญมากจะบอก
ตอนที่ได้ยินข้อความที่เด็กมาบอก เสิ่นอวิ๋นซูก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
แม้เธอจะไม่คิดว่าช่วงนี้จะมีเรื่องสำคัญอะไรที่เธอจำเป็นต้องรู้ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจออกไปดูให้รู้เรื่อง
พอเดินออกมา เธอก็เห็นเสิ่นอวิ๋นซิ่วทำตัวลับๆ ล่อๆ หลบอยู่มุมตึก ราวกับกลัวว่าใครจะมาเห็นเข้า
เธอรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย เวลานี้เสิ่นอวิ๋นซิ่วควรจะทำงานอยู่ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงออกมาได้ล่ะ
"เสิ่นอวิ๋นซิ่ว ฉันกำลังทำงานอยู่ เธอมีเรื่องสำคัญอะไรก็ว่ามาเลย ถ้าไม่มีฉันจะกลับเข้าไปแล้ว"
"เดี๋ยวก่อนสิพี่อวิ๋นซู ฉันมีเรื่องสำคัญมากจะบอกพี่จริงๆ นะ ฉันอุตส่าห์หวังดีมาบอกพี่โดยเฉพาะเลยนะ"
เสิ่นอวิ๋นซูยิ้มบางๆ โดยไม่พูดอะไร เธอไม่เชื่อหรอกว่าเสิ่นอวิ๋นซิ่วจะหวังดีอะไร ถ้าจะมีเรื่องอะไร ก็คงมาเพื่อดูความล้มเหลวของเธอมากกว่า
อย่างเช่นตอนนี้ เธอมองเห็นความตื่นเต้นและดีใจที่ปิดไม่มิดในแววตาของเสิ่นอวิ๋นซิ่วได้อย่างชัดเจน
เธอชักจะสงสัยแล้วสิ ว่าเรื่องอะไรกันที่ทำให้เสิ่นอวิ๋นซิ่วตื่นเต้นและดีใจขนาดนี้ ถึงขั้นโดดงานมาบอกเธอถึงที่
"พี่อวิ๋นซู เมื่อวานพี่ตกลงคบหากับจี้หวยหนานแล้วใช่ไหม"
"งั้นพี่รู้หรือยัง ว่าเช้าวันนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นที่บ้านตระกูลจี้"
เสิ่นอวิ๋นซูขมวดคิ้วเล็กน้อย เช้าวันนี้เกิดเรื่องที่บ้านตระกูลจี้งั้นเหรอ พอนึกถึงยาวิเศษรักษาได้ร้อยโรคที่เธอแอบป้อนให้แม่จี้กินไปเมื่อวาน หรือว่าแม่จี้จะฟื้นแล้ว
แต่ระบบบอกว่าไม่น่าจะเร็วขนาดนี้นี่นา
"มีคนเห็นว่าเช้าวันนี้ จี้หวยหนานรีบร้อนออกจากบ้านไปตามหมอมา"
"หมอคนนั้น ก็คือคนที่เคยมาตรวจอาการแม่ของจี้หวยหนานนั่นแหละ"
"ทุกคนต่างก็พูดกันว่า เป็นเพราะแม่ของจี้หวยหนานอาการทรุดหนัก ดีไม่ดีอาจจะตายวันนี้เลยก็ได้ จี้หวยหนานถึงได้รีบร้อนไปตามหมอมาตรวจไงล่ะ"
เสิ่นอวิ๋นซิ่วรู้สึกว่า ตอนที่พูดประโยคนี้ออกไป ทั้งร่างของเธอรู้สึกสดชื่นและโล่งสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เธอแทบจะรอไม่ไหวที่จะได้เห็นท่าทางตื่นตระหนก หวาดกลัว และกังวลใจของลูกพี่ลูกน้องคนดีของเธอแล้ว
พอเสิ่นอวิ๋นซูฟังจบ ก็ขมวดคิ้วมุ่น แม่จี้ใกล้จะตายแล้วงั้นเหรอ
เป็นไปไม่ได้!
นั่นคือความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของเสิ่นอวิ๋นซู
ได้กินยาวิเศษของเธอไปแล้ว แม่จี้จะมาเป็นอะไรไปได้ยังไง
ถ้าจะให้เป็นไปได้มากที่สุด ก็คืออาการน่าจะดีขึ้นจนอาจจะฟื้นขึ้นมาต่างหากล่ะ
เสิ่นอวิ๋นซูรู้ดีว่าอนุภาพของข่าวลือนั้นน่ากลัวแค่ไหน
เพราะงั้น แค่เห็นจี้หวยหนานรีบร้อนไปตามหมอ ก็ฟันธงกันเลยเหรอว่าแม่จี้ใกล้จะตายแล้ว?!
เสิ่นอวิ๋นซูยิ่งมั่นใจว่า ความจริงอาจจะตรงกันข้ามกับข่าวลือ บางทีแม่จี้อาจจะมีสัญญาณว่าจะฟื้นแล้วก็ได้
สรรพคุณของยานี่ ถือว่าไม่เลวเลยแฮะ
"พี่อวิ๋นซู เธอรู้ไหม ว่าพอเกิดเรื่องนี้ขึ้น คนในลานบ้านรวมเขาลือถึงเธอว่ายังไงบ้าง"
"พวกเขาบอกว่า พี่น่ะเป็นตัวกาลกิณี ตอนเด็กๆ ก็กินพ่อกินแม่ โตมาหน่อยก็กินคุณปู่ พอตอนนี้เพิ่งจะคบกับจี้หวยหนานได้แค่วันเดียว ก็จะกินว่าที่แม่สามีซะแล้ว"
"ที่แท้... เธอถึงขั้นโดดงานมา ก็เพื่อมาดูความล้มเหลวของฉันสินะ"
"ใช่ เอ้ย ไม่ๆ ไม่ใช่สิ แน่นอนว่าไม่ใช่!"
เสิ่นอวิ๋นซิ่วเกือบจะหลุดปากตอบรับไปตามความรู้สึกในใจ โชคดีที่ยังดึงสติกลับมาทัน และรีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว
แต่เสิ่นอวิ๋นซูกลับยกแขนขึ้นกอดอก จ้องมองเธอด้วยท่าทีสบายๆ แต่ริมฝีปากกลับเหยียดยิ้มเย้ยหยัน "จะไม่ใช่ได้ยังไง ก็เธอตั้งใจมาเยาะเย้ยฉันถึงที่เลยนี่"
"เสิ่นอวิ๋นซิ่ว ในกระเป๋าเธอคงจะมีกระจกอยู่ล่ะสิ ถ้ามี เธอก็ควรจะหยิบมันขึ้นมาส่องดูหน้าตัวเองสักหน่อยนะ"
"ส่องดูแววตาของเธอซิว่า อาการสะใจบนความทุกข์ของคนอื่น มันแทบจะทะลักออกมาอยู่แล้ว"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาของเสิ่นอวิ๋นซู ทำเอาเสิ่นอวิ๋นซิ่วถึงกับจุกจนพูดไม่ออก
เสิ่นอวิ๋นซิ่ว: ฉันแสดงออกชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอ?
แต่เสิ่นอวิ๋นซูก็พูดไม่ผิด เธอจงใจมาเพื่อดูความล้มเหลวของอีกฝ่าย และมาเพื่อเยาะเย้ยโดยเฉพาะ
เธอแค่อยากเห็นว่า ถ้าเสิ่นอวิ๋นซูถูกคนทั้งหลายตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณีเหมือนเธอในชาติก่อน เสิ่นอวิ๋นซูจะรู้สึกยังไง
จะไปร้องห่มร้องไห้อธิบายกับจี้หวยหนาน หรือจะสติแตกจนเป็นบ้าไปเลยล่ะ
เธอแค่อยากจะเห็นสภาพที่น่าสมเพชของเสิ่นอวิ๋นซูก็เท่านั้น!
พอคิดว่า คุณนายมหาเศรษฐีที่เคยสูงส่งและได้รับการเคารพยกย่องในชาติก่อน ต้องมาถูกเหยียบย่ำและเยาะเย้ยแบบนี้ เธอก็รู้สึกตื่นเต้นและดีใจจนเนื้อเต้น
แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น แถมความในใจยังถูกเสิ่นอวิ๋นซูมองทะลุปรุโปร่ง
แต่ภายนอก เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็ยังคงทำปากแข็งไม่ยอมรับ
"พี่อวิ๋นซู ฉันหวังดีอุตส่าห์มาบอกพี่นะ ทำไมพี่ถึงมองฉันในแง่ร้ายแบบนั้นล่ะ"
พอเห็นท่าทางแกล้งทำเป็นบีบน้ำตาและเสแสร้งของเสิ่นอวิ๋นซิ่ว เสิ่นอวิ๋นซูก็รู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาทันที
"เสิ่นอวิ๋นซิ่ว ไม่ว่าเธอจะมาด้วยจุดประสงค์อะไร จะหวังดีหรือประสงค์ร้าย แต่ถ้าเธอคิดอยากจะเห็นสภาพฉันตื่นตระหนกตกใจล่ะก็ เธอคงต้องผิดหวังแล้วล่ะ"
"เพราะฉัน เสิ่นอวิ๋นซู ไม่ใช่ตัวกาลกิณี"
"พ่อแม่ฉันพลีชีพเพื่อปกป้องทรัพย์สินของโรงงาน พวกท่านคือวีรบุรุษที่ทุกคนต่างก็ยกย่อง ส่วนไอ้เรื่องที่ถูกฉันกินอะไรนั่น มันก็แค่เรื่องไร้สาระ"
"เธอพูดจาหมิ่นประมาทลูกสาวพวกเขาแบบนี้ ไม่กลัวว่ากลางดึกพ่อแม่ฉันจะไปหาเธอหรือไง"
"แล้วก็ เรื่องคุณปู่ ท่านอายุเจ็ดสิบกว่าแล้วที่จากไป มันคือการจากไปตามอายุขัย ยิ่งไม่ควรเอามาโยงกับเรื่องดวงกินคนอะไรทั้งนั้น"
"ส่วนเรื่องแม่ของจี้หวยหนาน..."
"เธอแน่ใจขนาดนั้นเลยเหรอ ว่าที่จี้หวยหนานรีบร้อนไปตามหมอแต่เช้า เป็นเพราะแม่เขาใกล้จะตายแล้วจริงๆ"
"ไม่แน่ว่า อาจจะเป็นเพราะแม่ของเขารู้ว่าฉันกับจี้หวยหนานคบกัน เลยดีใจจนใกล้จะฟื้นขึ้นมาก็ได้นะ"
"เสิ่นอวิ๋นซิ่ว ฉันต้องทำงาน ยุ่งมาก ไม่มีเวลามานั่งฟังข่าวลือไร้สาระพวกนี้กับเธอหรอก ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะ"
เธอมีภารกิจของระบบที่ต้องทำอยู่นะ ทางที่ดีก็อยากจะทำให้เสร็จภายในวันนี้เลย
แบบนี้พรุ่งนี้เธอจะได้เอาเรซูเม่ที่เขียนเสร็จแล้วไปยื่น และจะได้ใช้รางวัลเพิ่มความรู้สึกดี 30% กับผู้อำนวยการเซียวได้สักที
"จริงสิ เสิ่นอวิ๋นซิ่ว อย่าลืมซะล่ะ ว่างานของเธอตอนนี้ได้มาจากการหลอกลวงฉัน ขอเตือนไว้ก่อนเลยนะว่า ภายในสองสามวันนี้ ฉันจะทวงมันคืน"