ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย
ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย
เสิ่นอวิ๋นซูคิดไม่ถึงเลยว่า เพียงแค่อ่านนิยายยุค 70 ก่อนนอน แล้วพิมพ์บ่นในช่องคอมเมนต์ยาวเป็นเรียงความสองพันคำ ตื่นขึ้นมาอีกที เธอจะทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายโลกคู่ขนานยุคปลาย 70 เรื่อง ‘เกิดใหม่ต้องมาสลับคู่แต่งงาน: ฉันจะเป็นภรรยามหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง’ เสียแล้ว
ในยุคปัจจุบัน เสิ่นอวิ๋นซูเป็นเด็กกำพร้า อาศัยความสามารถของตนเองจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศและการค้าระหว่างประเทศที่ดีที่สุดในประเทศได้ เธอพูดได้ถึง 8 ภาษา ระหว่างเรียนก็รับงานล่ามและงานแปลพาร์ทไทม์มากมาย ทุกปีจะได้รับทุนการศึกษายอดเยี่ยมอันดับหนึ่ง และเมื่อเรียนจบปริญญาตรี เธอก็ได้รับโควตาเรียนต่อปริญญาโททันที
เรียนปริญญาโทสามปี ปีนี้เธออายุ 26 ปี เพิ่งจะได้เข้าไปฝึกงานในแผนกแปลภาษาของกระทรวงการต่างประเทศ
เรียกได้ว่าอนาคตของเธอสดใสและก้าวไกลอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
หลายปีมานี้ เธอเอาแต่ตั้งใจเรียนและซึมซับความรู้ แม้จะมีใบหน้าที่งดงามหมดจด แม้จะมีคนมาตามจีบมากมาย แต่เธอก็มุ่งมั่นเพียงแค่การเรียน ไม่เคยมีความรัก เวลาว่างก็มีแค่อ่านนิยายเท่านั้น
เหตุผลที่เธอมาอ่านนิยายยุค 70 แนวสลับคู่แต่งงานเรื่องนี้ ก็เพราะตัวประกอบหญิงที่เป็นกลุ่มเปรียบเทียบในเรื่องมีชื่อและนามสกุลเหมือนกันกับเธอทุกประการ
แน่นอนว่าในเมื่อเป็นตัวประกอบหญิงที่ถูกนางเอกเอามาเป็นตัวเปรียบเทียบ จุดจบย่อมต้องอนาถเป็นอย่างมาก
แต่เสิ่นอวิ๋นซูกลับรู้สึกว่าตัวประกอบหญิงไม่ได้ทำอะไรผิด ตรงกันข้าม เป็นนางเอกของเรื่องนี้ต่างหากที่มีตรรกะบิดเบี้ยว ดังนั้นเสิ่นอวิ๋นซูจึงอ่านด้วยความโมโหจนทนไม่ไหว พิมพ์เรียงความสองพันคำลงในช่องคอมเมนต์ ใครจะไปคิดล่ะว่า พอลืมตาตื่นขึ้นมา เธอจะทะลุมิติเข้ามาในนิยายยุค 70 เรื่องนี้ และกลายมาเป็นตัวประกอบดังกล่าวที่ชื่อเสิ่นอวิ๋นซูเสียเอง
ในนิยาย ตัวประกอบอย่างเสิ่นอวิ๋นซู หากนับกันจริงๆ แล้ว เธอควรจะเป็นนางเอกในชีวิตของตัวเองด้วยซ้ำ พ่อแม่รักใคร่กลมเกลียวและเธอเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน ต่อให้ภายหลังพ่อแม่จะต้องสละชีวิตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของโรงงาน แต่เธอก็ยังได้รับเงินชดเชย มีงานทำเป็นพนักงานขายในห้างสรรพสินค้า แถมยังมีเพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกันอย่าง ‘เมิ่งเจวี๋ย’ ลูกชายผู้อำนวยการโรงงานอาหารแห่งเมืองเซิน
หลังจากทั้งสองแต่งงานกัน ก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยกัน ต่อมาหลังการปฏิรูปและเปิดประเทศ ก็ได้ร่วมกันเปิดโรงงาน เปิดบริษัท และก้าวเข้าสู่วงการอสังหาริมทรัพย์
ในยุค 90 พวกเขาอาศัยจังหวะที่เศรษฐกิจกำลังพุ่งทะยาน สุดท้ายเมิ่งเจวี๋ยก็กลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ และเสิ่นอวิ๋นซูก็ได้เป็นภรรยามหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง ทั้งคู่มีชีวิตคู่ที่สมบูรณ์พูนสุข มีลูกหลานเต็มบ้าน
ทว่าทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป หลังจากที่ ‘เสิ่นอวิ๋นซิ่ว’ ลูกพี่ลูกน้องของเธอได้กลับชาติมาเกิดใหม่
เมื่อเทียบกับความสุขสมบูรณ์ของเสิ่นอวิ๋นซู ชีวิตของเสิ่นอวิ๋นซิ่วนั้นเรียกได้ว่าย่ำแย่ คืนวันแต่งงาน แม่สามีก็มาด่วนจากไป ต่อมาสามีก็พลีชีพในหน้าที่ เสิ่นอวิ๋นซิ่วกลายเป็นแม่ม่ายตั้งแต่ยังเป็นสาวบริสุทธิ์ สุดท้ายเสิ่นอวิ๋นซิ่วทนความลำบากไม่ไหวจึงหนีตามยุวชนปัญญาชนที่ได้สิทธิ์กลับเมืองไป แต่ชีวิตหลังจากนั้นของเธอก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย ยุวชนคนนั้นขายเธอเข้าไปในย่านโคมแดง สุดท้ายก็ต้องตายเพราะติดโรคสกปรก
หลังจากเกิดใหม่ เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็สาบานว่าจะแย่งชิงทุกอย่างของลูกพี่ลูกน้องอย่างเสิ่นอวิ๋นซูมาให้หมด และจะก้าวขึ้นเป็นภรรยามหาเศรษฐีอันดับหนึ่งในอนาคตเสียเอง
และการจะได้เป็นคุณนายมหาเศรษฐีในอนาคต ก็ต้องเริ่มจากการแย่งผู้ชายของเสิ่นอวิ๋นซูมาให้ได้ก่อน!
และวันนี้ ก็เป็นวันที่เสิ่นอวิ๋นซิ่ววางแผนรวบหัวรวบหางเมิ่งเจวี๋ย แล้วรีบร้อนพาเขามาจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขต
ซึ่งเสิ่นอวิ๋นซูก็ดันเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ประจำจุดจดทะเบียนสมรสของสำนักงานเขตแห่งนี้พอดิบพอดี
เดิมทีเจ้าของร่างเดิมก็เป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว พอต้องมาเห็นเพื่อนวัยเด็กที่เคยมีสัญญารักต่อกันกำลังจะแต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง เธอจึงเสียใจอย่างหนักจนโรคหัวใจกำเริบและสิ้นลมหายใจไปในที่สุด
ตอนนี้ เสิ่นอวิ๋นซูก็ยังรู้สึกเจ็บแปลบๆ ที่หัวใจจนอึดอัดไปหมด
"พี่อวิ๋นซู ฉันรู้เรื่องในอดีตระหว่างพี่กับอาเจวี๋ยนะ แต่ตอนนี้คนที่อาเจวี๋ยจะแต่งงานด้วยคือฉัน ถ้าเขาไม่เต็มใจ ฉันก็ทิ้งเขาไปไม่ได้หรอก เรื่องความรู้สึกน่ะ มันฝืนกันไม่ได้หรอกนะ"
"วันนี้ฉันกับอาเจวี๋ยมาเพื่อจดทะเบียนสมรส พอดีเลยที่พี่เป็นเจ้าหน้าที่รับจดทะเบียนที่นี่ ช่วยอำนวยความสะดวกให้พวกเราหน่อยแล้วกันนะ"
"พี่อวิ๋นซู พี่คงไม่ได้ไม่เต็มใจใช่ไหม"
"พี่อวิ๋นซู ยังไงพี่ก็ไม่มีทางได้อยู่กับอาเจวี๋ยแล้ว แต่ไม่เป็นไรหรอกนะ ก่อนหน้านี้คุณปู่เคยหมั้นหมายให้หลานๆ ตระกูลเสิ่นไว้บ้านหนึ่ง ก็คือตระกูลจี้ทางฝั่งตะวันตกของเมือง จี้หวยหนานคนนั้นก็เป็นหนุ่มอนาคตไกล บังเอิญว่าบ่ายนี้ทางบ้านเขาก็อยากจะจัดการดูตัวพอดี ฉันว่าพี่แต่งงานกับเขาไปก็เหมาะดีนะ"
"ตอนนี้ฉันกับอาเจวี๋ยเรารักกันด้วยใจจริง พี่อวิ๋นซู พี่ก็หลีกทางให้พวกเราเถอะนะ อาเจวี๋ย คุณพูดอะไรหน่อยสิ พูดกับพี่อวิ๋นซูหน่อย"
หลังจากน้ำเสียงของผู้หญิงที่แฝงแววโอ้อวดจบลง เสียงทุ้มนุ่มของผู้ชายที่เจือไปด้วยความรู้สึกผิดก็ดังขึ้น
"อวิ๋นซู ผม ผม..."
"ผมขอโทษนะ ผมทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับคุณไม่ได้แล้ว ผมต้องแต่งงานกับเสิ่นอวิ๋นซิ่ว"
"คุณ...คุณช่วยจดทะเบียนให้พวกเราทีเถอะ"
…
[ติ๊ง! ระบบรักและทุ่มเทในหน้าที่การงานพร้อมให้บริการคุณแล้ว!]
[ขอให้โฮสต์ทำภารกิจจดทะเบียนสมรสให้สำเร็จ 1 รายการ จะได้รับรางวัล: ยารักษาได้ร้อยโรคจากหุบเขาโอสถโบราณ +2]
ขณะที่เสิ่นอวิ๋นซิ่วพาเมิ่งเจวี๋ยมาโอ้อวดต่อหน้าเสิ่นอวิ๋นซูอย่างจงใจ เสียงจักรกลที่เย็นชาก็ดังขึ้นในหัวของเสิ่นอวิ๋นซูในเวลาเดียวกัน
เสิ่นอวิ๋นซูรู้ดีว่านี่คือ 'นิ้วทองคำ' ที่เธอได้รับหลังจากทะลุมิติมา มันคือระบบรักและทุ่มเทในหน้าที่การงาน
ไม่ว่าเธอจะอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ใด ขอเพียงแค่ทำภารกิจที่ระบบมอบหมายให้สำเร็จ เธอก็จะได้รับรางวัลที่สอดคล้องกัน
ในเมื่อตอนนี้เธอเป็นเจ้าหน้าที่รับจดทะเบียนสมรสของสำนักงานเขต ภารกิจของเธอจึงเกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนสมรส
ยารักษาได้ร้อยโรค!
โรคหัวใจของเธอกำลังต้องการมันพอดี!
ทำภารกิจจดทะเบียนสมรส 1 รายการให้สำเร็จสินะ
ได้สิ
เสิ่นอวิ๋นซูเงยหน้าขึ้น สายตาเป็นประกายจดจ้องไปที่เสิ่นอวิ๋นซิ่วและเมิ่งเจวี๋ย ตรงหน้าเธอนี่ไงคือเป้าหมายภารกิจที่ดีที่สุด
ทางด้านเสิ่นอวิ๋นซิ่ว เมื่อเห็นเสิ่นอวิ๋นซูเอาแต่ก้มหน้าไม่พูดไม่จา ในใจก็รู้สึกได้ใจเป็นอย่างมาก
อย่าคิดว่าเธอไม่เห็นนะ เมื่อกี้ตอนที่เธอควงแขนเมิ่งเจวี๋ยเดินเข้ามา แววตาของเสิ่นอวิ๋นซูนั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึง แถมยังวิ่งหนีไปอีก นั่นไม่ใช่เพราะเสียใจเกินรับไหวหรอกเหรอ
แต่วันนี้เธอจงใจมาเพื่อยั่วโมโหเสิ่นอวิ๋นซูโดยเฉพาะ ทางที่ดีที่สุดก็คือยั่วให้เสิ่นอวิ๋นซูโรคหัวใจกำเริบ แล้วขาดใจตายไปตรงนี้เลยยิ่งดี
แปลกจริง เมื่อกี้เธอเห็นชัดๆ ว่าตอนที่เสิ่นอวิ๋นซูอ้างว่าจะไปเข้าห้องน้ำ อีกฝ่ายเอามือกุมหน้าอก สีหน้าซีดเผือด ท่าทางเหมือนอาการกำลังจะกำเริบแท้ๆ ทำไมตอนนี้ถึงกลับออกมาในสภาพที่ดูปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยล่ะ
สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ทำไมไม่ปล่อยให้เสิ่นอวิ๋นซูโรคหัวใจกำเริบตายๆ ไปซะ จะได้ไม่ต้องมาเป็นเสี้ยนหนามตำตาเธออีก
ไม่อย่างนั้น ต่อให้วันนี้เมิ่งเจวี๋ยจะจดทะเบียนกับเธอแล้ว เธอก็ยังกลัวว่าวันหน้าเมิ่งเจวี๋ยจะกลับไปถ่านไฟเก่าคุกับเสิ่นอวิ๋นซู ซึ่งจะเป็นภัยคุกคามต่อตำแหน่งคุณนายมหาเศรษฐีในอนาคตของเธอ
วันนี้ เสิ่นอวิ๋นซิ่วตั้งใจมาจดทะเบียน แต่เธอก็รู้ดีว่าความเป็นไปได้ที่จะจดทะเบียนสำเร็จในวันนี้มีไม่มากนัก เสิ่นอวิ๋นซูคงจะหาข้ออ้างสารพัดเพื่อไม่ยอมจดให้ แล้วหลังจากนั้นค่อยไปเค้นถามเอาความกับเมิ่งเจวี๋ยแน่ๆ
แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก ในเมื่อเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นแล้ว ยังไงเมิ่งเจวี๋ยก็ต้องแต่งงานกับเธออยู่ดี
ขณะที่เสิ่นอวิ๋นซิ่วกำลังคิดเช่นนี้ จู่ๆ ก็เห็นเสิ่นอวิ๋นซูที่ก้มหน้ามาตลอดเงยหน้าขึ้นมา สายตาร้อนแรงจ้องเขม็งมาที่พวกเขา แววตานั้น... ถ้าใครไม่รู้คงนึกว่าพวกเขาเป็นเนื้อติดมันชิ้นโตไปแล้ว
จากนั้นก็ได้ยินเสิ่นอวิ๋นซูเอ่ยปากพูดขึ้น
"จะจดทะเบียนสมรสใช่ไหม เสิ่นอวิ๋นซิ่วกับเมิ่งเจวี๋ยนะ ได้สิ"
เสิ่นอวิ๋นซูปรายตามองพวกเขาสองคน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสบายๆ ก่อนที่มือข้างหนึ่งจะหยิบเอกสารขึ้นมา ส่วนมืออีกข้างก็หยิบตราประทับ เธอกวาดตามองคร่าวๆ แล้วก็ประทับตราลงไปดัง ปัง ปัง ปัง!
"เรียบร้อย ขอแสดงความยินดีด้วยนะ พวกคุณจดทะเบียนสมรสสำเร็จแล้ว" เสิ่นอวิ๋นซูดันเอกสารไปตรงหน้า บนใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มบางๆ อย่างไม่ยี่หระ