LNCrawler

ต้นไม้ผลิใบใหม่

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

ต้นไม้ผลิใบใหม่

"จริงเหรอครับ"

"จริงสิ!"

คำยืนยันหนักแน่นจากหมอหลิน ทำให้จี้หวยหนานกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว

เขามองไปยังแม่ที่นอนอยู่บนเตียงด้วยขอบตาที่แดงก่ำ

ในฐานะลูก ไม่มีใครอยากเห็นแม่ของตัวเองต้องจากไปหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวของเขา น้องสาวก็มาถูกลักพาตัว พ่อก็มาตายจากไปอย่างกะทันหัน เขาและแม่ต้องใช้ชีวิตพึ่งพากันและกันมาตั้งแต่เด็ก

ความผูกพันที่จี้หวยหนานมีต่อแม่นั้นลึกซึ้งมาก บางครั้งตอนที่นวดให้แม่ เขาก็มักจะคิดเสมอว่า ถ้าเป็นไปได้ เขาอยากจะแบ่งอายุขัยของตัวเองให้แม่ ขอเพียงแค่ให้แม่ฟื้นขึ้นมาได้ก็พอ

"หวยหนานเอ๊ย ช่วงนี้นายไปเชิญหมอเทวดาที่ไหนมารักษาแม่นาย หรือว่าแม่นายได้กินยาวิเศษอะไรเข้าไปหรือเปล่า"

จี้หวยหนานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ "ไม่มีนะครับ"

"เป็นไปไม่ได้สิ แล้วทำไมจู่ๆ อาการถึงได้ดีขึ้นผิดหูผิดตาแบบนี้ มันผิดปกติเกินไปแล้วนะ"

หมอหลินอธิบายให้จี้หวยหนานฟังตรงนั้นเลยว่า อาการของแม่จี้ก่อนหน้านี้คือใกล้จะหมดลมหายใจแล้ว พลังชีวิตในร่างกายกำลังเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว เหมือนกับคนที่แก่ชราลงไปทุกวัน อวัยวะภายในก็เสื่อมสภาพตามไปด้วย ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ และไม่มียาตัวไหนในโลกที่จะช่วยบรรเทาหรือรักษาได้

แต่ทว่า จากการตรวจครั้งล่าสุด เขากลับพบว่า อวัยวะที่เคยเสื่อมสภาพเหล่านั้น กลับกำลังฟื้นฟูและค่อยๆ เปล่งประกายพลังชีวิตออกมาอีกครั้ง

และนี่ก็คือเหตุผลที่หมอหลินกล้าฟันธงว่า แม่จี้มีโอกาสที่จะฟื้นขึ้นมา

"นายรู้ไหม ว่าการที่ร่างกายกลับมามีชีวิตชีวาแบบนี้ มันเหมือนกับอะไร มันเหมือนกับ..." หมอหลินชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังสรรหาคำศัพท์ที่เหมาะสมมาอธิบาย

ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็พูดขึ้นมาว่า "ต้นไม้ที่ตายแล้วกลับมาผลิใบใหม่อีกครั้งไงล่ะ!"

"ใช่เลย ตอนนี้ร่างกายของแม่นาย เหมือนกับต้นไม้ที่ตายแล้วผลิใบขึ้นมาใหม่เลยล่ะ"

"หวยหนาน นายก็น่าจะรู้ดีนะ ว่าปรากฏการณ์ต้นไม้ผลิใบใหม่เนี่ย มันคือความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ แต่สำหรับมนุษย์เรา มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ไม่อย่างนั้นคนเราก็คงเป็นอมตะกันหมดแล้วล่ะ"

"หวยหนาน นายบอกฉันมาตามตรงเถอะ นายไม่ได้ไปเชิญหมอที่ไหนมารักษาแม่นายจริงๆ หรือว่าไม่ได้ให้แม่นายกินยาอะไรแปลกๆ เข้าไปจริงๆ เหรอ"

จี้หวยหนานยังคงส่ายหน้ายืนยัน

เขามั่นใจว่าเขาไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการไปเชิญหมอคนอื่นมารักษา หรือให้แม่กินยาอะไรก็ตาม เขาไม่ได้ทำจริงๆ!

ถ้าจะบอกว่าช่วงนี้มีเรื่องแปลกๆ อะไรเกิดขึ้น ก็คงมีแค่เรื่องเดียว

ก็คือเรื่องที่เขาเพิ่งจะตกลงคบหากับซูซูเมื่อวานนี้ และเมื่อวานซูซูก็เข้ามาเยี่ยมแม่เขาในห้อง

คำๆ หนึ่งผุดขึ้นมาในหัวจี้หวยหนานทันที... การแต่งงานแก้เคล็ด!

แต่การแต่งงานแก้เคล็ด มันน่าจะต้องรอให้ซูซูแต่งเข้าบ้านมาก่อนไม่ใช่เหรอ ถึงจะได้ผล หรือว่าบารมีของซูซูจะแรงกล้าขนาดนั้น ขนาดว่ายังไม่ทันได้แต่งเข้าบ้าน แค่ตกลงเป็นแฟนกัน อาการของแม่เขาก็ดีขึ้นทันตาเห็นเลย

เอาจริงๆ แล้ว เมื่อก่อนจี้หวยหนานไม่เคยเชื่อเรื่องงมงาย หรือเรื่องลี้ลับพวกนี้เลยแม้แต่น้อย เขาเชื่อแต่วิทยาศาสตร์เท่านั้น

แม้แต่ตอนที่ยอมไปดูตัว ลึกๆ แล้วเขาก็แค่อยากทำตามความปรารถนาของแม่ ที่อยากเห็นเขาแต่งงานมีครอบครัวก็เท่านั้น โดยไม่ได้นึกถึงเรื่องความรักเลยด้วยซ้ำ

แต่พริบตาที่ได้พบหน้าซูซู ความคิดเขาก็เปลี่ยนไปทันที

ชีวิตคู่ มันก็ยังจำเป็นต้องมีความรัก ความผูกพันให้กันและกันอยู่ดี

ต่อให้จี้หวยหนานจะเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์มากแค่ไหน แต่การเปลี่ยนแปลงของแม่เขาเมื่อคืนนี้ ประกอบกับคำยืนยันของหมอหลินในตอนนี้ ก็ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่านี่อาจจะเป็นความดีความชอบของซูซูกันนะ

ในใจลึกๆ เขาก็อยากจะให้เป็นแบบนั้นเหมือนกัน

ทางฝั่งของหมอหลิน เขาก็รู้ดีว่าจี้หวยหนานไม่มีทางโกหกเขาอย่างแน่นอน

ถ้าอย่างนั้น ก็แสดงว่าไม่มีหมอเทวดาหรือยาวิเศษที่ไหนเลยงั้นสิ

มันคือปาฏิหาริย์งั้นเหรอ

เป็นเพราะแม่ของเขารับรู้ว่าลูกชายกำลังจะแต่งงาน เลยไม่อยากตาย อยากจะอยู่ดูความสำเร็จของลูก และอยากจะอยู่เลี้ยงหลานในอนาคตงั้นเหรอ

ดูเหมือนจะมีแค่คำว่า 'ปาฏิหาริย์' คำเดียวเท่านั้นแหละ ที่อธิบายเรื่องทั้งหมดนี้ได้ เพราะถ้ามีหมอเทวดาหรือยาวิเศษจริงๆ ละก็ หมอหลินคงจะขอยกย่องให้เป็นสุดยอดหมอเทวดาแห่งยุค และยาวิเศษนั่นก็คงจะเป็นยาอายุวัฒนะไปแล้ว

"ถ้าอย่างนั้น... มันก็คงเป็นปาฏิหาริย์แล้วล่ะ" หมอหลินเอ่ยขึ้นมา

"นั่นสิครับ มันคือปาฏิหาริย์จริงๆ" จี้หวยหนานเก็บความสงสัยในใจเอาไว้ และเอ่ยตอบรับหมอหลิน

ในตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้ารีบร้อนก็ดังขึ้นจากด้านนอก

"หวยหนานเอ๊ย... แม่เธอเป็นยังไงบ้าง"

"เด็กคนนี้นี่ ทำไมมีอะไรถึงไม่รีบมาบอกป้าล่ะลูก"

จี้หวยหนานหันไปเห็นป้าฮวาวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาด้วยสีหน้าเศร้าหมอง

"หวยหนานเอ๊ย... เธออย่าเสียใจไปเลยนะ พวกเราทุกคนก็เตรียมใจเรื่องอาการของแม่เธอเอาไว้แล้วล่ะ"

"ป้าว่า แม่เธอคงจะรับรู้ได้ว่าลูกชายมีคนรักเป็นตัวเป็นตนแล้ว เธอถึงได้จากไปอย่างหมดห่วงยังไงล่ะ"

พอได้ยินคำพูดเหล่านั้น จี้หวยหนานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำไมถึงพูดจาแปลกๆ แบบนี้ล่ะเนี่ย เหมือนกับว่าแม่เขาใกล้จะตายยังไงยังงั้น

เขากำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่แล้วป้าฮวาที่กำลังปลอบใจเขาก็พุ่งตัวเข้าไปเกาะขอบเตียง และกุมมือแม่เขาเอาไว้แน่นเสียก่อน

"ชูเฟินเอ๊ย... ทำไมเธอถึงได้อาภัพแบบนี้นะ เธอควรจะฟื้นขึ้นมาสิ หวยหนานอุตส่าห์มีคนรักทั้งที เธอควรจะฟื้นขึ้นมาดูเขาสองคนแต่งงานกันสิ วันข้างหน้า เธอยังต้องอยู่เลี้ยงหลานให้พวกเขานะ"

"เธอทำแบบนี้ได้ยังไง..."

ความสัมพันธ์ระหว่างป้าฮวากับโจวชูเฟิน แม่ของจี้หวยหนานนั้น แน่นแฟ้นมากจริงๆ ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยยังเป็นสาวรุ่น

คบกันมานานหลายสิบปี ความผูกพันย่อมลึกซึ้งเป็นธรรมดา

พวกเธอสนิทกันเหมือนพี่น้องคลานตามกันมา เผลอๆ อาจจะรักกันมากกว่าพี่น้องแท้ๆ ด้วยซ้ำ

แต่ตอนนี้ กลับมีคนมาบอกว่าเพื่อนรักของหล่อนกำลังจะตาย

ถึงจะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่พอเอาเข้าจริง หล่อนก็อดเสียใจไม่ได้อยู่ดี

ถูกต้องแล้ว ข่าวลือที่ป้าฮวาได้ยินมาก็คือ แม่จี้ตายแล้ว!

พอได้ยินพวกชาวบ้านในลานบ้านรวมซุบซิบกัน หล่อนก็ทิ้งผ้าที่กำลังซักไว้ แล้วรีบวิ่งมาที่นี่ทันที

ตอนนี้ หล่อนกุมมือของแม่จี้เอาไว้แน่น น้ำตาไหลพรากออกมาไม่ขาดสาย

"คุณป้าครับ ความจริงแล้วแม่ผมท่าน..." คราวนี้ จี้หวยหนานมั่นใจแล้วว่าป้าฮวาต้องเข้าใจผิดไปใหญ่แน่ๆ

เขาจึงรีบอ้าปากอธิบาย

แต่ยังไม่ทันได้พูดจบ จู่ๆ ร่างของป้าฮวาที่กำลังร้องห่มร้องไห้อยู่ก็แข็งทื่อไปทั้งตัว

หลายวินาทีผ่านไป หล่อนก็ค่อยๆ หันขวับมามองจี้หวยหนานด้วยใบหน้าซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว อ้าปากพะงาบๆ เหมือนอยากจะพูดอะไร แต่เพราะตกใจสุดขีด จึงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ ก็ผ่านไปครู่ใหญ่เลยทีเดียว

หล่อนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "หะ... หวยหนานเอ๊ย มะ... มือ... มือขยับ!"

จี้หวยหนาน: นิ้วแม่ผมขยับอีกแล้วเหรอ กะแล้วเชียวว่าเมื่อคืนนี้ผมไม่ได้ตาฝาดไปแน่ๆ

"ขยับอีกแล้ว!"

"หวยหนานเอ๊ย ผะ... ผีหลอก!"

ประโยคสุดท้าย ป้าฮวาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด

หล่อนกลัวจนตัวสั่น แถมยังมีน้ำตาคลอเบ้าด้วยความตกใจ

แต่ถึงอย่างนั้น หล่อนก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากโจวชูเฟิน

ภาพตรงหน้าทำให้จี้หวยหนานและหมอหลินถึงกับกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่

"ขยับจริงๆ เหรอ ไหนขอดูหน่อยสิ" หมอหลินรีบก้าวเข้าไปตรวจดู

จี้หวยหนานถือโอกาสประคองป้าฮวาให้ลุกขึ้น ลากเก้าอี้มาให้หล่อนนั่ง แล้วจึงเล่าอาการที่แท้จริงของแม่ให้ฟัง

ป้าฮวานั่งฟังตาปริบๆ ผ่านไปพักใหญ่กว่าจะตั้งสติได้ หล่อนถามกลับด้วยความมึนงงว่า "สรุปก็คือ อาการของชูเฟินดีขึ้น แถมยังมีโอกาสฟื้นขึ้นมาด้วย ไม่ได้ตายแล้วใช่ไหม"

"ใช่ครับ"

"แล้วทำไมพวกคนในลานบ้านรวมถึง..." พูดไม่ทันจบ ป้าฮวาก็ตบต้นขาตัวเองฉาดใหญ่ แล้วลุกพรวดขึ้นยืนด้วยความโมโห "ต้องเป็นเพราะพวกปากหอยปากปูนั่นปล่อยข่าวลือมั่วซั่วแน่ๆ นังพวกปากหอยปากปู กล้าดียังไงมาปล่อยข่าวลือแบบนี้ ยอมไม่ได้ ฉันต้องไปด่าพวกมันให้รู้แล้วรู้รอด! ปล่อยให้ลือมั่วๆ แบบนี้ต่อไปไม่ได้เด็ดขาด"