LNCrawler

แม่จี้ที่ยังมีสติรับรู้

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

แม่จี้ที่ยังมีสติรับรู้

พอข่าวลือมาถึงหูหล่อน กลับกลายเป็นว่าชูเฟินตายไปแล้วซะงั้น

ขืนปล่อยให้พวกชาวบ้านลือกันไปเรื่อยๆ แบบนี้ ไม่แคล้วคงลือกันไปถึงขั้นว่า จี้หวยหนานเสียใจหนักจนตรอมใจตายตามแม่ไปอีกคนเป็นแน่

ไม่ได้การแล้ว ข่าวลือมั่วซั่วพรรค์นี้ ต้องรีบสกัดดาวรุ่งให้ไว จะปล่อยให้ลือกันสนุกปากต่อไปไม่ได้เด็ดขาด!

ป้าฮวาลูบอกตัวเองป้อยๆ เพื่อปลอบประโลมหัวใจที่ยังเต้นรัวไม่หาย เมื่อกี้ตอนที่ได้ยินข่าวลือนั่น หล่อนตกใจแทบแย่

และแน่นอนว่า ตอนที่คิดว่าชูเฟินผีหลอกเมื่อครู่นี้ หล่อนก็เกือบช็อกตายเหมือนกัน

แต่โชคดีที่ชูเฟินไม่เพียงแต่ไม่เป็นอะไรเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสฟื้นขึ้นมาในเร็วๆ นี้อีกด้วย

จู่ๆ ป้าฮวาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันไปพูดกับจี้หวยหนานด้วยความตื่นเต้นดีใจว่า "หวยหนานเอ๊ย ดูท่าทางหนูกับซูซูคงเป็นเนื้อคู่ตุนาหงันกันจริงๆ นั่นแหละ แล้วแม่ของหนูก็คงยินดีที่เห็นพวกหนูลงเอยกันด้วยนะ ดูสิ พอพวกหนูตกลงคบกันปุ๊บ แม่หนูก็มีสัญญาณว่าจะฟื้นปั๊บเลย นี่มันหมายความว่าอะไร ก็หมายความว่าซูซูเป็นคนมีบุญบารมี เป็นดาวนำโชคของครอบครัวพวกเธอไงล่ะ"

ประโยคหลังนี้ ป้าฮวากล้าพูดเฉพาะตอนที่อยู่กับจี้หวยหนานตามลำพังเท่านั้นแหละ ขืนไปพูดข้างนอก มีหวังได้โดนเพ่งเล็งแน่ๆ

เพราะมันอาจจะเข้าข่ายงมงายและเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ได้

แต่ในใจลึกๆ ของหล่อน หล่อนเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า เป็นเพราะบารมีของเสิ่นอวิ๋นซู ที่ทำให้ชูเฟินมีสัญญาณว่าจะฟื้นขึ้นมา

"หวยหนานเอ๊ย วันข้างหน้าเธอต้องดูแลและใช้ชีวิตคู่กับซูซูให้ดีๆ นะรู้ไหม"

"ครับป้า ผมจะทำแบบนั้นแน่นอนครับ"

"ป้าไม่มัวโอ้เอ้อยู่ที่นี่แล้วล่ะ ป้าต้องรีบไปฉีกปากพวกที่มันปล่อยข่าวลือมั่วซั่วพวกนั้นซะหน่อย ปล่อยให้ลือกันสนุกปากแบบนี้ได้ยังไงกัน"

พูดจบ ป้าฮวาก็พุ่งตัวออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็วและเร่งรีบ เหมือนกับตอนที่พุ่งตัวเข้ามาไม่มีผิด

ตอนที่ป้าฮวาร้องห่มร้องไห้วิ่งเข้าไปในบ้านตระกูลจี้ มีคนเห็นเหตุการณ์นี้กันหลายคนทีเดียว ประกอบกับช่วงเวลานี้หลายคนยังไม่ออกไปทำงาน

ดังนั้น ตอนนี้ทุกคนจึงพากันชะเง้อคอมอง รอให้ป้าฮวาออกมาอย่างใจจดใจจ่อ เพื่ออยากจะรู้ความจริงเกี่ยวกับอาการของโจวชูเฟิน

และป้าฮวาก็ไม่ทำให้พวกเขารอเก้อ หล่อนเดินออกมาอย่างรวดเร็ว

เพียงแต่ว่า…

"อะไรนะ?! ชูเฟินไม่ได้ตายหรอกเหรอ แถมยังมีสัญญาณว่าจะฟื้นด้วยซ้ำเนี่ยนะ"

"สรุปก็คือ ที่หวยหนานรีบร้อนไปตามหมอแต่เช้า ก็เพราะอาการของแม่เขาดีขึ้นงั้นเหรอ อ้อ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง แสดงว่าพวกเราเข้าใจผิดกันไปเองสินะ"

"ฉันก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรชัดเจนหรอกนะ ก็แค่ฟังเขาเล่ามาอีกทีเหมือนกันแหละ"

"ถ้าอย่างนั้น แม่หนูที่ชื่อเสิ่นอวิ๋นซูคนนั้น ก็ต้องเป็นคนมีบุญวาสนามากเลยน่ะสิ เพิ่งจะตกลงคบกับจี้หวยหนานได้แค่วันเดียว ว่าที่แม่สามีก็มีสัญญาณว่าจะฟื้นเลย ดูท่าทางคงเป็นดาวนำโชคที่ช่วยหนุนดวงครอบครัวและดวงสามีแน่ๆ"

"ก่อนหน้านี้ฉันได้ยินมาว่าแม่หนูคนนั้นเป็นเด็กกำพร้า พอมาได้ยินข่าวลือเมื่อเช้า ก็เลยพาลคิดไปว่าแม่หนูคนนั้นเป็นตัวกาลกิณีกินญาติพี่น้อง... แต่พอดูจากตอนนี้แล้ว แม่หนูคนนี้มีบุญวาสนาสูงส่งจริงๆ นั่นแหละ"

พอป้าฮวาได้ยินคนพูดว่าเสิ่นอวิ๋นซูเป็นตัวกาลกิณี หล่อนก็ทนไม่ไหว ยืนเท้าสะเอวแล้วพูดขึ้นมาด้วยความโมโหว่า "อย่ามาพูดจาเหลวไหลนะ ซูซูของเราเป็นคนมีบุญวาสนามากต่างหากล่ะ"

"เด็กกำพร้าแล้วมันยังไงล่ะ พ่อแม่ของซูซูสละชีพเพื่อปกป้องทรัพย์สินของโรงงานเหล็กกล้านะ พวกท่านคือวีรบุรุษ พวกเธอจะมาใส่ร้ายป้ายสีครอบครัววีรบุรุษแบบนี้ไม่ได้นะ"

"ใช่ๆๆ พวกเราพูดผิดไปเอง ขอโทษด้วยนะจ๊ะ"

เมื่อเห็นป้าฮวาออกโรงปกป้องอย่างแข็งขันและมีท่าทีขึงขังขนาดนั้น คนพวกนั้นก็รีบเอ่ยปากขอโทษขอโพยทันที

ถึงแม้ป้าฮวาจะเพิ่งเคยเจอเสิ่นอวิ๋นซูเป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้ แต่หล่อนก็สัมผัสได้ว่าซูซูเป็นเด็กดี หญิงสาวที่แสนดีแบบนั้น ไม่ควรจะต้องมาทนฟังคำใส่ร้ายป้ายสีพรรค์นี้

ด้วยการออกโรงชี้แจงของป้าฮวา

ข่าวลือมั่วซั่วก็ถูกสยบลงอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากนั้นไม่นาน หมอหลินก็เดินออกมาจากบ้าน

มีคนเข้าไปถามไถ่หมอหลินเพื่อความแน่ใจ และเมื่อได้รับคำตอบที่ตรงกับสิ่งที่ป้าฮวาพูด พวกเขาก็ไม่กล้าพูดจาซุบซิบนินทาอะไรอีก

กระแสลมในลานบ้านรวมก็เปลี่ยนทิศทางไปอย่างกะทันหัน

จากตอนแรกที่ลือกันว่าเสิ่นอวิ๋นซูเป็นตัวกาลกิณี ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเธอคือคนมีบุญวาสนาสูงส่ง หากบ้านไหนได้เสิ่นอวิ๋นซูไปเป็นสะใภ้ ก็จะช่วยหนุนดวงครอบครัว และหนุนดวงสามีไปตลอดชีวิต

ดังนั้น เมื่อจี้หวยหนานปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนในลานบ้านรวมอีกครั้ง สิ่งที่เขาได้ยินจึงมีแต่คำแสดงความยินดี

ทุกคนต่างพากันแสดงความยินดีที่เขากำลังจะได้แต่งงานกับหญิงสาวที่ทั้งสวยและมีบุญวาสนาสูงส่งในอีกไม่ช้า

จี้หวยหนานจะพูดอะไรได้ล่ะ แน่นอนว่าเขาก็ต้องตอบรับคำยินดีเหล่านั้นด้วยความเต็มใจอยู่แล้ว

ซูซูของเขาน่ะ ทั้งมีบุญวาสนาและสวยที่สุดอยู่แล้ว

จี้หวยหนานรู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ได้แต่งงานกับเธอ

นอกจากจะร่วมแสดงความยินดีกับจี้หวยหนานแล้ว คนในลานบ้านรวมก็ยังแอบคาดเดากันด้วยว่า แม่จี้จะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่กันแน่

แน่นอนว่าต้องมีคนตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ถ้าแม่จี้ฟื้นขึ้นมา แล้วเสิ่นอวิ๋นซูแต่งเข้าบ้าน ทั้งสองคนก็ต้องกลายเป็นแม่ผัวลูกสะใภ้กัน ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะมีปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้เหมือนบ้านอื่นหรือเปล่านะ

คำพูดเหล่านี้ แน่นอนว่าจี้หวยหนานต้องได้ยินเข้าหูอยู่แล้ว

แต่เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย

เพราะมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ดีว่าแม่ของเขาเป็นคนดีแค่ไหน และมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าซูซูเป็นคนดีแค่ไหน

เขาเชื่อมั่นว่า แม่ของเขาจะต้องรักและเอ็นดูซูซูเหมือนลูกสาวแท้ๆ ของตัวเอง ดีไม่ดีอาจจะสนิทสนมกันมากกว่าเขาที่เป็นลูกชายแท้ๆ เสียอีก

ส่วนซูซูก็เป็นคนนิสัยดี

เพราะฉะนั้น เขามั่นใจว่าระหว่างแม่ของเขากับซูซูจะไม่มีปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้อย่างแน่นอน

แน่นอนว่า ถ้าเกิดมีเรื่องขัดแย้งหรือความเข้าใจผิดอะไรขึ้นมาจริงๆ นั่นก็ต้องเป็นเพราะความผิดของเขา เป็นเพราะเขาทำหน้าที่ลูกชายและสามีได้ไม่ดีพอ ไม่เป็นคนกลางช่วยประสานรอยร้าวให้พวกเธอ

ถ้าเป็นแบบนั้น คนที่ควรจะทบทวนตัวเองก็คือเขานี่แหละ!

แต่เรื่องพวกนั้นมันเป็นเรื่องของอนาคต

จี้หวยหนานทอดสายตามองท้องฟ้าสีครามสดใส ก้อนเมฆที่ลอยละล่องผ่านไปมา ดูเหมือนจะกลายเป็นรูปร่างของเสิ่นอวิ๋นซูไปเสียหมด

เขารู้ตัวดี ว่าเขากำลังคิดถึงซูซูเข้าให้แล้ว

ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ซูซูกำลังทำอะไรอยู่นะ

อาการของแม่ที่ดูเหมือนจะดีขึ้น แถมยังมีสัญญาณว่าจะฟื้นขึ้นมา ทำให้ภูเขาที่ทับอกจี้หวยหนานมานานถูกยกออกไปจนหมดสิ้น

ตลอดสองปีที่ผ่านมา ก้อนหินก้อนใหญ่ที่กดทับอยู่ในใจของเขา ถูกยกออกไปจนหมดเกลี้ยง

เขารู้สึกได้ว่าทั้งร่างกายและจิตใจเบาสบายขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

มุมมองที่เขามีต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวก็ดูเหมือนจะสว่างไสวและเปิดกว้างมากขึ้น

เขานั่งลงข้างเตียง กุมมือแม่ของเขาเอาไว้ แล้วเอ่ยว่า "แม่ครับ แม่ต้องรีบตื่นขึ้นมานะ ทางที่ดีก็ควรจะตื่นขึ้นมาให้ทันงานแต่งงานของผมกับซูซูนะ งานนั้นไม่ใช่แค่ผมที่แต่งเมีย แต่เป็นงานที่แม่รับลูกสะใภ้เข้าบ้านด้วยนะ"

สิ้นเสียงของเขา เขาก็สัมผัสได้ว่านิ้วมือของแม่ขยับอีกครั้ง

ใบหน้าของจี้หวยหนานเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจ "แม่ได้ยินที่ผมพูดใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้น แม่ต้องพยายามตื่นขึ้นมาให้ได้นะครับ"

จี้หวยหนานก็แค่พูดไปอย่างนั้น เขาไม่ได้คาดหวังว่าแม่ที่นอนเป็นเจ้าหญิงนิทรามาตลอด จะสามารถรับรู้เรื่องราวที่เขาพูดได้จริงๆ

แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ แม่จี้รับรู้ทุกอย่างจริงๆ

ใช่แล้ว ตลอดสองปีที่ผ่านมา แม้ว่าแม่จี้จะไม่สามารถขยับตัว หรือลืมตาตื่นขึ้นมาได้ แต่สติสัมปชัญญะของหล่อนนั้นยังคงรับรู้ทุกอย่างเป็นอย่างดี

หล่อนรู้ดีว่า การที่ตัวเองกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราแบบนี้ สร้างความลำบากให้กับลูกชายมากแค่ไหน

และเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ หล่อนก็สัมผัสได้ถึงความอ่อนแอของร่างกายตัวเอง แถมยังได้ยินที่หมอหลินพูด หล่อนจึงรู้ดีว่าตัวเองคงจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว

ในตอนนั้น หล่อนคิดว่า การที่หล่อนมีสภาพเป็นแบบนี้ รีบๆ ตายไปเสียก็คงจะดีเหมือนกัน

ลูกชายจะได้ไม่ต้องมาทนลำบากเพราะหล่อนอีกต่อไป

แม้ว่าลึกๆ แล้ว หล่อนจะอยากเห็นลูกชายแต่งงานมีครอบครัวมากแค่ไหน แต่จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ หล่อนคงไม่มีโอกาสได้เห็นแล้วล่ะ

แต่ใครจะไปคิด ว่าช่วงก่อนหน้านี้ หล่อนจะฝันประหลาด หล่อนเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในสภาพแบบนี้ ตัวเองยังจะฝันได้ยังไง

ในความฝัน มีนางฟ้าแสนสวยและใจดีคนหนึ่ง นำยาวิเศษมาป้อนให้หล่อน ทำให้หล่อนฟื้นขึ้นมา

พูดกันตามตรง ความฝันนี้มันค่อนข้างจะเพ้อเจ้อไปหน่อย

ไม่ว่าจะเป็นนางฟ้า หรือยาวิเศษ มันจะมีอยู่จริงได้ยังไงกัน

แต่เมื่อวานนี้ ตอนที่หล่อนได้ยินเสียงของเสิ่นอวิ๋นซู หล่อนก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่าเสียงของเสิ่นอวิ๋นซู เหมือนกับเสียงของนางฟ้าในความฝันไม่มีผิดเพี้ยน

และหลังจากนั้น หล่อนก็สัมผัสได้ว่า ในตอนที่เสิ่นอวิ๋นซูเข้ามาใกล้ ริมฝีปากของหล่อนก็ถูกยัดอะไรบางอย่างเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ของสิ่งนั้นคืออะไร โจวชูเฟินก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่พอของสิ่งนั้นเข้าปาก มันก็ละลายทันที แล้วกลายเป็นกระแสความอบอุ่น ไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงอวัยวะที่เสื่อมโทรมตามจุดต่างๆ ของร่างกายหล่อน