แปลสด ณ จุดเกิดเหตุ
แปลสด ณ จุดเกิดเหตุ
35% ความรู้สึกดีๆ นี้ค่อนข้างต่ำแฮะ
สงสัยว่าความรู้สึกดีๆ 35% นี้น่าจะเป็นเพราะพ่อกับแม่ของเธอด้วยซ้ำ
แต่ก็ตรงกับบุคลิกของผู้อำนวยการเซียวจริงๆ
ในนิยายเล่มนี้ที่เธอเคยอ่านก็มีกล่าวถึงผู้อำนวยการเซียวว่า เขาไม่ใช่คนดีแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่ใช่คนเลวแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
สิ่งเดียวที่แน่ชัดก็คือ เขาให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตัวเองมาก และมีท่าทีเฉยเมยต่อทุกสิ่งทุกอย่างของคนอื่น
อาจเป็นเพราะตอนเด็กๆ เขาไม่ได้รับความรักจากพ่อแม่ แต่กลับถูกทารุณกรรมแทน
ผู้อำนวยการเซียวมีวัยเด็กที่น่าเวทนามาก
ดังนั้น ฐานะทางบ้านในอดีตของเขาจึงไม่ค่อยดีนัก
ส่วนภรรยาของเขาก็คือคนที่มาช่วยชีวิตเขา ดังนั้น นอกจากเรื่องของตัวเองแล้ว สิ่งเดียวที่เขาสนใจก็คือเรื่องของภรรยา
เซียวฉางเฟิงมีรูปร่างหน้าตาที่ค่อนข้างดีทีเดียว ส่วนภรรยาของเขา เพราะป่วยเป็นโรคบางอย่างเมื่อสิบกว่าปีก่อน จึงทำให้อ้วนขึ้น
ในนิยายเขียนไว้ว่า มีคนจำนวนไม่น้อยบอกว่าภรรยาของเซียวฉางเฟิงไม่คู่ควรกับเขา ถึงขั้นมีคนอยากเข้าหาเซียวฉางเฟิง ด้วยการส่งผู้หญิงสวยๆ มาให้เขาด้วยซ้ำ
แต่คนคนนี้กลับไปแตะต้องมังกรย้อนเกล็ดของเซียวฉางเฟิงเข้า สุดท้ายไม่เพียงแต่จะเข้าหาไม่สำเร็จ แต่ยังถูกเซียวฉางเฟิงเล่นงานอย่างหนัก โทษฐานที่ดูถูกภรรยาของเขา
สำหรับเซียวฉางเฟิงแล้ว ภรรยาของเขา ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในใจเขาเสมอ และเป็นคนที่เขาสนใจมากที่สุดรองจากตัวเอง หรืออาจจะสนใจมากกว่าตัวเองด้วยซ้ำ
ดังนั้น ใครก็ว่าภรรยาของเขาไม่ได้
และเขาจะไม่มีวันยอมให้ตัวเองทรยศภรรยาเด็ดขาด
แม้ว่านิสัยของเซียวฉางเฟิงจะก้ำกึ่งระหว่างดีกับร้าย แต่เขาก็มีความสามารถมาก
ในนิยายเขียนไว้ว่า ภายใต้การบริหารของเซียวฉางเฟิง โรงงานเหล็กกล้าแห่งนี้ก็มีการพัฒนาที่ดีมาโดยตลอด
เรื่องแย่เพียงเรื่องเดียวก็คือ ภรรยาของเซียวฉางเฟิง นามว่า เริ่นโหรว
อีกสองปีให้หลัง คือปี 1979 เธอจะเสียชีวิตด้วยอาการป่วย
ในนิยายเขียนว่า เซียวฉางเฟิงถึงกับผมหงอกขาวโพลนในชั่วข้ามคืน
หลังจากนั้น เซียวฉางเฟิงก็ไม่ได้แต่งงานใหม่อีกเลยตลอดชีวิต
ดังนั้น เขาจึงเป็นคนรักเดียวใจเดียวด้วยเช่นกัน
ความประทับใจที่เสิ่นอวิ๋นซูมีต่อเซียวฉางเฟิง ส่วนหนึ่งมาจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม และอีกส่วนหนึ่งมาจากในนิยาย
ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว
เพียงแต่…
ความรู้สึกดีๆ 35% นี้น้อยจริงๆ แฮะ
ดูท่าแล้ว เรื่องที่จะขอตำแหน่งงานคืน คงไม่ได้ราบรื่นตั้งแต่ต้นซะแล้วล่ะ
และแล้ว วินาทีต่อมา เธอก็ได้ยินผู้อำนวยการเซียวพูดว่า "หนูชื่อซูซูใช่ไหม จดหมายของหนู ลุงอ่านแล้วล่ะ จดหมายนี้...เขียนได้ดีทีเดียว"
จดหมายฉบับนี้เขียนได้ดีจริงๆ
ทั้งสำนวนการเขียนและถ้อยคำที่ใช้ ล้วนสละสลวยและละเอียดอ่อน เห็นได้ชัดว่าทักษะการเขียนดีมาก
หากเป็นคนอื่นมาอ่าน ตอนนี้คงร้องไห้ไปแล้ว
แน่นอนว่า ที่เขาบอกว่าเขียนได้ดี ไม่ใช่แค่นั้น แต่รวมถึงลายเซ็นด้านล่างด้วย ไม่ว่าจะเป็นลายเซ็นของเพื่อนร่วมงานและผู้นำจากสำนักงานเขต ไปจนถึงลายเซ็นของเพื่อนบ้านในลานบ้านรวม
ทุกลายเซ็นล้วนเป็นเครื่องยืนยันในสิ่งที่เธอเขียน ทำให้มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
ต้องยอมรับเลยว่า นี่เป็นจดหมายที่เปี่ยมไปด้วยความน่าเชื่อถือสูงมาก
หากเปลี่ยนเป็นคนที่มีจิตใจรักความยุติธรรมและมีเลือดร้อนมาอ่านจดหมายฉบับนี้ล่ะก็ ไม่แน่ว่าอ่านจบแล้วคงจะเสนอตัวช่วยเหลือทันที
ทว่า…
คนที่อ่านจดหมายฉบับนี้ดันเป็นเขา
เซียวฉางเฟิงคนนี้เป็นคนไร้หัวใจนะจะบอกให้
เรื่องของคนอื่นมันเกี่ยวอะไรกับเขาล่ะ
ดังนั้น เขาจึงเอ่ยขึ้น พร้อมกับยื่นจดหมายส่งกลับไปทางเสิ่นอวิ๋นซู "แต่ว่านะ ลุงคงช่วยหนูไม่ได้หรอก แม้ตำแหน่งงานนี้แต่เดิมเป็นของหนูจริงๆ ก็เถอะ แต่หนูก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นเพราะหนูเองที่เต็มใจยกตำแหน่งงานนี้ให้เสิ่นอวิ๋นซิ่ว ดังนั้น..."
ประโยคต่อจากนี้ ผู้อำนวยการเซียวไม่ได้พูดต่อ แต่เสิ่นอวิ๋นซูก็เข้าใจ
สรุปง่ายๆ ก็คือ ผู้อำนวยการเซียวอยากจะบอกว่า เพราะเสิ่นอวิ๋นซูโง่เองนั่นแหละ ถึงได้ถูกหลอกเอาตำแหน่งงานไป ในเมื่อถูกหลอกเอาไปแล้ว การจะทวงคืนมามันง่ายซะที่ไหนล่ะ
แถมเขาก็ไม่มีหน้าที่ต้องไปทวงคืนให้เสิ่นอวิ๋นซูด้วย
ความในใจลึกๆ ของเซียวฉางเฟิงก็คล้ายคลึงกับแบบนี้จริงๆ
ในเมื่อเธอโง่เอง เธอก็ต้องรับผลกรรมเอง
อันที่จริง ตำแหน่งงานนี้ ถ้าเขาออกหน้าไปทวงคืนให้จริงๆ มันก็ทวงคืนได้อยู่แล้ว
แต่ทำไมเขาต้องทำล่ะ
เขามีเรื่องให้ต้องกังวลและต้องจัดการตั้งมากมาย จะเอาเวลาที่ไหนไปสนใจเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับพนักงานในโรงงานของเขาด้วย
ต่อให้ในอดีตพ่อแม่ของเสิ่นอวิ๋นซูจะเป็นผู้มีพระคุณของเขาก็ตาม
แต่อะไรที่ควรให้ สิ่งที่ควรตอบแทน เขาก็ทำไปหมดแล้ว
สำหรับเซียวฉางเฟิงแล้ว ในเมื่อให้ไปแล้ว ตอบแทนไปแล้ว เรื่องนั้นก็ถือเป็นอันจบกัน
เสิ่นอวิ๋นซูรับจดหมายกลับมา จากนั้นก็พูดกับระบบในใจว่า
[ ระบบ เพิ่มความรู้สึกดีๆ ให้กับเซียวฉางเฟิงที ]
[ ติ๊ง! เพิ่มความรู้สึกดีๆ 35% ให้กับเซียวฉางเฟิงแล้ว ขณะนี้ความรู้สึกดีๆ ที่เซียวฉางเฟิงมีต่อโฮสต์อยู่ที่ 65% ]
ในขณะที่ระบบเพิ่มความรู้สึกดีๆ เสิ่นอวิ๋นซูก็สัมผัสได้ชัดเจนว่าสายตาของเซียวฉางเฟิงเปลี่ยนไป
เดิมทีเธอสังเกตได้ว่าสายตาของผู้อำนวยการเซียวที่มองมาที่เธอนั้น แฝงความเย็นชาและนิ่งเฉย
ทว่าตอนนี้ สายตานั้นอ่อนโยนลงบ้างแล้ว
ดูเหมือนเขาจะรู้สึกสะเทือนใจกับจดหมายของเธอไม่น้อย
และแล้ว เซียวฉางเฟิงก็เอ่ยขึ้น "ทิ้งจดหมายไว้เถอะ เดี๋ยวลุงจะลองพิจารณาดู"
เสิ่นอวิ๋นซู : อะไรกัน ความรู้สึกดีๆ 65% แลกมาได้แค่จะลองพิจารณาดูเหรอ
เสิ่นอวิ๋นซูถึงกับหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ลง
จู่ๆ เธอก็นึกถึงคำพูดที่ระบบเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้
มันบอกว่า หากใช้ความรู้สึกดีๆ กับคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง ต่อให้เพิ่มความรู้สึกดีๆ ให้แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่มากนัก
ดูท่าแล้ว ผู้อำนวยการเซียวจะเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็งมากจริงๆ สินะ
ในขณะที่เสิ่นอวิ๋นซูกำลังวางจดหมายกลับคืนบนโต๊ะทำงาน สายตาก็เหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่งพอดี
หนังสือเล่มนั้นเขียนด้วยภาษาของประเทศ J
ชื่อหนังสือแปลออกมาได้ว่า...คู่มือการใช้งานเครื่องจักร
นี่น่าจะเป็นคู่มือของเครื่องจักรสองเครื่องที่โรงงานเหล็กกล้าเพิ่งซื้อมาแน่ๆ
เมื่อครู่นี้ หลังจากรู้ว่าการเพิ่มความรู้สึกดีๆ แลกมาได้แค่การพิจารณาของผู้อำนวยการเซียว เสิ่นอวิ๋นซูก็เข้าใจแล้วว่า การจะขอให้ผู้อำนวยการเซียวช่วยเหลือ คงต้องใช้ผลประโยชน์แลกเปลี่ยนซะแล้ว
และการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่ดีที่สุด ก็คือการแก้ปัญหาที่ผู้อำนวยการเซียวกำลังปวดหัวอยู่ตรงหน้านี้ไงล่ะ
ส่วนตอนนี้…
สายตาของเสิ่นอวิ๋นซูทอดมองไปยังหนังสือเล่มนี้ โอกาสไม่ได้มาเยือนตรงหน้าแล้วหรอกหรือ
"คุณลุงเซียวคะ หนังสือเล่มนี้ หนูขอดูหน่อยได้ไหมคะ"
เซียวฉางเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกว่าคำถามนี้ของเสิ่นอวิ๋นซูดูจะไม่ค่อยถูกกาลเทศะเท่าไหร่นัก
ทว่าเมื่อเห็นว่าหนังสือที่เสิ่นอวิ๋นซูขอดูคือคู่มือเล่มนั้น เขาก็ถึงกับชะงักไป
"ได้สิ"
"แต่หนูจะอ่านออกเหรอ"
หลังจากได้รับอนุญาตจากเขาแล้ว เสิ่นอวิ๋นซูก็หยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมา แล้วเริ่มเปิดอ่านตั้งแต่หน้าแรกเป็นต้นไป
พร้อมกับตอบว่า "อ่านออกค่ะ นี่เป็นภาษาประเทศ J"
เมื่อได้ยินเสิ่นอวิ๋นซูบอกว่าสามารถอ่านหนังสือเล่มนี้เข้าใจ ปฏิกิริยาแรกของเซียวฉางเฟิงก็คือ ไม่เชื่อ
แต่เมื่อได้ยินเสิ่นอวิ๋นซูบอกได้อย่างถูกต้องว่านี่คือภาษาประเทศ J เขาก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ยิ่งเห็นท่าทางที่เสิ่นอวิ๋นซูเปิดอ่านหนังสือเล่มนั้นอย่างคล่องแคล่วด้วยแล้ว
หรือว่าเธอจะอ่านออกจริงๆ
"หนูอ่านออกจริงๆ เหรอ ทั้งหมดในเล่มนี้ หนูอ่านเข้าใจหมดเลยงั้นเหรอ"
"ได้สิคะ หนูสามารถแปลเป็นภาษาของเราให้ฟังสดๆ ตรงนี้เลยก็ได้นะคะ"
เซียวฉางเฟิงก็ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่ออยู่ดี
"ถ้าหนูบอกแบบนั้น งั้นลองแปลหน้าแรกให้ลุงฟังตอนนี้เลยดีไหมล่ะ"