LNCrawler

ผู้ชายชั้นยอด + แนะนำนิยายใหม่

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

ผู้ชายชั้นยอด + แนะนำนิยายใหม่

หลังจากออกจากโรงงานเหล็กกล้า เสิ่นอวิ๋นซูก็ไปทำงานที่สำนักงานเขต

ไม่คาดคิดว่าเพิ่งจะถึงสำนักงานเขต ยังไม่ทันได้เข้าไป ก็เห็นคนคุ้นเคยยืนอยู่ไม่ไกล ซึ่งก็คือคู่ดูตัวของเธอ... ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่าคู่หมั้นแล้ว

"ซูซู..."

จี้หวยหนานเห็นเสิ่นอวิ๋นซูปั่นจักรยานมาแต่ไกล จึงรีบยกมือขึ้นทักทาย

ใช่แล้ว คนที่มาก็คือจี้หวยหนาน

เสิ่นอวิ๋นซูจอดจักรยานเสร็จ ก็เดินตรงไปยังทิศทางที่จี้หวยหนานยืนอยู่

จุดที่จี้หวยหนานยืนอยู่ไม่ใช่หน้าประตูสำนักงานเขตเสียทีเดียว แต่อยู่ห่างออกไปพอสมควร

แต่ก็ยังมีคนเดินผ่านไปมาแล้วหันมามองเขาอยู่เรื่อยๆ

เสิ่นอวิ๋นซูก็พอจะเข้าใจได้ ก็แหม จี้หวยหนานรูปร่างสูงใหญ่จริงๆ นี่นา วันนี้เขาสวมกางเกงลายพราง ทำให้ขาดูเรียวยาว ยิ่งใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว เอาชายเสื้อใส่ในกางเกง เข็มขัดยิ่งขับเน้นให้เห็นเอวสอบของผู้ชาย

เขายืนตัวตรงเป๊ะ มองปราดเดียวก็รู้เลยว่าประกอบอาชีพอะไร

แถมเขายังหล่ออีกต่างหาก เครื่องหน้าคมคายราวกับถูกสลักเสลามาอย่างดี ดวงตาสีดำขลับลึกล้ำยิ่งมีเสน่ห์ดึงดูด

เสิ่นอวิ๋นซูปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เหตุผลที่ตอนนั้นตกลงหมั้นหมาย หน้าตาและรูปร่างของจี้หวยหนานก็มีส่วนสำคัญไม่น้อย

"หวยหนาน คุณมาทำอะไรที่นี่คะ" เสิ่นอวิ๋นซูเดินเข้าไปถาม ในเมื่อตกลงคบหากันแล้ว เสิ่นอวิ๋นซูก็เรียกชื่อเขาตรงๆ เลย

ก็หมอนี่เล่นเรียกชื่อเล่นเธอว่า "ซูซู" ตั้งแต่แรกแล้วนี่นา

"ก็วันนั้นบอกไว้ว่าจะชวนคุณไปดูหนังไงครับ สองวันนี้คุณว่างไหม" พอเห็นเสิ่นอวิ๋นซูเดินเข้ามา ดวงตาของจี้หวยหนานก็เป็นประกาย

วันนี้เสิ่นอวิ๋นซูต้องมาทำงานที่สำนักงานเขต จึงยังคงสวมชุดทำงานและมัดผมมวยต่ำเหมือนกับวันดูตัวเป๊ะ

แต่จี้หวยหนานก็ยังรู้สึกว่าซูซูของเขาสวยที่สุดไม่ว่าจะอยู่ในชุดไหน

ต่อให้ไม่ต้องแต่งตัวประทินโฉม ก็ยังสวยกว่าผู้หญิงทุกคน

เมื่อกี้ ตอนที่เธอเดินเข้ามา จี้หวยหนานก็รู้สึกว่าเสิ่นอวิ๋นซูได้เดินเข้ามาในหัวใจของเขาแบบนี้แหละ

เมื่อได้ยินคำพูดของจี้หวยหนาน เสิ่นอวิ๋นซูก็ถามกลับ "วันไหนเวลาไหนคะ"

"อืมมม... ตอนบ่ายไหมครับ บ่ายวันนี้หรือบ่ายพรุ่งนี้ดี"

เสิ่นอวิ๋นซูคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า "คุณรอฉันตรงนี้แป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวฉันเข้าไปสลับเวรกับเพื่อนร่วมงานก่อน"

หลังจากจี้หวยหนานพยักหน้า เสิ่นอวิ๋นซูก็เดินเข้าไปสลับเวรกับเพื่อนร่วมงานทันที

โชคดีที่เพื่อนร่วมงานคุยง่าย และก็ดีกับเสิ่นอวิ๋นซูมาก

พวกเขาก็รู้เรื่องแล้วว่าเมื่อวานนี้ หลังจากเมิ่งเจวี๋ยหักหลัง เสิ่นอวิ๋นซูก็ไปดูตัวกับคนที่ปู่เคยหมายตาไว้ให้เสิ่นอวิ๋นซิ่ว แถมยังตกลงคบหากันแล้วด้วย

แม้พวกเขาจะรู้สึกว่าแบบนี้เสิ่นอวิ๋นซูจะเสียเปรียบเกินไป แต่ในเมื่อเสิ่นอวิ๋นซูตัดสินใจแล้ว พวกเขาก็พร้อมสนับสนุน

ตอนนี้พอได้ยินว่าเสิ่นอวิ๋นซูจะมาขอสลับเวรเพื่อไปดูหนังกับแฟนใหม่ พวกเขาก็ไม่รีรอ รีบจัดตารางให้เสิ่นอวิ๋นซูทันที

"อวิ๋นซู แฟนคนปัจจุบันของเธอคือคนที่ยืนอยู่ข้างนอกนั่นหรือเปล่า คนที่ดูเหมือนทหารน่ะ"

"ใช่ค่ะ"

"โอ้โห จริงเหรอเนี่ย อวิ๋นซู ฉันว่าแฟนคนนี้ดีกว่าเมิ่งเจวี๋ยอะไรนั่นตั้งเยอะ เมิ่งเจวี๋ยน่ะผอมแห้งแรงน้อยเกินไป ฉันว่าเขาปกป้องเธอไม่ได้หรอก แถมเขายัง..."

แถมเมิ่งเจวี๋ยที่น่ารังเกียจคนนั้นยังหักหลังซูซูอีก

"อวิ๋นซู แฟนของเธอมายืนรอเธอตั้งครึ่งชั่วโมงแล้วมั้ง" เธอเห็นตั้งแต่ตอนมาทำงานเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนแล้ว ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่แถมหล่อเหลาขนาดนั้น มันเตะตาจนอดมองไม่ได้จริงๆ

"ฉันยังเห็นมีสาวๆ วัยรุ่นเดินผ่านไปผ่านมาอยากจะเข้าไปทักทายเขาด้วยนะ แต่ฉันได้ยินเขาบอกปัดไปแต่ไกลเลยว่า เขามีคู่หมั้นแล้ว"

"ไม่น่าเชื่อเลยว่าคู่หมั้นของเขาคือเธอนี่เอง อวิ๋นซู"

"ยินดีด้วยนะอวิ๋นซู ฉันว่าผู้ชายคนนี้ไม่เลวเลยล่ะ เธอตาถึงจริงๆ ฉันว่าผู้ชายคนนี้น่ะต้องเป็นผู้ชายชั้นยอดแน่ๆ รอจนเธอแต่งงานเดี๋ยวก็รู้เองแหละ สายตาฉันเฉียบแหลมจะตายไป"

เสิ่นอวิ๋นซูถึงกับหน้าแดงแจ๋ไปถึงหูเมื่อได้ยินคำแซวของเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่คนนี้

เสิ่นอวิ๋นซูที่มาจากศตวรรษที่ 21 ยุคที่ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหล ทำไมจะไม่เข้าใจความหมายของประโยคนี้ล่ะ

แต่ว่า เสิ่นอวิ๋นซูในชาติก่อนไม่ค่อยประสีประสาเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ เพราะเธอไม่เคยมีประสบการณ์เลย

ส่วนจี้หวยหนาน…

ดูจากรูปร่างหน้าตาแล้ว น่าจะใช้ได้เลยล่ะ

เสิ่นอวิ๋นซูรู้สึกว่าเรื่องพรรค์นี้ก็สำคัญเหมือนกันนะ

เพิ่งจะคิดบ่นในใจจบ เสิ่นอวิ๋นซูก็แอบกุมขมับตัวเอง นี่ฉันคิดอะไรอยู่เนี่ย

เป็นเพราะพี่โจวแท้ๆ เลย มาพูดเรื่องผู้ชายชั้นยอดอะไรก็ไม่รู้ ทำให้เธอคิดเตลิดเปิดเปิงไปหมด

แต่เสิ่นอวิ๋นซูก็รู้สึกว่าจี้หวยหนานดีกว่าเมิ่งเจวี๋ยจริงๆ

จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม และจากเนื้อเรื่องในนิยายที่เคยอ่าน เธอพอจะรู้ว่าเมิ่งเจวี๋ยเป็นคนยังไง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาชอบเสิ่นอวิ๋นซูจริงๆ

แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ขี้ขลาด ไม่รู้จักต่อสู้และดิ้นรน พึ่งพาครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่มากเกินไป ราวกับเด็กที่ยังไม่โต ไม่เคยออกไปเผชิญโลกกว้างและสัมผัสความโหดร้ายของสังคม

แน่นอนว่าเขาก็มีข้อดีไม่น้อย เขาหน้าตาดี อ่อนโยน อารมณ์ดี สุภาพเรียบร้อย และมีการศึกษา

แต่นี่ก็กลายเป็นจุดอ่อนของเขาเช่นกัน

แถมเขายังมีศีลธรรมสูงเกินไปด้วย

ไม่ได้หมายความว่าการมีศีลธรรมไม่ดี แต่ทุกอย่างมันต้องมีความพอดี มากเกินไปก็ไม่ดี

อย่างเรื่องความใจดี การใจดีแบบมีขอบเขต มีจุดยืน นั่นแหละดีที่สุด แต่ถ้าใจดีมากเกินไปจนกลายเป็นพวกแม่พระโลกสวย แบบนั้นก็ไม่ดีแล้ว

ส่วนจี้หวยหนาน เสิ่นอวิ๋นซูอาจจะยังไม่รู้จักเขาดีนัก

แต่จากที่เจอกันวันนั้น เธอรู้สึกว่าจี้หวยหนานน่าจะเป็นคนเด็ดขาด แน่วแน่ มีหลักการ และมีความรับผิดชอบสูง

แน่นอนว่า จะเป็นอย่างที่คิดหรือไม่นั้น คงต้องรอดูกันต่อไป

แต่เธอรู้สึกว่า คนที่สามารถเสียสละตัวเองเพื่อชาติได้ อย่างน้อยก็คงไม่เลวร้ายอะไรนัก

เสิ่นอวิ๋นซูเลิกสนใจคำแซวของเพื่อนร่วมงาน พอสลับคิวเสร็จก็รีบออกไปทันที เพราะกลัวจี้หวยหนานจะรอนาน

"ฉันสลับคิวกับเพื่อนร่วมงานเรียบร้อยแล้วค่ะ บ่ายนี้ฉันว่าง"

ดวงตาของจี้หวยหนานเป็นประกาย "งั้นเรานัดไปดูหนังกันบ่ายนี้เลยไหมครับ เดี๋ยวผมซื้อตั๋วเอง บ่ายนี้ผมไปรับคุณที่บ้านดีไหมครับ"

"ตกลงค่ะ" เสิ่นอวิ๋นซูตอบตกลงอย่างยินดี

เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเวลาเข้างานของเสิ่นอวิ๋นซูแล้ว แม้จี้หวยหนานจะอยากคุยต่อ แต่ก็ไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของเธอ

แถมพอนึกถึงว่าบ่ายนี้จะได้ไปเดต ดูหนังกับเสิ่นอวิ๋นซู อารมณ์ที่เคยห่อเหี่ยวเพราะต้องแยกจากกันก็กลับมาเบิกบานอีกครั้ง

ก่อนจี้หวยหนานจะกลับ เสิ่นอวิ๋นซูก็ไม่ลืมที่จะถามไถ่อาการของแม่จี้

ถึงแม้เธอจะไม่เชื่อคำพูดของเสิ่นอวิ๋นซิ่ว แต่การถามจากปากของจี้หวยหนานเองย่อมดีที่สุด

และคำตอบของจี้หวยหนานก็เป็นไปตามที่เธอคาดไว้จริงๆ

อาการของแม่จี้ดีขึ้นมาก และมีโอกาสสูงที่จะฟื้นคืนสติได้

"งั้นก็หวังว่าคุณป้าจะฟื้นขึ้นมาในเร็ววันนี้นะคะ" ในที่สุดเสิ่นอวิ๋นซูก็พูด

"แน่นอนครับ" จี้หวยหนานตอบ

ที่จริงแล้วจี้หวยหนานก็รู้สึกว่า ที่อาการของแม่ดีขึ้นก็เพราะเสิ่นอวิ๋นซู เหมือนอย่างที่ใครๆ เขาว่ากันว่า ซูซูคือดาวนำโชคของครอบครัวพวกเขานั่นเอง

 

แนะนำนิยายใหม่

นิยายเรื่องที่ 14

แค่ปั่นประสาทคน ฉันก็มีหมูสามชั้นกินในยุค 70 (คลิกที่นี่)

ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบสุดรันทดที่ถูกครอบครัวทอดทิ้ง? โจวซือเถียนไม่ยอมรับบทปุ๋ยแน่นอน! เมื่อมีระบบเก็บแต้มอารมณ์ติดตัว เธอจึงขอคว่ำโต๊ะ จัดการคนรังแกให้เข็ดขยาด แล้วแลกของกินอร่อย ๆ มาปรนเปรอตัวเอง ชีวิตใหม่นี้ใครอย่าได้มาซ่า!

 

4d14653202a6277e7fefc2784d036050.jpg

 

เรื่องย่อ

โจวซือเถียนทะลุมิติเข้าไปอยู่ในร่างตัวประกอบหญิงในนิยายยุคสมัยเรื่องหนึ่ง ที่มีชื่อและนามสกุลเดียวกับเธอ

เธอกลายเป็นน้องสาวฝาแฝดของนางเอก เพราะพ่อแม่สงสารที่นางเอกสุขภาพอ่อนแอ จึงส่งเธอที่ยังไม่พ้นเดือน ไปเลี้ยงไว้ในชนบท

เด็กน้อยผู้น่าสงสารที่พ่อไม่รัก แม่ไม่เอ็นดู ปู่ย่าก็ไม่ใส่ใจ ต้องทนทุกข์ลำบากอยู่ในชนบทมาตลอด

กระทั่งภายหลังถูกพากลับเข้าเมือง ก็ยังถูกนางเอกขับเน้นจนดูไร้ค่าไปเสียทุกอย่าง

ตอนที่โจวซือเถียนลืมตาขึ้นมา เป็นช่วงที่เธอเพิ่งถูกผลักตกลงจากไหล่เขาพอดี

พร้อมกับได้รับระบบเก็บรวบรวมอารมณ์มาระบบหนึ่ง

โจวซือเถียนหันกลับมารีดผลประโยชน์จากระบบอย่างไม่ปรานี

ของขวัญสำหรับผู้เล่นใหม่?

ทั้งเงินและคูปอง?

เด็กเท่านั้นแหละที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง โจวซือเถียนประกาศชัดว่า เธอเอาหมด!

เจ้าของร่างเดิมอดทนทำงานหนัก อุทิศตนเพื่อครอบครัวโดยไม่บ่นสักคำ

แต่เธอไม่ใช่แบบนั้น

บทตัวประกอบที่รอวันเป็นปุ๋ยให้คนอื่น ใครอยากเป็นก็เป็นไป เธอขอคว่ำโต๊ะไม่เล่นตามบทแล้ว!

โจวซือเถียนพับแขนเสื้อขึ้น แล้วจัดการคนที่เคยรังแกเจ้าของร่างเดิมทีละคน

 

ค่าคะแนนอารมณ์พุ่งสูงขึ้นไม่หยุด จนระบบตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าตัวเธอ

ค่าคะแนนอารมณ์ 1 แต้ม แลกซาลาเปาไส้เนื้อได้ 1 ลูก

7 แต้ม แลกหมูสามชั้นพะโล้ 1 จาน

 

ยังมีไก่อบ เป็ดย่าง ห่านย่าง...

โจวซือเถียนยิ้มทันที

กินซาลาเปาไส้เนื้อ จิบน้ำตาลทรายแดง แล้วมองค่าคะแนนอารมณ์ที่ผู้คนมากมายช่วยกันมอบให้บนหน้าจอระบบ

ยังคิดว่าเธอเป็นเด็กน้อยน่าสงสารที่ใครจะรังแกก็ได้อยู่หรือ?

มาหนึ่งคนจัดการหนึ่งคน

มาสองคนจัดการเป็นคู่!

ระบบนับค่าคะแนนอารมณ์ของตัวเองอย่างมีความสุข ก่อนเอ่ยชมโจวซือเถียนว่า

“สมแล้วที่เป็นโฮสต์ของฉัน เก่งจริง ๆ!”