ทางที่ดีเธอควรจะตามฉันมาแต่โดยดี
ทางที่ดีเธอควรจะตามฉันมาแต่โดยดี
ในที่สุดเขาก็ค่อยๆ คลายกำปั้นที่กำแน่นออก
เขาหันไปมองเสิ่นถิงอวี้ แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “อวี้อวี้ พี่เข้าใจแล้ว พี่ใจร้อนไปเอง พี่ก็แค่อยากแต่งงานกับเธอเร็วๆ เท่านั้นเอง”
เขาจับแขนทั้งสองข้างของเสิ่นถิงอวี้ไว้ “เธอก็รู้ เธอน่ะดีแสนดี พี่ก็กลัวว่าเธอจะโดนผู้ชายคนอื่นแย่งไปนี่นา”
คำพูดของสวี่ชางซุ่นทำให้เสิ่นถิงอวี้ถึงกับหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ลง “พี่ชางซุ่น อย่าคิดมากสิคะ ฉันไม่ไปอยู่กับผู้ชายคนอื่นหรอกน่า”
“แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่า เดี๋ยวนี้นักเรียนจะจดทะเบียนสมรสต้องใช้ใบรับรองจากผู้อำนวยการด้วย แต่ช่วงนี้ผู้อำนวยการโรงเรียนของเราไปดูงานต่างจังหวัดค่ะ เห็นว่าอย่างเร็วสุดก็ต้องมะรืนนี้ถึงจะกลับ”
เสิ่นถิงอวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอไม่ได้รีบร้อนเรื่องจดทะเบียนสมรสหรอก ยังไงเธอก็ตกลงปลงใจกับพี่ชางซุ่นแล้ว
ดังนั้น จะแต่งงานเมื่อไหร่ก็ได้
“งั้นมะรืนนี้รอเธอขอใบรับรองได้แล้วเราค่อยไปจดทะเบียนกัน” สวี่ชางซุ่นพูด
เสิ่นถิงอวี้มองสวี่ชางซุ่นอย่างแปลกใจ “พี่ชางซุ่น พี่ลืมแล้วเหรอคะ พรุ่งนี้พี่ต้องออกรถไม่ใช่เหรอ บอกว่าจะไปเป็นอาทิตย์แล้วนี่นา”
สวี่ชางซุ่นนึกขึ้นได้ทันที “เออจริงสิ พรุ่งนี้พี่ต้องออกรถนี่นา เกือบลืมไปเลย อวี้อวี้ พี่ก็แค่อยากแต่งงานกับเธอมากเกินไปน่ะ”
“อืมม ฉันเข้าใจค่ะ”
สวี่ชางซุ่นแอบหงุดหงิดอยู่ในใจ รู้งี้ไม่น่าบอกว่าพรุ่งนี้ต้องออกรถเลย จะได้ไปจดทะเบียนกันมะรืนนี้
ที่เขาพูดไปแบบนั้น ก็เพราะอยากเร่งรัดให้เสิ่นถิงอวี้จดทะเบียนสมรสก่อนที่เขาจะออกรถเท่านั้นเอง
ไม่คิดเลยว่า อุตส่าห์ไปถึงสำนักงานเขตแล้วแท้ๆ ดันเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นซะได้
ทว่า…
เจ้าหน้าที่รับจดทะเบียนสมรสคนนั้น สวยจริงๆ นะ สวยอย่างกับนางฟ้าแน่ะ ถ้าได้คนสวยแบบนั้นมาเป็นเมียก็คงจะดีสิ
หุ่นแบบนั้น หน้าตาแบบนั้น…
สวี่ชางซุ่นคิดไปก็แทบจะทนไม่ไหว
ผู้หญิงแบบนั้น ถือเป็นของดีสุดๆ ไปเลย
ไม่ได้การละ ต้องไปสืบดูสักหน่อยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แล้วค่อยดูว่าจะมีโอกาสลงมือไหม
ผู้หญิงระดับนั้น อย่าว่าแต่ได้มาเป็นเมียเลย แค่ได้นอนด้วยสักครั้งก็คุ้มแล้ว
“พี่ชางซุ่น พี่คิดอะไรอยู่คะ” สวี่ชางซุ่นกำลังเคลิ้มอยู่ จู่ๆ ก็ถูกเสียงของเสิ่นถิงอวี้ปลุกให้ตื่นจากภวังค์
สวี่ชางซุ่นรีบดึงสติกลับมา สายตาจับจ้องไปที่เสิ่นถิงอวี้
เขาแอบเปรียบเทียบในใจ
เสิ่นถิงอวี้เทียบกับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เลยจริงๆ
แต่ก็ถือว่าไม่เลวหรอก
“อวี้อวี้ พี่ไม่ได้คิดอะไรหรอก พี่... พี่ก็แค่คิดถึงเธอน่ะ”
“บ่ายนี้ เธอไปบ้านพี่ดีไหม”
เสิ่นถิงอวี้เข้าใจความหมายของสวี่ชางซุ่นทันที เธอเคยไปที่พักของสวี่ชางซุ่นมาแล้วสองครั้ง
ครั้งที่สองที่ไป เกือบจะ…
พูดตามตรง เสิ่นถิงอวี้เป็นผู้หญิงที่หัวโบราณมาก แม่เคยสอนเธอไว้ว่า ผู้หญิงเราต้องมอบความบริสุทธิ์ให้สามีในคืนวันแต่งงานเท่านั้น
นอกจากตอนนั้นแล้ว ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ห้ามเด็ดขาด
เสิ่นถิงอวี้อาจจะไม่ฟังใครเลย อย่างเช่นเรื่องที่คบหากับสวี่ชางซุ่น หรือแม้แต่เรื่องที่แอบไปจดทะเบียนสมรส เธอก็ไม่ได้บอกให้พ่อรู้
จนป่านนี้พ่อเธอก็ยังไม่รู้เรื่องเลย
แต่คนเดียวที่เธอจะยอมเชื่อฟัง ก็คือแม่ที่ล่วงลับไปแล้ว
ทุกคำสอนของแม่ เธอจดจำขึ้นใจและปฏิบัติตามเสมอ
เธอรู้ดีว่าที่สวี่ชางซุ่นพูดแบบนี้ กำลังบอกใบ้อะไรอยู่ เธอถึงขั้นแอบเห็นด้วยกับคำพูดก่อนหน้านี้ของเขาที่ว่า คนสองคนที่รักกัน เมื่อความรู้สึกพาไป การมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งก่อนแต่งงานก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แต่ครั้งนี้ เสิ่นถิงอวี้ก็ยังปฏิเสธไปโดยไม่ลังเลเลย
“ไม่ดีกว่าค่ะพี่ชางซุ่น บ่ายนี้ฉันว่าจะไปซื้อของเตรียมไว้ให้พี่กินระหว่างทางตอนออกรถพรุ่งนี้ค่ะ”
คำพูดของเสิ่นถิงอวี้ดับฝันสวี่ชางซุ่นอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่พอนึกถึงเป้าหมายที่แท้จริง เขาก็พูดอะไรไม่ออก
"โอเค งั้นเอาตามที่เธอว่าก็แล้วกัน อวี้อวี้ ไม่นึกเลยว่าเธอจะเตรียมของกินไว้ให้พี่ด้วย เธอดีกับพี่ขนาดนี้ได้ยังไงกัน พี่นี่โชคดีจริงๆ ที่ได้เจอเธอ"
"ไม่หรอกค่ะพี่ชางซุ่น ฉันต่างหากที่โชคดีที่ได้เจอพี่ ตอนนั้นถ้าพี่ไม่มาช่วยฉันไว้ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับฉันบ้าง"
…
เดิมทีที่เสิ่นถิงอวี้บอกว่าจะไปซื้อของ สวี่ชางซุ่นในฐานะแฟนควรจะไปเป็นเพื่อน แต่สุดท้ายเขาก็หาข้ออ้างปลีกตัวออกมาจนได้
เขาเดินเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา ไม่รู้ว่าเดินไปถึงไหน
แล้วก็หยุดเดิน ราวกับกำลังรออะไรบางอย่างอยู่
ไม่นานนัก เด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเสิ่นถิงอวี้ สวมชุดกระโปรงก็ปรากฏตัวขึ้น
สวี่ชางซุ่นปรี่เข้าไปคว้าแขนเด็กสาวคนนั้นทันที แล้วลากตัวเธอเข้าไปในตรอกเปลี่ยว จากนั้นก็ดึงเธอเข้ามากอด พร้อมกับลูบคลำไปทั่วเรือนร่างของเธอ
ทีแรกเด็กสาวตกใจมาก กำลังจะร้องให้คนช่วย แต่พอเห็นว่าคนที่ทำคือสวี่ชางซุ่น เธอก็กลืนเสียงร้องลงคอไปทันที
แต่คิ้วของเธอกลับขมวดมุ่น
"สวี่ชางซุ่น นายทำบ้าอะไรเนี่ย"
"อย่ามาจับนู่นจับนี่นะ"
"ทำไมล่ะ เมื่อก่อนฉันก็ทำแบบนี้ เธอยังชอบอยู่เลยนี่นา แล้วทำไมตอนนี้ถึงเล่นตัวนักล่ะ อยากจะสะบัดฉันทิ้งเต็มแก่แล้วสิ" สวี่ชางซุ่นหน้าตึงขึ้นมาทันที
"มะ...ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น ฉันหมายถึงตอนนี้นายคบอยู่กับเสิ่นถิงอวี้ไม่ใช่เหรอ ถ้ามีคนมาเห็นเข้าจะทำยังไง"
ถ้าตอนนี้เสิ่นถิงอวี้มาอยู่ตรงนี้ล่ะก็ เธอคงจะได้เห็นว่า เด็กสาวที่กำลังกอดก่ายอยู่กับสวี่ชางซุ่น ก็คือซ่งตงเสวี่ย ลูกสาวของแม่เลี้ยงเธอนั่นเอง
"ไม่มีใครมาเห็นหรอกน่า"
ซ่งตงเสวี่ยรำคาญการลวนลามของสวี่ชางซุ่นมาก อยากจะปัดมือเหนียวหนึบของเขาออกไปให้พ้นๆ
แต่เธอรู้ดีว่าสวี่ชางซุ่นเป็นคนยังไง ต้องตามใจเขา
และเธอก็รู้ดีว่าตอนนี้เธอกับสวี่ชางซุ่นลงเรือลำเดียวกันแล้ว เธอต้องการให้เขาทำงานให้เธอ ดังนั้นเธอจึงต้องทน
ซ่งตงเสวี่ยบอกตัวเองว่า ทนอีกนิด รอให้สวี่ชางซุ่นแต่งงานกับเสิ่นถิงอวี้เมื่อไหร่ ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามที่เธอหวังไว้
"ไปกันเถอะ" สวี่ชางซุ่นลากซ่งตงเสวี่ย จะพาไปที่บ้านของเขา
ไฟราคะที่สวี่ชางซุ่นถูกจุดขึ้นตั้งแต่ตอนเช้าที่เห็นพนักงานจดทะเบียนสมรสคนสวยในสำนักงานเขต ยังคงไม่มอดดับลงจนถึงตอนนี้
เสิ่นถิงอวี้ไม่ยอมเล่นด้วย เขาแตะต้องเธอไม่ได้ชั่วคราว ก็เลยต้องมาหาซ่งตงเสวี่ย คู่ขาเก่าของเขาแทน
ตอนนี้ซ่งตงเสวี่ยก็อยู่ในอ้อมกอดเขาแล้ว เขาจะทนต่อไปได้ยังไงล่ะ
"สวี่ชางซุ่น นายจะทำอะไร ฉันมีธุระต้องไปทำนะ"
"ธุระอะไรของเธอ มานี่ มากับฉันก่อนเถอะ"
ซ่งตงเสวี่ยรู้จักสวี่ชางซุ่นดี ย่อมรู้ว่าที่เขาลากเธอไปแบบนี้เพื่ออะไร
แต่เธอตั้งใจไว้แล้วว่าจะพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าไปพัวพันกับสวี่ชางซุ่นให้มากที่สุด แล้วเธอจะไปหลับนอนกับเขาอีกได้ยังไง
ดังนั้น ซ่งตงเสวี่ยจึงเอาแต่อ้างนู่นอ้างนี่ ไม่ยอมไปกับเขา
ไม่คิดเลยว่า ท่าทีของซ่งตงเสวี่ยจะทำให้สวี่ชางซุ่นโกรธจัด ดวงตาของเขาแดงก่ำ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง
"อาเสวี่ย ถ้าเธออยากให้ฉันช่วยเธอต่อไป ก็ตามฉันมา"
เขาขยับเข้าไปใกล้หูของซ่งตงเสวี่ย ใบหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย กระซิบเสียงต่ำ "ซ่งตงเสวี่ย ฉันรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ เธออยากจะสลัดฉันทิ้งใช่ไหมล่ะ แต่ฉัน สวี่ชางซุ่น ไม่ใช่หมานะ ที่เธอจะอยากเล่นด้วยก็เล่น อยากทิ้งก็ทิ้ง"
"ทางที่ดีเธอควรจะตามฉันมาแต่โดยดี ไม่งั้นฉันจะไปแฉเรื่องของเธอกับแม่ให้เสิ่นถิงอวี้ฟังให้หมด"
"อย่านะ!"
"งั้นเธอก็..."
"ฉันจะไปกับนาย!" ซ่งตงเสวี่ยกัดฟันพูด