LNCrawler

ความอ่อนโยนของชายหนุ่มมาดแมน

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

ความอ่อนโยนของชายหนุ่มมาดแมน

ดังนั้น การเลือกปฏิบัติกับคนแต่ละชนชั้น ไม่ว่าจะเป็นในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต ก็เป็นเรื่องปกติ

ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง

การดูคนจากเสื้อผ้าหน้าผม ไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผลซะทีเดียว

"ใช่ค่ะ พวกเรามาดูนาฬิกาข้อมือ มีนาฬิกาผู้หญิงดีๆ แนะนำไหมคะ"

"มีค่ะ นี่เป็นนาฬิกายี่ห้อเซี่ยงไฮ้ ราคา 120 หยวนค่ะ ส่วนนี่เป็นยี่ห้อเหมยฮวา และนี่ก็เป็นนาฬิกานำเข้ายี่ห้อโรม่ากับอินเกอร์ซอลล์ ราคาประมาณ 180 หยวนค่ะ..."

"แต่แน่นอนว่า นาฬิกาพวกนี้ต้องใช้คูปองนาฬิกาด้วยนะคะ"

หลัวเวยเวยแนะนำประเภทและราคานาฬิกาอย่างเต็มที่

พอเสิ่นอวิ๋นซูได้ยินประโยคสุดท้าย ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า การซื้อนาฬิกาในยุคนี้ต้องใช้คูปองด้วย

ก็ใช่สินะ ตอนนี้เพิ่งจะปลายยุค 70 การซื้อของหลายอย่างยังต้องใช้ทั้งเงินและคูปองควบคู่กันไป

เรื่องคูปองพวกนี้ กว่าจะถูกยกเลิกก็ต้องรอจนถึงปลายยุค 80 ต้นยุค 90 โน่นแหละ

เธอไม่มีคูปองนาฬิกาแฮะ ดูท่าเรื่องที่จะซื้อนาฬิกาให้จี้หวยหนานคงต้องชะลอไว้ก่อน อย่างน้อยก็ต้องหาคูปองนาฬิกามาให้ได้สักใบก่อน

"ผมมีคูปองครับ" จี้หวยหนานเตรียมคูปองนาฬิกามาเรียบร้อยแล้ว เขาอุตส่าห์ไปขอแลกมาจากเพื่อนสนิทเชียวนะ

"ซูซู คุณดูสิว่าชอบแบบไหน"

"โอเคค่ะ"

เสิ่นอวิ๋นซูกวาดสายตาดู แล้วไปสะดุดตากับนาฬิกายี่ห้อเซี่ยงไฮ้เรือนหนึ่ง ดูเล็กกะทัดรัด ดีไซน์ก็สวยดี

"เอาเรือนนี้แหละค่ะ"

"ได้เลยค่ะ เดี๋ยวฉันห่อให้นะคะ คุณตาถึงมากเลย นาฬิกายี่ห้อเซี่ยงไฮ้เรือนนี้เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของร้านเราเลยนะคะ แถมเป็นเรือนสุดท้ายของล็อตนี้แล้วด้วย ล็อตใหม่น่าจะเข้าอีกทีเดือนหน้าเลยค่ะ"

"ไม่ต้องห่อหรอกค่ะ ฉันใส่เลยดีกว่า" เสิ่นอวิ๋นซูเสนอ

เจ้าของร่างเดิมไม่มีนาฬิกา แต่เธอในยุคปัจจุบันชินกับการใส่นาฬิกาแล้ว ในเมื่อซื้อมาแล้วก็ใส่เลยแล้วกัน

"ได้ค่ะ"

จี้หวยหนานกำลังหยิบเงินและคูปองออกมาเตรียมจะจ่าย และกะจะช่วยเสิ่นอวิ๋นซูใส่นาฬิกาด้วย

จู่ๆ ก็มีมือปริศนาเอื้อมมาฉกนาฬิกาที่หลัวเวยเวยกำลังจะยื่นให้จี้หวยหนานไปหน้าตาเฉย

"เรือนนี้แหละ เวยเวย ฉันเอาเรือนนี้ไปนะ" เสียงคุ้นหูดังขึ้นข้างหู

เสิ่นอวิ๋นซูขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปมองก็พบว่าเป็นเสิ่นอวิ๋นซิ่วจริงๆ ด้วย

ให้ตายสิ ยิ่งไม่อยากเจอใคร ก็มักจะเจอคนคนนั้นเสมอ

แต่ถึงจะไม่อยากเจอ ในเมื่อเจอแล้ว เสิ่นอวิ๋นซูก็ไม่กลัวหรอกนะ

การโผล่มาอย่างกะทันหันและการกระทำอุกอาจของเสิ่นอวิ๋นซิ่ว ทำให้หลัวเวยเวยตกใจไม่น้อย

พอเห็นว่าเป็นเสิ่นอวิ๋นซิ่ว หลัวเวยเวยก็แอบสบถในใจว่าซวยแล้ว

หลัวเวยเวยเพิ่งถูกย้ายมาประจำที่เคาน์เตอร์นาฬิกาในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้

แต่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ไม่ได้มีแค่เคาน์เตอร์เดียว เส้นสายในนี้ซับซ้อนยุ่งเหยิงไปหมด

ตอนที่หลัวเวยเวยเพิ่งเข้ามาเป็นพนักงานขายที่นี่ ก็มีพี่สาวใจดีคนหนึ่งมาเตือนว่า ในห้างนี้มีใครบ้างที่ไม่ควรไปมีเรื่องด้วย

หนึ่งในนั้นก็คือเสิ่นอวิ๋นซิ่ว

ข้อแรกเพราะเสิ่นอวิ๋นซิ่วอารมณ์ร้าย แถมยังไม่ยอมคน ใครไปมีเรื่องด้วยล่ะก็ จบไม่สวยแน่

ข้อสองเป็นเพราะว่ากันว่าที่เสิ่นอวิ๋นซิ่วได้เข้ามาทำงานเป็นพนักงานขายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ก็เพราะพ่อแม่ของเธอเป็นวีรบุรุษนักดับเพลิง และเธอเป็นลูกหลานของวีรชน งานนี้ก็เป็นค่าชดเชยที่ทางโรงงานมอบให้

สำหรับคนที่มีเบื้องหลังแบบนี้ ห้ามไปมีเรื่องด้วยเด็ดขาด

ไม่งั้นถ้าเกิดมีเรื่องกันขึ้นมา ใครๆ ก็ต้องเข้าข้างเธออยู่แล้ว ไม่ว่าเธอจะถูกหรือผิดก็ตาม

ตลอดสองเดือนที่เข้ามาทำงาน หลัวเวยเวยระมัดระวังตัวมาตลอด และไม่เคยมีเรื่องกับเสิ่นอวิ๋นซิ่ว เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็ไม่เคยมาหาเรื่องเธอเหมือนกัน เพราะอยู่กันคนละเคาน์เตอร์

แต่ตอนนี้…

หลัวเวยเวยรู้สึกว่าการที่เสิ่นอวิ๋นซิ่วเอาหยิบนาฬิกาไปแบบนี้มันไม่ถูกต้องเลย

ดังนั้น แม้จะรู้ว่าไม่ควรมีเรื่องกับเสิ่นอวิ๋นซิ่ว แต่เธอก็ยังรวบรวมความกล้าถามออกไปว่า "พี่อวิ๋นซิ่ว พี่จะซื้อนาฬิกาเรือนนี้เหรอคะ"

"แต่นาฬิกาเรือนนี้ฉันเพิ่งขายให้พวกเขาสองคนไปเมื่อกี้นี้เอง"

"เอาอย่างนี้ไหมคะ พี่รอของล็อตหน้าดีกว่า"

"เดี๋ยวของล็อตหน้ามา มีให้เลือกเยอะแยะเลยค่ะ"

พูดจบ หลัวเวยเวยก็เอื้อมมือจะไปดึงนาฬิกาในมือเสิ่นอวิ๋นซิ่วกลับมา

ทว่า เสิ่นอวิ๋นซิ่วกลับชักมือหลบ

"นาฬิกาเรือนนี้ฉันไม่ได้จะเอาไปใส่เองหรอก หัวหน้าจางสั่งให้ฉันเก็บไว้ให้ ท่านบอกว่ามีธุระต้องใช้"

พูดจบ เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็หันไปมองเสิ่นอวิ๋นซู สีหน้าแฝงไปด้วยความรู้สึกผิด "พี่คะ ขอโทษจริงๆ นะคะ ฉันก็ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้นาฬิกาเรือนนี้กับพี่หรอก แต่หัวหน้าจางสั่งมา ฉันก็เลยขัดไม่ได้..."

"พี่ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวของล็อตหน้ามา ฉันจะเก็บไว้ให้พี่เอง หรือไม่พี่ก็ลองดูยี่ห้ออื่นไปพลางๆ ก่อนดีไหมคะ"

ตอนที่พูดประโยคนี้ สายตาของเสิ่นอวิ๋นซิ่วยังแอบชำเลืองมองจี้หวยหนานที่ยืนอยู่ข้างๆ เสิ่นอวิ๋นซูด้วย

เสิ่นอวิ๋นซิ่วประจำอยู่เคาน์เตอร์อื่น เธอกำลังทำงานอยู่ดีๆ ไม่คิดเลยว่าเงยหน้าขึ้นมาจะเจอสองคนที่เธอเกลียดที่สุด

คนแรกคือพี่สาวลูกพี่ลูกน้อง เสิ่นอวิ๋นซู ที่ชาติก่อนเสวยสุขบนกองเงินกองทอง

อีกคนคืออดีตสามีในชาติก่อน จี้หวยหนาน

นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่กลับมาเกิดใหม่ที่เสิ่นอวิ๋นซิ่วได้เจอจี้หวยหนาน

เธอต้องยอมรับเลยว่า หน้าตาและรูปร่างของจี้หวยหนานดูดีมากจริงๆ ไม่อย่างนั้นชาติก่อนเธอคงไม่ดื้อดึงที่จะแต่งงานกับเขา ทั้งที่รู้ว่าแต่งไปเพื่อแก้เคล็ดให้แม่ของเขา

แม้ว่าเธอจะรู้สึกได้ว่า จี้หวยหนานไม่ได้รักเธอเลยก็ตาม

ที่เขาแต่งงานกับเธอ ก็เพียงเพราะอยากจะแก้เคล็ดให้แม่ อยากทำให้แม่สมหวัง อยากสร้างครอบครัวเท่านั้น

แต่เธอไม่ยอมแพ้ เธอคิดว่า แต่งงานไปก่อน ผูกมัดจี้หวยหนานไว้ให้เป็นของเธอคนเดียวก่อน

แต่งกันไปเดี๋ยวความรู้สึกก็ค่อยๆ พัฒนาได้เอง

แต่ทุกอย่างก็พังทลายลงในคืนวันแต่งงาน เมื่อแม่ของเขาเสียชีวิต

พอแม่ของเขาเสียชีวิต จี้หวยหนานก็ต้องจัดการงานศพและต้องไว้ทุกข์ ทำให้แม้เธอจะแต่งงานเข้าบ้านไปตั้งนาน เธอก็ยังครองตัวเป็นโสดอยู่

ต่อมา จี้หวยหนานก็ต้องไปทำภารกิจที่อื่น

จี้หวยหนานจากไปนานเกินไป นานจนเสิ่นอวิ๋นซิ่วทนรอไม่ไหว ประกอบกับถูกยุวชนที่ลงมาอยู่ชนบทหลอกลวง เธอก็เลยหนีตามผู้ชายคนนั้นไป

แต่จี้หวยหนานก็ไม่ได้มีความสุขอะไรเลย ในปีเดียวกันนั้น เขาก็สละชีพในการทำภารกิจ

มาชาตินี้ พอได้เกิดใหม่ เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็รู้แล้วว่าตัวเองควรจะเลือกเมิ่งเจวี๋ย และผลักไสจี้หวยหนานไปให้เสิ่นอวิ๋นซู ซึ่งเธอก็ทำแบบนั้นจริงๆ และทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนอย่างราบรื่น

แต่ทว่า พอเห็นจี้หวยหนานกับเสิ่นอวิ๋นซูยืนอยู่ด้วยกัน เธอก็ยังรู้สึกขัดหูขัดตาอยู่ดี

เมื่อได้เจอจี้หวยหนานอีกครั้ง เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีความเคียดแค้นอยู่ในใจ

ถ้าชาติก่อนจี้หวยหนานไม่ได้จากไป เธออาจจะไม่หนีตามผู้ชายคนนั้นไปก็ได้ และจุดจบของเธออาจจะเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบ

พอเห็นจี้หวยหนานพาเสิ่นอวิ๋นซูมาที่เคาน์เตอร์นาฬิกา เธอก็รู้ทันทีว่า จี้หวยหนานกำลังจะซื้อนาฬิกาให้เสิ่นอวิ๋นซู

ชาติก่อน ในสินสอดที่จี้หวยหนานให้เธอก็มีนาฬิกาเหมือนกัน แต่จี้หวยหนานไม่เคยพาเธอไปเดตแบบสองต่อสองเลย และก็ไม่เคยพาเธอมาเลือกซื้อนาฬิกาด้วยตัวเองแบบนี้ด้วย

เธอไม่เคยเห็นจี้หวยหนานทำหน้าแบบนั้นเลย จี้หวยหนานอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า ตอนที่เขามองเสิ่นอวิ๋นซู แววตาของเขาเป็นประกายวิบวับ สีหน้าก็ดูอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด

ความอ่อนโยนของชายหนุ่มมาดแมนนี่แหละ ที่กระชากใจผู้หญิงได้ดีที่สุด