เมิ่งเจวี๋ยจอมน่ารังเกียจ
เมิ่งเจวี๋ยจอมน่ารังเกียจ
"เสิ่นอวิ๋นซิ่ว ทางโรงงานเหล็กกล้าได้รับแจ้งจากสหายเสิ่นอวิ๋นซูแล้วว่า ตำแหน่งงานนี้เธอหลอกเอาไป"
"ในเมื่อหลอกเอาไป ก็แสดงว่าเดิมทีไม่ใช่ของเธอ แน่นอนว่าต้องคืนมา"
ตอนนั้นเอง เจ้าหน้าที่โจวจากโรงงานเหล็กกล้าก็เอ่ยขึ้น "และก็..."
เจ้าหน้าที่โจวหันไปมองจางฉี "หัวหน้าจาง เรื่องที่เสิ่นอวิ๋นซิ่วแอบอ้างว่าวีรบุรุษนักดับเพลิงเป็นพ่อแม่ของเธอ เป็นเรื่องจริงใช่ไหมครับ"
"ใช่ครับ" จางฉีตอบทันที "เรื่องนี้พนักงานในห้างสรรพสินค้าทุกคนรู้ดี เสิ่นอวิ๋นซิ่วใช้ข้ออ้างนี้เข้ามาทำงานตั้งแต่แรกเลย"
เจ้าหน้าที่โจวพยักหน้า "ในเมื่อเป็นแบบนี้ เรื่องแอบอ้างเป็นลูกหลานวีรชนก็เป็นเรื่องจริงแล้ว เรื่องนี้จะปล่อยผ่านไปง่ายๆ ไม่ได้ ไม่งั้นต่อไปใครนึกอยากจะแอบอ้างเป็นลูกหลานวีรชนเพื่อหวังผลประโยชน์ก็ทำได้งั้นสิ"
เสิ่นอวิ๋นซู: เจ้าหน้าที่โจวพูดได้ดีมาก!
คนที่ผู้อำนวยการเซียวส่งมานี่พึ่งพาได้จริงๆ!
เสิ่นอวิ๋นซูคิดว่า เธอต้องรีบแปลคู่มือเล่มนั้นให้เสร็จ แล้วเอาไปให้ผู้อำนวยการเซียวโดยเร็วที่สุดซะแล้ว
ในเมื่อผู้อำนวยการเซียวจริงใจขนาดนี้ เธอก็ไม่ควรชักช้า
"ใช่ครับ ผมก็เห็นด้วยกับบทลงโทษของตำรวจครับ" จางฉีกล่าวเสริม
"ใช่ พวกเราก็เห็นด้วยเหมือนกัน"
"..."
พนักงานในห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงลูกค้าที่มาซื้อของและยืนมุงดูอยู่ ต่างก็ไม่มีใครขัดข้องกับบทลงโทษที่ตำรวจมีต่อเสิ่นอวิ๋นซิ่วเลยแม้แต่น้อย
นั่นมันวีรบุรุษนักดับเพลิงที่เสียสละชีวิตเชียวนะ
ผู้หญิงคนนี้กล้าดียังไงมาแอบอ้าง!
ปล่อยผ่านไปไม่ได้เด็ดขาด ต้องลงโทษให้เข็ด!
ไม่งั้นต่อไปคงมีคนทำตามอีกเพียบแน่ๆ
"สหายเสิ่นอวิ๋นซิ่ว เชิญไปกับพวกเราด้วยครับ"
จังหวะที่ตำรวจสองนายกำลังจะพาตัวเสิ่นอวิ๋นซิ่วไป จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาขวางหน้าเสิ่นอวิ๋นซิ่วไว้
เสิ่นอวิ๋นซิ่วที่เดิมทีทั้งสิ้นหวังและโกรธแค้น พอเห็นคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ถึงกับอึ้งไป
เมิ่งเจวี๋ย!
เขาออกมาปกป้องฉันงั้นเหรอ?
จี้หวยหนานเห็นเมิ่งเจวี๋ยพุ่งออกมา ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร
ความจริงแล้ว ตั้งแต่ตอนดูหนัง จี้หวยหนานก็รู้สึกแล้วว่ามีคนแอบตามเขากับเสิ่นอวิ๋นซูมา
เขาใช้หางตาชำเลืองมองผู้ชายคนนี้หลายครั้ง แต่ก็ไม่รู้จัก
ทีแรกเขาสงสัยว่าเป็นสายลับหรือเปล่า แต่ก็ปัดตกไปอย่างรวดเร็ว
เพราะสายตาของผู้ชายคนนี้เอาแต่มองเสิ่นอวิ๋นซูที่อยู่ข้างๆ เขาเป็นส่วนใหญ่ แถมสายตานั้นก็ดูแปลกๆ เหมือนคนรู้จักเสิ่นอวิ๋นซูมาก่อน
จี้หวยหนานจึงยังไม่ทำอะไร รอดูท่าทีไปก่อน อยากรู้ว่าผู้ชายคนนี้ตามพวกเขามาทำไม
เขาตั้งใจว่า พอไปส่งเสิ่นอวิ๋นซูที่บ้านเสร็จ ถ้าผู้ชายคนนี้ยังตามมาอีก เขาจะลากตัวออกมาคุยกันให้รู้เรื่องซะหน่อย ไม่คิดเลยว่าหมอนี่จะโผล่ออกมาแสดงตัวซะก่อน แถมยังเอาตัวมาบังเสิ่นอวิ๋นซิ่วไว้อีก
จี้หวยหนานเดาถูก เมิ่งเจวี๋ยแอบตามพวกเขามาตลอดตั้งแต่โรงหนังจนถึงห้างสรรพสินค้า
ตอนที่พวกเขามีเรื่องกับเสิ่นอวิ๋นซิ่ว เขาก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
แต่เขาไม่ได้ปรากฏตัวออกมา จนกระทั่งตำรวจกำลังจะพาตัวเสิ่นอวิ๋นซิ่วไป ในฐานะสามีของเสิ่นอวิ๋นซิ่ว เมิ่งเจวี๋ยจึงต้องออกโรงปกป้อง
เขาเอาตัวบังเสิ่นอวิ๋นซิ่วไว้ ปกป้องเธออยู่ข้างหลัง แต่สายตากลับจับจ้องไปที่เสิ่นอวิ๋นซูไม่วางตา
แววตานั้นเต็มไปด้วยความคิดถึง ความอ่อนโยน และความอาลัยอาวรณ์
"คุณเป็นใคร จะมาขัดขวางการทำงานของเรางั้นเหรอ" ตำรวจชักสีหน้าไม่พอใจที่มีคนมาขัดขวางการจับกุมตัวเสิ่นอวิ๋นซิ่วครั้งแล้วครั้งเล่า
"เปล่าครับคุณตำรวจ ผมเป็น... เป็นสามีของเสิ่นอวิ๋นซิ่วครับ"
"พ่อผมเป็นผู้อำนวยการโรงงานอาหาร รู้จักกับสหายจางหยวนที่สถานีตำรวจของพวกคุณด้วย มีอะไรคุยกับผมได้เลยครับ"
ตำรวจสองนายสบตากันแวบหนึ่ง แล้วชำเลืองมองจี้หวยหนาน สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไหร่นัก
"พวกเราไม่สนหรอกว่าพ่อคุณจะเป็นผู้อำนวยการโรงงานอาหาร โรงงานทอผ้า หรือโรงงานอะไร ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเรา สหายเสิ่นอวิ๋นซิ่วแอบอ้างเป็นลูกหลานวีรชนเพื่อมารับตำแหน่งงาน พวกเราต้องทำตามกฎหมาย พาตัวเธอไปสอบสวน"
"ส่วนเรื่องอื่น ค่อยว่ากันทีหลังก็แล้วกัน"
จางหยวนน่ะ พวกเขารู้จัก เป็นเพื่อนร่วมงานที่สถานีตำรวจนี่แหละ
ความสัมพันธ์ก็งั้นๆ ไม่ได้สนิทอะไร
ถ้าเป็นเวลาปกติ เห็นแก่เพื่อนร่วมงาน พวกเขาอาจจะยอมอะลุ้มอล่วยให้บ้าง
แต่ว่านะ…
คนที่ยืนอยู่ข้างๆ พวกเขาตอนนี้คือ จี้หวยหนานนะโว้ย!
จี้หวยหนาน แม้วันนี้จะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เจอตัวเป็นๆ แต่รูปถ่ายน่ะ พวกเขาได้เห็นมาตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อนแล้ว
จี้หวยหนาน คือว่าที่ผู้บังคับบัญชาคนใหม่ของสถานีตำรวจของพวกเขา ควบตำแหน่งหัวหน้าหน่วยสืบสวนอาชญากรรมที่กำลังจะเข้ารับตำแหน่งเร็วๆ นี้ด้วย
ตำแหน่งนั้นใหญ่กว่าพวกเขาตั้งเยอะ เป็นเจ้านายสายตรงเลยนะ
แล้วแบบนี้ ระหว่างจางหยวน เพื่อนร่วมงานที่ความสัมพันธ์งั้นๆ กับเจ้านายสายตรงที่กำลังจะเข้ารับตำแหน่ง
พวกเขาจะเลือกอยู่ข้างใคร คงไม่ต้องบอกให้เสียเวลา
อีกอย่าง เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็ทำผิดกฎหมายจริงๆ พวกเขาทำตามหน้าที่ ก็ไม่ผิดสักหน่อย!
"อาเจวี๋ย..." ขอบตาของเสิ่นอวิ๋นซิ่วแดงก่ำ แววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ
เธอไม่รู้ว่าเมิ่งเจวี๋ยมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง แต่การที่เขายอมเอาตัวเข้ามาปกป้องเธอแบบนี้ ก็ทำให้เสิ่นอวิ๋นซิ่วรู้สึกว่าเมิ่งเจวี๋ยเป็นคนดีมากจริงๆ ผู้ชายคนนี้พึ่งพาได้
เธออดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปจับมือเมิ่งเจวี๋ยไว้
เมื่อถูกเสิ่นอวิ๋นซิ่วจับมือ ร่างกายของเมิ่งเจวี๋ยก็ชะงักงัน เขาหันไปมองเสิ่นอวิ๋นซูโดยสัญชาตญาณ แต่พอเห็นเสิ่นอวิ๋นซูมีสีหน้าเรียบเฉย แววตาของเขาก็ฉายแววเจ็บปวดขึ้นมาวูบหนึ่ง
เขาอยากจะสะบัดมือเสิ่นอวิ๋นซิ่วออก แต่พอนึกถึงสถานการณ์ของเธอตอนนี้ เขาก็ต้องกลั้นใจเอาไว้
เขาคิดว่า ตอนนี้เสิ่นอวิ๋นซิ่วคงกำลังกลัวมากแน่ๆ
ถึงได้อยากจับมือเขาเพื่อเป็นที่พึ่ง
พอเมิ่งเจวี๋ยเห็นว่าคุยกับตำรวจไม่เป็นผล ก็รู้ว่าทางออกเดียวคือต้องให้เสิ่นอวิ๋นซูยอมความ
เขาจึงหันไปมองเสิ่นอวิ๋นซูอีกครั้ง "เสี่ยวซู ผมรู้ว่าเรื่องนี้ซิ่วซิ่วทำผิด แต่เห็นแก่ที่เธอเพิ่งทำผิดเป็นครั้งแรก และเห็นแก่ความเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน คุณก็ให้อภัยเธอ ให้โอกาสเธอสักครั้งเถอะนะ"
"ส่วนตำแหน่งงานนี้ เดี๋ยวคืนให้คุณ ส่วนเรื่องเงิน ผมก็จะชดใช้ให้คุณแทนเธอเอง แต่คุณช่วยบอกตำรวจให้ปล่อยตัวเธอไปเถอะนะ เพราะว่า... เพราะว่า..."
"เธอกำลังตั้งท้องอยู่!"
เมิ่งเจวี๋ยกลั้นใจพูดประโยคสุดท้ายออกมาอย่างยากลำบาก
แม้เขาจะรู้ดีว่า ตั้งแต่วินาทีที่เขาจดทะเบียนสมรสกับเสิ่นอวิ๋นซิ่ว เขากับเสี่ยวซูก็ไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว
แต่เขาก็ยังคงปิดบังเรื่องที่เสิ่นอวิ๋นซิ่วตั้งท้องเอาไว้
เพราะเขาไม่อยากให้เสี่ยวซูรู้ว่า เขาหักหลังเธอเร็วขนาดนี้ แถมยังมีลูกกับผู้หญิงคนอื่น แม้ว่าเขาจะถูกจัดฉากก็ตาม
แต่เด็กในท้องก็คือลูกของเขาจริงๆ
เขากลัวว่าเสี่ยวซูจะเกลียดเขาไปมากกว่านี้
แต่ตอนนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ
เขาจะทนดูเสิ่นอวิ๋นซิ่วที่กำลังตั้งท้องถูกตำรวจพาตัวไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงพุ่งออกมาปกป้องโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น และตัดสินใจพูดความจริงเรื่องนี้ออกมา
"เสี่ยวซู ผมรู้ว่าที่ผ่านมาผมทำผิดต่อคุณ ผมหักหลังความรักและคำสัญญาของเรา คุณจะโกรธ จะเกลียดผมยังไง ก็ลงที่ผมได้เลย"
"ผมยอมรับผิดทุกอย่าง"
"แต่ซิ่วซิ่วเธอ... ถึงเธอจะทำผิด แต่ยังไงเธอก็กำลังตั้งท้อง"
"หยุด เลิกพูดได้แล้ว" เสิ่นอวิ๋นซูยกมือขึ้น ห้ามไม่ให้เมิ่งเจวี๋ยพูดต่อ ไม่งั้นเธอเกรงว่าถ้าเมิ่งเจวี๋ยพูดต่อไป เธอต้องอ้วกออกมาแน่ๆ