เสิ่นอวิ๋นซูผู้มีลักษณะดีมีลูกง่าย
เสิ่นอวิ๋นซูผู้มีลักษณะดีมีลูกง่าย
เพราะระยะทางไม่ได้ไกลมากนัก เสิ่นอวิ๋นซูจึงขี่รถจักรยานไป
ทว่าเธอไม่ได้ตรงไปที่ลานบ้านรวมทางฝั่งตะวันตกของเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านตระกูลจี้ แต่ไปรอที่ร้านอาหารของรัฐในละแวกนั้นแทน
คนที่เธอรอไม่ใช่จี้หวยหนาน แต่เป็นคุณป้าที่ชื่อว่า ป้าฮวา ว่ากันว่าป้าฮวาเป็นเพื่อนรักเพื่อนตายของแม่จี้มาตั้งแต่สมัยสาวๆ จี้หวยหนานก็เป็นเด็กที่ป้าฮวาเห็นมาตั้งแต่เล็กจนโต แถมยังต้องเรียกป้าฮวาว่าคุณน้าอีกด้วย
ตอนนี้แม่จี้ล้มป่วยจนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ในฐานะคนเป็นน้า ป้าฮวาย่อมต้องช่วยดูแลจี้หวยหนานเป็นพิเศษ
ดังนั้น ครั้งนี้จี้หวยหนานจึงไหว้วานให้หล่อนมาทาบทามและขอนัดดูตัวที่บ้านตระกูลเสิ่น
สถานที่ที่ป้าฮวานัดหมายกับเสิ่นอวิ๋นซิ่วก็คือร้านอาหารของรัฐแห่งนี้ เพียงแต่ตอนนี้คนที่มาไม่ใช่เสิ่นอวิ๋นซิ่ว แต่เป็นเธอ... เสิ่นอวิ๋นซู
สาเหตุที่เสิ่นอวิ๋นซูมา ไม่ใช่เพราะเธออยากแต่งงานจนตัวสั่น และไม่ได้พิศวาสอะไรในตัวจี้หวยหนานคนนี้นักหนา เพราะยังไงเธอก็ยังไม่เคยเห็นหน้าเขาเลยด้วยซ้ำ
ที่มา ก็เป็นเพราะการหมั้นหมายในครั้งนี้ เป็นการหมั้นหมายที่คุณปู่เสิ่นเคยตกลงกับตระกูลจี้ไว้ในอดีต
ตอนนั้นคุณปู่แค่บอกว่าให้หลานสาวของตัวเองหมั้นหมายกับจี้หวยหนาน แต่ไม่ได้ระบุเจาะจงว่าเป็นหลานสาวคนไหน
เป็นพ่อแม่ของเสิ่นอวิ๋นซิ่วในเวลาต่อมาต่างหาก ที่เห็นว่าจี้หวยหนานเป็นทหาร มีอนาคตไกล จึงมัดมือชกอ้างว่าการหมั้นหมายนี้คุณปู่เป็นคนกำหนดให้เสิ่นอวิ๋นซิ่วกับจี้หวยหนาน
แต่ตอนนี้ เสิ่นอวิ๋นซิ่วที่ได้กลับชาติมาเกิดใหม่ กลับไม่ต้องการจี้หวยหนานแล้ว
ยังไงเสียเจ้าของร่างเดิมก็ถูกคุณปู่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก ก่อนที่คุณปู่จะสิ้นลมหายใจ สิ่งที่ท่านเป็นห่วงที่สุดก็คือหลานสาวคนนี้ หวังเพียงว่าจะมีใครสักคนมาคอยดูแลเธอ
เสิ่นอวิ๋นซูไม่ได้รังเกียจการแต่งงาน เธอรู้สึกว่าหากการดูตัวครั้งนี้ จี้หวยหนานถูกตาต้องใจเธอจริงๆ การจะแต่งงานด้วยก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร
ต่อให้ทะลุมิติมา เธอก็ไม่ได้ตั้งใจจะครองตัวเป็นโสด ไม่ยอมแต่งงานจนกลายเป็นตัวประหลาดในสายตาคนยุคนี้
แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้ต้องอาศัยความถูกชะตาและพรหมลิขิต
เสิ่นอวิ๋นซูกำลังคิดเพลินๆ ก็เห็นหญิงวัยกลางคนอายุราวๆ ห้าสิบปีเดินเข้ามาตรงประตูร้านอาหารของรัฐ พลางชะเง้อคอมองเข้าไปข้างใน
เมื่อสายตาของหล่อนปะทะเข้ากับเสิ่นอวิ๋นซู ดวงตาก็เป็นประกายวาววับ ความตกตะลึงพาดผ่านแววตา
ป้าฮวาพร่ำรำพันในใจ นี่ลูกสาวบ้านไหนกันล่ะเนี่ย หน้าตาสะสวยเกินไปแล้ว ดูผิวที่ขาวผ่องนั่นสิ ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีแดงระเรื่อ เครื่องหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ราวกับนางฟ้าลงมาจุติก็ไม่ปาน
ทันใดนั้น หญิงสาวที่งดงามราวกับนางฟ้าคนนั้นก็โบกมือให้หล่อน พร้อมกับเอ่ยปากทักทาย น้ำเสียงนั้นกังวานใสราวกับนกขมิ้น
"ป้าฮวาใช่ไหมคะ ทางนี้ค่ะ"
ป้าฮวาเดินเข้ามาด้วยความประหลาดใจ แต่ยังไม่ได้นั่งลง "แม่หนู หนูเรียกป้าเหรอ หนูรู้จักป้าได้ยังไงกัน"
"ป้าฮวาคะ คุณปู่ของฉันชื่อเสิ่นวั่งซานค่ะ"
เสิ่นวั่งซาน!
ดวงตาของป้าฮวาสว่างวาบขึ้นมาทันที "ปู่ของหนูคือเสิ่นวั่งซาน งั้น... งั้นหนูก็คือหลานสาวของนายท่านเสิ่น เสิ่นอวิ๋นซิ่วใช่ไหม"
ป้าฮวาทรุดตัวนั่งลงตามคำเชิญ หญิงสาวตรงหน้านี้ก็คือคนที่จะมาดูตัวกับเจ้าเด็กหวยหนานในอีกไม่ช้านี้สินะ
ดี ดีเหลือเกิน! หน้าตาก็สวย เสียงก็ไพเราะ แล้วดูรูปร่างนั่นสิ... ต่อให้จะใส่เสื้อผ้าตัวหลวมโคร่งไปบ้าง แต่ก็ยังพอมองเห็นเอวคอดกิ่ว และสัดส่วนโค้งเว้าอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่
มองแวบเดียวก็รู้เลยว่า เป็นคนมีลักษณะดี เหมาะแก่การอุ้มท้องมีลูกง่ายแน่นอน!
เจ้าเด็กหวยหนานนี่ช่างมีบุญจริงๆ
รูปร่างของเจ้าของร่างเดิมนั้นดีมากจริงๆ เพียงแต่เป็นเพราะโรคหัวใจ ผิวพรรณและสีหน้าจึงไม่ค่อยสดใสนัก บางครั้งถึงขั้นซีดเซียวไร้สีเลือด
แต่หลังจากที่เสิ่นอวิ๋นซูกินยาวิเศษเข้าไปหนึ่งเม็ดในวันนี้ อาการป่วยของเธอก็เริ่มค่อยๆ ดีขึ้น สีหน้าและผิวพรรณก็ดูมีน้ำมีนวลขึ้นตามไปด้วย
"ป้าฮวาคะ ฉันเป็นหลานสาวของเสิ่นวั่งซานจริงๆ แต่ฉันไม่ได้ชื่อเสิ่นอวิ๋นซิ่ว ฉันชื่อเสิ่นอวิ๋นซู..."
จากนั้น เสิ่นอวิ๋นซูก็แนะนำตัวอย่างคร่าวๆ
"เสิ่นอวิ๋นซิ่ว ลูกพี่ลูกน้องของฉัน เพิ่งจะจดทะเบียนสมรสกับลูกชายผู้อำนวยการโรงงานอาหารไปเมื่อเช้านี้เองค่ะ เพราะงั้น..."
คำพูดหลังจากนั้น เสิ่นอวิ๋นซูไม่จำเป็นต้องเอ่ยปาก ป้าฮวาก็เข้าใจได้กระจ่างแจ้ง
ก่อนหน้านี้ คนที่คอยติดต่อกับป้าฮวามาตลอดคือแม่ของเสิ่นอวิ๋นซิ่ว หรือก็คือน้าสะใภ้ของเสิ่นอวิ๋นซู ดังนั้นป้าฮวาจึงทึกทักเอาเองโดยธรรมชาติว่า คนที่หมั้นหมายกับจี้หวยหนานก็คือเสิ่นอวิ๋นซิ่ว
อันที่จริง ดูจากการแสดงออกของครอบครัวเสิ่นอวิ๋นซิ่วก่อนหน้านี้ พวกเขาก็เหมือนอยากจะยอมรับการหมั้นหมายในครั้งนี้อยู่
แต่ตอนนี้ เสิ่นอวิ๋นซิ่วกลับแอบไปแต่งงานกับลูกชายผู้อำนวยการโรงงานอาหารอย่างเงียบๆ เสียอย่างนั้น
นี่ไม่ได้หมายความว่า ครอบครัวนั้นรวมถึงตัวเสิ่นอวิ๋นซิ่ว เลือกเมิ่งเจวี๋ย แล้วเขี่ยจี้หวยหนานทิ้งหรอกหรือ
ในฐานะป้าฮวาที่ดูแลและเห็นจี้หวยหนานมาตั้งแต่เด็ก เมื่อคิดตกในจุดนี้ก็อดไม่ได้ที่จะโมโหขึ้นมา
หวยหนานบ้านหลานมันแย่ตรงไหน ทำไมถึงไปเลือกคนอื่น ไม่เลือกหวยหนานของพวกเขาล่ะ
หวยหนานหน้าตาดีจะตาย รูปร่างก็สูงใหญ่ เป็นพ่อหนุ่มที่หล่อเหลาที่สุดเท่าที่หล่อนเคยเห็นมาเลยนะ ที่สำคัญคือนิสัยใจคอก็ดี วันข้างหน้า จะต้องเป็นสามีที่ดีและพ่อที่ดีได้อย่างแน่นอน
ถ้าไม่ติดว่าหล่อนไม่มีลูกสาว หล่อนก็อยากจะยกลูกสาวให้แต่งงานกับหวยหนานไปแล้ว
อีกอย่าง อาชีพการงานของหวยหนานในตอนนี้ มีตรงไหนที่ด้อยกว่าลูกชายผู้อำนวยการโรงงานอาหารกัน
ป้าฮวารู้สึกขุ่นเคืองใจ แต่หล่อนก็รู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเสิ่นอวิ๋นซู ย่อมไม่ไปพาลโกรธใส่เสิ่นอวิ๋นซู ซ้ำยังรู้สึกเวทนาสงสารเสิ่นอวิ๋นซูขึ้นมาเสียด้วยซ้ำ
ครอบครัวของเสิ่นอวิ๋นซิ่วนั้นทำเกินไปแล้ว เสิ่นอวิ๋นซิ่วไปคว้าเอาลูกชายผู้อำนวยการโรงงานอาหารมาได้ ก็โยนการหมั้นหมายเดิมทิ้งมาให้ลูกพี่ลูกน้องของตัวเองรับช่วงต่อ
นี่เห็นหวยหนานของพวกเขาเป็นตัวอะไร แล้วเห็นเสิ่นอวิ๋นซูที่เป็นลูกพี่ลูกน้องเป็นตัวอะไรกัน
และเมื่อได้ยินว่าเสิ่นอวิ๋นซูเป็นเด็กกำพร้า ป้าฮวาก็ยิ่งรู้สึกมั่นใจว่า ก่อนหน้านี้เสิ่นอวิ๋นซูคงถูกครอบครัวของเสิ่นอวิ๋นซิ่วรังแกมาอย่างหนักแน่ๆ
อย่างไรก็ตาม ยิ่งหล่อนมอง ก็ยิ่งรู้สึกว่าหญิงสาวที่งดงามราวกับภาพวาดตรงหน้านี้ ช่างเหมาะสมกับเจ้าเด็กหวยหนานเสียเหลือเกิน
"ป้า... ป้าขอเรียกหนูว่าเสี่ยวซูแล้วกันนะ เสี่ยวซู แล้วหนูแน่ใจนะว่าจะดูตัวกับหวยหนาน"
"ค่ะ"
แบบนั้นก็ดูเหมือนจะเข้าทีเหมือนกัน ยังไงซะตอนนั้นนายท่านเสิ่นก็บอกแค่ว่าให้หลานสาวหมั้นหมายกับหวยหนาน เสิ่นอวิ๋นซูก็เป็นหลานสาวของเขาเหมือนกันนี่นา อีกอย่าง หากพูดกันตามตรง ในด้านอายุ เสิ่นอวิ๋นซูผู้เป็นพี่สาวต่างหากที่สมควรจะเป็นฝ่ายหญิงในการหมั้นหมายครั้งนี้มากกว่า
"เสี่ยวซู เรื่องสถานการณ์ของหวยหนานน่ะ ป้าต้องขอเล่าให้หนูฟังก่อนนะ รอป้าเล่าจบ หนูค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะยังอยากดูตัวอยู่ไหม"
สาเหตุที่ป้าฮวานัดหญิงสาวจากตระกูลเสิ่นมาพบที่ร้านอาหารของรัฐก่อน แทนที่จะพาไปที่ลานบ้านรวมตระกูลจี้โดยตรง ก็เป็นเพราะก่อนหน้านี้จี้หวยหนานได้ฝากฝังเอาไว้
ว่าให้ชี้แจงสถานการณ์ทางบ้านของเขาให้ฝ่ายหญิงฟังเสียก่อน หากฝ่ายหญิงตกลง ค่อยพามาดูตัวที่บ้าน แต่ถ้าไม่ตกลง ก็ให้ถือเสียว่าการหมั้นหมายนี้เป็นอันยกเลิก ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จะได้ไม่ทำให้ฝ่ายหญิงต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง
ด้วยเหตุนี้เอง ป้าฮวาจึงยิ่งรู้สึกว่าจี้หวยหนานเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ และเป็นผู้ชายที่คู่ควรแก่การฝากชีวิตไว้ด้วยจริงๆ
"เสี่ยวซู การแต่งงานในครั้งนี้ อันที่จริง ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือเป็นการแต่งงานแก้เคล็ด..."
ปีนี้จี้หวยหนานเพิ่งจะอายุ 23 ปี เขายังไม่คิดจะแต่งงานเร็วขนาดนี้
แต่ปีนี้อาการของแม่เขาไม่ค่อยดีนัก
เมื่อสองปีก่อน ตอนที่แม่ของจี้หวยหนานออกไปทำธุระนอกบ้าน ระหว่างทางกลับบ้าน หล่อนโชคร้ายถูกคนชนล้ม
คนที่ชนหล่อนวิ่งหนีไป ส่วนแม่จี้ที่ล้มลงนั้น ท้ายทอยดันฟาดเข้ากับพื้นอย่างจัง
แม้ในเวลาต่อมาจะถูกส่งตัวไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลและช่วยชีวิตไว้ได้ แต่หล่อนก็กลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไปแล้ว
ถึงจะกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา แต่จี้หวยหนานก็ไม่เคยคิดทอดทิ้งแม่ของเขา ถึงงานจะยุ่งจนไม่มีเวลากลับบ้านบ่อยนัก เขาก็ยังอุตส่าห์จ้างคนมาคอยดูแล
แต่ช่วงนี้ อาการของแม่จี้ไม่สู้ดีนัก คาดว่าคงจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว