ส่งจดหมายไม่ระบุชื่อ
ส่งจดหมายไม่ระบุชื่อ
จี้เจินเจินที่สวยงามขนาดนั้น เติบโตมาด้วยความรักและความตามใจจากพ่อแม่และพี่ชาย ควรจะมีความสุขมาก ควรจะมีอนาคตที่สวยงามยิ่งกว่านี้สิ
ไม่ใช่ต้องมาทนรับความทุกข์ทรมานนานนับสิบปี แล้วก็จบชีวิตตัวเองลงอย่างเจ็บปวดในวัยที่ยังไม่ถึง 18 ปีด้วยซ้ำแบบนี้
"ไม่ได้ ต้องไปช่วยจี้เจินเจินกลับมาก่อนที่เธอจะถูกจับแต่งงานกับเฒ่าอันธพาลคนนั้นให้ได้" เสิ่นอวิ๋นซูตัดสินใจในใจอย่างรวดเร็ว
เธอจำได้ว่า ในหนังสือข้อมูลบอกไว้ว่า ตอนที่จี้เจินเจินถูกจับแต่งงานกับเฒ่าอันธพาลคนนั้นคือเดือนกรกฎาคม
แต่ตอนนี้คือเดือนเมษายน
ยังมีเวลาอีก 3 เดือน
เวลานี้จะว่ายาวก็ไม่ยาว จะว่าสั้นก็ไม่สั้น
แต่ยังโชคดี ที่เวลายังพอทัน
ถึงแม้เมืองเจียงหมิงจะอยู่ห่างจากเมืองเซินมาก แต่ต่อให้ไกลแค่ไหนก็ต้องพาคนกลับมาให้ได้
โชคดีที่ในหนังสือข้อมูลเขียนที่อยู่ของหมู่บ้านนั้นไว้อย่างละเอียด แบบนี้พอถึงเวลาจี้หวยหนานพาคนไปตามหา ก็จะมีเป้าหมายที่ชัดเจน
"แต่ว่าจะทำยังไงให้จี้หวยหนานรู้เรื่องนี้ดีล่ะ"
เสิ่นอวิ๋นซูนึกถึงตอนที่จี้หวยหนานเคยบอกกับเธอว่า เขากำลังจะย้ายมาประจำการที่สถานีตำรวจในเมืองนี้
"เพราะงั้น ฉันส่งจดหมายไปบอกแบบไม่ระบุชื่อได้นี่นา..."
จะให้เสิ่นอวิ๋นซูไปบอกจี้หวยหนานตรงๆ เสิ่นอวิ๋นซูก็ไม่คิดจะทำแบบนั้น
เรื่องทะลุมิติเข้ามาในหนังสือ แล้วก็เรื่องที่มีระบบเป็นความลับ เสิ่นอวิ๋นซูยังไม่คิดจะบอกจี้หวยหนานในตอนนี้ ส่วนเรื่องในอนาคต ไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน บางทีอาจจะไม่บอกไปตลอดชีวิตเลยก็เป็นได้
ถึงแม้เธอจะยอมรับในตัวจี้หวยหนาน และตั้งใจจะแต่งงานกับจี้หวยหนาน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะเอาความลับที่สำคัญที่สุดสองเรื่องนี้ไปบอกเขา
ดังนั้น การบอกจี้หวยหนานตรงๆ จึงเป็นเรื่องที่ทำให้เชื่อได้ยาก
ไม่ต้องพูดถึงปัญหาว่าจี้หวยหนานจะเชื่อหรือไม่ ต่อให้จี้หวยหนานเชื่อ และตามหาจี้เจินเจินจนพบ แต่จี้หวยหนานก็ต้องมีความสงสัยอย่างแน่นอน
อย่างเช่น เธอไปรู้เรื่องนี้มาได้ยังไง
เธอกลัวว่าถึงตอนนั้นจี้หวยหนานจะถาม ต่อให้จี้หวยหนานไม่ถาม เขาก็ต้องคิด และต้องคาดเดาไปต่างๆ นานาแน่นอน
แต่เสิ่นอวิ๋นซูไม่อยากให้สามีภรรยาต้องมานั่งคาดเดา หรือกระทั่งเกิดความระแวงแคลงใจต่อกัน
เธอกลัวว่าพอถึงตอนนั้นจี้หวยหนานจะจับสังเกตถึงความผิดปกติของเธอได้ ถึงยังไงอาชีพของจี้หวยหนานก็คือ…
ดังนั้น ก็เลยจะส่งจดหมายแบบไม่ระบุชื่อไปหย่อนในตู้จดหมายของสถานีตำรวจ
ตู้จดหมายของสถานีตำรวจในยุคนี้ ค่อนข้างจะเชื่อถือได้ทีเดียว
อีกอย่าง เรื่องที่เธอจะเขียนถึงคือเรื่องของจี้เจินเจิน ซึ่งก็คือน้องสาวแท้ๆ ของจี้หวยหนาน ทันทีที่ตำรวจเห็นจดหมายฉบับนี้ พวกเขาจะต้องไปหาจี้หวยหนานอย่างแน่นอน
แบบนี้พอจดหมายไปถึงมือจี้หวยหนาน ไม่ว่าจี้หวยหนานจะเชื่อหรือไม่ ต่อให้มีความหวังเพียงริบหรี่ว่ามันเป็นเรื่องจริง จี้หวยหนานก็จะต้องไปเองหรือส่งคนไปที่หมู่บ้านต้าเหอ เมืองเจียงหมิง เพื่อตามหาจี้เจินเจินแน่นอน
ขอแค่ไปตามหา จี้เจินเจินก็จะสามารถกลับมาได้โดยเร็วที่สุด
ทำแบบนี้ ไม่เพียงแต่จะรับประกันได้ว่าจะหาจี้เจินเจินพบ แต่ยังทำให้จี้หวยหนานจับไม่ได้ไล่ไม่ทันมาถึงตัวเธอด้วย
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เสิ่นอวิ๋นซูก็หยิบกระดาษกับปากกาออกมาเริ่มเขียนทันที
เพราะกลัวความแตก เสิ่นอวิ๋นซูจึงเปลี่ยนไปใช้ลายมืออีกแบบหนึ่ง
ชาติที่แล้ว เวลาว่างเสิ่นอวิ๋นซูมักจะฝึกคัดลายมือ เรียนรู้วิธีการเขียนตัวอักษรแบบต่างๆ ตอนนี้ก็เลยได้เอามาใช้ประโยชน์พอดี
ความจริงแล้ว ถ้ามีคอมพิวเตอร์กับเครื่องปริ้นเตอร์ ปริ้นออกมาเลยจะดีกว่า แต่ตอนนี้ไม่มีนี่นา
เสิ่นอวิ๋นซูไม่รู้ว่าตัวเองควรจะใช้ฐานะอะไรในการเขียนจดหมายฉบับนี้ดี จะใช้ฐานะคนผ่านทางผู้หวังดี หรือจะใช้ฐานะอื่นๆ เธอก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่
สุดท้าย เธอก็เลยใช้มุมมองของพระเจ้า เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากที่จี้เจินเจินถูกลักพาตัวไป เหมือนกับที่บันทึกไว้ในหนังสือข้อมูลเป๊ะๆ ลงไปเลย
เขียนว่าจี้เจินเจินถูกเปลี่ยนชื่อแล้วถูกขายไปที่นั่น จากนั้นก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นหูเจาตี้ รวมถึงหลังจากนั้นที่ถูกทารุณกรรมจนเป็นออทิสติก ผู้ชายบ้านหูคนนั้นคิดมิดีมิร้ายกับเธอ แถมสองสามีภรรยาคู่นั้นยังตั้งใจจะจับเธอแต่งงานกับเฒ่าอันธพาล แน่นอนว่าเธอได้เขียนข้อมูลเกี่ยวกับเฒ่าอันธพาลคนนั้นลงไปด้วย
ถึงยังไงใจความสำคัญที่ต้องการจะสื่อก็มีแค่อย่างเดียว นั่นก็คือ : จี้เจินเจินที่ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นหูเจาตี้ตอนนี้ใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากมาก รีบไปช่วยเธอเถอะ!
เขียนเสร็จ เสิ่นอวิ๋นซูก็ค่อยๆ พับจดหมายให้เรียบร้อย แล้วใส่ลงไปในซองจดหมาย บนหน้าซองเขียนตัวอักษรว่า : ถึงจี้หวยหนาน
เธอเชื่อว่า ตำรวจที่รู้ว่าจี้หวยหนานกำลังจะย้ายไปประจำการที่นั่น เมื่อเห็นจดหมายฉบับนี้ จะต้องติดต่อไปหาจี้หวยหนานอย่างแน่นอน
ชักช้าไม่ได้แล้ว เสิ่นอวิ๋นซูตั้งใจว่าพรุ่งนี้ก่อนไปทำงาน จะเอาไปหย่อนตู้จดหมายที่สถานีตำรวจเลย
อีกอย่าง ยิ่งไปเช้าเท่าไหร่ก็ยิ่งดี จะได้ไม่ถูกคนเห็น
แต่ว่า…
เสิ่นอวิ๋นซูเปิดหนังสือข้อมูลไปที่หน้าของจี้เจินเจินอีกครั้ง เมื่อเห็นคำบรรยายตอนที่จี้เจินเจินวัยสามขวบถูกลักพาตัวไป ดวงตาของเธอก็หรี่ลงเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้
เรื่องที่จี้เจินเจินถูกลักพาตัวไป ไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่มีเบื้องลึกเบื้องหลังซ่อนอยู่
เบื้องหลังนี้ บางทีคนตระกูลจี้ทั้งตระกูลอาจจะไม่มีใครรู้เลยด้วยซ้ำ
พูดได้คำเดียวว่า ความอิจฉาริษยาของคน เป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดจริงๆ
เรื่องนี้ เสิ่นอวิ๋นซูจดจำเอาไว้ในใจ ตั้งใจว่าหลังจากหาจี้เจินเจินพบและมีโอกาสเมื่อไหร่ ค่อยเปิดโปงเรื่องนี้
คนเลวบางคน ก็เหมือนกับงูพิษ ที่ซุ่มซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ไม่ระวังไม่ได้จริงๆ
"ฉันลืมอะไรไปหรือเปล่านะ"
ตอนนี้เอง เสิ่นอวิ๋นซูถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมเรื่องบางอย่างไป
เหตุผลที่เธอได้รับหนังสือข้อมูลเล่มนี้มา เป็นเพราะขัดขวางการจดทะเบียนสมรสของเสิ่นถิงอวี้และสวี่ชางซุ่นได้สำเร็จ
นั่นก็หมายความว่า หลังจากที่เธอเกลี้ยกล่อม เสิ่นถิงอวี้ก็ล้มเลิกความคิดที่จะแต่งงานกับสวี่ชางซุ่นแล้ว
ถ้าอย่างนั้น ชะตาชีวิตหลังจากนี้ของเสิ่นถิงอวี้ล่ะ
พอดีเลย บ้านของเสิ่นถิงอวี้ก็อยู่ในลานบ้านรวมแห่งนี้ อยู่ที่ลานบ้านส่วนหน้า เธอเปิดหนังสือข้อมูลดูก็จะเห็นพอดี
ดังนั้น เสิ่นอวิ๋นซูจึงดูสารบัญหนังสือข้อมูลในหน้าของเสิ่นถิงอวี้ แล้วเปิดไปหน้านั้นทันที
แวบแรกที่กวาดตามองไป สิ่งที่บันทึกอยู่ในหนังสือข้อมูลยังคงเป็นชะตาชีวิตของเสิ่นถิงอวี้ที่เสิ่นอวิ๋นซูรู้มาก่อนหน้านี้ นั่นก็คือแต่งงานกับสวี่ชางซุ่น ถูกทุบตี และสุดท้ายก็ท้อง ตกเลือดจนตาย พวกนั้น
เสิ่นอวิ๋นซูขมวดคิ้วเล็กน้อย
แต่พอเธอกวาดตามองเป็นครั้งที่สอง ตัวอักษรบนหนังสือข้อมูลก็เปลี่ยนไป
ข้อความที่บันทึกชะตาชีวิตเดิมของเสิ่นถิงอวี้หายไป และถูกแทนที่ด้วยข้อความใหม่
เสิ่นอวิ๋นซูนึกถึงคำพูดของระบบขึ้นมาได้ว่า หนังสือข้อมูลเล่มนี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
นั่นก็หมายความว่า เธอขัดขวางไม่ให้เสิ่นถิงอวี้แต่งงานกับสวี่ชางซุ่นได้สำเร็จ ดังนั้นชะตาชีวิตของเสิ่นถิงอวี้ก็เปลี่ยนไปแล้ว
อนาคตของเสิ่นถิงอวี้ ก็จะถูกเขียนขึ้นมาใหม่
เธออ่านข้อความที่ปรากฏขึ้นมาใหม่
เมื่อได้เห็นอนาคตใหม่เอี่ยมของเสิ่นถิงอวี้ที่แตกต่างไปจากชะตาชีวิตเดิม รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ
ถึงแม้อนาคตนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้อีก อย่างเช่นถ้าเธอเข้าไปสอดมือยุ่งเกี่ยวอีก อนาคตของเสิ่นถิงอวี้ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะเปลี่ยนไปอีกครั้ง แต่ถึงยังไงมันก็ดีกว่าชะตากรรมที่ต้องตายอย่างน่าเวทนาแบบเดิมล่ะนะ
หลังจากดูของจี้เจินเจินและเสิ่นถิงอวี้แล้ว เสิ่นอวิ๋นซูก็เปิดดูเนื้อหาทั้งเล่มผ่านๆ อีกรอบ
ถึงยังไง อีกไม่นานเธอก็ต้องแต่งงานเข้ามาอยู่ในลานบ้านรวมแห่งนี้แล้ว แน่นอนว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องข้องแวะกับคนพวกนี้
รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
แต่ว่า ต่อให้แค่ดูผ่านๆ เธอก็ยังรู้สึกว่า ชีวิตของคนในลานบ้านรวมแห่งนี้น่ะ ช่างมีสีสันซะเหลือเกิน
ข้างในนั้นมีเรื่องราวที่ไม่มีใครรู้อยู่อีกมากมาย
หลังจากดูผ่านๆ เสร็จ เสิ่นอวิ๋นซูก็เก็บหนังสือข้อมูลใส่ลงไปในลิ้นชักมิติ จากนั้นก็หยิบสมุดคู่มือเล่มนั้นออกมาแปลต่อ
วันนี้ ผู้อำนวยการเซียวได้แสดงความจริงใจของเขาออกมาแล้ว งั้นเธอก็จะน้อยหน้าไม่ได้เหมือนกัน
เสิ่นอวิ๋นซูตั้งใจว่าวันนี้จะแปลคู่มือให้เสร็จทั้งหมด แล้วพรุ่งนี้ก็จะเอาไปให้ผู้อำนวยการเซียว