เธอไม่สนใจเรื่องเงิน
เธอไม่สนใจเรื่องเงิน
สำหรับคำตอบของเสิ่นอวิ๋นซิ่ว หลี่อวิ๋นเสวี่ยค่อนข้างพอใจเลยทีเดียว
เงื่อนไขข้อหนึ่งที่หลี่อวิ๋นเสวี่ยต้องการจากลูกสะใภ้ก็คือ ต้องเชื่อฟัง เหมือนกับที่ลูกชายต้องเชื่อฟังเธอ ลูกสะใภ้ก็ต้องเชื่อฟังเธอเช่นกัน
ส่วนเสิ่นอวิ๋นซูคนก่อนหน้านั้น สามารถยุยงให้อาเจวี๋ยลุกขึ้นมาต่อต้านเธอผู้เป็นแม่ได้ ถึงแม้ภายนอกจะดูอ่อนโยน แต่ลึกๆ แล้วมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกดื้อรั้นหัวขบถ เป็นคนไม่เชื่อฟังและควบคุมได้ยาก
ตอนนั้นเธอคิดว่า เสิ่นอวิ๋นซูยังไม่ได้แต่งงานเข้ามา ก็สามารถทำให้ลูกชายของเธอมาต่อต้านคนเป็นแม่อย่างเธอได้แล้ว
แล้วถ้าแต่งงานเข้ามา มีลูกด้วยกัน จะไม่ดึงเอาทั้งตัวและหัวใจของอาเจวี๋ยไปหมดเลยหรือไง
ถ้าเป็นอย่างนั้น วันข้างหน้าลูกชายคนนี้ก็จะไม่ใช่ลูกชายของเธออีกต่อไป เธอพูดอะไรเขาก็จะไม่ฟังแล้วใช่ไหม?
ดังนั้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลี่อวิ๋นเสวี่ยไม่ยอมให้เมิ่งเจวี๋ยคบกับเสิ่นอวิ๋นซู
ส่วนเสิ่นอวิ๋นซิ่ว…
เธอรู้ว่าเสิ่นอวิ๋นซิ่วคนนี้มีความฉลาดแกมโกงอยู่บ้าง และก็มีเล่ห์เหลี่ยมอยู่หน่อยๆ แต่ขอแค่ยอมเชื่อฟังเธอ เรื่องอื่นๆ เธอก็ไม่สนใจ
แน่นอนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เสิ่นอวิ๋นซิ่วได้ช่วยชีวิตเธอไว้ เป็นผู้มีพระคุณของเธอและตระกูลเมิ่ง
อีกอย่าง เสิ่นอวิ๋นซิ่วแค่นอนกับอาเจวี๋ยแค่ครั้งเดียว ก็ตั้งท้องลูกของตระกูลเมิ่งเลย จุดนี้ก็สำคัญเหมือนกัน
นั่นแสดงว่าเสิ่นอวิ๋นซิ่วเป็นคนมีลูกง่าย
คิดดูสิว่าตอนที่เธอแต่งงานกับพ่อของอาเจวี๋ย ทิ้งช่วงไปตั้งเจ็ดแปดปีกว่าจะให้กำเนิดเมิ่งเจวี๋ยออกมาได้ และหลังจากนั้นก็มีแค่เมิ่งเจวี๋ยเพียงคนเดียว
ดังนั้น หลี่อวิ๋นเสวี่ยจึงมีความยึดติดในเรื่องทายาทสืบสกุลของตระกูลเมิ่งมาก
เธออยากให้เสิ่นอวิ๋นซิ่วมีลูกให้ตระกูลเมิ่งเยอะๆ ยิ่งเยอะก็ยิ่งดี
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทำให้แม้ว่าวันนี้หลี่อวิ๋นเสวี่ยจะถูกคนต่ำต้อยอย่างพวกเหยาชุ่ยอวี้ฉีกหน้าถึงเพียงนี้ แต่เธอก็ยังไม่คิดที่จะทิ้งลูกสะใภ้อย่างเสิ่นอวิ๋นซิ่วไป
"จริงสิ ในเมื่อวันนี้ครอบครัวของเธอพูดถึงเรื่องสินสอด งั้นฉันก็จะขอพูดเลยแล้วกัน"
"ของสามหมุนหนึ่งเสียงพวกนั้น ฉันจะให้เธออย่างแน่นอน ส่วนเธอจะเอากลับมาหรือจะให้ครอบครัวของเธอ ก็แล้วแต่เธอเลย ถึงยังไงนั่นก็เป็นของที่ให้เธอ เธอตัดสินใจเอาเอง"
"ส่วนเงินสินสอด ห้าพันหยวนน่ะ ไม่มีทางให้อย่างแน่นอน ฉันจะให้เธอได้มากที่สุดก็แค่ห้าร้อยเท่านั้น"
"สำหรับเรื่องงานของพี่ชายคนโตเธอ ก็จะไม่มีการจัดการให้เด็ดขาด"
"อวิ๋นซิ่ว การจัดการแบบนี้ เธอพอใจไหม"
เดิมที หลี่อวิ๋นเสวี่ยตั้งใจจะให้เงินสินสอดหนึ่งพันหยวน แต่จากการที่เหยาชุ่ยอวี้มาอาละวาดในวันนี้ ถึงแม้เธอจะไม่ได้เอาไปลงที่เสิ่นอวิ๋นซิ่ว แต่ก็ไม่คิดจะให้เงินสินสอดหนึ่งพันหยวนแล้ว ให้แค่ห้าร้อย ก็เหมือนกับงานแต่งงานของลูกสาวบ้านอื่นๆ ในลานบ้านรวมนั่นแหละ
ห้าร้อยหยวน!
เสิ่นอวิ๋นซิ่วก้มหน้า เม้มริมฝีปากแน่น แววตาเต็มไปด้วยความมืดมน
ชาติที่แล้ว เธอได้ยินมาว่า ต่อให้เมิ่งเจวี๋ยจะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับเสิ่นอวิ๋นซู ต่อให้หลี่อวิ๋นเสวี่ยจะไม่ยอมรับเสิ่นอวิ๋นซู แต่เมิ่งเจวี๋ยก็ยังควักเงินออกมาถึงหนึ่งพันหยวน แถมยังซื้อของสามหมุนหนึ่งเสียงให้เสิ่นอวิ๋นซูเป็นค่าสินสอดอีกด้วย
หลังจากหลี่อวิ๋นเสวี่ยตาย งานแต่งงานของทั้งสองคนก็ยิ่งใหญ่ชนิดที่เรียกว่าเป็นงานแต่งแห่งศตวรรษได้เลย
ขนาดตัวเธอเองในชาติที่แล้วแต่งงานกับจี้หวยหนาน ก็ยังได้สินสอดตั้งหนึ่งพันหยวนเลย
แล้วทำไมพอมาถึงตระกูลเมิ่งที่มีฐานะดีกว่า สินสอดถึงกลายเป็นห้าร้อยหยวนไปได้!
เสิ่นอวิ๋นซิ่วอยากได้สินสอดมากกว่านี้ แต่ก็รู้ว่าจากการที่ครอบครัวของเธอมาโวยวายในวันนี้ หลี่อวิ๋นเสวี่ยยังคงโกรธอยู่ ย่อมต้องอยากหาที่ระบายความโกรธกับเธอแน่นอน
และในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ถ้าเธอยังมาบ่นเรื่องสินสอดน้อยอีก ก็เท่ากับเป็นการแสดงให้เห็นว่าเธอเองก็หน้าเงินไม่ต่างจากคนในครอบครัวของเธอเลย
เสิ่นอวิ๋นซิ่วไม่อยากทิ้งความประทับใจแย่ๆ แบบนี้ไว้ให้กับว่าที่แม่สามีอย่างหลี่อวิ๋นเสวี่ย
"ฉันเข้าใจแล้วค่ะ น้าเสวี่ย เอาตามนั้นเลยค่ะ" สุดท้าย เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็เงยหน้าขึ้น และตอบรับอย่างว่าง่าย
แต่ในใจกลับแอบคิดว่า เดี๋ยวค่อยไปคุยกับเมิ่งเจวี๋ยทีหลัง ให้เมิ่งเจวี๋ยเอาเงินออกมาโปะเพิ่มในส่วนของสินสอดตรงนี้ดีกว่า
อย่างน้อยๆ สินสอดก็ต้องถึงหนึ่งพันหยวนสิ
ชาติที่แล้วเสิ่นอวิ๋นซูแต่งงานกับเมิ่งเจวี๋ย ยังได้สินสอดตั้งหนึ่งพันหยวน งั้นเสิ่นอวิ๋นซิ่วอย่างเธอก็ต้องไม่น้อยหน้าเด็ดขาด
ความจริงแล้ว เรื่องเงินทองอะไรนั่น เสิ่นอวิ๋นซิ่วไม่ได้สนใจขนาดนั้นหรอก
ถึงยังไง พอวันข้างหน้าเมิ่งเจวี๋ยกลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่ง และเธอกลายเป็นภรรยาของเศรษฐีอันดับหนึ่ง เงินพวกนั้นก็ต้องกลายเป็นทรัพย์สินส่วนรวมของสามีภรรยาอยู่แล้ว ถึงตอนนั้น เงินก็คงมีมากมายจนนับไม่ถ้วนอย่างแน่นอน
เธอไม่ได้สนใจเรื่องเงิน
สิ่งที่เธอสนใจคือหน้าตา คือการได้แต่งงานกับเมิ่งเจวี๋ยอย่างสมเกียรติ และไม่แพ้เสิ่นอวิ๋นซูในชาติที่แล้ว
ทางด้านหลี่อวิ๋นเสวี่ย เมื่อได้รับคำตอบจากเสิ่นอวิ๋นซิ่วก็พอใจมาก
"ในเมื่อเป็นแบบนี้ พรุ่งนี้ฉันจะฝากแม่สื่อเอาสินสอดกับของสามหมุนหนึ่งเสียงไปให้ที่บ้านของเธอก็แล้วกัน"
"ค่ะ"
หลี่อวิ๋นเสวี่ยพยักหน้า พอนึกถึงเรื่องที่เมื่อวานเธอหาวิธีเอาเงินเก็บส่วนใหญ่ของลูกชายกลับมาได้ ก็รู้สึกเบิกบานใจ
รอให้ลูกชายแต่งงานแล้ว ก็ต้องให้เขาแบ่งเงินเดือนส่งมาให้ครึ่งหนึ่งด้วย ให้ฝ่ายการเงินของตาเฒ่าเมิ่งจ่ายเงินเดือนให้อาเจวี๋ยแค่ครึ่งเดียวก็พอ แล้วอีกครึ่งหนึ่งก็ให้ส่งตรงมาที่เธอเลยดีกว่า
ถึงยังไงแต่งงานแล้ว ภรรยาก็ต้องเลี้ยง แม่ก็ต้องเลี้ยงเหมือนกัน
เธอจะไม่มีทางยอมให้อาเจวี๋ยมอบเงินเดือนทั้งหมด รวมถึงเงินเก็บที่หามาได้ก่อนแต่งงาน ไปให้ผู้หญิงคนอื่นเด็ดขาด ต่อให้จะเป็นภรรยาของเขาก็ไม่ได้
เธอรู้ดีว่า อาเจวี๋ยมีนิสัยอ่อนโยนและใจอ่อนเกินไป แถมยังไม่ค่อยใส่ใจเรื่องเงินทอง ขอแค่เสิ่นอวิ๋นซิ่วบีบน้ำตาแสร้งทำเป็นถูกรังแกสักหน่อย เขาก็พร้อมจะมอบเงินทั้งหมดให้เธอได้ทันที
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธออยากเห็น
สิ่งที่เธอต้องการคือ ลูกชาย ลูกชายเพียงคนเดียวของเธอ ลูกชายที่เธอต้องผ่านความยากลำบากเกือบตายกว่าจะคลอดออกมาได้ ไม่ว่าจะก่อนแต่งงานหรือหลังแต่งงาน ในใจของเขาก็ต้องให้ความสำคัญกับแม่คนนี้เป็นอันดับหนึ่งเสมอ
"คุณว่าอะไรนะ คุณเอาเงินทั้งหมดไปให้แม่คุณหมดเลยเหรอ" ดังนั้น เมื่อเสิ่นอวิ๋นซิ่วเดินตามเมิ่งเจวี๋ยกลับมาถึงห้องพักของพวกเขา และเสิ่นอวิ๋นซิ่วเอ่ยปากพูดถึงเรื่องให้เขาเอาเงินมาโปะเป็นค่าสินสอด เธอก็ต้องตกใจเมื่อได้ยินเมิ่งเจวี๋ยตอบกลับมาด้วยสีหน้าซื่อๆ ว่า เงินเก็บก่อนหน้านี้ เขาเอาไปให้แม่หมดแล้ว
"ใช่สิ เมื่อวานแม่เพิ่งเอาไปน่ะ ผมเหลือไว้แค่เงินสำหรับช่วยคุณเท่านั้นแหละ ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวผมเหลืออยู่แค่ 3 หยวนเอง"
"คุณ... คุณเอาเงินทั้งหมดไปให้แม่คุณได้ยังไงคะ" เสิ่นอวิ๋นซิ่วแทบไม่อยากจะเชื่อ เธอโกรธจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะ แม่ผมบอกว่า ก็แค่เก็บไว้ให้ผมเท่านั้นเอง ถ้าเราจำเป็นต้องใช้เงินเมื่อไหร่ แม่ก็จะเอามาให้เราเองแหละ" นี่คือสิ่งที่แม่บอกเขา และเมิ่งเจวี๋ยก็เชื่ออย่างนั้น
สำหรับเมิ่งเจวี๋ย ตั้งแต่เล็กจนโตเขาไม่เคยต้องกังวลเรื่องกินเรื่องอยู่ ดังนั้นเขาจึงไม่มีความรู้สึกอะไรกับเรื่องเงินมากนัก
อีกอย่าง ตั้งแต่เด็กเขาก็เป็นคนค่อนข้างเชื่อฟังแม่
แม่มีเขาเป็นลูกชายแค่คนเดียว ยังไงแม่ก็ไม่มีทางทำร้ายเขา และเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาเงินไปให้คนอื่น สุดท้ายเงินพวกนี้ก็ต้องเอามาใช้กับเขาอยู่ดี แม่บอกแล้วว่า ไม่ว่าแม่จะทำอะไร ก็เพื่อความหวังดีต่อเขาเสมอ
คำพูดพวกนี้ เมิ่งเจวี๋ยเชื่ออย่างสนิทใจ
ดังนั้น ตอนที่แม่เอ่ยปากขอเงินเก็บที่เขาหามาได้ก่อนหน้านี้ หลังจากที่เมิ่งเจวี๋ยแบ่งเงินสำหรับช่วยเสิ่นอวิ๋นซิ่วไว้แล้ว เขาก็เอาเงินที่เหลือทั้งหมดให้แม่ไป
เขารู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว
"ซิ่วซิ่ว คุณคิดว่าเงินสินสอดห้าร้อยหยวนมันน้อยไปงั้นเหรอ" เมิ่งเจวี๋ยถาม
"ซิ่วซิ่ว พวกเราอย่าไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเลยนะ บ้านอื่นเขาก็ให้สินสอดกันห้าร้อยหยวนนั่นแหละ ไว้หลังจากนี้พอผมได้เงินเดือนแล้ว ผมค่อยเอาเงินเดือนให้คุณนะ"
ถึงแม้จะไม่ได้ชอบเสิ่นอวิ๋นซิ่ว แต่ถึงอย่างไรเขาก็แต่งงานกับเสิ่นอวิ๋นซิ่วแล้ว และเสิ่นอวิ๋นซิ่วก็ตั้งท้องลูกของเขา เมิ่งเจวี๋ยรู้ดีว่า เขาต้องรับผิดชอบครอบครัวนี้
ดังนั้น เขาจึงตั้งใจจะมอบเงินเดือนในอนาคตให้กับเสิ่นอวิ๋นซิ่ว
เสิ่นอวิ๋นซิ่วมองดูเมิ่งเจวี๋ย อยากจะให้เมิ่งเจวี๋ยไปทวงเงินคืนจากแม่ใจแทบขาด แต่เมื่อเห็นเมิ่งเจวี๋ยทำเหมือนเป็นเรื่องปกติ แถมยังคิดว่าเป็นเรื่องที่สมควรทำ สุดท้ายเธอก็ไม่ได้เอ่ยปากออกไป