เมื่อมีความเท่าเทียม จึงจะมีความเคารพ
เมื่อมีความเท่าเทียม จึงจะมีความเคารพ
เสิ่นอวิ๋นซูไม่คิดเลยว่า ผลการจัดการจะออกมาเร็วขนาดนี้
เธอก็พอจะเดาได้ว่า เรื่องนี้อาจจะมีอิทธิพลของผู้อำนวยการเซียวกับจี้หวยหนานเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
แต่ว่า ผู้อำนวยการเซียวเพิ่งจะช่วยเธอแก้ปัญหา พอเธอเข้ามา เขาก็ยื่นผลการจัดการกับเงินให้เธอทันทีเลย
นี่เป็นเพราะผู้อำนวยการเซียวซื่อตรงเกินไป หรือว่าเขามั่นใจในฝีมือการแปลของเธอมากกันแน่นะ
เธอมองออกนะว่า เมื่อกี้คนอื่นๆ ในห้องทำงานต่างก็ไม่ค่อยเชื่อน้ำหน้าเธอเท่าไหร่ ว่าเธอจะแปลคู่มือนั่นได้
แต่ผู้อำนวยการเซียวกลับดูมั่นใจในตัวเธอเต็มเปี่ยม
ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไร แต่ผู้อำนวยการเซียวก็ได้สร้างความประทับใจที่ดีให้กับเสิ่นอวิ๋นซูไปแล้ว
ถึงแม้จากในหนังสือ เธอจะรู้มาว่าผู้อำนวยการเซียวเป็นคนที่ค่อนข้างเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน บางครั้งก็ดูเหมือนจะเป็นคนดีบ้างคนไม่ดีบ้าง แต่เสิ่นอวิ๋นซูกลับรู้สึกว่าผู้อำนวยการเซียวแบบนี้น่ะดีแล้ว
อะไรคือความถูกต้อง อะไรคือความชั่วร้าย อะไรคือคนดี อะไรคือคนเลว?
ความจริงแล้ว คนทุกคนไม่ควรถูกตีกรอบ ไม่ควรถูกแปะป้ายแต่แรกอยู่แล้ว
คนทุกคนล้วนมีหลายด้านในตัวเอง
อย่างผู้อำนวยการเซียวที่เน้นแต่เรื่องผลประโยชน์ เธอกลับมองว่าก็โอเคนะ
มีเรื่องอะไร ก็เอาผลประโยชน์มาแลกเปลี่ยนกันตรงๆ ไปเลย
และการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์นี่แหละ ที่เป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุด ง่ายที่สุด และที่สำคัญที่สุดคือ ปลอดภัยที่สุด
อย่างไรก็ตาม เสิ่นอวิ๋นซูก็ชอบวิธีติดต่อแบบนี้ ส่วนพวกที่ชอบเล่นบทดราม่า หรือเอาความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของคนอื่นมาเป็นเครื่องมือ เสิ่นอวิ๋นซูไม่ชอบเลย
อีกอย่าง ในหนังสือมีเขียนไว้ว่า ความรู้สึกที่ผู้อำนวยการเซียวมีต่อภรรยานั้นมั่นคงไม่เคยเปลี่ยน ต่อให้ต่อมาภรรยาของเขาจะป่วยและจากไป เขาก็ไม่ได้แต่งงานใหม่ แถมยังคอยสำนึกบุญคุณและช่วยเหลือครอบครัวฝั่งภรรยาอยู่เสมอ
เธอก็มีความประทับใจที่ดีต่อผู้อำนวยการเซียวมากเลยล่ะ
สำหรับผลการจัดการเรื่องงานนี้ เสิ่นอวิ๋นซูพอใจมาก
"ผู้อำนวยการเซียวคะ ในเมื่อผลออกมาแบบนี้แล้ว งั้นเรื่องงาน..."
"แปดร้อยหยวน หนูคิดว่ายังไง" ผู้อำนวยการเซียวถาม
แปดร้อยหยวน เป็นราคาตลาดในปัจจุบัน ถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผล
ความจริงแล้ว ถ้าเป็นคนอื่น เซียวฉางเฟิงต้องกดราคาแน่นอน ยิ่งได้มาในราคาที่ต่ำเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
แต่คนที่อยู่ตรงหน้าคือเสิ่นอวิ๋นซู…
พอนึกถึงสมุดแปลที่เพิ่งได้เห็นเมื่อครู่ สายตาของเขาก็ตกลงบนตัวเด็กสาวตรงหน้าอีกครั้ง
ผู้อำนวยการเซียวรู้สึกอย่างลึกซึ้งว่า เด็กสาวคนนี้ไม่ธรรมดา
ตอนนี้ไม่ธรรมดา อนาคตก็ยิ่งไม่ธรรมดา
ได้ยินมาว่า เธอกำลังจะแต่งงานกับจี้หวยหนานที่กำลังจะย้ายมาประจำการที่สถานีตำรวจ
จี้หวยหนานคนนี้ก็เป็นคนที่เขาตั้งใจจะผูกมิตรด้วยในอนาคต
ดังนั้น การใช้เงินผูกมิตรกับภรรยาของจี้หวยหนานในตอนนี้ก็ถือว่าทำได้
แน่นอนว่า ถึงจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับจี้หวยหนาน แต่เพียงแค่ความสามารถของเสิ่นอวิ๋นซู ก็เพียงพอให้ผู้อำนวยการเซียวให้ความสำคัญและอยากจะผูกมิตรด้วยแล้ว
ดังนั้น การที่เขาเสนอราคาแปดร้อยหยวน จึงไม่ได้เอาเปรียบเสิ่นอวิ๋นซูเลย
"ได้ค่ะ" เสิ่นอวิ๋นซูพยักหน้า เธอที่รู้เนื้อเรื่องในหนังสือดี ย่อมรู้ว่าราคานี้เหมาะสมแล้ว แถมยังให้ราคาสูงกว่าปกติเล็กน้อยด้วยซ้ำ
นี่จะบอกว่าไม่เหมือนสไตล์ของผู้อำนวยการเซียวที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวก็ได้ แต่จะบอกว่าเหมือนสไตล์ของผู้อำนวยการเซียวมากก็ไม่ผิด เธอสัมผัสได้ว่าผู้อำนวยการเซียวอยากจะผูกมิตรกับเธอ
เสิ่นอวิ๋นซูก็ไม่ได้ปฏิเสธ มีเพื่อนเพิ่มอีกคนก็เหมือนมีเส้นสายเพิ่มอีกสาย โดยเฉพาะคนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งแบบผู้อำนวยการเซียว แถมเขายังเป็นคนฉลาดอีกต่างหาก
ดูเหมือนผู้อำนวยการเซียวจะเตรียมตัวมาพร้อมแล้ว เขาหยิบซองจดหมายอีกซองหนึ่งออกมาจากลิ้นชักทันที ข้างในมีเงินอยู่แปดร้อยหยวน
เรื่องตำแหน่งพนักงานขายที่ห้างสรรพสินค้านี้ สองวันมานี้ เขากลับไปคุยกับภรรยาและน้องเมียที่บ้านแล้ว
พอได้ยินว่ามีตำแหน่งงานดีๆ แบบนี้ พวกเธอก็ไม่รอช้า รีบรวบรวมเงินแปดร้อยหยวนนี้มาจนครบ
เพื่อหวังให้ผู้อำนวยการเซียวรีบจัดการเรื่องงานนี้ให้เรียบร้อยโดยเร็ว จะได้รับหลานสาวที่กำลังป่วยหนักอยู่บ้านนอกกลับมาเสียที
ในเมื่อผู้อำนวยการเซียวตรงไปตรงมาขนาดนี้ เสิ่นอวิ๋นซูก็ไม่อิดออด
เธอเซ็นชื่อในหนังสือยินยอมโอนตำแหน่งงานทันที
ความจริงแล้ว การจะโอนตำแหน่งงานอย่างเป็นทางการได้ ต้องมีหนังสือยินยอมฉบับนี้
ตอนนั้น ถ้าเสิ่นอวิ๋นซิ่วหลอกเอางานจากเจ้าของร่างเดิมไป แล้วให้เจ้าของร่างเดิมเซ็นหนังสือยินยอมฉบับนี้ไว้ล่วงหน้า ครั้งนี้เสิ่นอวิ๋นซูก็คงทำอะไรเสิ่นอวิ๋นซิ่วไม่ได้เหมือนกัน
ถึงยังไง หลักฐานก็มีระบุไว้ชัดเจน!
ใครก็ปฏิเสธไม่ได้
หลังจากเซ็นชื่อเสร็จ ซองจดหมายทั้งสองซองที่มีเงินกับคูปอง ก็ถูกเสิ่นอวิ๋นซูเก็บใส่กระเป๋าสะพาย
เช้านี้เช้าเดียว เธอก็ได้เงินก้อนโตมาแล้ว
สำหรับยุคนี้ ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่เยอะมากเลยล่ะ
ส่วนเงินชดเชยการเสียชีวิตของพ่อแม่ที่ปู่ฝากไว้ในธนาคารให้เจ้าของร่างเดิม เสิ่นอวิ๋นซูตั้งใจไว้ว่า ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็จะไม่แตะต้องมัน
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากข้างนอก จากนั้นผู้ชายที่น่าจะเป็นช่างเทคนิคของโรงงานที่เพิ่งเดินออกไปจากห้องทำงานเมื่อครู่ ก็พุ่งพรวดเข้ามาในห้องทำงาน
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจ
พอเข้ามาก็รีบพูดขึ้นว่า "ผู้อำนวยการครับ ผู้อำนวยการ เรียบร้อยแล้วครับ เครื่องจักรซ่อมเสร็จแล้วครับ"
"ซ่อมเสร็จแล้ว?"
ผู้อำนวยการเซียวที่เดิมทีนั่งอยู่บนเก้าอี้รีบลุกพรวดขึ้นมาทันที และถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ "ซ่อมเสร็จแล้วจริงๆ เหรอ"
"ซ่อมเสร็จแล้วครับ พวกเราทำตามคู่มือที่แปลไว้ แล้วก็หาวิธีแก้ปัญหาเจออย่างรวดเร็วเลยครับ ใช้เวลาแค่แป๊บเดียวก็จัดการเรียบร้อย ตอนนี้เครื่องจักรเริ่มเดินเครื่องแล้วครับ"
"งั้นก็ดี" ในที่สุดความหนักใจของผู้อำนวยการเซียวก็ได้รับการปลดเปลื้องเสียที
แล้วคนนั้นก็หันไปมองเสิ่นอวิ๋นซู แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชมและซาบซึ้งใจ "สหายหญิง คุณเก่งมากจริงๆ ครับ ภาษาประเทศ J ที่ยากขนาดนั้น คุณก็แปลออกมาได้ แถมยังช่วยแก้ปัญหาที่แก้ไม่ตกของพวกเราได้ในพริบตาเดียว ขอบคุณมากจริงๆ ครับ"
"ไม่เป็นไรค่ะ" เสิ่นอวิ๋นซูไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรยิ่งใหญ่ ก็แค่การแปลคู่มือ มันเป็นการตกลงแลกเปลี่ยนกันระหว่างเธอกับผู้อำนวยการเซียวอยู่แล้ว
ในเมื่อเธอมีความสามารถที่จะแปลได้ แน่นอนว่าต้องทำให้ดีที่สุด
โชคดีที่สามารถช่วยเหลือได้
หลังจากช่างเทคนิคคนนี้ออกไป เสิ่นอวิ๋นซูก็ตั้งใจจะกลับบ้าง เธอต้องไปทำงานที่สำนักงานเขตอีกนะ
"เดี๋ยวก่อน" ตอนที่เสิ่นอวิ๋นซูกำลังจะขอตัวกลับ ผู้อำนวยการเซียวก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็หยิบซองจดหมายออกมาอีกซองหนึ่ง
"นี่เงิน 25 หยวนกับคูปองอีกนิดหน่อย ถือซะว่าเป็นค่าเหนื่อยที่หนูแปลคู่มือนี่ก็แล้วกัน"
เสิ่นอวิ๋นซูรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย "คุณลุงเซียวคะ ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ พวกเราตกลงกันไว้แล้วนี่คะว่า คุณลุงช่วยฉันเรื่องงาน ฉันช่วยคุณลุงแปลคู่มือ"
"รับไว้เถอะ นี่เป็นสิ่งที่หนูสมควรได้รับ หนูต้องรู้ไว้นะว่า ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าไปเชิญช่างเทคนิคจากประเทศ J มาซ่อม ไม่รู้ว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่านี้อีกตั้งกี่เท่า ดังนั้นเงินก้อนนี้ หนูสมควรได้รับมันแล้ว"
"ส่วนเรื่องงานของหนูก่อนหน้านี้ ถือซะว่าลุงอยากจะผูกมิตรกับหนูก็แล้วกันนะ เสี่ยวซู ลุงรู้ว่าหนูมีความสามารถที่ไม่ธรรมดา บางทีในอนาคตพวกเราอาจจะมีเรื่องต้องร่วมมือกันอีกเยอะ วันข้างหน้าหนูก็ต้องช่วยดูแลลุงเซียวคนนี้บ้างนะ"
ถึงตอนนี้เสิ่นอวิ๋นซูถึงได้เข้าใจว่า เซียวฉางเฟิงอยากจะผูกมิตรกับเธอจริงๆ แถมยังใช้การกระทำจริงมาเป็นเครื่องพิสูจน์ด้วย
ต้องบอกเลยว่า การกระทำของเขาทำให้เสิ่นอวิ๋นซูรู้สึกชื่นชมเขามาก คำพูดและการกระทำของเขา ถึงแม้จะอยากผูกมิตรกับเธอ ก็บอกออกมาตรงๆ ช่างเปิดเผยและจริงใจเสียจริง
เสิ่นอวิ๋นซูชอบที่จะคบหาสมาคมกับคนตรงไปตรงมาแบบนี้แหละ
"ได้ค่ะ ในเมื่อคุณลุงเซียวพูดแบบนี้ งั้นฉันก็ขอรับไว้แล้วกันนะคะ"
"ใช่สิ ต้องแบบนี้สิ วันข้างหน้าถ้ามีเรื่องอะไรลำบากใจ ขอแค่คุณลุงเซียวพอจะช่วยได้ ลุงต้องช่วยแน่นอน"
จนกระทั่งตอนนี้ เสิ่นอวิ๋นซูถึงได้รู้สึกว่า เซียวฉางเฟิงปฏิบัติต่อเธออย่างเท่าเทียมกันจริงๆ
เมื่อมีความเท่าเทียม จึงจะมีความเคารพ
ไม่ใช่แบบเมื่อก่อน ที่เธอต้องยอมลดตัวลงไปขอร้องเซียวฉางเฟิง
บางทีเซียวฉางเฟิงในตอนนี้ ถึงจะยอมรับสรรพนามคุณลุงเซียว และมองเธอเป็นหลานสาวจริงๆ