LNCrawler

โชคชะตาอันน่าเศร้าของตระกูลจี้

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

โชคชะตาอันน่าเศร้าของตระกูลจี้

จี้หวยหนานใช้เส้นสายไปเชิญหมอจากเมืองหลวงมาดูอาการ แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม

หลังจากนั้น ก็มีคนพูดถึงเรื่องการแต่งงานเพื่อแก้เคล็ดขึ้นมา

สำหรับเรื่องการแต่งงานแก้เคล็ดที่ดูลี้ลับและแฝงไปด้วยความงมงายแบบนี้ จี้หวยหนานไม่เชื่อเลยแม้แต่น้อย

เขาไม่เชื่อ แต่คนรอบตัวเขาเชื่อ อย่างเช่นป้าฮวาเป็นต้น

หล่อนเอาแต่พูดโน้มน้าวอยู่ข้างหูเขาไม่หยุดหย่อน

สุดท้าย จี้หวยหนานนึกถึงการหมั้นหมายที่คุณปู่เคยกำหนดไว้ จึงตกลงที่จะมาดูตัว

แต่ที่เขายอม ไม่ใช่เพราะเรื่องการแต่งงานแก้เคล็ดอะไรนั่นหรอก เพียงแต่เขาคิดได้ว่าการสร้างครอบครัวและตั้งหลักปักฐานของเขา เป็นความปรารถนาของแม่มาโดยตลอด

หมอหลินบอกว่า อาการของแม่เขาไม่สู้ดีนัก

นั่นแม่ของเขาทั้งคนนะ เป็นแม่ที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูเขามาจนเติบใหญ่ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง

จี้หวยหนานไม่สามารถทนดูแม่จากโลกนี้ไปต่อหน้าต่อตาได้

เขาคิดว่า ถ้าเป็นไปได้ ก็แต่งงานตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่เถอะ จะได้ทำตามความปรารถนาของแม่ให้เป็นจริง

เพราะงั้น แต่งงานก็แต่งงานเถอะ!

"...หวยหนานบอกว่า ถึงแม้ช่วงแรกที่แต่งงานกันจะยังไม่มีความรู้สึกรักใคร่ แต่เขาไม่ใช่คนไร้ความรับผิดชอบ ขอแค่แต่งงานกันแล้ว เขาจะพยายามปลูกฝังความรู้สึก จะรับผิดชอบครอบครัวนี้ และทำหน้าที่สามีให้ดีที่สุด"

"เขาบอกว่า เขาจะไม่มีวันปล่อยให้ภรรยาและลูกในอนาคตต้องน้อยเนื้อต่ำใจเด็ดขาด"

"ยังบอกอีกนะว่า ถ้าตกลงแต่งงาน เขายินดีให้สินสอด 1,000 หยวน พร้อมกับของสี่อย่าง (จักรยาน นาฬิกาข้อมือ จักรเย็บผ้า และวิทยุ)"

"วันข้างหน้า เงินเดือนของเขาก็จะมอบให้ภรรยาเก็บไว้ อ้อ หวยหนานยังบอกอีกว่า หลังจากนี้เขาอาจจะโอนย้ายสายงาน แต่หนูไม่ต้องกังวลนะ ต่อให้จะโอนย้ายสายงานไป ด้วยตำแหน่งหน้าที่ในปัจจุบันของเขา เขาก็จะได้รับการจัดสรรงานที่ดีไม่แพ้กันแน่นอน"

"แล้วก็ยังมีเรื่องของแม่เขา... หวยหนานบอกว่า เรื่องความเป็นความตายถูกกำหนดไว้แล้ว ความมั่งมีศรีสุขก็ขึ้นอยู่กับฟ้าลิขิต หากสุดท้ายแม่ของเขายังคง... เขาก็จะไม่โทษใครทั้งสิ้น"

"นี่คือสิ่งที่หวยหนานฝากป้ามาบอกหนู เสี่ยวซูเอ๊ย ตอนนี้หนูลองคิดดูอีกทีนะ ว่าหนูยินดีที่จะทำความรู้จักกับหวยหนานต่อไปไหม ถ้าตกลง ป้าก็จะพาหนูไปที่ลานบ้านรวมเดี๋ยวนี้เลย หวยหนานอยู่บ้านพร้อมให้ดูตัวพอดี แต่ถ้าหนูไม่ตกลง ก็ถือซะว่าการหมั้นหมายครั้งนี้เป็นแค่คำพูดล้อเล่นระหว่างคุณปู่ของหนูกับคุณปู่ของหวยหนานก็แล้วกัน"

"แน่นอนว่า ถ้าหนูเต็มใจ และยอมแต่งงานกับหวยหนานในภายหลัง เวลาอาจจะกระชั้นชิดไปสักหน่อย เพราะอาการแม่ของเขา..."

เสิ่นอวิ๋นซูพยักหน้า เป็นเชิงบอกว่าเธอรับทราบแล้ว

เธอคิดไม่ถึงเลยว่าป้าฮวาจะตรงไปตรงมาขนาดนี้ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ คิดไม่ถึงว่าจี้หวยหนานจะตรงไปตรงมาขนาดนี้

ไม่มีการปิดบังแม้แต่น้อย เปิดเผยทุกอย่างจนหมดเปลือก

ต่อให้ผลลัพธ์สุดท้ายอาจไม่สมหวัง เขาก็ยังแสดงจุดยืนว่าจะไม่กล่าวโทษผู้ใด

สิ่งนี้ทำให้เสิ่นอวิ๋นซูรู้สึกประทับใจจี้หวยหนานที่ยังไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนขึ้นมาบ้าง

หากจี้หวยหนานฝากความหวังในการยื้อชีวิตแม่ไว้กับการแต่งงานแก้เคล็ดเพียงอย่างเดียว และถ้าแก้เคล็ดไม่สำเร็จแล้วมาพาลโทษคนอื่น ถ้าเป็นแบบนั้น เธอคงไม่อยากแม้แต่จะไปดูตัวด้วยซ้ำ

แต่ตอนนี้…

"ป้าฮวาคะ ฉันยินดีไปดูตัวกับสหายจี้หวยหนานพร้อมป้าค่ะ"

"จริงเหรอ? เสี่ยวซู เรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ หนูแน่ใจแล้วเหรอ"

"แน่ใจค่ะป้าฮวา ถึงฉันจะเพิ่งอายุ 17 ปี แต่ฉันก็รับผิดชอบการกระทำของตัวเองได้ อีกอย่าง ตอนนี้ครอบครัวฉันก็เหลือฉันแค่คนเดียวแล้ว เรื่องแต่งงานฉันย่อมตัดสินใจด้วยตัวเองได้ค่ะ และป้าก็เป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอคะ ว่าสหายจี้หวยหนานเป็นคนดีไม่เลวเลย"

"นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว เจ้าเด็กหวยหนานเป็นคนดีสุดๆ ไปเลย เสี่ยวซูเอ๊ย ป้าไม่หลอกหนูหรอก ถ้าหนูได้แต่งงานกับหวยหนาน ชีวิตหนูจะต้องมีความสุขไปตลอดชีวิตแน่"

"ในเมื่อหนูตัดสินใจแล้ว งั้นพวกเราไปที่ลานบ้านรวมกันตอนนี้เลยดีไหม"

"ได้ค่ะ"

เสิ่นอวิ๋นซูไม่ลังเล ลุกขึ้นยืนแล้วขี่รถจักรยานตามป้าฮวาที่ขี่จักรยานมาเช่นกัน มุ่งหน้าไปยังลานบ้านรวมอันเป็นที่ตั้งของบ้านตระกูลจี้

ระหว่างทาง เสิ่นอวิ๋นซูก็ได้รับรู้ว่าป้าฮวาเองก็อาศัยอยู่ในลานบ้านรวมเดียวกับบ้านของจี้หวยหนาน

จะว่าไปแล้ว แถบฝั่งตะวันตกของเมืองมีการสร้างที่พักอาศัยของโรงงานไว้หลายแห่ง ที่พักเหล่านี้ไม่ใช่โรงงานผลิตสินค้า แต่เป็นบ้านสวัสดิการที่โรงงานจัดสรรให้กับพนักงาน

ดังนั้นในบริเวณนั้น จึงมีบ้านสวัสดิการของหลายๆ โรงงานตั้งอยู่ติดๆ กัน

ลานบ้านรวมที่ตระกูลจี้อาศัยอยู่นั้น ไม่ได้สังกัดโรงงานใดโรงงานหนึ่งเป็นพิเศษ ตอนแรกที่ดินผืนนั้นถูกหมายตาจากหลายโรงงานที่ตั้งใจจะสร้างบ้านสวัสดิการ แต่ไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายจึงลงขันร่วมกันสร้าง พอก่อสร้างเสร็จก็แบ่งปันโควตาการเข้าอยู่ร่วมกัน

ลานบ้านรวมสวัสดิการที่ร่วมกันสร้างนี้มีทั้งหมด 3 แห่ง ลานบ้านรวมที่บ้านของจี้หวยหนานตั้งอยู่ก็คือหนึ่งในนั้น

ตัวบ้านถูกสร้างเป็นลานบ้านสองชั้น ลานด้านหน้าเรียกว่าเรือนชั้นแรก มีครอบครัวอาศัยอยู่ 6 ครัวเรือน ส่วนลานด้านหลังคือเรือนชั้นที่สอง มีคนอาศัยอยู่ 8 ครัวเรือน และบ้านทั้งหมดล้วนเป็นบ้านชั้นเดียว

ข้อแตกต่างคือมีขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน บางหลังมีลานบ้านส่วนตัว บางหลังก็ไม่มี

"บ้านของหวยหนานอยู่เรือนชั้นที่สอง บ้านหลังนั้นมี 3 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว และ 1 ห้องน้ำ ด้านนอกยังมีลานบ้านด้วย ถือว่าดีทีเดียวเลยล่ะ ติดก็ตรงที่ต้องออกไปหาบน้ำจากบ่อน้ำที่ลานกว้างมาใช้ แต่ถ้าหนูแต่งเข้าไปจริงๆ แล้วหวยหนานโอนย้ายสายงานพอดี หน้าที่หาบน้ำก็โยนให้หวยหนานทำไปเลย" ป้าฮวาเอ่ย

เมื่อก่อน ทุกครั้งที่ได้วันหยุดกลับมาพักผ่อน ก่อนจะกลับไปค่าย จี้หวยหนานมักจะช่วยแม่หาบน้ำมาเติมจนเต็มตุ่มทั้งสองใบในบ้านเสมอ

บางทียังหอบเสื้อผ้าของเขาและแม่ไปซักให้อีกด้วย

"หวยหนานไม่ใช่คนถูกตามใจจนเสียคน เขาทำงานบ้านเป็น หยิบจับอะไรก็คล่องแคล่ว ป้าดูออกนะว่าเขาเป็นคนกตัญญู และต้องเป็นคนที่รักภรรยามากแน่ๆ"

นี่ไม่ใช่ว่าป้าฮวาจงใจพูดข้อดีของจี้หวยหนานเกินจริง แต่สิ่งที่หล่อนพูดล้วนเป็นความจริง หล่อนรู้สึกว่าจี้หวยหนานเป็นคนที่มีอุปนิสัยดีเยี่ยมแบบนั้นจริงๆ

ผู้คนที่อาศัยอยู่ในลานบ้านรวมเดียวกับจี้หวยหนานมาจากหลากหลายโรงงาน อย่างเช่นป้าฮวา ครอบครัวของหล่อนอาศัยอยู่เรือนชั้นแรก หล่อนเป็นคนงานในโรงงานทอผ้า สามีของหล่อนเป็นหัวหน้าแผนกในโรงงานเหล็กกล้า ที่บ้านมีลูกชายสองคน ลูกชายคนโตถูกส่งไปเป็นยุวชนในชนบทเมื่อสี่ปีที่แล้ว ส่วนลูกชายคนเล็กกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่สอง

"บ้านหวยหนาน ตอนนี้มีเขาเป็นลูกชายคนเดียว พ่อของเขาจากไปตั้งแต่เขายังเด็กมาก แม่เขาเป็นคนเลี้ยงดูเขามาจนโต อ้อ ชูเฟินน่ะ เมื่อก่อนก็เป็นคนงานโรงงานทอผ้า อยู่แผนกเดียวกับป้าเลย" ชูเฟิน ก็คือชื่อแม่ของจี้หวยหนาน

เสิ่นอวิ๋นซูพยักหน้า เรื่องราวของจี้หวยหนาน คนที่เคยอ่านนิยายมาแล้วอย่างเธอย่อมพอรู้อยู่บ้าง

แต่ว่า…

เสิ่นอวิ๋นซูจับสังเกตคำคำหนึ่งในประโยคของป้าฮวาได้

"คุณป้าคะ ที่บอกว่า 'ตอนนี้' มีความหมายว่ายังไงเหรอคะ"

"อ๋อ เรื่องมันเป็นแบบนี้ หวยหนานน่ะ ความจริงแล้วเขายังมีน้องสาวอยู่อีกคน เป็นน้องสาวแท้ๆ อายุห่างจากเขา 5 ปี น่าเสียดายที่ตอนแม่หนูอายุ 3 ขวบ ออกไปข้างนอกแล้วถูกแก๊งลักพาตัวจับไป... พ่อของเขาก็มาเจอแผ่นดินถล่มระหว่างทางที่ออกตามหาน้องสาว พอถูกขุดร่างขึ้นมา ก็หมดลมหายใจไปแล้ว หลายปีมานี้ หวยหนานพยายามตามหาน้องสาวมาตลอด น่าเสียดายที่ไม่มีเบาะแสอะไรเลย"

"แน่นอนว่า เรื่องตามหาน้องสาว ไม่ใช่แค่หวยหนานที่อยากทำ แต่เป็นความปรารถนาสูงสุดของชูเฟินด้วยเช่นกัน"

เมื่อพูดถึงครอบครัวของจี้หวยหนาน ป้าฮวาก็อดทอดถอนใจไม่ได้ ครอบครัวนี้ล้วนเป็นคนดีงามกันทุกคนแท้ๆ ทำไมถึงต้องมาเจอเรื่องราวชวนปวดใจมากมายขนาดนี้ด้วยก็ไม่รู้