ความจริง
ความจริง
"พี่อวิ๋นซูคะ" เมื่อเห็นเสิ่นอวิ๋นซู เสิ่นถิงอวี้ก็รีบยกมือขึ้นโบกเรียกไปทางเธอทันที
"อวี้อวี้ มีธุระอะไรกับฉันเหรอ"
เสิ่นอวิ๋นซูพาเสิ่นถิงอวี้ไปหาที่นั่งเงียบๆ แล้วเอ่ยถาม
"พี่อวิ๋นซูคะ ที่ฉันมาวันนี้ ก็เพื่อมาขอบคุณพี่โดยเฉพาะเลยค่ะ ทั้งในส่วนของฉันแล้วก็แทนคุณพ่อด้วย ถ้าไม่ได้พี่ ป่านนี้ชีวิตฉันคงพังทลายไปแล้ว แถมยัง...น้องชายฉันก็คงจะตาย..."
เมื่อนึกถึงน้องชายที่ตอนนี้ยังคงนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ขอบตาของเสิ่นถิงอวี้ก็ค่อยๆ แดงก่ำขึ้น
จากคำบอกเล่าของเสิ่นถิงอวี้ เสิ่นอวิ๋นซูก็ได้รับรู้เรื่องราวหลังจากนั้น
หลังจากกลับไปในวันนั้น เสิ่นถิงอวี้ไม่ได้กลับบ้าน แต่ไปหาพ่อที่โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งสู่กวงเป็นที่แรก
เธอเล่าเรื่องทั้งหมดที่เสิ่นอวิ๋นซูบอกให้พ่อฟังอย่างไม่มีปิดบัง
เมื่อเสิ่นฮ่วนจงรู้ว่าลูกสาวแอบจะไปจดทะเบียนสมรสกับผู้ชายคนหนึ่งโดยไม่บอกตน ก็แทบจะโกรธจนเป็นลม
แต่ในที่สุดเขาก็ระงับอารมณ์ให้ใจเย็นลงได้
เขารู้ว่าเรื่องของผู้ชายที่ชื่อสวี่ชางซุ่นคนนั้นยังไม่รีบด่วน ที่น่าเป็นห่วงที่สุดตอนนี้คือเรื่องของลูกชายคนเล็กอย่างหนานหนาน
จ้าวลี่ผิงกล้าวางยาในนมผงของหนานหนานจริงเหรอ
มันจะเป็นไปได้ยังไง
พูดตามตรง เสิ่นฮ่วนจงเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก
ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกโทษตัวเอง ช่วงนี้เขารู้ดีว่าลูกชายป่วยบ่อยๆ
แต่งานที่โรงเรียนมันยุ่งมาก ประกอบกับสองปีมานี้ จ้าวลี่ผิงก็ทำตัวดีและดูแลหนานหนานดีมาตลอด ช่วงนี้เขาจึงไว้ใจให้จ้าวลี่ผิงดูแลหนานหนาน
แม้แต่ตอนที่หนานหนานไปหาหมอที่โรงพยาบาล จ้าวลี่ผิงก็เป็นคนพาไป
อาการของหนานหนานเป็นยังไง เป็นโรคอะไร จ้าวลี่ผิงก็เป็นคนบอก
และเขา...ก็เชื่อเธอไปเสียสนิท
ส่วนเรื่องของอวี้อวี้ ด้วยความที่เขางานยุ่งจนไม่มีเวลาดูแล ก็เลยทำให้ผู้ชายคนอื่นฉวยโอกาสเข้ามาแทรกแซงได้
ถ้าไม่มีคนมาเตือน ป่านนี้อวี้อวี้คงโดนหลอกไปแล้วแน่ๆ
เสิ่นฮ่วนจงรู้สึกผิดมากเหลือเกิน
แต่สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือต้องตรวจสอบให้แน่ชัด หากจ้าวลี่ผิงกับซ่งตงเสวี่ยไม่ใช่คนดีจริงๆ เขาจะไม่มีวันปล่อยพวกเธอไปแน่
เสิ่นฮ่วนจงเชื่อใจลูกสาว ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจไปแจ้งความทันที
แล้วก็พาลูกสาวกับตำรวจกลับไปที่บ้าน
พอดีกับที่จ้าวลี่ผิงกำลังชงนมผงป้อนหนานหนานที่ร้องไห้งอแงอยู่พอดี
จ้าวลี่ผิงถูกจับกุมตัวคาหนังคาเขา นมผงที่เธอซื้อมาก็ถูกยึดไปเป็นหลักฐานเพื่อส่งตรวจหาความผิดปกติ
ส่วนเสิ่นฮ่วนจงก็อุ้มหนานหนานรีบไปโรงพยาบาล โดยมีเสิ่นถิงอวี้กับตำรวจอีกนายตามไปด้วย
เมื่อไปถึงโรงพยาบาลและรับการตรวจ หมอก็สรุปผลออกมาอย่างรวดเร็วว่า หนานหนานถูกวางยาพิษ
และได้รับพิษมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว
ถึงแม้พิษจะไม่รุนแรงมาก แต่หนานหนานอายุแค่สองขวบ ถ้าได้รับพิษติดต่อกันเป็นเวลาหลายเดือน พิษที่สะสมในร่างกายก็เพียงพอที่จะพรากชีวิตน้อยๆ ของหนานหนานไปได้
แต่ตอนนี้ นับว่ายังโชคดีที่พิษยังไม่ซึมเข้าสู่อวัยวะภายในจนหมด ยังพอมีโอกาสรักษาให้หายได้
แต่ก็ต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกนาน
และอาจจะมีผลข้างเคียงตามมาด้วย ส่วนจะเป็นอะไรนั้น ตอนนี้ยังตอบไม่ได้
แต่หมอบอกไว้ว่า ต่อให้ครั้งนี้หนานหนานจะรักษาตัวจนหายดีและออกจากโรงพยาบาลได้ ร่างกายของเขาก็จะอ่อนแอกว่าคนปกติและป่วยง่ายขึ้น
แน่นอนว่า ถ้ามีผลข้างเคียงแทรกซ้อน สถานการณ์ก็จะยิ่งแย่ลงไปอีก
โชคดีที่สุดคือ ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นอันตรายถึงชีวิต ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีโอกาสแม้แต่จะช่วยชีวิตเขาไว้ได้แล้ว
เมื่อเสิ่นฮ่วนจงได้รู้ว่าลูกชายโดนวางยาพิษจริงๆ เขาก็เชื่อในสิ่งที่ลูกสาวเล่าให้ฟังแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ทันที
เขาจัดการเรื่องให้ลูกชายแอดมิทเข้าโรงพยาบาล และเป็นคนดูแลลูกชายด้วยตัวเอง
และไม่นานนัก ทางตำรวจก็รายงานผลการตรวจสอบออกมา
นมผงที่จ้าวลี่ผิงซื้อมานั้น มียาพิษเจือปนอยู่จริงๆ
จ้าวลี่ผิงคนนี้ ถึงแม้จะใจคอโหดเหี้ยมกล้าวางยาพิษในนมของหนานหนาน แต่พอต้องเผชิญหน้ากับตำรวจจริงๆ ก็กลับกลายเป็นคนขี้ขลาดตาขาว ยอมสารภาพเรื่องราวทั้งหมดออกมา
ยาพิษที่ว่านั้น พี่สาวของเธอเป็นคนแอบขโมยมาจากโรงงานเคมี
พี่สาวของเธอทำงานอยู่ที่โรงงานเคมีในเมืองนี่แหละ
และเธอก็รู้ดีว่าจ้าวลี่ผิงเอายาพิษนั้นไปทำอะไร เธอเห็นด้วยกับการกระทำของจ้าวลี่ผิงอย่างเต็มที่ จึงแอบขโมยยาพิษจากโรงงานมาให้
และพี่สาวของจ้าวลี่ผิงคนนี้จะเป็นใครไปได้ล่ะ ก็คือแม่สื่อที่แนะนำจ้าวลี่ผิงให้กับเสิ่นฮ่วนจงนั่นไง
เสิ่นฮ่วนจงอดคิดไม่ได้ว่า หรือว่าสองพี่น้องคู่นี้จะจ้องจับผิดเขาตั้งแต่แรกแล้ว
จ้าวลี่ผิงสองแม่ลูกคู่นี้ ช่างเป็นดั่งอสรพิษจริงๆ
จ้าวลี่ผิงลงมือกับหนานหนาน ซ่งตงเสวี่ยลงมือกับอวี้อวี้
นี่มันกะจะทำลายครอบครัวของเขาชัดๆ!
แน่นอนว่า พี่สาวของจ้าวลี่ผิงที่เป็นคนจัดหายาพิษให้ก็ถูกตำรวจจับกุมตัวเช่นกัน
ซ่งตงเสวี่ยที่ถูกบังคับให้ร่วมรักกับสวี่ชางซุ่น กลับมาถึงบ้านก็พบว่าทุกอย่างเปลี่ยนไป แผนการของเธอก็พังทลายลงไม่เป็นท่า
"ซ่งตงเสวี่ยถูกไล่ออกจากโรงเรียนและส่งตัวกลับชนบทไปแล้วค่ะ ตั้งแต่นี้ต่อไป เธอไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับครอบครัวของเราอีกแล้ว"
ที่จริงซ่งตงเสวี่ยที่คิดวางแผนร้ายกับเธอแบบนี้ เธอควรจะแก้แค้นคืนให้สาสม
แต่เสิ่นถิงอวี้คิดไปคิดมาก็ปล่อยวาง
ถึงยังไง การที่ซ่งตงเสวี่ยเกือบจะทำตามแผนได้สำเร็จ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความโง่เขลาของเธอเองด้วย
เธอควรจะจำไว้เป็นบทเรียน!
"จ้าวลี่ผิงกับพี่สาวของเธอน่าจะถูกศาลตัดสินจำคุกค่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะโดนโทษกี่ปี"
"ตอนนี้คุณพ่อต้องดูแลน้องชายที่โรงพยาบาล ยังปลีกตัวไปไหนไม่ได้ ก็เลยให้ฉันมาขอบคุณพี่ก่อนค่ะ ถ้ามีโอกาส คุณพ่อจะต้องมาขอบคุณพี่ด้วยตัวเองอย่างเป็นทางการแน่นอนค่ะ"
แววตาของเสิ่นถิงอวี้เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจที่มีต่อเสิ่นอวิ๋นซู
คำเตือนของเสิ่นอวิ๋นซูมีความหมายต่อครอบครัวของเธอมากจริงๆ
มันช่วยกอบกู้ครอบครัวที่เกือบจะพังพินาศด้วยน้ำมือของจ้าวลี่ผิงและซ่งตงเสวี่ยเอาไว้ได้
เรียกได้ว่าเสิ่นอวิ๋นซูคือผู้มีพระคุณของเธอและน้องชายเลยทีเดียว
เธอยังรู้สึกโชคดีมากที่ตอนนั้นเสิ่นอวิ๋นซูขัดขวางไม่ให้เธอจดทะเบียนสมรสกับสวี่ชางซุ่นได้สำเร็จ ไม่อย่างนั้นตอนนี้เธอคงได้แต่เสียใจไปตลอดชีวิตแน่ๆ
เช้าวันนี้ สวี่ชางซุ่นที่ความแตกไปแล้ว กลับยังมีหน้ามาหาเธอที่โรงพยาบาลอีก
โดนคุณพ่อให้คนรุมซ้อมไล่ตะเพิดออกไปแทบไม่ทัน
คุณพ่อบอกว่า สำหรับสวี่ชางซุ่น รอให้หนานหนานหายดีเมื่อไหร่ เขาจะไปคิดบัญชีกับมันแน่
แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาปลีกตัวไปไหน ก็ปล่อยให้มันลอยนวลไปก่อนสักพัก
เสิ่นอวิ๋นซูส่ายหน้าเบาๆ เป็นการบอกว่าไม่ต้องขอบคุณ
ความจริงแล้ว ที่เธอไปเตือนเสิ่นถิงอวี้ ก็เป็นเพราะภารกิจจากระบบ แน่นอนว่าส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะสงสารเสิ่นถิงอวี้ และทนไม่ได้ที่จะเห็นหนานหนาน เด็กตัวแค่นั้นที่ยังมีอนาคตอีกยาวไกล ต้องมาถูกคนอื่นปองร้ายจนตาย
อีกอย่าง ในเนื้อเรื่องเดิม นิสัยใจคอของเสิ่นถิงอวี้และเสิ่นฮ่วนจงก็ถือว่าเป็นคนดี
ถ้าพวกเขาเป็นคนเลว เสิ่นอวิ๋นซูก็คงไม่ยอมไปเตือนหรอก
"คุณพ่อบอกว่า ตอนนั้นเขาไม่น่าแต่งงานใหม่เลย"
"รู้หน้าไม่รู้ใจ มันน่ากลัวจริงๆ ค่ะ"
"เขาบอกว่า หลังจากหย่ากับจ้าวลี่ผิงครั้งนี้ เขาจะไม่แต่งงานใหม่อีกแล้ว ขอแค่ครึ่งชีวิตที่เหลือได้เห็นฉันกับน้องเติบโตอย่างปลอดภัยก็พอใจแล้ว"
ใช่สิ วันนั้นตอนที่อยู่โรงพยาบาล ตรวจพบว่าแม่เลี้ยงตั้งท้องได้สองเดือนกว่าจริงๆ ก็เพราะมีลูกของตัวเอง เธอถึงได้ตัดสินใจลงมือกับหนานหนาน
แต่วันที่โดนตำรวจจับไป คงเพราะแม่เลี้ยงกลัวมาก อารมณ์แปรปรวนหนัก หรืออาจจะเป็นกรรมตามสนองก็เป็นได้ เธอแท้งลูกไปแล้ว
เสิ่นถิงอวี้คิดว่า นี่อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้มั้ง
เสิ่นถิงอวี้คิดถึงภาพคุณพ่อที่เฝ้าดูแลน้องชายที่โรงพยาบาล เธอรู้สึกว่าตั้งแต่เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา คุณพ่อก็ดูแก่ลงและเงียบขรึมไปถนัดตาราวกับคนละคนในชั่วข้ามคืน
พร้อมกันนี้ เสิ่นถิงอวี้ก็รู้สึกโทษตัวเองด้วย ที่ผ่านมาเธอไปเชื่อใจคนอื่นมากเกินไป ขนาดคุณพ่อของตัวเองแท้ๆ เธอยังไม่ไว้ใจเลย
แถมยังละเลยการดูแลหนานหนานไปอีก
ถ้าหนานหนานเป็นอะไรไปจริงๆ ชาตินี้เธอคงไม่มีวันให้อภัยตัวเองแน่
เสิ่นอวิ๋นซูมองออกว่าเสิ่นถิงอวี้กำลังรู้สึกหดหู่ จึงเอื้อมมือไปตบไหล่เธอเบาๆ "อย่าคิดมากไปเลยน่า อย่างน้อยทุกอย่างก็ยังพอแก้ไขได้ทัน"
"วันข้างหน้า จะคบหาใคร จะทำอะไร ก็ต้องระวังตัวให้มากขึ้นนะ"
"แล้วก็ตั้งใจเรียนให้ดีด้วย ตอนนี้เธออยู่ม.6 แล้ว ไม่แน่ปีนี้อาจจะกลับมาจัดสอบเข้ามหาวิทยาลัยพอดี เธออาจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็ได้นะ"
เสิ่นถิงอวี้หลุดขำออกมา การสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะกลับมาจัดใหม่เนี่ยนะ เป็นไปได้เหรอ แต่ถึงอย่างนั้น คำปลอบโยนของเสิ่นอวิ๋นซูก็ทำให้เสิ่นถิงอวี้รู้สึกดีขึ้นมาก และเธอก็เริ่มมีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง