LNCrawler

พ่อถูกเสิ่นอวิ๋นซิ่วข่มขู่หรือเปล่า

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

พ่อถูกเสิ่นอวิ๋นซิ่วข่มขู่หรือเปล่า

คนอื่นๆ ในบ้านสกุลเสิ่นแทบไม่มีกะจิตกะใจจะกินข้าว ต่างพากันมองไปที่ประตูซึ่งปิดสนิทบานนั้น อยากรู้ว่าพวกเขากำลังคุยอะไรกันอยู่ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปแอบฟัง

ผ่านไปประมาณสิบนาที ประตูก็เปิดออก

เสิ่นอวิ๋นซิ่วเดินนำออกมาจากข้างในเป็นคนแรก เธอกวาดตามองคนเหล่านี้ที่อยู่ตรงหน้า จากนั้นจึงหันไปพูดกับเสิ่นเหลาเยาว่า "พ่อคะ ฉันยังมีธุระ ขอตัวไปก่อนนะคะ เดี๋ยวตอนเย็นจะกลับมา หวังว่าถึงตอนนั้นพ่อคงจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนะคะ"

พรุ่งนี้เมิ่งเจวี๋ยจะมาสู่ขอ เธอจำเป็นต้องพักอยู่ที่บ้าน

บ้านงั้นเหรอ? หึ... เสิ่นอวิ๋นซิ่วแค่นหัวเราะในใจอย่างเย็นชา แค่คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายเท่านั้น หลังจากนี้บ้านหลังนี้ก็ไม่ใช่บ้านของเธออีกต่อไป และไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเธออีก

พูดจบ เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็ไม่แม้แต่จะปรายตามองคนอื่นๆ เธอเดินจากไปอย่างเนิบนาบเยือกเย็นเหมือนตอนที่เพิ่งมาถึง

"นังเด็กบ้า แก..." เหยาชุ่ยอวี้อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี

จนกระทั่งแผ่นหลังของเสิ่นอวิ๋นซิ่วลับสายตาไป เหยาชุ่ยอวี้จึงหันไปมองสามีของตัวเอง

เสิ่นเหลาเยาพูดกับเธอว่า "คืนนี้ซิ่วซิ่วจะกลับมานอนที่นี่ พรุ่งนี้เมิ่งเจวี๋ยจะมาสู่ขอ คุณที่เป็นแม่ และพวกแกที่เป็นพี่ชายพี่สะใภ้ ทุกคนต้องทำตัวให้ดี ห้ามใครสร้างเรื่องเด็ดขาด"

"แล้วก็ พรุ่งนี้ไม่ว่าเมิ่งเจวี๋ยจะนำสินสอดอะไรมา ให้ซิ่วซิ่วเอากลับไปให้หมด เรื่องงานหรืออะไรก็แล้วแต่ ต่อไปก็ไม่ต้องพูดถึงอีก"

"ถ้ามีปัญญาก็ไปหาเอาเอง ถ้าไม่มีปัญญา จะมาพึ่งพาฉันกับแม่ก็ไม่ได้หรอกนะ" ตอนที่พูดประโยคนี้ เสิ่นเหลาเยาปรายตามองเสิ่นเป่าเซิ่งแวบหนึ่ง ฝ่ายหลังเม้มปาก แววตาสั่นไหวเล็กน้อย ไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่ครึ่งคำ

ทว่าเหยาชุ่ยอวี้กลับไม่เข้าใจ "ทำไมล่ะคะ ก่อนหน้านี้พวกเราตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอ..."

"ไม่ต้องพูดแล้ว ทำตามที่ผมบอกก็พอ"

"แต่ว่า..."

เหยาชุ่ยอวี้ยากจะพูดอะไรต่อ เสิ่นเหลาเยากลับถลึงตาใส่เธอด้วยความโกรธ "บ้านหลังนี้ คุณเป็นใหญ่หรือผมเป็นใหญ่กันแน่?!"

เหยาชุ่ยอวี้ปิดปากเงียบลงทันที

"เอาเป็นว่าผมสั่งยังไง ก็ให้ทำตามนั้น"

พูดจบ เสิ่นเหลาเยาก็หมดอารมณ์จะกินข้าวต่อ หันหลังเดินกลับเข้าห้องไปอีกครั้ง แล้วปิดประตูดังปัง

เสิ่นเป่าเซิ่งลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้เหยาชุ่ยอวี้ มองบานประตูที่ปิดสนิทอยู่ตรงหน้า แล้วกระซิบเสียงเบา "แม่ นังเด็กบ้าเสิ่นอวิ๋นซิ่วต้องพูดอะไรกับพ่อแน่ๆ พ่อถึงได้ทำแบบนี้ แม่คิดว่า... พ่อถูกเสิ่นอวิ๋นซิ่วข่มขู่เอาหรือเปล่า"

เสิ่นเป่าเซิ่งรู้สึกว่า มีเพียงความเป็นไปได้นี้เท่านั้น

บางทีพ่ออาจจะมีความลับอะไรบางอย่างที่พวกเขาไม่รู้ แต่เสิ่นอวิ๋นซิ่วรู้ และถูกเสิ่นอวิ๋นซิ่วเอามาใช้เป็นข้อต่อรอง

ในใจเหยาชุ่ยอวี้ก็รู้สึกหงุดหงิดและสงสัยเช่นกัน แต่จะให้เธอไปถามสามี หรือพูดขัดคอสามี เธอก็ไม่กล้า

ที่ผ่านมา สามีว่าอย่างไร เธอก็ทำตามอย่างนั้นมาตลอด

"ไม่รู้สิ ไม่รู้ ในเมื่อพ่อแกพูดแบบนี้แล้ว ก็เอาตามนี้ไปก่อนเถอะ"

พูดจบ เหยาชุ่ยอวี้ก็ฝืนกินข้าวต่ออีกสองสามคำ แล้วเดินเข้าครัวไป

เสิ่นเป่าลี่ ลูกชายคนเล็ก นั่งกินข้าวต่อไปราวกับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงหน้าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาเลย

ซึ่งในความเป็นจริงก็เป็นเช่นนั้น เขายังเด็ก เรื่องผลประโยชน์ต่างๆ ในตอนนี้ยังไม่เกี่ยวข้องกับเขาในชั่วคราว ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องกังวลใจอะไร

หลี่ว์อวี้จ่าวลูบท้องตัวเอง มองดูอาหารบนโต๊ะด้วยสีหน้ามืดครึ้ม ไม่มีกะจิตกะใจจะกินต่อแม้แต่คำเดียว

ตอนแรกที่เธอยอมตกลงแต่งงานกับเสิ่นเป่าเซิ่ง ก็เป็นเพราะบ้านสกุลเสิ่นรับปากว่า จะยกงานพนักงานขายในห้างสรรพสินค้าของเสิ่นอวิ๋นซิ่วให้กับเธอ

แต่เมื่อเช้านี้ เธอเพิ่งรู้จากพ่อแม่ว่า งานของเสิ่นอวิ๋นซิ่วนั้น เดิมทีไปหลอกเอามาจากลูกพี่ลูกน้องกำพร้าคนนั้น และตอนนี้เสิ่นอวิ๋นซูก็ทวงคืนไปแล้ว ซ้ำร้ายเสิ่นอวิ๋นซิ่วยังถูกตำรวจจับตัวไปอีกต่างหาก

แม้จะไม่รู้ว่าประโยคหลังเป็นความจริงหรือไม่ แต่งานพนักงานขายในห้างสรรพสินค้านั้น เสิ่นอวิ๋นซิ่วทำหลุดมือไปแล้วจริงๆ

ในเมื่อเสิ่นอวิ๋นซิ่วไม่มีงานนี้แล้ว ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะยกมันให้เธอ

ถ้าหากไม่ได้งานนี้ จะยกงานอื่นในโรงงานอาหารให้เธอก็ได้นี่นา

แต่เมื่อวานก็ไปอาละวาดโวยวายมาแล้ว

มาวันนี้ พ่อสามีอย่างเสิ่นเหลาเยาก็ไม่รู้ว่าถูกเสิ่นอวิ๋นซิ่วจับจุดอ่อนอะไรไว้ ถึงกับสั่งไม่ให้พวกเขาไปทวงงานจากเสิ่นอวิ๋นซิ่วและบ้านตระกูลเมิ่งอีก

นั่นก็หมายความว่า เธอจะไม่ได้งานอะไรเลย คำสัญญาที่เคยให้ไว้ก่อนหน้านี้มันก็แค่ลมปาก!

ถ้าเป็นอย่างนั้น เธอจะมัวทนอยู่ในบ้านสกุลเสิ่นที่ไร้ประโยชน์นี้ต่อไปทำไม

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่ว์อวี้จ่าวก็ลุกขึ้นพรวด หันหลังกลับเข้าห้องไปเก็บเสื้อผ้าสองสามตัว พอเดินออกมาก็พูดว่า "ที่บ้านแม่ฉันมีธุระ ฉันจะกลับไปนอนบ้านแม่สักสองสามวันนะคะ"

"คุณ คุณจะทำอะไรน่ะ อยู่ดีๆ ทำไมถึงจะกลับบ้านไปล่ะ"

"คุณปล่อยฉันนะ ตอนนี้ฉันกำลังท้องกำลังไส้ ถ้าคุณกล้าขวางฉัน คุณไม่เอาลูกชายแล้วใช่ไหม"

"คุณหลีกทางไปเดี๋ยวนี้!"

"คุณ..."

"ไม่ต้องตามมา!"

สุดท้ายหลี่ว์อวี้จ่าวก็เดินจากไป เสิ่นเป่าเซิ่งยกเท้าเตะเก้าอี้อย่างแรง แล้วหันไปพูดกับเหยาชุ่ยอวี้ว่า "แม่ แม่ดูสิ อวี้จ่าวโกรธจนหนีกลับบ้านแม่ไปแล้วเนี่ย"

"เธอต้องโกรธที่ไม่มีงานให้ทำแน่ๆ"

"โทษเสิ่นอวิ๋นซิ่วคนเดียวเลย!"

"นังเด็กบ้า ทำไมไม่ไปตายซะ"

"พ่อของแกตัดสินใจไปแล้ว ฉันจะมีปัญญาทำอะไรได้ล่ะ" เหยาชุ่ยอวี้ย่อมไม่อยากให้ลูกสะใภ้กลับบ้านไป เพราะยังไงในท้องของลูกสะใภ้ก็ยังมีหลานชายของบ้านสกุลเสิ่นอยู่

แต่เธอก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของสามี

"แม่ ผมไม่สนหรอกนะ ไม่ว่าแม่จะใช้วิธีไหน แม่ต้องหางานให้อวี้จ่าวให้ได้ ไม่อย่างนั้น ภรรยาผม ลูกสะใภ้ของแม่ แล้วก็หลานชายคนโต คงได้หายวับไปหมดแน่!"

พูดจบ เสิ่นเป่าเซิ่งก็กระแทกประตูเดินออกไปด้วยความโมโห

ส่วนเสิ่นเป่าลี่ที่กินอิ่มหนำสำราญแล้ว ก็เช็ดปาก ลูบท้องตัวเอง แล้วกลับเข้าห้องของเขาไปเช่นกัน

บนโต๊ะอาหารในห้องโถงเหลือเพียงเศษอาหารระเกะระกะ

เหยาชุ่ยอวี้มองดูทุกสิ่งตรงหน้า รู้สึกถึงความไร้เรี่ยวแรงที่ก่อตัวขึ้นมา น้ำตาไหลรินออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ "นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย..."

เมื่อออกจากบ้านและเดินมาได้ระยะหนึ่ง เสิ่นอวิ๋นซิ่วจึงค่อยๆ หยุดเดิน เอนหลังพิงกำแพงพลางถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ความจริงแล้ว เสิ่นอวิ๋นซิ่วโกหก

เธอไม่ได้เอาเรื่องของพ่อไปบอกเมิ่งเจวี๋ยเลย เพราะตัวเธอเองก็ยังไม่แน่ใจนัก

เพียงแต่คิดไม่ถึงว่า ตัวเองแค่ลองหยั่งเชิงดู กลับล้วงความลับออกมาได้ บางทีอาจเป็นเพราะพ่อของเธอก็มีความรู้สึกผิดอยู่ในใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

เธอยังคิดไม่ถึงอีกว่า แค่เธอแทงใจดำไปนิดเดียว พ่อกลับพุ่งเข้ามาบีบคอเธอ แววตานั้น... เธอไม่มีวันลืม ราวกับต้องการจะฆ่าเธอให้ตายจริงๆ

เธอไม่มีทางมองผิดแน่นอน

ในสถานการณ์คับขันเช่นนั้น เธอทำได้แค่พูดออกไปแบบนั้น

โชคดีที่พ่อของเธอเชื่อ

"หรือว่าการตายของคุณลุงกับคุณป้าสะใภ้ในปีนั้น... เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนั้น พ่อของฉันเป็นคนทำจริงๆ?" เสิ่นอวิ๋นซิ่วพึมพำ

ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า พ่อของเธอคือศัตรูของเสิ่นอวิ๋นซูงั้นสิ!

เสิ่นอวิ๋นซูไม่น่าจะรู้นะ

คงจะไม่รู้หรอก ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยของเสิ่นอวิ๋นซูในตอนนี้ ไม่รู้ว่าจะหาทางแก้แค้นแบบไหนบ้าง

คนอื่นๆ ก็ไม่น่าจะรู้เหมือนกัน

ดูเหมือนว่าเรื่องนี้ นอกจากพ่อของเธอแล้ว ก็มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้

ถึงกระนั้น ต่อให้เธอจะรู้แล้ว แต่มันก็แค่รู้เท่านั้น อย่างมากก็แค่เอาไปใช้ข่มขู่พ่อของเธอ มากกว่านี้เธอก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว

เพราะถึงอย่างไรเรื่องนั้นก็ผ่านมาเป็นสิบปีแล้ว อย่าว่าแต่ไม่มีใครรู้เลย ต่อให้มีคนรู้ แต่ถ้าไม่มีหลักฐาน ก็เอาผิดพ่อของเธอไม่ได้อยู่ดี