ขอมาเป็นลูกสะใภ้หรือหลานสะใภ้
ขอมาเป็นลูกสะใภ้หรือหลานสะใภ้
แนะนำนิยาย

ภรรยาตัวร้ายของมหาเศรษฐียุค 70 (คลิกที่นี่)
" ย้อนเป็นนางร้ายยุค 70 เกาชิงเหอเมินระบบสั่งให้ตัวเองทำดี!
ขอปั้นสามีเป็นเศรษฐีถูกกฎหมาย บังคับทุกคนหาเงิน ส่วนเธอนอนเป็นปลาเค็ม!
ด้านสามีที่ย้อนเวลาหวังหนีให้พ้น แต่พอนัดดูตัวกลับตกลงทันที! "
เรื่องย่อ
[ช่วงแรกหาเงิน + ช่วงหลังชีวิตประจำวันของคู่สามีภรรยาตัวร้าย + เลี้ยงลูก]
ภรรยามหาเศรษฐีวัยหกสิบปีได้ย้อนเวลากลับไปตอนอายุยี่สิบ ถึงได้รู้ว่าตัวเองเป็นเพียง ‘นางร้าย’ ที่ถูกนำไปเปรียบเทียบในนิยายยุค 70
จุดจบของเธอในหนังสือคือ: สามีติดคุก ครอบครัวแตกสลายตายจาก ส่วนตัวเองต้องเร่ร่อนอยู่ข้างถนน กลายเป็นหญิงบ้าเสียสติที่ใครๆ ก็รุมทุบตี
แถมในหัวยังมีระบบเฮงซวยคอยบอกว่า หากอยากเปลี่ยนจุดจบอันแสนรันทดของนางร้ายในชาติที่แล้ว ก็ต้องรู้จักทำตัวเป็นภรรยาและแม่ที่ดี แล้วไปประจบสอพลอเลียแข้งเลียขาพระเอกในนิยายต้นฉบับเพื่อไต่เต้าขึ้นเป็นนางเอกซะ
เกาชิงเหอ : ขำตายล่ะ! เป็นนางร้ายแล้วมันจะเปลี่ยนสันดานกันได้ง่ายๆ ที่ไหน!
เมื่อได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง เธอจะพลิกชะตากรรมของครอบครัวด้วยสองมือของตัวเอง แล้วคอยคุมเข้มสามีมหาเศรษฐีผู้แสนซื่อบื้อในชาติที่แล้ว—
จากคนที่ยอมทนทำงานหนักงานสกปรกทุกอย่างเพื่อเธอโดยไม่เคยปริปากบ่น ให้เขาปฏิบัติตามกฎหมายและเป็นคนดีของสังคมให้จงได้
จากนั้น... งานการบ้าบออะไรใครอยากทำก็เชิญทำไปเถอะ เพื่อแผนการใช้ชีวิตเป็นปลาเค็มนอนกินนอนใช้ของแม่คนนี้ คนในครอบครัวทุกคนจงลุกขึ้นมาขยันทำงานหาเงินซะดีๆ!
——
เจียงเป้าไห่ สร้างเนื้อสร้างตัวจากเหมืองถ่านหินซอมซ่อ โลดแล่นในวงการธุรกิจมานานหลายสิบปี แต่สุดท้ายกลับต้องมาตกม้าตายเพราะผู้หญิง
ชายแก่ในวัยหกสิบปีต้องต้อนรับบั้นปลายชีวิตด้วยการไปกินข้าวแดงในคุก
พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็กลับมาอยู่ที่เหมืองซอมซ่อในหมู่บ้านจ้าวซวง เจียงเป้าไห่ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชนไม่มีความรู้สึกยินดียินร้ายใดๆ มีเพียงคำสาบานในใจว่า...
ชาตินี้เขาจะไม่ยอมตกหลุมรักผู้หญิงเลวๆ คนนั้นอีกเด็ดขาด!
ผลก็คือ ทันทีที่เขาก้าวเท้าออกจากบ้าน เถ้าแก่ร้านขายของชำหน้าหมู่บ้านก็ถือโทรศัพท์ตะโกนถามเขาว่า : "ลูกสาวบ้านเกาหน่วยผลิตที่สองฝากคนโทรมาถามว่า อยากจะนัดดูตัวกันอีกสักรอบไหม เอ็งจะไปหรือเปล่าวะ?"
เจียงเป้าไห่ปากไวเท่าความคิด : "ไป!"
ชาติที่แล้วตอนนัดดูตัวครั้งแรก หล่อนยังเบี้ยวเขาอยู่เลยนี่นา แล้วทำไมคราวนี้ถึงเป็นฝ่ายกระตือรือร้นมานัดเขาเองล่ะ?
มีพิรุธ... มันมีพิรุธเกินไปแล้ว เขาขอไปดูหน้าให้ชัดๆ สักหน่อยเถอะว่ายัยผู้หญิงเลวคนนี้ซ่อนแผนการอะไรไว้กันแน่!
******************************
"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ" เสิ่นอวิ๋นซูส่ายหน้าพลางตอบ สำหรับหลัวเวยเวย เธอก็รู้สึกค่อนข้างดีด้วย
ในเวลานี้หลัวเวยเวยเหมือนน้องสาวตัวน้อยๆ ที่กำลังอยากรู้อยากเห็น เสิ่นอวิ๋นซูจึงไม่ได้รู้สึกรำคาญเธอเลย
"ฉันไม่ได้ไปทำงานที่ห้างสรรพสินค้าหรอก ฉันมีงานของตัวเองแล้วล่ะ ก็เลยโอนงานที่ห้างสรรพสินค้าให้คนที่เขาจำเป็นมากกว่า"
โอนงาน เป็นการโอนให้ฟรีๆ หรือว่ามีการจ่ายเงินซื้อขายงานกันล่ะ
จุดนี้ หลัวเวยเวยไม่ได้ถามต่อแล้วล่ะนะ เพราะถ้าถามต่อก็คงจะเป็นการเสียมารยาทไปหน่อย
แต่การที่ไม่ได้ทำงานร่วมกับเสิ่นอวิ๋นซูที่ห้างสรรพสินค้า เธอก็ยังรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง
หลัวเวยเวยบอกว่าบ้านเธออยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้า พูดตามตรงก็ใกล้จริงๆ นั่นแหละ เดินข้ามไปไม่กี่ถนนก็ถึงแล้ว
เป็นลานบ้านรวมที่ประกอบไปด้วยอาคารห้องแถวเช่นเดียวกัน ลานบ้านแห่งนี้ใหญ่กว่าที่เสิ่นอวิ๋นซูอยู่เสียอีก และคนก็เยอะกว่าด้วย
"เวยเวยกลับมาแล้วเหรอจ๊ะ"
"ใช่ค่ะ คุณป้า ฉันกลับมาแล้ว"
"โอ้ เวยเวยกลับมาแล้วเหรอจ๊ะ พาแม่หนูที่สวยขนาดนี้มาด้วยเหรอเนี่ย"
"แหะๆ นี่เพื่อนฉันเองค่ะ"
"..."
ตลอดทางมีคนเข้ามาทักทายหลัวเวยเวยไม่ขาดสาย ดูออกเลยว่าด้วยนิสัยร่าเริงและหน้าตาที่น่ารักของหลัวเวยเวย ทำให้เธอเป็นที่ชื่นชอบของคนในลานบ้านรวมไม่น้อยเลยทีเดียว
แน่นอนว่าเสิ่นอวิ๋นซูที่เดินตามหลัวเวยเวยกลับมาด้วย ก็ย่อมได้รับความสนใจจากทุกคนเช่นกัน
ก็แค่เพราะว่า เสิ่นอวิ๋นซูนั้นสวยเกินไป
ดวงตาและคิ้วงดงามราวกระจกเงา รูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอม บุคลิกสง่างาม ดูเหมือนคุณหนูในตระกูลผู้ดีสมัยก่อนเลยทีเดียว
ทรวดทรงก็งดงามมาก แม้จะสวมชุดทำงานสีน้ำเงิน แต่ก็ยังพอมองเห็นรูปร่างที่สมส่วนได้
ใบหน้าของเสิ่นอวิ๋นซูเป็นรูปไข่ ค่อนข้างอวบอิ่มเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความงามโดยรวมของเครื่องหน้าเธอลดลงเลยแม้แต่น้อย ผิวพรรณก็ขาวผ่องเปล่งปลั่ง
ใบหน้าแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนหนุ่มสาวหรือคนเฒ่าคนแก่ก็ล้วนแต่ต้องชอบ
ตอนนั้นเองก็มีชายหนุ่มหลายคนที่เพิ่งเลิกงานกลับมาถึงลานบ้านรวม พอได้เห็นเสิ่นอวิ๋นซูเข้า ก็ถึงกับมองตาค้างไปเลย
จนกระทั่งแผ่นหลังของเสิ่นอวิ๋นซูลับสายตาไป บางคนก็รีบพุ่งตัวกลับบ้านทันที เหมือนกับว่ารีบร้อนจะไปทำอะไรสักอย่าง
ส่วนบางคนก็คว้าแขนแม่หรือย่าของตัวเองที่อยู่ข้างๆ แล้วพูดขึ้นว่า "แม่/ย่าครับ ช่วงนี้แม่/ย่าอยากหาลูกสะใภ้ให้ผมไม่ใช่เหรอครับ ผมว่าแม่หนูที่เพิ่งกลับมากับน้องเวยเวยเมื่อกี้ก็ดูดีนะ"
"แม่/ย่าก็ว่าดูดีเหมือนกัน ไว้ใจได้เลย เดี๋ยวแม่/ย่าไปถามให้"
เสิ่นอวิ๋นซูเป็นคนหน้าอกตู้มสะโพกผาย สำหรับคนเฒ่าคนแก่แล้ว ถือว่าเป็นรูปร่างแบบที่ให้กำเนิดลูกได้ง่าย ดังนั้นพวกผู้ใหญ่ที่ได้เห็นในตอนนี้ต่างก็พากันถูกใจมากๆ
ต่างพากันคิดว่าเดี๋ยวจะไปสืบเรื่องครอบครัวของเธอที่บ้านตระกูลหลัวดูสักหน่อย ดูสิว่าแม่หนูคนนี้มีแฟนหรือแต่งงานแล้วหรือยัง
ถ้ายังไม่มีเลยทั้งคู่ ก็จะดูว่าจะสามารถขอมาเป็นลูกสะใภ้หรือหลานสะใภ้ของตัวเองได้หรือไม่
คนที่มีความคิดแบบนี้มีเยอะมากจริงๆ เมื่อสบตากัน แม้ไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่ก็เข้าใจความคิดของคนอื่นได้ทะลุปรุโปร่ง
แววตานั้นพลันเกิดประกายไฟขึ้นมาทันที
ไม่ได้การละ เดี๋ยวต้องรีบไปถามที่บ้านตระกูลหลัวสักหน่อย ขืนชักช้าเดี๋ยวจะโดนคนอื่นตัดหน้าไปเสียก่อน
เสิ่นอวิ๋นซูไม่รู้เลยว่า การมาบ้านตระกูลหลัวในครั้งนี้ ทำให้เธอกลายเป็นหญิงสาวในฝันของคนมากมายในลานบ้านรวมแห่งนี้ทันที ใครๆ ต่างก็อยากจะขอเธอไปเป็นลูกสะใภ้กันทั้งนั้น
ส่วนหลัวเวยเวยน่ะเหรอ
หลัวเวยเวยโตมาในลานบ้านรวมแห่งนี้ตั้งแต่เด็ก จะไม่รู้ความหมายของสายตาคุณป้า คุณย่า และคุณยายพวกนั้นได้ยังไง
ถ้าไม่ติดที่หลัวเวยเวยไม่มีพี่ชายหรือน้องชาย มีแค่น้องสาวคนเดียว บางทีเธอก็อาจจะลองแย่งชิงเพื่อพี่ชายหรือน้องชายของตัวเองดูบ้างเหมือนกัน
เพราะเธอรู้สึกว่าเสิ่นอวิ๋นซูนั้นดีมากจริงๆ
หน้าตาก็ดี นิสัยก็ดี ดีไปเสียทุกอย่าง
น่าเสียดายที่นอกจากที่บ้านเธอจะไม่มีพี่น้องผู้ชายแล้ว พี่อวิ๋นซูยังเป็นคู่หมั้นของจี้หวยหนานอีกด้วย ซึ่งจี้หวยหนานคนนี้ก็กำลังจะได้เป็นหัวหน้าสถานีตำรวจและหัวหน้าหน่วยสืบสวนอาชญากรรมในอีกไม่ช้า
เธอรู้สึกว่าพี่อวิ๋นซูกับจี้หวยหนานนั้นเหมาะสมกันมาก และทั้งสองก็ดูเหมือนจะชอบพอกันด้วย
ดังนั้น คนอื่นๆ ไม่มีโอกาสแล้วล่ะ
ไม่นาน เสิ่นอวิ๋นซูก็มาถึงบ้านของหลัวเวยเวย
บ้านของหลัวเวยเวยอยู่ในอาคารห้องแถวหลังที่สาม ชั้นสาม สองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น
ยังไม่ทันจะเข้าไปเลย ก็มีชายวัยกลางคนเดินออกมาจากข้างใน หลัวเวยเวยมองแวบหนึ่ง แล้วร้องเรียก "คุณลุงคะ"
หยางกั๋วจงเงยหน้าขึ้น พอเห็นหลานสาว ใบหน้าที่เดิมทีดูเคร่งขรึมก็คลายความตึงเครียดลงทันที
"เวยเวยนี่เอง เลิกงานแล้วเหรอ"
"ใช่ค่ะ คุณลุงกำลังจะกลับแล้วเหรอคะ ไม่ทานข้าวด้วยกันก่อนเหรอคะ"
"ไม่ล่ะ ป้าสะใภ้ทำกับข้าวไว้แล้ว ลุงแค่แวะมาแป๊บเดียวน่ะ ตอนนี้จะกลับแล้วล่ะ"
โอเค
ดูเหมือนว่าลุงจะมีธุระและรีบกลับ หลัวเวยเวยจึงไม่ได้รั้งไว้
หยางกั๋วจงก็มองเห็นเสิ่นอวิ๋นซูที่อยู่ข้างๆ หลัวเวยเวยเช่นกัน แววตาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย เขาพยักหน้าทักทายเสิ่นอวิ๋นซู แล้วเดินจากไป
เสิ่นอวิ๋นซูไม่ได้สนใจอะไรนัก หลัวเวยเวยรีบพาเธอเข้าไปในบ้าน
ในห้องนั่งเล่นได้พบกับครอบครัวของหลัวเวยเวย พ่อหลัว พ่อของหลัวเวยเวยหน้าตาดูเป็นคนซื่อๆ บนใบหน้ามีรอยยิ้มอารมณ์ดี พอได้ยินว่าเธอเป็นเพื่อนของเวยเวย ก็แสดงความต้อนรับอย่างอบอุ่น
หลัวเวยเวยบอกว่าพ่อหลัวเป็นพนักงานที่สถานีจ่ายเสบียงอาหาร
สถานีจ่ายเสบียงอาหารเชียวนะ นั่นมันงานที่ใครๆ ก็อยากทำทั้งนั้นแหละ
ตอนนี้พ่อหลัวกำลังสวมผ้ากันเปื้อนทำกับข้าวอยู่ในครัว
หลัวอินอิน น้องสาวของหลัวเวยเวย ปีนี้อายุสิบขวบ หน้าตาคล้ายกับพี่สาวมาก ที่มุมปากมีลักยิ้มสองข้าง ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นประถม ตอนที่เห็นเธอ หลัวอินอินที่ถักเปียสองข้างกำลังนั่งทำการบ้านอยู่
"แม่ฉันน่าจะอยู่ในห้องค่ะ พี่อวิ๋นซู พี่นั่งก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันไปเรียกแม่ก่อน"
"ตกลงจ้ะ"
และหลังจากที่หลัวเวยเวยเข้าไปในห้อง เสิ่นอวิ๋นซูก็นั่งลงบนโซฟา ไม่นาน หลัวอินอินเด็กหญิงตัวน้อยที่รู้ความก็รินน้ำมาให้เธอแก้วหนึ่ง
"พี่คะ ดื่มน้ำค่ะ"
"ขอบใจจ้ะ"
เสิ่นอวิ๋นซูหยิบลูกอมรสนมตรากระต่ายขาวออกมาจากกระเป๋าสองสามเม็ดแล้วยื่นให้
หลัวอินอินตกใจเล็กน้อย รู้สึกลังเลนิดหน่อย อยากกินแต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะรับไว้ดีไหม
"รับไว้เถอะจ้ะ เดี๋ยวพี่จะบอกพี่สาวเธอให้ ไม่ดุเธอหรอก"
"ค่ะ ขอบคุณค่ะพี่"
ลูกอม ไม่ว่าจะเป็นเด็กยุคไหนก็อดใจไม่ไหวหรอกนะ ยิ่งเป็นลูกอมรสนมตรากระต่ายขาวในยุคนี้ด้วยแล้ว กลิ่นนมก็หอมฟุ้ง แถมยังราคาแพง เด็กๆ ยิ่งชอบเข้าไปใหญ่
ทางด้านนี้ หลัวเวยเวยที่เข้าไปในห้อง ก็มองเห็นแม่นั่งอยู่หน้าจักรเย็บผ้า
เนื่องจากตอนนี้ยังไม่อนุญาตให้ทำธุรกิจ ดังนั้นจักรเย็บผ้าของหยางเสวี่ยนีจึงทำได้แค่ตั้งไว้ในห้อง เพราะกลัวว่าถ้ามีคนเข้ามาในบ้านแล้วเห็นเข้า จะเอาไปพูดให้ร้ายได้
"แม่คะ~"
"อ้าว เวยเวยเลิกงานแล้วเหรอลูก"
"แม่คะ เมื่อกี้คุณลุงมาเหรอคะ"
"ใช่จ้ะ มาแป๊บหนึ่ง เอาปลามาให้เราสองตัวก็กลับไปแล้ว แม่ให้อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก็ไม่ยอม"
"แต่ช่วงนี้ลุงเขาก็ยุ่งๆ นะ พอมาถึงก็บ่นกับแม่ว่าหาคนแปลไม่ได้เลย หลายเดือนมานี่กลุ้มใจเรื่องนี้จนนอนไม่หลับเลยล่ะ"
หลัวเวยเวยพยักหน้า ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะตอนที่เห็นลุงเมื่อกี้ ลุงถึงได้ขมวดคิ้วแน่นเลย
หลัวเวยเวยรู้ดีว่าหยางกั๋วจงลุงของเธอเป็นผู้จัดการร้านหนังสือซินหัว นานๆ ทีก็จะมีงานแปลเอกสารมาให้ทำบ้าง
แต่เธอเรียนหนังสือระดับปานกลาง ภาษาต่างประเทศก็ไม่เก่ง เลยช่วยงานลุงไม่ได้
"จริงสิแม่ หนูพาเพื่อนมาบ้านด้วยนะคะ อีกไม่นานเธอก็จะแต่งงานแล้ว แต่ยังหาชุดแต่งงานที่ถูกใจไม่ได้เลย"