LNCrawler

ทำให้พี่เขยหลงใหลจนหัวปักหัวปำ

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

ทำให้พี่เขยหลงใหลจนหัวปักหัวปำ

"อย่างนั้นเหรอ" หยางเสวี่ยนีเข้าใจแล้ว

ลูกสาวคนโตมักจะพาคนที่อยากตัดเสื้อผ้ามาแนะนำให้เธอบ่อยๆ หยางเสวี่ยนีชินแล้วล่ะ

ความจริงแล้ว เมื่อหนึ่งปีก่อนหยางเสวี่ยนีก็มีงานทำนะ แต่เพื่อไม่ให้ลูกสาวที่เพิ่งเรียนจบมัธยมปลายต้องถูกส่งตัวไปอยู่ชนบท ก็เลยตั้งใจจะยกงานให้ลูกสาวคนโต

แถมยังเพิ่มเงินอีกนิดหน่อย แล้วก็ใช้เส้นสายนิดหน่อย หลัวเวยเวยถึงได้เป็นพนักงานขายในห้างสรรพสินค้า

ส่วนหยางเสวี่ยนี หลังจากยกงานให้ลูกสาวคนโตแล้ว ก็รับหน้าที่ดูแลบ้านเต็มตัว และเวลาที่ใครต้องการ ก็จะแอบรับงานตัดเสื้อผ้าให้เป็นการส่วนตัว

"เวยเวย งั้นไปกันเถอะ ไปพบเพื่อนลูกกัน อ้อ หยิบสมุดแบบชุดแต่งงานของแม่มาด้วยนะ"

"ได้เลยค่ะ"

จริงๆ แล้ว สิ่งที่หยางเสวี่ยนีถนัดก็คือการตัดชุดแต่งงาน แต่ชุดแต่งงานเนี่ย ปกติแล้วคนไม่ค่อยต้องการเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็รับตัดเสื้อผ้าธรรมดาทั่วไปมากกว่า

แต่ถึงอย่างนั้น หยางเสวี่ยนีก็ยังชอบทำชุดแต่งงานอยู่ดี บางครั้งเวลาที่มีแรงบันดาลใจ ก็จะวาดเก็บเอาไว้

สะสมไปสะสมมา ก็กลายเป็นสมุดแบบชุดแต่งงานทั้งเล่มเลย

ถึงแม้ชุดแต่งงานในสมุดจะเพิ่งตัดและขายออกไปได้แค่ชุดเดียว แต่หยางเสวี่ยนีก็หวงแหนสมุดเล่มนี้มาก

"พี่อวิ๋นซูคะ แม่ฉันมาแล้วค่ะ"

เสิ่นอวิ๋นซูที่นั่งอยู่บนโซฟา ดื่มน้ำและคุยกับหลัวอินอินอยู่ พอได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้น แล้วก็เห็นผู้หญิงวัยสามสิบกว่าๆ คนหนึ่งเดินออกมาพร้อมกับหลัวเวยเวย

แค่เห็นแวบแรก เสิ่นอวิ๋นซูก็รู้เลยว่าสองพี่น้องตระกูลหลัวได้หน้าตามาจากใคร

ก็ได้รับมาจากแม่ของพวกเธอนี่เอง

ทั้งหลัวเวยเวยและหลัวอินอินต่างก็มีหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนเด็ก และแม่ของพวกเธอก็หน้าเด็กเช่นกัน หรือพูดให้ถูกคือใบหน้าอ่อนเยาว์ ดังนั้นหยางเสวี่ยนีจึงดูไม่แก่เลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับดูอ่อนกว่าวัยมากๆ

"สวัสดีค่ะคุณน้าหยาง" เสิ่นอวิ๋นซูรีบลุกขึ้นและกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม

"อ้าว หนูคือเพื่อนของเวยเวยสินะ น้าเรียกหนูว่าอวิ๋นซูได้ไหมจ๊ะ" น้ำเสียงของหยางเสวี่ยนีก็อ่อนโยนมาก ที่มุมปากมีรอยยิ้มบางๆ เป็นคนที่ดูอบอุ่นและทำให้คนอื่นรู้สึกดีด้วยได้อย่างง่ายดาย

"ได้ค่ะ"

"เวยเวยบอกว่าหนูอยากได้ชุดแต่งงานเหรอจ๊ะ น้ามีสมุดแบบชุดอยู่ เป็นพวกไอเดียที่น้าวาดเก็บไว้ตอนว่างๆ หนูช่วยดูหน่อยสิว่ามีแบบไหนถูกใจบ้างไหม"

"ได้ค่ะ"

เสิ่นอวิ๋นซูรับสมุดมาด้วยสองมือ

สมุดเล่มนี้ดูใหม่มาก ไม่มีรอยยับย่นเลย แถมยังห่อปกด้วยผ้าอีกชั้น ดูออกเลยว่าเจ้าของรักและถนอมสมุดเล่มนี้มากแค่ไหน

เสิ่นอวิ๋นซูไม่ได้คาดหวังว่าพอมาถึงแล้วจะได้เห็นชุดแต่งงานหลากหลายแบบให้เธอเลือกตามใจชอบหรอกนะ

เพราะในยุคนี้ มันไม่เหมือนกับพวกร้านค้าในยุคปัจจุบันหรอก

สมัยนี้ผ้าไม่ใช่ถูกๆ แถมยังต้องใช้คูปองผ้าอีกต่างหาก ซึ่งพวกคูปองเหล่านี้ก็แจกจ่ายให้ในปริมาณที่จำกัด

เสิ่นอวิ๋นซูนั่งลงบนโซฟาอีกครั้ง วางสมุดไว้บนตัก แล้วค่อยๆ เปิดมันออก

เมื่อเปิดหน้าแรก เสิ่นอวิ๋นซูก็ตาเป็นประกายและรู้สึกตื่นตาตื่นใจทันที

ภาพที่วาดคือชุดแต่งงาน หรือจะเรียกว่าชุดมงคล ที่มีลักษณะคล้ายชุดแต่งงานในสมัยราชวงศ์หมิง เป็นเสื้อตัวบนกับกระโปรงตัวล่าง เน้นสีแดงเป็นหลัก มีลวดลายมงคลที่แสดงถึงความปีติยินดีมากมาย เช่น ลายกิ่งไม้หัก ลายเถาวัลย์พันเกี่ยว ลายดอกไม้กลม ซึ่งทั้งหมดเป็นลวดลายแบบสมมาตร นอกจากนี้ยังมีลายดอกโบตั๋นที่สื่อถึงความมั่งคั่งร่ำรวย ลายองุ่นที่สื่อถึงลูกหลานสืบสกุลยาวนาน ลายดอกบัวคู่ที่สื่อถึงความรักที่ซื่อสัตย์มั่นคง

เสื้อคลุมแขนกว้างผ่าหน้า กระโปรงสีเขียวแบบขุนนาง รองเท้าปักสีแดง

พอมองดูชุดแต่งงานตรงหน้า เสิ่นอวิ๋นซูก็อดนึกถึงตอนที่อยู่ยุคปัจจุบันไม่ได้ เวลาที่ดูรายการทีวีเกี่ยวกับวัฒนธรรมจีน เธอก็เคยเห็นชุดแต่งงานแบบนี้อยู่บ่อยๆ

เสิ่นอวิ๋นซูบอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันต่างกันตรงไหน

แต่ก็รู้สึกว่าถ้าลวดลายตรงหน้านี้ทำเป็นชุดแต่งงานได้จริงๆ มันจะต้องประณีตและหรูหรามากแน่ๆ

เพียงแต่ชุดแต่งงานแบบนี้ ในยุคสมัยนี้มันใส่ไม่ได้หรอก

ในความเป็นจริงก็เป็นเช่นนั้นแหละ

หยางเสวี่ยนีที่อยู่ข้างๆ พอเห็นเสิ่นอวิ๋นซูกำลังดูชุดแต่งงานชุดนี้ ก็รีบพูดขึ้นว่า "นี่เป็นชุดแต่งงานแบบจีนชุดแรกที่น้าวาดเลยนะ แต่ว่าชุดนี้ตอนนี้ยังทำไม่ได้ แล้วก็ใส่ไม่ได้ด้วยจ้ะ"

พูดจบ หยางเสวี่ยนีก็ถอนหายใจเบาๆ

ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ฝีมือของเธอถึงจะมีโอกาสได้ทำชุดแต่งงานแบบนี้ออกมาสักชุด

ได้มีผู้หญิงสวมใส่ชุดนี้อย่างสง่าผ่าเผย แล้วแต่งงานกับชายที่เธอรัก

สิ่งที่ช่างฝีมืออยากเห็นมากที่สุด ก็คือผลงานที่ดีที่สุดและน่าภาคภูมิใจที่สุดของตัวเอง ได้ถูกนำไปใช้อย่างเปิดเผยและมีคนชื่นชม

แต่ในตอนนี้ กลับไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้ทำมันขึ้นมาด้วยซ้ำ

เสิ่นอวิ๋นซูพยักหน้ารับรู้ เธอก็มองออกถึงความเศร้าสร้อยในแววตาของหยางเสวี่ยนี และความเสียดายที่มีต่อชุดแต่งงานชุดนี้เช่นกัน

"คุณน้าหยางคะ ถึงตอนนี้จะยังใส่ไม่ได้ แต่หนูเชื่อว่าสังคมในอนาคตจะเปิดกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ สักวันหนึ่งชุดแต่งงานชุดนี้จะต้องมีโอกาสได้สวมใส่แน่นอนค่ะ"

หยางเสวี่ยนีชะงักไปเล็กน้อย พอตั้งสติได้ว่าเสิ่นอวิ๋นซูกำลังปลอบใจเธอ ก็ยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า "งั้นน้าก็ขอรับพรจากหนูแล้วกันนะ"

"อวิ๋นซูเอ๊ย หนูช่างเป็นเด็กดีจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่เวยเวยชอบหนู แม้แต่น้าเองก็ยังชอบหนูเลย"

คำปลอบโยนแบบนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะพูดกับคนที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกหรอกนะ แต่เสิ่นอวิ๋นซูกลับพูดออกมา แถมยังพูดได้โดนใจหยางเสวี่ยนี และตรงกับความคาดหวังที่เธอเฝ้ารอมาตลอดอีกด้วย

เสิ่นอวิ๋นซูที่แสนดีขนาดนี้ จะไม่ให้คนชอบได้อย่างไรล่ะ

"อวิ๋นซู ลองดูชุดแต่งงานหน้าถัดๆ ไปสิจ๊ะ ดูว่ามีชุดไหนถูกใจไหม ถ้ามีตรงไหนที่คิดว่าไม่ค่อยเหมาะ น้าแก้ให้ได้นะ"

"ค่ะ"

เสิ่นอวิ๋นซูมองชุดแต่งงานในหน้าแรกอีกครั้ง ก่อนจะยอมเปิดหน้าต่อไป

ชุดแต่งงานในหน้าถัดๆ ไป ค่อนข้างจะเข้ากับยุคสมัยนี้มากกว่า เป็นแบบที่คนในยุคนี้ใส่กันได้ แน่นอนว่าหยางเสวี่ยนีก็ใส่ไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองลงไปด้วย จึงไม่ได้ดูเชยหรือซ้ำซากจำเจเลย

ในบรรดาชุดแต่งงานเหล่านี้ มีทั้งแบบเสื้อคู่กับกางเกง แบบเสื้อคู่กับกระโปรง และแบบที่เป็นชุดกระโปรงยาวติดกัน

แน่นอนว่าเนื่องจากข้อจำกัดของยุคสมัย ชุดทั้งหมดจึงค่อนข้างมิดชิด

แต่ยังไงก็ตาม เสิ่นอวิ๋นซูรู้สึกว่าชุดพวกนี้ดูดีกว่าที่ขายในห้างสรรพสินค้าตั้งเยอะ

เมื่อเปิดไปอีกหน้า ดวงตาของเสิ่นอวิ๋นซูก็เป็นประกาย นี่คือชุดแต่งงานที่มีพื้นฐานมาจากชุดกี่เพ้า ตัวชุดเป็นสีแดง มีลายดอกบัวคู่สีชมพูอ่อนและสีขาวพันเกี่ยวกันไปมาตั้งแต่ช่วงบนไล่ลงมาจนถึงชายกระโปรง

ดูเรียบง่ายแต่ประณีต และสะดุดตาเอามากๆ

กระโปรงไม่ได้ผ่าสูงมากนัก ตัวเสิ่นอวิ๋นซูเองก็เป็นคนค่อนข้างหัวโบราณ ระดับการผ่าแค่นี้จึงเป็นระดับที่เสิ่นอวิ๋นซูรับได้

ชุดกี่เพ้าตัวนี้เป็นแขนสั้น ถ้าเป็นช่วงฤดูร้อน ใส่แบบนี้ก็เหมาะเลยทีเดียว

แน่นอนว่าด้านข้างยังมีภาพผ้าคลุมไหล่ที่มีพู่ประดับและปักลายดอกทับทิมวาดเอาไว้ด้วย ถ้าอากาศค่อนข้างเย็น การเพิ่มผ้าคลุมไหล่ผืนนี้เข้าไปก็กำลังดีเลย

เสิ่นอวิ๋นซูลองนึกดู สภาพอากาศในตอนนี้ คงต้องมีผ้าคลุมไหล่ผืนนี้ด้วย

เมื่อเห็นเสิ่นอวิ๋นซูหยุดสายตาอยู่ที่ชุดกี่เพ้าชุดนี้ หยางเสวี่ยนีก็ถามขึ้นว่า "อวิ๋นซูชอบชุดนี้เหรอจ๊ะ"

"ใช่ค่ะ"

"ชุดนี้เหรอคะ สวยจังเลยค่ะ" หลัวเวยเวยที่ยืนดูอยู่ข้างๆ เอ่ยชม

"น้าก็คิดว่าเหมาะกับอวิ๋นซูเหมือนกัน รูปร่างของหนูเหมาะจะใส่ชุดกี่เพ้าแบบนี้ที่สุดเลย" หยางเสวี่ยนีพูดความจริง รูปร่างของเสิ่นอวิ๋นซูที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน เหมาะที่จะใส่ชุดกี่เพ้าแต่งงานชุดนี้ที่สุด ถ้าเป็นคนอื่นที่รูปร่างไม่ค่อยดีเท่าไหร่มาเลือกชุดนี้ หยางเสวี่ยนีอาจจะเกลี้ยกล่อมให้เปลี่ยนไปเลือกชุดอื่นแทนด้วยซ้ำ

"ฉันว่าถ้าพี่อวิ๋นซูใส่ชุดนี้แต่งงานนะ จะต้องทำให้พี่เขยหลงใหลจนหัวปักหัวปำในวันแต่งงานแน่นอนเลยค่ะ" หลัวเวยเวยพูดแซว

เสิ่นอวิ๋นซูส่งค้อนให้หลัวเวยเวยอย่างเขินอาย พอนึกถึงสีหน้าที่จี้หวยหนานอาจจะแสดงออกมาตอนเห็นเธอสวมชุดกี่เพ้าแต่งงานชุดนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกร้อนผ่าวที่แก้ม

(คุ้มกว่า E-Book ฟินสุดๆ จ่ายรอบเดียวสามารถอ่านนิยายได้ทุกเรื่องในเครือ Nirand Books)

**นิยายเรื่องนี้จัดจำหน่ายผ่านแคมเปญบุฟเฟต์นิยายแปลของ Nirand Books เท่านั้น**

-----------------------------------------------------

 

บุฟเฟต์นิยายแปลสุดคุ้ม เพียง 159 บาท

จ่ายหลักร้อย แต่ได้สิทธิ์เก็บนิยายเรื่องโปรดไว้อ่านแบบ "ถาวร" ตลอดชีพ!

ความคุ้มค่าที่คุณจะได้รับ

  • อ่านฟรีตลอดไป: กลับมาฟินนิยายเรื่องโปรดซ้ำตอนไหนก็ได้ แม้จะไม่ได้ต่ออายุสมาชิกแล้ว
  • นิยายเข้าใหม่ทุกสัปดาห์: จบแล้วทุกเรื่อง ไม่ต้องอ่านแล้วค้างคาให้หงุดหงิดใจ

สมัครเลยที่

Nirand Books (คลิกที่นี่)

หรือ

ผ่านแอดมิน Page Facebook : Nirand Books (คลิกที่นี่)

Thai Edition Copyright © 2026 Nirand Books

Licensed by Beijing Houji Information Technology Co., Ltd. (Fanqie Novel) All rights reserved.

*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้ทีมงาน Nirand Books ***