LNCrawler

อาสะใภ้ผู้ใจดีขอเก็บของใหญ่สี่ชิ้นนี้ไว้ให้

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

อาสะใภ้ผู้ใจดีขอเก็บของใหญ่สี่ชิ้นนี้ไว้ให้

เสิ่นอวิ๋นซูปากยิ้มแต่ดวงตาไม่ยิ้ม พลางตอบว่า "คุณอาสะใภ้คะ นั่นมันเป็นเรื่องของหนูค่ะ ไม่ต้องรบกวนคุณอาสะใภ้หรอกค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัวพาหวยหนานกลับก่อนนะคะ"

พูดจบ เสิ่นอวิ๋นซูก็ไม่ต่อความยาวสาวความยืดกับเหยาชุ่ยอวี้อีก ส่งสายตาให้จี้หวยหนาน แล้วหันหลังเดินกลับไปยังอาคารห้องแถวของตัวเอง

จี้หวยหนานรีบเดินตามไป ส่วนของใหญ่สี่อย่างนั้นก็ทยอยถูกขนขึ้นไปต่อหน้าต่อตาเหยาชุ่ยอวี้

เหยาชุ่ยอวี้มองดูภาพนั้น ด้วยความโกรธจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง

"พวกเธอว่า นังเด็กอวิ๋นซูทำไมถึงเป็นคนแบบนี้ ฉันเป็นอาสะใภ้ของหล่อนนะ ฉันหวังดีจะช่วยหล่อนแท้ๆ แต่หล่อนกลับมาพูดจาแบบนี้กับฉัน หล่อนกลายเป็นคนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"

"หรือว่าเป็นเพราะไม่มีพ่อไม่มีแม่สั่งสอน ก็เลยกลายเป็นเด็กไม่มีมารยาทแบบนี้!"

เหยาชุ่ยอวี้ช่างไม่รู้จักประมาณตนเอง และยังหลงคิดว่าไม่มีใครดูแผนการของตัวเองออก

ดังนั้นตอนนี้หล่อนถึงได้กล้าบ่นกล้าฟ้องคนอื่นอย่างหน้าไม่อาย แต่ประโยคสุดท้ายของหล่อน กลับไปจุดชนวนความโกรธแค้นของทุกคนในลานบ้านรวมเข้าอย่างจัง

"เหยาชุ่ยอวี้ หล่อนหมายความว่ายังไง พ่อแม่ของอวิ๋นซูเป็นวีรบุรุษนักผจญเพลิง พวกเขาเสียสละชีพเพื่อชาติ หล่อนกล้าพูดจาดูถูกลูกกำพร้าของวีรชนแบบนั้นได้ยังไง"

"ว่าคนอื่นไม่มีมารยาท หึ ผู้หญิงบางคนน่ะนะ พ่อแม่ก็ยังมีชีวิตอยู่แท้ๆ แต่กลับไปแย่งแฟนคนอื่น ฉันว่านะ แบบนั้นแหละที่เรียกว่าไม่มีมารยาทของจริง ไม่รู้ว่าพ่อแม่สั่งสอนมายังไง"

ถึงแม้คำพูดนี้จะไม่ได้เอ่ยชื่อออกมาตรงๆ แต่คนที่รู้เรื่องราวต่างก็รู้ดีว่ากำลังพูดถึงเสิ่นอวิ๋นซิ่วอยู่ ซึ่งเสิ่นอวิ๋นซิ่วก็คือลูกสาวของเหยาชุ่ยอวี้ไม่ใช่หรือ

เสิ่นอวิ๋นซิ่วย่อมต้องฟังออกอยู่แล้ว

อยากจะเถียงกลับ แต่ก็รู้ดีว่าคนทั้งลานบ้านรวมเข้าข้างเสิ่นอวิ๋นซูกันหมด เธอไม่มีเหตุผลอะไรจะไปเถียงสู้ได้

อีกอย่าง คนเยอะแยะขนาดนั้น เธอเถียงไม่ทันหรอก

เธอก็รู้เหมือนกันว่า ป้าๆ น้าๆ พวกนี้ ปากคอเราะรายที่สุด เธอเถียงไม่สู้หรอก

ประกอบกับเมื่อกี้เพิ่งจะโดนเปรียบเทียบเรื่องของหมั้นจนพ่ายแพ้ยับเยิน เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็รู้สึกอับอายขายหน้าจะแย่อยู่แล้ว

ตอนนี้ แม่จอมโง่เง่าของเธอยังมาแกว่งปากหาเสี้ยน ทำให้คนทั้งลานบ้านรวมพากันโกรธแค้นอีก

เสิ่นอวิ๋นซิ่วไม่กล้าอยู่ต่อแล้ว กลัวว่าถ้าอยู่ต่อ ไฟจะยิ่งลามมาถึงตัวเอง

เธอจึงรีบดึงมือเมิ่งเจวี๋ย แล้วพูดว่า "พวกเรากลับบ้านกันเถอะค่ะ"

"อืม" เมิ่งเจวี๋ยรีบตอบรับ เขาก็รู้สึกขนลุกซู่และอยากจะรีบไปจากที่นี่เหมือนกัน

คำพูดเมื่อกี้ ดูเหมือนจะด่าเหยาชุ่ยอวี้กับเสิ่นอวิ๋นซิ่ว แต่เขาก็คือแฟนที่ถูกพูดถึงในประโยคนั้นด้วย ถึงแม้เขาจะถูกวางแผนจัดฉากก็ตาม

แต่ผลลัพธ์มันก็เป็นอย่างที่เห็น มันเกิดขึ้นไปแล้ว เขาอธิบายอะไรไม่ได้

อยู่ต่อไปก็มีแต่จะยิ่งขายหน้าเปล่าๆ

อีกอย่าง เสี่ยวซูก็ไปแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีก

ดังนั้น พอเสิ่นอวิ๋นซิ่วพูดขึ้นมา เขาก็เดินตามเธอกลับไป

ส่วนทางด้านเหยาชุ่ยอวี้ ยังไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น พอเห็นคนมาเถียง หล่อนก็ไม่พอใจทันที

"พวกเธอพูดจาอะไรกันเนี่ย"

"พวกฉันพูดอะไรน่ะเหรอ หึ เหยาชุ่ยอวี้ ความคิดที่อยากจะได้ของใหญ่สี่อย่างของอวิ๋นซู มันเขียนแปะอยู่บนหน้าหล่อนหมดแล้ว ความโลภมันปิดไม่มิดหรอกนะ คิดว่าพวกเราตาบอดดูไม่ออกหรือไง"

เหยาชุ่ยอวี้เบิกตากว้าง แววตาฉายแววมีพิรุธ หล่อนพูดตะกุกตะกักว่า "พะ... พูดจาเหลวไหล พวกเธอพูดจาเหลวไหลทั้งนั้น"

"ฉันแค่หวังดีจะช่วยเก็บรักษาของใหญ่สี่อย่างให้อวิ๋นซูเฉยๆ ไม่ได้อยากได้สักหน่อย"

"หึ เป็นแค่อาสะใภ้ ทำตัวตีเสมอเป็นญาติผู้ใหญ่ของอวิ๋นซูเชียวนะ ถ้าอยากเป็นญาติผู้ใหญ่ของอวิ๋นซูนัก ก็ลองลงไปถามพ่อแม่ของอวิ๋นซูดูสิ ว่าพวกเขาจะยอมไหม"

คำพูดประโยคนี้ ดูเหมือนจะมีคำบางคำที่ไปสะกิดใจเสิ่นเหลาเยาเข้า สีหน้าของเขาหมองคล้ำลงทันที แววตาฉายแววหวาดกลัวออกมาวูบหนึ่ง

เขารีบตวาดเหยาชุ่ยอวี้ทันที "เลิกทำตัวขายหน้าได้แล้ว กลับไปซะ"

พูดจบ เขาก็เดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมามอง

"เอ๊ะ ฉะ... ฉัน..." ฉันไปทำตัวขายหน้าตรงไหนกัน

แต่พอเห็นสามีเดินไปแล้ว เหยาชุ่ยอวี้ที่เชื่อฟังสามีมาตลอดก็ไม่อยากอยู่ต่อเหมือนกัน หล่อนทำได้เพียงสบถเบาๆ แล้วเดินตามสามีไป

พอกลับถึงบ้าน ได้ยินว่าสินสอดที่เมิ่งเจวี๋ยให้มีแค่ 500 หยวน หล่อนก็แค่นเสียงหยันทันที กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกสายตาของเสิ่นเหลาเยาหยุดไว้เสียก่อน

5,000 หยวน ศูนย์หายไปตัวหนึ่ง เหลือแค่ 500 บ้านตระกูลเมิ่งนี่มันขี้เหนียวจริงๆ

แต่เหยาชุ่ยอวี้ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะไม่ว่าจะเป็น 5,000 หรือ 500 หล่อนก็ไม่มีทางได้แตะต้องอยู่ดี

นังเด็กบ้าเสิ่นอวิ๋นซิ่ว เอาไปหมดทุกอย่าง

เสียแรงเกิดมาจริงๆ!

เสิ่นอวิ๋นซิ่วรู้เรื่องสินสอด 500 หยวนดี เพราะนี่คือสิ่งที่เธอตกลงกับแม่ของเมิ่งเจวี๋ยไว้

ความจริงแล้ว สินสอดจำนวนนี้ สำหรับคนส่วนใหญ่ ถือว่าดูดีและไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่พอเสิ่นอวิ๋นซิ่วเอาไปเปรียบเทียบกับเสิ่นอวิ๋นซู เธอก็รู้สึกว่าจี้หวยหนานต้องให้สินสอดเสิ่นอวิ๋นซูมากกว่า 500 หยวนแน่ๆ

ต้องรู้ไว้ว่า ในชาติก่อน จี้หวยหนานยังยอมจ่ายสินสอดให้ถึง 1,000 หยวนตามที่พ่อแม่เธอเรียกร้องเลย แสดงว่าจี้หวยหนานมีปัญญาจ่าย 1,000 หยวนแน่ๆ

จี้หวยหนานยังเอาของใหญ่สี่อย่างที่แพงขนาดนั้นมาเป็นของหมั้นได้ เรื่องสินสอดก็ยิ่งไม่มีทางให้น้อยหน้าเสิ่นอวิ๋นซูแน่นอน

แล้วตกลงมันเท่าไหร่กันล่ะ

เสิ่นอวิ๋นซิ่วไม่อาจล่วงรู้ได้เลย

ที่บ้านของเสิ่นอวิ๋นซู ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของเสิ่นอวิ๋นซิ่วไปหนึ่งช่วงตึก

ของใหญ่สี่อย่างถูกจัดวางเรียงรายกัน คนอื่นๆ ทยอยกลับไปกันหมดแล้ว ในห้องเหลือเพียงจี้หวยหนานกับเสิ่นอวิ๋นซู

นี่เป็นครั้งแรกที่จี้หวยหนานได้มาบ้านของเสิ่นอวิ๋นซู เขารู้สึกอยากรู้อยากเห็น อยากจะมองสำรวจไปรอบๆ แต่ก็ไม่กล้า

เขานั่งตัวตรงแหน็วอยู่บนโซฟา สองมือวางไว้บนเข่าอย่างเรียบร้อย

เสิ่นอวิ๋นซูรินน้ำมาให้เขาแก้วหนึ่ง พร้อมกับแบมือออก "กินลูกอมไหมคะ"

จี้หวยหนานชะงักไปครู่หนึ่ง ท่าทางงงๆ ของเขา ทำให้เสิ่นอวิ๋นซูอดหัวเราะออกมาไม่ได้

จี้หวยหนานนึกถึงตอนที่เขาให้ลูกอมเสิ่นอวิ๋นซูในวันดูตัว ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเขินอาย เอื้อมมือไปลูบท้ายทอยตัวเองเบาๆ

เขารับแก้วน้ำกับลูกอมกระต่ายขาวมา แล้วจู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ รีบพูดขึ้นว่า "ซูซู ของใหญ่สี่อย่างพวกนี้ คุณเอาไว้ที่บ้านก็ได้นะ ไม่ต้องเอากลับไปบ้านผมหรอก"

ไม่ว่าจะให้ของอะไรกับเสิ่นอวิ๋นซู จี้หวยหนานไม่เคยคิดจะให้เธอเอากลับไปเลย

ให้เสิ่นอวิ๋นซูแล้ว มันก็เป็นของเสิ่นอวิ๋นซูสิ

ส่วนที่บ้านเขา ถ้าต้องการ เขาก็ซื้อใหม่ได้

เสิ่นอวิ๋นซูนั่งลงฝั่งตรงข้าม เธอรู้ว่าจี้หวยหนานหมายความว่ายังไง แต่…

"ไม่ค่ะ ฉันจะเอาไปด้วย ที่บ้านมีฉันอยู่คนเดียว ทิ้งของพวกนี้ไว้ที่นี่ก็มีแต่จะฝุ่นจับ เอาไปไว้ที่นู่นดีกว่า"

จี้หวยหนานทำท่าจะพูดอะไรอีก แต่เสิ่นอวิ๋นซูก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน "ของพวกนี้ คุณให้ฉันแล้ว ฉันจะจัดการยังไงก็ได้ใช่ไหมล่ะคะ"

จี้หวยหนาน: "...ใช่ครับ"

"งั้นฉันก็ตั้งใจว่าจะเอาไปด้วยตอนแต่งงาน ถือว่าเป็นสินสอดติดตัวฉัน เป็นไงคะ ของน่ะ เอาไว้ดูเฉยๆ มันจะมีประโยชน์อะไร ก็ต้องเอามาใช้สิคะ"

ก็ได้

สุดท้าย จี้หวยหนานก็ถูกเสิ่นอวิ๋นซูเกลี้ยกล่อมจนยอมแพ้

แน่นอนว่า ที่สำคัญที่สุดคือ เขาไม่เคยคิดจะขัดใจเสิ่นอวิ๋นซูอยู่แล้ว

จากนั้น จี้หวยหนานก็หยิบเงินสินสอด 1,000 หยวนออกมา

"สินสอดนี่ คุณเก็บไว้ใช้ส่วนตัวนะครับ ส่วนค่าใช้จ่ายในบ้าน เดี๋ยวพอแต่งงานกันแล้ว ผมจะเอาเงินกับคูปองที่เหลือ แล้วก็สมุดบัญชีเงินฝากให้คุณทั้งหมดเลย" จี้หวยหนานรีบแสดงจุดยืนเรื่องการเลี้ยงดูครอบครัวและการมอบอำนาจทางการเงินให้ภรรยา

"ได้ค่ะ" เสิ่นอวิ๋นซูไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนี้แต่อย่างใด

(คุ้มกว่า E-Book ฟินสุดๆ จ่ายรอบเดียวสามารถอ่านนิยายได้ทุกเรื่องในเครือ Nirand Books)

**นิยายเรื่องนี้จัดจำหน่ายผ่านแคมเปญบุฟเฟต์นิยายแปลของ Nirand Books เท่านั้น**

-----------------------------------------------------

 

บุฟเฟต์นิยายแปลสุดคุ้ม เพียง 159 บาท

จ่ายหลักร้อย แต่ได้สิทธิ์เก็บนิยายเรื่องโปรดไว้อ่านแบบ "ถาวร" ตลอดชีพ!

ความคุ้มค่าที่คุณจะได้รับ

  • อ่านฟรีตลอดไป: กลับมาฟินนิยายเรื่องโปรดซ้ำตอนไหนก็ได้ แม้จะไม่ได้ต่ออายุสมาชิกแล้ว
  • นิยายเข้าใหม่ทุกสัปดาห์: จบแล้วทุกเรื่อง ไม่ต้องอ่านแล้วค้างคาให้หงุดหงิดใจ

สมัครเลยที่

Nirand Books (คลิกที่นี่)

หรือ

ผ่านแอดมิน Page Facebook : Nirand Books (คลิกที่นี่)

Thai Edition Copyright © 2026 Nirand Books

Licensed by Beijing Houji Information Technology Co., Ltd. (Fanqie Novel) All rights reserved.

*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้ทีมงาน Nirand Books ***