LNCrawler

ตำรวจมาหา

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

ตำรวจมาหา

เดิมทีจี้หวยหนานไม่ได้คิดจะสนใจเมิ่งเจวี๋ย แต่ฝ่ายหลังกลับร้องเรียกเขา ทั้งยังวิ่งเหยาะๆ เข้ามาขวางหน้าเขาไว้ จี้หวยหนานจึงจำเป็นต้องหยุดชะงักลง

จี้หวยหนานจ้องมองเมิ่งเจวี๋ยเงียบๆ รอฟังว่าเขาจะพูดอะไรด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น

"จี้หวยหนาน พวกเราหาที่เงียบๆ คุยกันหน่อยเถอะ"

"คุยเรื่องของเสี่ยวซู"

เดิมทีจี้หวยหนานยังไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร แต่หลังจากที่เมิ่งเจวี๋ยเอ่ยคำว่าเสี่ยวซูออกมา ดวงตาอันลึกล้ำก็หรี่ลงเล็กน้อย

ก่อนจะพพยักหน้ารับ "ได้"

เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเมิ่งเจวี๋ยจะมีอะไรมาพูดกับเขา

จากนั้น ทั้งสองคนต่างก็จูงรถจักรยานของตัวเอง เดินมายังปากตรอกที่ค่อนข้างเปลี่ยวแห่งหนึ่งด้านนอกลานบ้านรวม

"คุณมีอะไรจะพูดกับผม ก็พูดมาเถอะ" จี้หวยหนานจอดจักรยานพิงกำแพงพลางหันไปพูดกับเมิ่งเจวี๋ย

เมิ่งเจวี๋ยจ้องมองจี้หวยหนาน เอ่ยถามด้วยความจริงจังอย่างยิ่ง "จี้หวยหนาน คุณชอบเสี่ยวซูจากใจจริงหรือเปล่า วันข้างหน้าคุณจะดีกับเสี่ยวซูไหม ต้องดีแน่ๆ ใช่ไหม"

คิ้วของจี้หวยหนานขมวดมุ่นเล็กน้อย เขาไม่ชอบใจอย่างมากที่เมิ่งเจวี๋ยมาถามเรื่องของเขากับเสิ่นอวิ๋นซูด้วยท่าทางแบบนี้ แถมยังเรียกเสี่ยวซูอย่างสนิทสนมขนาดนั้น คนที่ไม่รู้เรื่องคงคิดว่าเสี่ยวซูเป็นอะไรกับเมิ่งเจวี๋ยไปแล้ว

สายตาของจี้หวยหนานเย็นชาลง "เมิ่งเจวี๋ย ถ้าผมจำไม่ผิด คู่หมั้นของคุณคือเสิ่นอวิ๋นซิ่ว งั้นคนที่คุณควรจะเอาใจใส่ก็คือเสิ่นอวิ๋นซิ่ว"

"เรื่องของผมกับซูซู ไม่เกี่ยวกับคุณ"

"แต่ถึงแม้ผมจะไม่จำเป็นต้องตอบคำถามพวกนี้ของคุณ ผมก็ยังอยากจะบอกคุณอยู่ดี"

"แน่นอนว่าผมรักซูซูจากใจจริง เธอคือคนที่ผมรัก และกำลังจะเป็นภรรยาของผม ผมจะรักเธอ ให้เกียรติเธอ และมอบสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ผมจะสามารถให้ได้ให้กับเธอ"

"ที่สำคัญที่สุดก็คือ..."

"ผมไม่มีวันทรยศต่อความรู้สึกที่มีต่อเธอเด็ดขาด ผมสามารถใช้ชีวิตและอุดมการณ์ของผมเป็นสิ่งสาบานได้เลย"

คำพูดประโยคหลังของจี้หวยหนานแทงใจดำของเมิ่งเจวี๋ยเข้าอย่างจัง เขารีบร้อนอธิบายด้วยความลนลาน "ไม่ใช่นะ ผมไม่ได้ตั้งใจจะทรยศต่อความรักระหว่างผมกับเสี่ยวซู ผมถูกบังคับ ผม..."

"คุณจะเป็นยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับผม คุณไม่จำเป็นต้องมาอธิบายให้ผมฟัง"

"เมิ่งเจวี๋ย เรื่องของคุณกับซูซู ซูซูบอกผมหมดแล้ว"

"นับตั้งแต่คุณทรยศต่อซูซู ตั้งแต่วินาทีนั้นพวกคุณก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว เพราะฉะนั้น วันข้างหน้าช่วยอยู่ห่างจากพวกเราหน่อย ไม่ต้องเข้ามาวุ่นวายในชีวิตของพวกเราอีก ผมกับซูซูจะใช้ชีวิตยังไง มันก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคุณทั้งนั้น"

"และแน่นอนว่า ตอนนี้และในอนาคต ผมกับซูซูจะมีความสุขกันมาก ดีกว่าที่คุณจินตนาการไว้เสียอีก"

เมิ่งเจวี๋ยถอยหลังไปสองก้าวอย่างหมดแรง เขาคอตก ราวกับสูญเสียเรี่ยวแรงและจิตวิญญาณไปจนหมดสิ้น

ความจริงเขารู้ดีว่า จากการที่วันนี้จี้หวยหนานนำของใหญ่สี่ชิ้นนั้นมามอบให้ ก็ดูออกแล้วว่าจี้หวยหนานรักเสี่ยวซูจริงๆ วันข้างหน้าก็คงจะดีกับเสี่ยวซูอย่างแน่นอน

แต่เขาก็ยังคงไม่วางใจ จึงอยากจะมาประจักษ์แจ้งด้วยตัวเองอีกสักครั้ง

เขาคิดว่า ต่อให้ไม่ได้อยู่กับเสี่ยวซู แต่การได้เฝ้าปกป้องอยู่เงียบๆ แบบนี้ก็ยังดี

แต่ตอนนี้…

เขาถึงเพิ่งจะพบว่า การที่ตัวเองมาหาจี้หวยหนานเพื่อพูดคุย และใช้ฐานะอะไรก็ไม่รู้ไปเรียกร้องให้จี้หวยหนานดีกับเสี่ยวซู พฤติกรรมแบบนี้มันช่างน่าหัวร่อสิ้นดี

นับตั้งแต่ที่เขาทรยศ เสี่ยวซูก็ทอดทิ้งเขาไปแล้ว

พวกเขาไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว

และเขาเองก็ไม่มีคุณสมบัติหรือฐานะอะไรจะไปเรียกร้องอะไรจากจี้หวยหนานอีก

เมื่อเห็นท่าทางแบบนี้ของเมิ่งเจวี๋ย จี้หวยหนานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเคยเจอเมิ่งเจวี๋ยไม่กี่ครั้ง แต่กลับรู้สึกว่าเมิ่งเจวี๋ยดูเป็นคนโลเลขาดความเด็ดขาด แถมยังชอบโศกเศร้าอมทุกข์กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

อาจเป็นเพราะนิสัยของตัวเองเป็นคนเฉียบขาดรวดเร็ว ดังนั้นเมื่อมองดูท่าทางแบบนี้ของเมิ่งเจวี๋ย จี้หวยหนานจึงรู้สึกขัดหูขัดตาอยู่บ้าง

อีกอย่าง เขาเองก็ไม่อยากจะพูดคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์กับเมิ่งเจวี๋ยมากนัก

เพราะเขารู้ดีว่า ซูซูเคยคบหากับเมิ่งเจวี๋ยจริงๆ และยังเป็นแฟนกันมาตั้งหลายปี ในช่วงเวลาหลายปีที่ซูซูต้องการคนเคียงข้างที่สุด ก็มีเมิ่งเจวี๋ยนี่แหละที่อยู่ข้างกายเธอ

เขาอายว่า ถ้าเจอเมิ่งเจวี๋ยบ่อยเข้า เขาจะเกิดความอิจฉาริษยาเมิ่งเจวี๋ยขึ้นมา

อิจฉาที่เมิ่งเจวี๋ยเคยครอบครองและมีส่วนร่วมในอดีตตั้งหลายปีของซูซู

และจะโกรธแค้นที่เมิ่งเจวี๋ยดันทำให้ซูซูต้องเสียใจขนาดนั้น

แต่ทว่า หากเมิ่งเจวี๋ยไม่ได้ทรยศต่อซูซู เช่นนั้นเขากับซูซูก็คงไม่มีโอกาสได้มาอยู่ด้วยกันแบบนี้

เพราะฉะนั้น…

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเมิ่งเจวี๋ย ความรู้สึกโดยรวมในใจของจี้หวยหนานจึงค่อนข้างซับซ้อน ทางที่ดีคืออย่าได้พบเจอกันอีกเลยจะดีกว่า

"คุณยังมีอะไรจะพูดอีกไหม"

"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อน"

จี้หวยหนานก้าวขาข้ามเบาะรถจักรยาน ก่อนจะนั่งลงบนอาน "จริงสิ ถ้าไม่มีธุระอะไร วันข้างหน้ากรุณาอย่ามาทำลายความสงบสุขในชีวิตของผมกับซูซูอีก"

หลังจากให้คำเตือนเป็นประโยคสุดท้าย จี้หวยหนานก็ถีบเท้าปั่นจักรยานจากไปทันที

ทิ้งให้เมิ่งเจวี๋ยยืนนิ่งอยู่ลำพัง ณ ที่แห่งเดิม ราวกับยืนอยู่ในมุมมืดที่ถูกเงาดำค่อยๆ คืบคลานเข้าปกคลุม หลงเหลือไว้เพียงความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวใจ

จี้หวยหนานปั่นจักรยานมาถึงลานบ้านรวมของตัวเองทางทิศตะวันตกของเมือง ก็ถูกคุณตาคนหนึ่งในลานบ้านร้องเรียกไว้

"เจ้าหนูตระกูลจี้ เจ้าหนูตระกูลจี้ รอก่อน"

จี้หวยหนานหยุดรถข้างๆ คุณตาที่กำลังพาหลานชายเดินเล่น พลางเอ่ยถาม "คุณตาโจว เรียกผมเหรอครับ"

"เจ้าหนูตระกูลจี้ คนจากสถานีตำรวจมาหาแหน่ะ มาตั้งนานแล้ว ตอนนี้กำลังยืนรออยู่หน้าประตูบ้านแกอยู่เลย ยืนรอมาตั้งนานยังไม่ไปไหนเลยล่ะ"

คนจากสถานีตำรวจมาหาเขาเหรอ เป็นเพราะเรื่องเปลี่ยนสายงานหรือเปล่านะ

เรื่องเปลี่ยนสายงานของจี้หวยหนานได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงกำหนดเวลาไปรายงานตัว เขาจึงยังไม่ได้ไป

หรือว่าจะมีเรื่องเร่งด่วนอะไรเกิดขึ้น

"ขอบคุณครับคุณตาโจว เดี๋ยวผมจะรีบไปดูครับ"

"ไปเถอะๆ"

ไม่นานนัก จี้หวยหนานก็ปั่นจักรยานมาถึงหน้าประตูบ้านชั้นเดียวของตัวเอง แล้วก็มองเห็นชายหนุ่มที่สวมเครื่องแบบตำรวจยืนรออยู่ตรงนั้นจริงๆ

อาจเป็นเพราะปกติแทบจะไม่เคยมีตำรวจมาที่ลานบ้านรวมเลย ดังนั้นเมื่อจู่ๆ มีตำรวจโผล่มา คนในลานบ้านรวมจึงพากันอยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมดา ด้วยเหตุนี้ รอบข้างจึงมีคนมามุงดูกันไม่น้อย แถมยังมีคนเดินเข้าไปเอ่ยปากถามตำรวจคนนั้นว่ามาหาจี้หวยหนานด้วยเรื่องอะไร

แต่ทว่าตำรวจคนนั้นทำเพียงพูดจาแบ่งรับแบ่งสู้เฉไฉไปเรื่อย บอกแค่ว่ามีธุระกับจี้หวยหนาน แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นเรื่องอะไรกันแน่

"จี้หวยหนานมาแล้ว" คนที่มุงดูอยู่ตาไวเหลือบไปเห็นจี้หวยหนานเข้า จึงร้องอุทานขึ้นมาทันควัน

สายตาของตำรวจหนุ่มคนนั้นจึงหันมาตกอยู่ที่ร่างของจี้หวยหนานเช่นกัน

เมื่อจี้หวยหนานก้าวลงจากรถจักรยาน ตำรวจคนนั้นก็เดินเข้ามาหาพลางทำความเคารพด้วยการวันทยหัตถ์ให้เขาหนึ่งครั้ง "คุณคือสหายจี้หวยหนานใช่ไหมครับ ผมเป็นตำรวจจากสถานีตำรวจ ชื่อจางจื้อเผิง คุณจะเรียกผมว่าเสี่ยวจางก็ได้ครับ ผมมีเรื่องสำคัญมากจะมาคุยกับคุณครับ"

จางจื้อเผิงพูดไปพลางจับตาพิจารณาจี้หวยหนานไปด้วย

ผู้เป็นหัวหน้าคนก่อนของพวกเขาเพิ่งจะย้ายออกไปเมื่อไม่นานมานี้ ส่วนผู้เป็นหัวหน้าคนใหม่ ได้ยินมาว่าเป็นจี้หวยหนานที่เปลี่ยนสายงานมา ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ยังควบตำแหน่งหัวหน้าหน่วยสืบสวนอาชญากรรมอีกด้วย เรียกได้ว่าควบหลายตำแหน่งและต้องแบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่เลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าจี้หวยหนานจะยังไม่ได้มารายงานตัว แต่ผู้คนในสถานีตำรวจต่างก็รับรู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว

ทุกคนต่างพากันอยากรู้ว่าผู้เป็นหัวหน้าคนใหม่คนนี้จะเป็นคนอย่างไร

และในวันนี้จางจื้อเผิงก็ได้พบตัวจริงแล้ว

เพียงแค่แรกเห็น จางจื้อเผิงก็มีความรู้สึกที่ดีต่อจี้หวยหนานมาก บุคลิกท่าทางที่แผ่ออกมาจากทั่วทั้งร่างของเขาชวนให้ผู้คนรู้สึกเลื่อมใสศรัทธาขึ้นมาทันที

เพียงแต่เห็นใบหน้าของเขาเรียบตึง ไม่รู้ว่าจะเป็นคนค่อนข้างดุและเข้มงวดหรือเปล่านะ

"สหายเสี่ยวจาง เชิญข้างในครับ"

จางจื้อเผิงเดินตามจี้หวยหนานก้าวเข้าไปในบ้านของเขา

หลังจากจี้หวยหนานจอดจักรยานเรียบร้อยแล้วก็พาจางจื้อเผิงเดินเข้าไปด้านใน พลางเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลง

"สหายเสี่ยวจาง คุณมาหาผมด้วยเรื่องอะไรเหรอครับ"

ทันทีที่จี้หวยหนานเอ่ยถามจบ จางจื้อเผิงไม่ได้ตอบคำถามในทันที แต่กลับถามย้อนขึ้นมาว่า "สหายจี้ครับ ผมอยากจะขอถามหน่อยว่า คุณมีน้องสาวที่ถูกลักพาตัวไปตั้งแต่ตอนยังเด็กอยู่คนหนึ่งใช่ไหมครับ"

(คุ้มกว่า E-Book ฟินสุดๆ จ่ายรอบเดียวสามารถอ่านนิยายได้ทุกเรื่องในเครือ Nirand Books)

**นิยายเรื่องนี้จัดจำหน่ายผ่านแคมเปญบุฟเฟต์นิยายแปลของ Nirand Books เท่านั้น**

-----------------------------------------------------

 

บุฟเฟต์นิยายแปลสุดคุ้ม เพียง 159 บาท

จ่ายหลักร้อย แต่ได้สิทธิ์เก็บนิยายเรื่องโปรดไว้อ่านแบบ "ถาวร" ตลอดชีพ!

ความคุ้มค่าที่คุณจะได้รับ

  • อ่านฟรีตลอดไป: กลับมาฟินนิยายเรื่องโปรดซ้ำตอนไหนก็ได้ แม้จะไม่ได้ต่ออายุสมาชิกแล้ว
  • นิยายเข้าใหม่ทุกสัปดาห์: จบแล้วทุกเรื่อง ไม่ต้องอ่านแล้วค้างคาให้หงุดหงิดใจ

สมัครเลยที่

Nirand Books (คลิกที่นี่)

หรือ

ผ่านแอดมิน Page Facebook : Nirand Books (คลิกที่นี่)

Thai Edition Copyright © 2026 Nirand Books

Licensed by Beijing Houji Information Technology Co., Ltd. (Fanqie Novel) All rights reserved.

*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้ทีมงาน Nirand Books ***