LNCrawler

แม่ครับ ผมได้ข่าวคราวของเจินเจินแล้ว

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

แม่ครับ ผมได้ข่าวคราวของเจินเจินแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ต่อให้มีความหวังเพียงน้อยนิด เขาก็ต้องไปสืบดูให้รู้แน่

หากจดหมายฉบับนี้เป็นเรื่องจริง

เช่นนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็ต้องพาเจินเจินกลับมาให้ได้

เดิมที จี้หวยหนานตั้งใจว่าแต่งงานเสร็จแล้วค่อยไปรับตำแหน่ง แต่ตอนนี้ เพราะเรื่องนี้…

จี้หวยหนานจึงตัดสินใจยุติวันหยุดพักร้อนก่อนกำหนด แล้วไปรับตำแหน่งในวันพรุ่งนี้เลย จะได้รีบส่งคนไปสืบเรื่องน้องสาวให้เร็วที่สุด

จางจื้อเผิงเอาจดหมายมาส่งให้ถึงบ้านของจี้หวยหนานแล้ว พอรู้ว่าจี้หวยหนานตั้งใจจะไปรับตำแหน่งในวันพรุ่งนี้ เขาก็หมดหน้าที่แล้ว

จี้หวยหนานเดินออกไปส่งจางจื้อเผิงด้วยตัวเอง

ที่หน้าประตูยังมีคนจำนวนไม่น้อยยืนชะเง้อมองอยู่

ช่วยไม่ได้นี่นา ตำรวจแทบจะไม่เคยโผล่มาที่ลานบ้านรวมเลย พวกเขาก็ต้องอยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมดา

ดังนั้น หลังจากที่จี้หวยหนานส่งจางจื้อเผิงเสร็จ ก็มีคนเข้ามาถามว่า "เจ้าหนูตระกูลจี้เอ๊ย สหายตำรวจคนนั้นเขามาทำไมเหรอ"

คงไม่ใช่ว่าจี้หวยหนานไปทำเรื่องผิดกฎหมายหรอกนะ

ไม่น่าจะใช่หรอก จี้หวยหนานไม่ใช่คนแบบนั้น อีกอย่างถ้าทำผิดจริง ป่านนี้ก็คงโดนจับตัวไปแล้วสิ

ดูจากท่าทางการคุยกันของเจ้าหนูตระกูลจี้กับสหายตำรวจคนนั้น ก็ดูเหมือนเพื่อนที่รู้จักกันมากกว่า

แถมพวกเขายังแอบรู้สึกว่าสหายตำรวจคนนั้นดูจะเคารพเจ้าหนูตระกูลจี้มากเลยด้วย ถ้าคนไม่รู้คงนึกว่าเจ้าหนูตระกูลจี้เป็นเจ้านายของเขาเลยแหละ

แถมยังทำความเคารพเจ้าหนูตระกูลจี้ด้วยนี่นา

"อ๋อ ผมเปลี่ยนสายงานแล้วน่ะครับ จะย้ายไปประจำที่สถานีตำรวจ วันนี้สหายตำรวจเขาก็เลยมาแจ้งให้ทราบ พรุ่งนี้ผมก็จะเริ่มไปทำงานที่สถานีตำรวจแล้วครับ"

จี้หวยหนานพูดกึ่งจริงกึ่งเท็จ เรื่องของน้องสาวเขาขอเก็บไว้ก่อน

ยังไงซะความจริงของจดหมายฉบับนั้นก็ยังไม่แน่ชัด อย่างน้อยก็ต้องรอให้น้องสาวกลับมาซะก่อนถึงค่อยบอกก็ยังไม่สาย

จี้หวยหนานพูดจบก็หมุนตัวเดินเข้าบ้านไป

เขาไม่รู้ตัวเลยว่า คำพูดสั้นๆ เพียงประโยคเดียวของเขา จะสร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ในลานบ้านรวม

"อะไรนะ เจ้าหนูตระกูลจี้จะเปลี่ยนไปเป็นตำรวจแล้วเหรอ นั่นตำรวจเชียวนะ เก่งชะมัดเลย"

"ก็สภาพของโจวชูเฟินเป็นแบบนั้น แถมหวยหนานก็กำลังจะแต่งงานแล้ว การเปลี่ยนสายงานก็เป็นเรื่องสมควรแล้วล่ะ"

"ถ้าอย่างนั้น ลานบ้านรวมของเราก็มีเพื่อนบ้านเป็นตำรวจแล้วสิ ดีจังเลยนะ"

สำหรับอาชีพตำรวจแล้ว ผู้คนมักจะมีความรู้สึกยำเกรงและชื่นชมโดยธรรมชาติอยู่แล้ว

แถมตำรวจคนนี้ยังเป็นเพื่อนบ้านในลานบ้านรวมของพวกเขา เป็นจี้หวยหนาน เท่ากับว่าพวกเขามีเส้นสายทางนี้เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งทางแล้ว

"ฉันก็คิดว่าเจ้าหนูตระกูลจี้เปลี่ยนสายงานกลับมานี่ดีแล้ว เป็นตำรวจมันดีจะตาย"

"ฉันว่านะ แม่หนูอวิ๋นซูคนนั้นน่ะเป็นคนมีบุญสุดๆ บุญพาวาสนาส่งของเธอไม่เพียงแต่ทำให้คนใกล้ตัวได้ดี แต่ยังทำให้ตัวเองมีชีวิตที่ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก พวกเธอลองคิดดูสิ โจวชูเฟินน่ะเพิ่งจะมีอาการดีขึ้นหลังจากที่เจ้าหนูตระกูลจี้กับแม่หนูคนนั้นดูตัวกันไม่ใช่เหรอ แล้วตอนนี้ เจ้าหนูตระกูลจี้ก็เปลี่ยนสายงานแล้ว วันข้างหน้า พอแม่หนูอวิ๋นซูแต่งงานเข้ามา ก็จะมีสามีเป็นตำรวจ ดีจะตาย มีวาสนาสุดๆ ไปเลย"

"..."

ทุกคนต่างก็พากันชื่นชมและอิจฉาเสิ่นอวิ๋นซู

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนข้างนอก จี้หวยหนานไม่ได้รับรู้เลย

ตอนนี้เขากลับเข้ามาในห้อง ขอบตาแดงก่ำไปหมดแล้ว

ถึงแม้จะรู้ว่าเนื้อหาในจดหมายฉบับนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง แต่ก็นับว่าเป็นข่าวคราวแรกของน้องสาวตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันช่างล้ำค่าเหลือเกิน

หลายปีมานี้ เขาใช้วิธีการต่างๆ นานาในการตามหาน้องสาวมาโดยตลอด แต่ก็ไม่มีข่าวคราวใดๆ เลย

สิบกว่าปีผ่านไป จี้หวยหนานถึงขั้นเกือบจะหมดหวังแล้วด้วยซ้ำ

แต่ทว่าตอนนี้…

ในที่สุดก็มีข่าวของน้องสาว แถมยังระบุรายละเอียดอย่างชัดเจน บอกเล่าถึงสถานการณ์ปัจจุบันของน้องสาว อนาคตที่จะเป็นไป ซ้ำร้ายยังทำนายไว้ว่า หากไม่มีใครไปช่วยเหลือ น้องสาวอาจจะตาย

เมื่อมีรายละเอียดมากถึงเพียงนี้ หากจี้หวยหนานไม่ตรวจสอบ หรือไม่ส่งคนไปสืบหาที่เมืองเจียงหมิง ก็คงไม่คู่ควรที่จะได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายของจี้เจินเจินอีกต่อไป

"เจินเจิน ถ้าหูเจาตี้คือเธอจริงๆ ล่ะก็ เธอต้องอดทนไว้นะ รอพี่ไปช่วยก่อน" จี้หวยหนานพึมพำ

จู่ๆ จี้หวยหนานก็นึกถึงบทสนทนาระหว่างเขากับเสิ่นอวิ๋นซูที่บ้านของเธอเมื่อไม่นานมานี้ขึ้นมาได้

หัวใจของเขากระตุกวาบ

เสิ่นอวิ๋นซูพูดถูกเผงเลย เธอเพิ่งพูดจบไม่ทันไร พอกลับมาถึงบ้าน ก็มีคนเอาข่าวของน้องสาวมาส่งให้จริงๆ

เสิ่นอวิ๋นซูเป็นเหมือนที่เธอพูดไว้จริงๆ คำพูดของเธอแม่นยำมาก

บางทีอาจจะเหมือนที่ป้าฮวาพูดไว้ ซูซูคือดาวนำโชคของครอบครัวพวกเขาจริงๆ

ไม่อย่างนั้นจะอธิบายเรื่องที่พอเขาและเธอเจอกันครั้งแรก วันรุ่งขึ้นแม่ของเขาก็มีอาการดีขึ้น ราวกับฟื้นคืนชีพได้อย่างไร

แล้วไหนจะเรื่องน้องสาวในครั้งนี้อีก

จี้หวยหนานแทบอยากจะวิ่งไปหาเสิ่นอวิ๋นซูเดี๋ยวนี้ เพื่อบอกเรื่องข่าวของน้องสาวให้เธอรู้

แต่เขาก็ห้ามใจเอาไว้

รออีกหน่อยดีกว่า

รอให้แน่ใจว่าเป็นน้องสาวจริงๆ แล้วค่อยไปบอกข่าวดีกับซูซูก็ยังไม่สาย

แต่ว่า ตอนนี้มีอีกคนหนึ่งที่เขาควรจะแบ่งปันเรื่องข่าวของน้องสาวให้ฟัง

จี้หวยหนานหันหลังเดินกลับไปยังห้องนอนเล็ก

นั่นคือห้องของแม่

แม้โจวชูเฟินจะรู้สึกตัวแล้ว แต่เธอก็ยังคงนอนอยู่บนเตียง และยังไม่ฟื้นขึ้นมา

ทว่าระยะนี้เธอขยับตัวบ่อยขึ้นเรื่อยๆ คงอีกไม่นานนักหรอกที่จะได้สติ

เวลาส่วนใหญ่ บ้านตระกูลจี้มักจะเงียบสงบ โดยเฉพาะเวลาที่จี้หวยหนานยุ่งๆ เขาจะขอให้ป้าฮวาหรือคุณป้าคนอื่นๆ มาช่วยดูแลแม่บ้าง

แต่ไม่ว่าจะเป็นจี้หวยหนานหรือป้าฮวากับคนอื่นๆ ก็ไม่ค่อยได้ชวนคนป่วยที่นอนเป็นผักคุยเท่าไหร่นัก

สำหรับโจวชูเฟินแล้ว การที่ขยับตัวไม่ได้ จะตื่นก็ตื่นไม่ได้ แถมรอบข้างยังเงียบสงัด หากเป็นคนอื่นคงเป็นบ้าไปแล้ว แต่โจวชูเฟินไม่เป็นแบบนั้น ตัวเธอเองไม่ใช่คนชอบไปเยี่ยมเยียนหรือช่างคุยอยู่แล้ว

ถ้าพูดด้วยภาษาในยุคปัจจุบัน ก็คงต้องเรียกว่าเป็นพวกติดบ้าน นิสัยค่อนข้างเก็บตัว ถึงจะไม่ถึงขั้นเป็นคนเงียบขรึม แต่ก็เป็นคนพูดน้อย

เธอเป็นประเภทที่ถ้ามีธุระก็พูด ถ้าไม่มีก็ลงมือทำเลย

พวกชอบลงมือทำ!

นิสัยส่วนใหญ่ของจี้หวยหนานก็ได้รับการถ่ายทอดมาจากโจวชูเฟินผู้เป็นแม่นี่แหละ

แถมบางครั้ง โจวชูเฟินยังรู้สึกว่าการอยู่คนเดียวเงียบๆ ก็ดีเหมือนกัน

ดังนั้น การกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา นอนอยู่บนเตียง โดยที่ยังมีสติรับรู้ เธอจึงรู้สึกว่าการที่ยังไม่ฟื้นขึ้นมา นอนเงียบๆ อยู่แบบนี้ มีเวลาอยู่กับตัวเองก็ดีไปอีกแบบ

แน่นอนว่า เธอก็ชอบช่วงเวลาที่จี้หวยหนาน ป้าฮวา และคนอื่นๆ มาคุยกับเธอ แม้ว่าเธอจะตอบโต้ไม่ได้ก็ตาม

แต่อย่างน้อยเธอก็ยังรับรู้ข่าวสารจากโลกภายนอกได้

อย่างเช่นเมื่อเช้านี้ ก่อนที่ลูกชายจะออกไป เขาก็แวะมาบอกเธอว่า จะไปส่งของหมั้นให้ซูซูแล้ว

ถึงแม้ว่าเธอจะรู้เรื่องนี้มาก่อนแล้วก็ตาม

แต่ตอนนี้…

โจวชูเฟินได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว คิดว่าลูกชายคงกลับมาจากการส่งของหมั้นแล้ว แต่เธอกลับได้ยินเสียงลูกชายคุยกับคนอื่น

ดูเหมือนจะเป็นเสียงของชายหนุ่มที่ไม่คุ้นเคย

และไม่นาน คนคนนั้นก็ดูเหมือนจะจากไปแล้ว

ตอนนี้…

ลูกชายเข้ามาในห้องของเธอแล้ว

สติสัมปชัญญะของโจวชูเฟินตื่นตัวขึ้นมาทันที

เขามีเรื่องอะไรจะคุยกับเธอหรือเปล่า

จะเล่าเรื่องส่งของหมั้นในวันนี้ให้ฟังเหรอ

น่าจะราบรื่นดีใช่ไหม

เฮ้อ ถ้าเธอฟื้นขึ้นมาได้ก็คงจะดีสิ เธออยากไปร่วมงานแต่งงานของลูกชายกับซูซูใจจะขาดอยู่แล้ว

"แม่ครับ..."

ตอนนั้นเอง โจวชูเฟินก็ได้ยินเสียงลูกชายเรียกเธอ และรู้สึกได้ว่าเขาลงนั่งอยู่ข้างๆ

เพียงแต่…

น้ำเสียงของเขามันฟังดูแปลกๆ ไป

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย

หรือว่าการไปส่งของหมั้นจะไม่ราบรื่น

หัวใจของโจวชูเฟินหล่นวูบทันที

แต่ประโยคถัดมาของจี้หวยหนาน กลับทำให้หัวใจของโจวชูเฟินกระตุกไปจังหวะหนึ่ง

"แม่ครับ ผมได้ข่าวคราวของเจินเจินแล้วครับ..."