ดูตัว
ดูตัว
ผมดำขลับและผิวที่ขาวราวหิมะ เครื่องหน้าหมดจดงดงามนั้นราวกับสวรรค์ใช้พู่กันบรรจงวาดขึ้นมาอย่างประณีต
ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายดุจดวงดาว ซุกซ่อนประกายระยิบระยับเอาไว้ และยังดูคล้ายกับมีน้ำพุใสสะอาดซ่อนอยู่ อ่อนโยนถึงขีดสุด ราวกับจะมีน้ำซึมออกมาได้
จมูกโด่งรั้นดูจิ้มลิ้ม ริมฝีปากสีแดงระเรื่อที่ดูเหมือนจะแดงเองโดยไม่ต้องเติมแต่ง ชวนให้คนอดไม่ได้ที่จะอยากลิ้มลองความหอมหวานบนริมฝีปากนั้น
ชุดทำงานสีฟ้าค่อนข้างหลวมโคร่ง แต่ก็ไม่อาจบดบังส่วนโค้งเว้าของสัดส่วนรูปร่างเธอได้
เธอยืนอยู่ตรงนั้น ทรวดทรงอรชรอ้อนแอ้น
สายตาที่ทั้งอยากรู้อยากเห็นและบริสุทธิ์ผุดผ่องจับจ้องมาที่ตัวจี้หวยหนาน พลางสำรวจเขา
เมื่อถูกสายตาเช่นนี้จ้องมอง จี้หวยหนานก็รู้สึกราวกับถูกลวกด้วยของร้อน
เขาถึงขั้นสัมผัสได้ว่าหัวใจที่ไม่เคยหวั่นไหวมาก่อน ในวินาทีนี้กลับเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง ตึกตัก ตึกตัก แทบจะกระดอนออกมาจากคอหอยอยู่แล้ว
แม้กระทั่งเลือดในกายก็เริ่มเดือดพล่านขึ้นมาเล็กน้อย เขารู้สึกว่าตัวเองร้อนขึ้นเรื่อยๆ สัมผัสได้ถึงเหงื่อที่ซึมชื้นออกมาบนหน้าผากมากขึ้นทุกที
ขนาดตอนอยู่บนสนามรบ เผชิญหน้ากับห่ากระสุนของศัตรูที่ปลิวว่อน เขายังสุขุมเยือกเย็นไม่เปลี่ยนสีหน้า แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกประหม่าและทำตัวไม่ถูกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ตอนนั้นเอง ป้าฮวาก็เอ่ยขึ้นมา
"ป้าว่าแล้วเชียว ว่าเธอต้องกำลังนวดให้แม่อยู่แน่ๆ"
"แต่หวยหนานเอ๊ย ธุระสำคัญจะลืมไม่ได้นะ แม่หนูที่จะมาดูตัว ป้าพามาให้แล้ว เธอรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ดูดีหน่อยเถอะ ป้ากับเสี่ยวซูจะไปรอที่ห้องนั่งเล่นนะ"
"อ๊ะ ครับๆ" จี้หวยหนานรีบรับคำ
เขาลีกลุกขึ้นเพื่อจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ด้วยความรีบร้อนเลยเกือบจะสะดุดเก้าอี้ล้ม ท่าทางของเขาดูทั้งเก้อเขินและทำให้เสิ่นอวิ๋นซูรู้สึกว่าน่ารักอย่างบอกไม่ถูก
เธออดไม่ได้ที่จะหลุดขำพรืดออกมา
รอยยิ้มนั้น ทำให้จี้หวยหนานถึงกับมองตาค้างไปอีกรอบ
ป้าฮวามองปฏิกิริยาของทั้งคู่ก็เก็บรายละเอียดไว้ในใจ
ดูท่าจะมีลุ้นแฮะ
เสิ่นอวิ๋นซูเดินตามป้าฮวาไปนั่งที่ห้องนั่งเล่น พลางนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งเห็นเมื่อครู่
ดูเหมือนว่าจี้หวยหนานคนนี้จะเป็นคนกตัญญู กตัญญูน่ะเป็นเรื่องดี ขอแค่ไม่เป็นลูกแหง่ติดแม่ก็พอ
อีกอย่าง รูปร่างหน้าตาของจี้หวยหนานก็ตรงกับสเปกของเสิ่นอวิ๋นซูด้วย หากตรรกะและนิสัยใจคอของเขาไม่มีปัญหาอะไร เสิ่นอวิ๋นซูก็ไม่ปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้หรอก
จี้หวยหนานรีบกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง แล้วเริ่มเลือกเสื้อผ้า
แต่กลับพบว่า นอกจากชุดทหาร เสื้อเชิ้ตสีขาว และเสื้อกล้ามแล้ว เขาก็ไม่มีเสื้อผ้าแบบอื่นอีกเลย ยิ่งเสื้อผ้าใหม่ๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่มีเลยสักตัว
เดิมทีจี้หวยหนานคิดว่าถ้าหญิงสาวคนนั้นได้ยินเรื่องราวของเขา ก็คงไม่แม้แต่จะมาดูตัวด้วยซ้ำ เขาจึงไม่ได้เตรียมตัวอะไรไว้เลย
แต่ตอนนี้เขากลับเริ่มกลุ้มใจขึ้นมาแล้ว
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าหญิงสาวกำลังรออยู่ข้างนอก จะปล่อยให้รอนานก็คงไม่ดี
สุดท้ายจี้หวยหนานก็เลือกที่จะสวมชุดทหาร เพราะก่อนหน้านี้มีหลายคนเคยบอกว่า เขาสวมชุดนี้แล้วดูสง่าผ่าเผย
เพียงแต่ว่า ยิ่งรีบ ก็ยิ่งลน
ทั้งที่ปกติเสื้อผ้าชุดเดียวเขาใช้เวลาใส่แค่แป๊บเดียวก็เสร็จ แต่ตอนนี้กลับติดกระดุมผิดเม็ดซะอย่างนั้น
จี้หวยหนานรีบร้อนจนเหงื่อซึมเต็มหน้าผาก กว่าจะสวมเสร็จก็ทุลักทุเล
ไม่นานนัก จี้หวยหนานที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็เดินออกมา
จี้หวยหนานในเวลานี้อยู่ในชุดทหาร รูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้างเอวสอบ กางเกงขายาวรับกับช่วงขาที่เรียวยาวและตรง ดูมีพละกำลังแข็งแกร่ง
เมื่อเขาสวมชุดทหาร ก็มอบความรู้สึกปลอดภัยให้ผู้พบเห็นอย่างบอกไม่ถูก แถมยังดูหล่อเหลาเอามากๆ
พอป้าฮวาเห็นเขาออกมา ก็ส่งสายตาบอกให้เขารินน้ำให้เสิ่นอวิ๋นซูดื่ม
เมื่อจี้หวยหนานเข้าใจความหมาย เขาก็รีบรินน้ำสองแก้ว แล้วเติมน้ำตาลลงไป ทว่าตอนที่เหลือบไปเห็นลูกอมที่เก็บไว้ในลิ้นชัก เขาก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะล้วงหยิบทอฟฟี่รสนมตรากระต่ายขาวออกมาหนึ่งกำมือ
ได้ยินมาว่า พวกผู้หญิงมักจะชอบลูกอมแบบนี้กันทั้งนั้น
เขาประคองน้ำแก้วแรกส่งให้ป้าฮวาก่อน พอถึงคิวจะส่งแก้วที่สองให้เสิ่นอวิ๋นซู มืออีกข้างก็กำลูกอมเอาไว้แน่น
ขณะที่เขาวางแก้วน้ำเชื่อมลงตรงหน้าเสิ่นอวิ๋นซู เขาก็วางกำทอฟฟี่รสนมตรากระต่ายขาวลงไปด้วยพร้อมกัน
"กะ... กินลูกอมสิครับ ลูกอมนี้อร่อยมากเลยนะ" จี้หวยหนานพูดด้วยความขัดเขิน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาให้ลูกอมผู้หญิง
"ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ" เสิ่นอวิ๋นซูไม่ได้เกรงใจ เธอแบ่งลูกอมบางส่วนให้ป้าฮวา ก่อนจะแกะเม็ดหนึ่งเข้าปาก
ต้องยอมรับเลยว่า ทอฟฟี่กระต่ายขาวในยุคนี้รสชาติดีมากจริงๆ พอกินเข้าไป กลิ่นนมก็หอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งปาก
"อร่อยจังค่ะ" เสิ่นอวิ๋นซูหันไปบอกจี้หวยหนาน
"อร่อยก็ดีแล้วครับ อร่อยก็ดีแล้ว" จี้หวยหนานลูบท้ายทอยตัวเอง ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มซื่อๆ "ในถุงยังเหลืออีกเยอะเลยนะครับ เดี๋ยวตอนคุณกลับก็เอาลูกอมถุงนั้นกลับไปด้วยสิ อ้อ ยังมีบิสกิตกับผลไม้กระป๋องด้วยนะ อร่อยทั้งนั้นเลย ถ้าไม่พอ วันหลังผมจะซื้อให้คุณอีกนะ"
ป้าฮวาฟังคำพูดของจี้หวยหนานแล้วก็ทั้งฉิวทั้งขำ เพิ่งจะเริ่มคุยกันแท้ๆ ทำไมถึงพูดเรื่องตอนจะกลับเสียแล้วล่ะ
แถมยังจะแพ็คลูกอม บิสกิต ผลไม้กระป๋องอะไรนั่นให้เสิ่นอวิ๋นซูเอากลับไปอีก คนที่รู้ก็คงเข้าใจว่าเธออยากมอบของดีๆ ให้อวิ๋นซู แต่คนที่ไม่รู้ คงคิดว่าอวิ๋นซูมารับของไปขายส่งแน่ๆ!
"อวิ๋นซูเอ๊ย อย่าไปฟังเจ้าเด็กนี่พูดจาเลอะเทอะเลย เขาก็แค่อยากจะให้ของอร่อยๆ กับหนูนั่นแหละ"
ตอนนี้เองที่จี้หวยหนานนึกขึ้นได้ว่าความหมายของประโยคที่ตัวเองเพิ่งพูดไปเหมือนจะผิดเพี้ยนไปหน่อย จึงรีบเสริมว่า "ใช่ครับๆ แบบนั้นแหละ"
เขายังแอบลอบมองเสิ่นอวิ๋นซูอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวว่าเธอจะเข้าใจผิด
เสิ่นอวิ๋นซูพยักหน้าพลางยิ้มขำ แน่นอนว่าเธอเข้าใจความหมายที่จี้หวยหนานต้องการจะสื่อ พ่อหนุ่มซื่อบื้อเอ๊ย ช่างซื่อเสียจริง ในหนังสือบอกว่าหมอนี่ฉลาดหลักแหลม ทำภารกิจสำเร็จลุล่วงอย่างงดงามทุกครั้ง แต่ตอนนี้เธอชักจะมองไม่ออกเสียแล้วสิ
เมื่อเห็นว่าเสิ่นอวิ๋นซูไม่ได้เข้าใจผิด จี้หวยหนานก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วนั่งลง ขาทั้งสองข้างแยกออกเล็กน้อย แผ่นหลังตั้งตรง มือทั้งสองข้างวางไว้บนเข่าอย่างเป็นธรรมชาติ
ทันทีที่นั่งลง สายตาของเขาก็จับจ้องไปที่เสิ่นอวิ๋นซู ดวงตาทอประกายระยิบระยับ
ความชื่นชอบและความอ่อนโยนในแววตานั้น แทบจะล้นทะลักออกมาอยู่แล้ว
เสิ่นอวิ๋นซูไม่ใช่คนโง่ มีหรือที่จะมองไม่ออก
แม้จะรู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง แต่เสิ่นอวิ๋นซูก็ไม่ได้รังเกียจ ซ้ำยังสบตากลับไปอย่างเปิดเผย
ทางด้านป้าฮวาก็เริ่มแนะนำสถานการณ์ของทั้งสองฝ่ายด้วยรอยยิ้ม
และในตอนนี้นี่เอง ที่จี้หวยหนานเพิ่งรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าชื่อเสิ่นอวิ๋นซู เป็นหลานสาวของคุณปู่เสิ่นวั่งซานเช่นกัน แต่ไม่ใช่เสิ่นอวิ๋นซิ่วคนที่เดิมทีจะต้องมาดูตัวกับเขา
ได้ยินว่าเสิ่นอวิ๋นซิ่วคนนั้นไปแต่งงานกับคนอื่นแล้ว
จี้หวยหนานไม่เคยเห็นหน้าเสิ่นอวิ๋นซิ่ว และไม่รู้ด้วยว่าเธอหน้าตาเป็นอย่างไร
แต่เขารู้ตัวดีว่า เขาชอบและถูกใจเสิ่นอวิ๋นซูที่อยู่ตรงหน้าเป็นอย่างมาก
เขารู้สึกโชคดีเหลือเกิน ที่คนที่มาดูตัวกับเขาคือเสิ่นอวิ๋นซู
"...เอาล่ะ ต่อไปพวกหนุ่มๆ สาวๆ ก็คุยกันเองสักพักแล้วกันนะ หวยหนานเอ๊ย ป้าจะเข้าไปดูแม่เธอสักหน่อย"
พูดจบ ป้าฮวาก็ถือแก้วน้ำเชื่อมเดินออกไป ภายในห้องนั่งเล่นจึงเหลือเพียงเสิ่นอวิ๋นซูกับจี้หวยหนานแค่สองคนในพริบตา
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นตกอยู่ในความเงียบสงัด
ขณะที่เสิ่นอวิ๋นซูกำลังคิดว่าตัวเองควรจะเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน ก็ได้ยินเสียงจี้หวยหนานกระแอมเบาๆ แล้วพูดกับเธอว่า "สหายอวิ๋นซู คะ... คุณดื่มน้ำเชื่อมสิครับ"
"อ้อ ได้ค่ะ" เสิ่นอวิ๋นซูไม่ได้ปฏิเสธ เธอยกแก้วขึ้นมาจิบเบาๆ
สำหรับน้ำเชื่อมอะไรนี่ เสิ่นอวิ๋นซูไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับมันนักหรอก
หากเทียบกับน้ำเชื่อมแล้ว เธอสนใจผู้ชายตรงหน้ามากกว่า
"สหายอวิ๋นซู ผมคิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้คนที่มาดูตัวจะเป็นคุณ"
เสิ่นอวิ๋นซูนึกอยากจะหยอกล้อเขาขึ้นมาในใจ "อ้อ คุณคิดไม่ถึงว่าเป็นฉัน แล้วใจจริงคุณอยากให้เป็นฉัน หรือไม่อยากให้เป็นฉันล่ะคะ"
"อยากสิครับ แน่นอนว่าอยากให้เป็นคุณ" จี้หวยหนานมองความขี้เล่นของเสิ่นอวิ๋นซูไม่ออก นึกว่าเธอถามจริงจัง จึงรีบตอบอย่างร้อนรนและหนักแน่น
พูดจบ เขาก็ย้ำอย่างหนักแน่นอีกครั้ง "สหายอวิ๋นซู ผมโชคดีมากๆ ที่คนที่มาดูตัวกับผมคือคุณ!"
เสิ่นอวิ๋นซู: ค่อยน่าฟังหน่อย!
เสิ่นอวิ๋นซูรู้ดีว่า ในเวลานี้จี้หวยหนานกับเสิ่นอวิ๋นซิ่วยังไม่เคยพบหน้ากัน ดังนั้นจึงไม่มีเรื่องความรู้สึกชอบพอกับเสิ่นอวิ๋นซิ่วเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้กระทั่งในชาติก่อนของเสิ่นอวิ๋นซิ่ว ถึงจี้หวยหนานจะแต่งงานกับเสิ่นอวิ๋นซิ่ว แต่ทั้งคู่ก็ไม่มีความรักต่อกัน ประกอบกับในคืนเข้าหอ แม่จี้ก็ด่วนจากไป ทั้งคู่จึงไม่ได้แม้แต่จะเข้าหอกันด้วยซ้ำ หลังจากนั้นจี้หวยหนานก็ออกไปทำภารกิจ แล้วก็มาพลีชีพในที่สุด
"สหายอวิ๋นซู เรื่องของผม ป้าฮวาคงจะเล่าให้คุณฟังไปบ้างแล้ว ตอนนี้ผมขอเล่าให้ฟังอีกครั้งนะครับ"
จากนั้น จี้หวยหนานก็แนะนำสถานการณ์ของตัวเองอีกครั้ง ซึ่งอันที่จริงก็คล้ายคลึงกับที่ป้าฮวาเล่าไป
มีเพียงจุดเดียวที่แตกต่างออกไป
"ถ้าเกิดว่า ผมหมายถึงถ้าเกิดว่าแต่งงานกันแล้ว ผมจะทำเรื่องโอนย้ายสายงาน อันที่จริง ตอนนี้ใบคำร้องขอโอนย้ายสายงานของผมกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาครับ"
"ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร"
"หัวหน้าของผมก็แง้มๆ มาว่า ถ้าผมโอนย้ายสายงาน น่าจะถูกส่งตัวไปประจำที่สถานีตำรวจในเมืองเรา ในตำแหน่งหัวหน้าหน่วยสืบสวนอาชญากรรม เงินเดือนแต่ละเดือนก็ไม่น้อย แถมยังมีสวัสดิการและเงินอุดหนุนต่างๆ อีกด้วยครับ"
อันที่จริงนี่คือความตั้งใจหลังจากที่แม่ของเขากลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา เขาอยากย้ายกลับมาเพื่อดูแลแม่
ตอนที่แม่เพิ่งเกิดเรื่อง เขาก็อยากจะย้ายแล้ว แต่ตอนนั้นหัวหน้าไม่อนุมัติ ยื้อเวลามาจนถึงตอนนี้ถึงยอมตกลง
หมอบอกว่า เวลาของแม่อาจจะเหลือไม่มากแล้ว
ดังนั้น ในเวลาที่เหลืออยู่น้อยนิดนี้ เขาอยากจะอยู่เคียงข้างและดูแลแม่อย่างดีที่สุด บางที... บางทีอาจจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นก็ได้
การแต่งงานในครั้งนี้ ลึกๆ เขาก็แอบหวังว่าจะใช้เพื่อแก้เคล็ด เผื่อว่าแม่จะมีอาการดีขึ้น
ก่อนหน้านี้เขาคิดแบบนี้จริงๆ เขารู้สึกว่าต่อให้จะไม่มีความรักกับภรรยา เขาก็จะทำหน้าที่สามีและพ่อในอนาคตให้ดีที่สุด จะดูแลภรรยาและครอบครัวนี้อย่างเต็มที่
แต่ตอนนี้ เมื่อได้เจอเสิ่นอวิ๋นซู จี้หวยหนานก็คิดได้ว่าเขาตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็นเข้าให้แล้ว หากเสิ่นอวิ๋นซูยินยอมแต่งงานกับเขา เขาจะต้องทำตัวดีๆ พยายามทำให้เสิ่นอวิ๋นซูชอบ... ไม่สิ ต้องทำให้เธอตกหลุมรักเขาให้ได้
เขาอยากจะมอบความสุขให้กับเสิ่นอวิ๋นซู อยากจะมอบทุกสิ่งที่เธอต้องการให้
แถมเขายังรู้สึกว่า การย้ายกลับมาทำงานที่นี่ช่างเป็นเรื่องดีจริงๆ
แบบนี้ ถ้าแต่งงานกับอวิ๋นซูแล้ว เขาไม่เพียงแต่จะได้ดูแลแม่ แต่ยังจะได้อยู่เคียงข้างภรรยาอีกด้วย