LNCrawler

แจกขนมแต่งงาน รับความสิริมงคล

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

แจกขนมแต่งงาน รับความสิริมงคล

หลังจากเสิ่นอวิ๋นซูกำหนดวันจัดงานเลี้ยงแต่งงานกับจี้หวยหนานได้แล้ว เธอก็เริ่มแจกขนมแต่งงานในลานบ้านรวม

ขนมแต่งงานเหล่านี้ เสิ่นอวิ๋นซูกับจี้หวยหนานเพิ่งจะนึกขึ้นได้หลังจากทานข้าวเสร็จที่ร้านอาหารของรัฐในวันนั้น จึงรีบไปซื้อที่สหกรณ์ทันที

จี้หวยหนานเอาไปครึ่งหนึ่ง เธอเอาไปครึ่งหนึ่ง

ตั้งใจจะทยอยแจกให้คนสนิทก่อนถึงวันงาน

เสิ่นอวิ๋นซูลองนึกดู ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร่างเดิม หรือพ่อแม่ของเจ้าของร่างเดิมในตอนนั้น ต่างก็มีความสัมพันธ์อันดีกับคนในลานบ้านรวมไม่น้อย

ดังนั้น เธอก็เลยแจกให้หลายบ้านในลานบ้านรวม

การแจกขนมลูกอมในยุคนี้ไม่เหมือนกับยุคปัจจุบันนะ

ในยุคปัจจุบัน ลูกอมอาจจะเป็นของที่ราคาถูกที่สุด แต่ในยุคนี้ ลูกอมราคาแพง แถมยังเป็นของที่เอาไปฝากใครก็ดูดีมีหน้ามีตา ถึงแม้แต่ละบ้านจะได้แค่สองสามเม็ดเพื่อเป็นสิริมงคล แต่ทุกคนต่างก็ดีใจกันทั้งนั้น

ดีใจจากใจจริงเลยแหละ

ก็มีแต่จี้หวยหนานกับเสิ่นอวิ๋นซูที่ไม่ขัดสนเรื่องเงินทองนี่แหละ ถึงมีปัญญาแจกขนมแต่งงานได้

หลังจากวันส่งของหมั้น เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็ยังคงพักอยู่ที่บ้านสกุลเสิ่น เพราะทางฝั่งเมืองเซินมีประเพณีอย่างหนึ่ง คือก่อนแต่งงาน คู่บ่าวสาวควรจะเจอกันให้น้อยที่สุด ปล่อยให้คนในครอบครัวเป็นคนจัดการเรื่องงานแต่งงาน แบบนี้ถึงจะเป็นสิริมงคล

ดังนั้นเสิ่นอวิ๋นซิ่วจึงพักอยู่ที่บ้านไปก่อน

บางทีอาจเป็นเพราะมีคำเตือนจากเสิ่นเหลาเยา ตอนนี้คนในครอบครัวก็เลยไม่ได้เรียกร้องอะไรจากเธอแล้ว เพียงแต่ทำหน้าบูดบึ้งใส่เธอทั้งวัน แต่เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็ไม่สนใจหรอก

"นังเสิ่นอวิ๋นซูเนี่ย ไม่รู้ว่าตอนนั้นได้เงินชดเชยมาเท่าไหร่กันนะ แล้วก็ไม่รู้ว่าตาเฒ่าทิ้งเงินกับคูปองไว้ให้หล่อนเท่าไหร่ ถึงกับมีปัญญาแจกขนมแต่งงานให้คนตั้งมากมายในลานบ้านรวม"

"แจกให้คนอื่นได้ แต่กลับไม่รู้จักแจกให้คุณอาคุณอาสะใภ้อย่างพวกเรา นังเด็กอกตัญญูเอ๊ย" เหยาชุ่ยอวี้ยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองลงไปที่เสิ่นอวิ๋นซูข้างล่าง พลางสบถด่าเบาๆ

เสิ่นอวิ๋นซิ่วกำลังอ่านหนังสืออยู่ เป็นหนังสือเรียนเล่มเก่าของเธอ

แต่หลังจากเปิดดูคร่าวๆ แล้ว เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็พบว่าความรู้ตอนมัธยมต้นของเธอ ลืมไปเกือบหมดแล้ว พอเธอลองทำโจทย์พวกนั้นดู ก็ทำผิดไปเยอะมาก

หลายอย่างต้องกลับมาเรียนทบทวนใหม่หมด แต่การเรียนด้วยตัวเองมันช่างยากลำบากเหลือเกิน ดูเหมือนว่าไม่ว่าจะอ่านหรือเรียนยังไง ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

กำลังหงุดหงิดอยู่ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงของแม่

พอได้ยินเนื้อหาในคำพูดของหล่อน เธอก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเดินเข้าไปหา "เสิ่นอวิ๋นซูกำลังแจกขนมแต่งงานเหรอ"

"ก็ใช่น่ะสิ แกดูสิ อยู่ตรงนั้นไง" เหยาชุ่ยอวี้ชี้ไปที่ข้างใต้หน้าต่าง

เสิ่นอวิ๋นซิ่วมองผ่านหน้าต่างลงไปที่เสิ่นอวิ๋นซูข้างล่าง ถึงแม้ข้างล่างจะมีคนเดินพลุกพล่านไม่น้อย แต่เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็ยังมองเห็นแผ่นหลังที่อรชรบอบบางนั้นได้ในปราดเดียว

พอมองดู เสิ่นอวิ๋นซูก็กำลังแจกขนมแต่งงานอยู่จริงๆ

เธอมีเงินเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงกับมีปัญญาแจกขนมแต่งงานเชียว

ความจริงแล้ว ทางเมืองเซินมีประเพณีที่คู่บ่าวสาวจะแจกขนมแต่งงานให้ญาติสนิทมิตรสหายก่อนวันแต่งงานจริงๆ นั่นแหละ แต่เพราะว่าคนส่วนใหญ่มีฐานะธรรมดา ประกอบกับลูกอมราคาแพง

ดังนั้นจึงเปลี่ยนมาเป็น ในวันจัดงานเลี้ยงแต่งงาน ก็จะจัดลูกอมไว้ถาดหนึ่ง คนที่มาร่วมงานก็หยิบไปคนละเม็ดสองเม็ด ถือว่ามารับความเป็นสิริมงคล

คิดไม่ถึงเลยว่า เสิ่นอวิ๋นซูคนนี้จะมาแจกขนมแต่งงานก่อนวันงานแบบนี้

เสิ่นอวิ๋นซิ่วไม่ยอมแพ้เสิ่นอวิ๋นซูหรอก ภายในชั่วพริบตาเธอก็คิดถึงความเป็นไปได้ที่จะแจกขนมแต่งงานบ้าง แต่ในไม่ช้าเธอก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้

ทางฝั่งเธอไม่มีเงินเหลือเท่าไหร่แล้ว เงินพวกนั้นเธอไม่ยอมเอาออกมาซื้อลูกอมหรอกนะ

ส่วนสินสอดที่บ้านตระกูลเมิ่งให้มา นั่นก็เป็นสินสอดของเธอ เธอต้องเอาติดตัวไปบ้านตระกูลเมิ่งด้วย จะเอาออกมาซื้อลูกอมก็ไม่ได้เหมือนกัน

ส่วนเรื่องคนในครอบครัวของเธอน่ะเหรอ

หึ พวกเขาก็ไม่มีทางควักเงินซื้อขนมแต่งงานให้เธอหรอก

ทางฝั่งบ้านตระกูลเมิ่งก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้

ดูจากการที่หลี่อวิ๋นเสวี่ยลดค่าสินสอดเหลือ 500 หยวน แถมยังยึดเงินเดือนของเมิ่งเจวี๋ยไปหมด ก็รู้แล้วว่าหล่อนไม่ใช่คนใจกว้าง

ดังนั้น เสิ่นอวิ๋นซิ่วลองคิดดูแล้ว ก็รู้ว่าตัวเองคงไม่มีโอกาสได้แจกขนมแต่งงานแล้วล่ะ

ตอนนั้นเอง เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็มองเห็นเสิ่นเป่าลี่ น้องชายของเธอที่อยู่ข้างล่าง ดูเหมือนกำลังพูดอะไรกับเสิ่นอวิ๋นซูอยู่ จากนั้นก็วิ่งหนีไปด้วยความโกรธ

ไม่นาน เสิ่นเป่าลี่ก็เปิดประตูเข้ามา ใบหน้าอ่อนเยาว์เต็มไปด้วยความโกรธแค้น

ทันทีที่เข้ามา ก็ฟ้องเหยาชุ่ยอวี้ว่า "แม่ รู้ไหมว่านังเด็กบ้าเสิ่นอวิ๋นซูมันทำเกินไปแล้ว มันแจกลูกอมให้คนอื่นตั้งเยอแะยะ แต่ไม่ยอมให้หนูสักเม็ดเลย"

"แม่ นังเด็กบ้านั่นไปเอาเงินมาจากไหนถึงได้ซื้อลูกอมเยอะขนาดนั้น มันมีเงินเยอะใช่ไหม"

"พวกเราไปเอาเงินของมันมาได้ไหมแม่"

"อะไรนะ นังเด็กบ้านั่นไม่ยอมให้ลูกอมแกสักเม็ดเลยเหรอ แกอุตส่าห์เป็นลูกพี่ลูกน้องของมันนะ นังเด็กบ้าเสิ่นอวิ๋นซูนี่มันทำเกินไปแล้วจริงๆ"

"ไป แม่จะพาแกไปหามันเดี๋ยวนี้..."

ดังนั้น เหยาชุ่ยอวี้ก็ดึงเสิ่นเป่าลี่ลงไปข้างล่างอีกครั้งด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด

เสิ่นอวิ๋นซิ่วมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดโดยไม่พูดอะไร และไม่ได้ตามลงไป

ตอนนี้เสิ่นเป่าลี่เพิ่งอายุ 10 ขวบ แต่เอะอะก็ด่าว่านังเด็กบ้า นังเด็กบ้า

เสิ่นอวิ๋นซิ่วรู้ดีว่า เสิ่นเป่าลี่เลียนแบบมาจากแม่ของเธอ

แม้ว่าเสิ่นเป่าลี่จะด่าเสิ่นอวิ๋นซู ซึ่งควรจะทำให้เสิ่นอวิ๋นซิ่วรู้สึกดีใจ แต่พอเสิ่นอวิ๋นซิ่วนึกถึงพี่ชายแสนดีและน้องชายคนเล็กคนนี้ ว่าถ้าเมื่อไหร่ที่เธอทำอะไรไม่ถูกใจ พวกเขาก็จะด่าเธอว่านังเด็กบ้าเหมือนน้ากัน สีหน้าของเธอก็ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก

แต่ทว่า…

ถ้าเกิดแม่กับน้องชายลงไปหาเรื่องเสิ่นอวิ๋นซูได้ก็คงดี

เสิ่นอวิ๋นซิ่วยืนรอดูสถานการณ์อยู่ริมหน้าต่างด้วยความสบายใจ

เพียงแต่ว่า เดิมทีเธอคิดว่าเหยาชุ่ยอวี้กับเสิ่นเป่าลี่ลงไป ต่อให้ทำอะไรเสิ่นอวิ๋นซูไม่ได้ อย่างน้อยก็ทำให้เสิ่นอวิ๋นซูขายหน้าก็ยังดี

แต่น่าเสียดาย ผ่านไปไม่ทันไร สองแม่ลูกก็โดนเสิ่นอวิ๋นซูตอกหน้าหงายจนต้องเดินคอตกกลับมา

แถมคนอื่นๆ ในลานบ้านรวมต่างก็เข้าข้างเสิ่นอวิ๋นซูกันหมด

เสิ่นอวิ๋นซิ่วไม่อยากเห็นภาพที่คนมากมายต่างพากันชื่นชมเสิ่นอวิ๋นซูอีกแล้ว เธอปิดหน้าต่างดังปัง

เธอกลับไปที่ห้องของตัวเองและหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านอีกครั้ง ผ่านไปไม่นานก็ได้ยินเสียงแม่กับน้องชายกลับมา แล้วก็ได้ยินเสียงแม่ด่าทอสบถอยู่ตลอดเวลา

"ไอ้พวกไร้น้ำยา" เสิ่นอวิ๋นซิ่วด่าเบาๆ พลางหยิบสำลีสองก้อนมาอุดหูตัวเองไว้

ข้างล่าง ตอนที่เหยาชุ่ยอวี้กับเสิ่นเป่าลี่มาทวงขนมแต่งงาน เสิ่นอวิ๋นซูก็แจกขนมหมดพอดี

เธอไม่ได้แจกหมดถึงไม่ยอมให้พวกหล่อน แต่เป็นเพราะแต่แรกก็ไม่คิดจะให้พวกหล่อนอยู่แล้วต่างหาก

สำหรับบางคน ถ้าเป็นญาติกัน ต่อให้ความสัมพันธ์จะไม่ดี ก็ยังอยากจะรักษาความสัมพันธ์จอมปลอมเอาไว้ บางทีอาจจะถึงขั้นต้องยอมทนอึดอัดด้วยซ้ำ

แต่เสิ่นอวิ๋นซูไม่อยากทนอึดอัดเพื่อรักษาความสัมพันธ์จอมปลอมพวกนั้นหรอก

นิสัยของเธอนั้นค่อนข้างจะขาวดำชัดเจน ไม่ดีก็คือไม่ดี ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งรักษาน้ำใจกัน ในเมื่อความสัมพันธ์ไม่ดีแล้ว ของของเธอก็ไม่จำเป็นต้องให้พวกเขา

ดังนั้น ต่อให้เธอจะเอาไปแจกคนแปลกหน้า เธอก็ไม่มีทางให้ครอบครัวของเหยาชุ่ยอวี้เด็ดขาด

ความจริงแล้ว การกระทำแบบนี้ของเธอ หากเป็นในยุคปัจจุบัน คนส่วนใหญ่อาจจะเห็นด้วย แต่ในยุคนี้ คนส่วนใหญ่อาจจะไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่

แต่บางทีอาจจะเป็นเพราะความหน้าไม่อายของเหยาชุ่ยอวี้ในวันส่งของหมั้น หรือบางทีอาจจะรู้แต่แรกแล้วว่าครอบครัวของเหยาชุ่ยอวี้เป็นคนยังไง

พวกเขาลองเอาตัวเองเข้าไปแทนที่ ถ้าตัวเองมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับใคร ใครจะยอมเอาลูกอมราคาแพงไปมอบให้คนที่คอยแต่จะหาเรื่องกลั่นแกล้งตัวเองล่ะ

ไม่ได้เป็นคนโง่ที่สมองมีปัญหาซะหน่อย

ดังนั้น ครั้งนี้คนในลานบ้านรวมจึงพากันเข้าข้างเสิ่นอวิ๋นซู