LNCrawler

ชนกันอีกแล้ว!

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

ชนกันอีกแล้ว!

ทางด้านเสิ่นอวิ๋นซิ่ว ในวันที่เสิ่นอวิ๋นซูแจกลูกอมมงคล เธอก็รู้แล้วว่าเสิ่นอวิ๋นซูกับจี้หวยหนานกำหนดวันแต่งงานและวันจัดเลี้ยงไว้เป็นวันไหน

เสิ่นอวิ๋นซิ่วอดคิดถึงตัวเองกับเมิ่งเจวี๋ยไม่ได้ ไม่รู้ว่าเธอกับเขาจะได้แต่งงานจัดเลี้ยงในวันไหน

ถึงแม้เธอกับเมิ่งเจวี๋ยจะจดทะเบียนสมรสกันแล้ว แต่การจัดเลี้ยงนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญมากเช่นกัน

เสิ่นอวิ๋นซิ่วซื้อชุดแต่งงานเตรียมไว้แต่เนิ่นๆ ตั้งใจจะสวมใส่ในวันนั้น เพื่อสร้างความตื่นตะลึงให้ทุกคน

ส่วนรายละเอียดว่าจะเป็นวันไหนนั้น เมิ่งเจวี๋ยบอกว่าเป็นแม่ของเขาที่กำลังตัดสินใจ รอให้แม่ตัดสินใจเรียบร้อยแล้วก็จะมาบอกเขา

แล้วเขาค่อยมาบอกเสิ่นอวิ๋นซิ่วอีกที

เพียงแต่ พอคิดถึงวันหมั้นที่ชนกับเสิ่นอวิ๋นซู เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็อดรู้สึกหงุดหงิดใจไม่ได้

"ขออย่าให้เป็นวันเดียวกับเสิ่นอวิ๋นซูเลยนะ"

ถ้าเกิดการแต่งงานครั้งนี้ชนกับเสิ่นอวิ๋นซูในวันเดียวกันอีก เสิ่นอวิ๋นซิ่วรู้ดีว่าตัวเองจะต้องถูกนำไปเปรียบเทียบจนดูด้อยกว่าเสิ่นอวิ๋นซูแน่ๆ

ด้วยใบหน้าและรูปร่างที่งดงามราวกับนางจิ้งจอกของเสิ่นอวิ๋นซูนั่น ถึงแม้จะไม่เต็มใจยอมรับ แต่เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็อดจำนนไม่ได้ว่า เสิ่นอวิ๋นซูสวยกว่าเธอจริงๆ และรูปร่างก็ดีกว่าเธอด้วย

เสิ่นอวิ๋นซิ่วได้แต่ภาวนาอยู่ในบ้าน

แต่ทว่า บางครั้งสวรรค์ก็ชอบเล่นตลกกับคน ยิ่งไม่อยากให้เกิดอะไรขึ้น สิ่งนั้นก็ยิ่งจะเกิดขึ้น

บ่ายวันนั้น เมิ่งเจวี๋ยก็มาที่บ้านของเธอ รับเธอไปยังบ้านตระกูลเมิ่ง บอกว่าได้วันแต่งงานแล้ว

รอจนกระทั่งเสิ่นอวิ๋นซิ่วตามเมิ่งเจวี๋ยมาถึงบ้านตระกูลเมิ่ง พอได้รับรู้วันแต่งงานจากปากแม่เมิ่ง หรือก็คือหลี่อวิ๋นเสวี่ย เธอก็โพล่งออกไปทันที

"ไม่เอาวันนั้นค่ะ"

อารมณ์ของเสิ่นอวิ๋นซิ่วดิ่งลงอย่างรุนแรง

เธอรู้สึกว่าตัวเองอุตส่าห์ได้มาเกิดใหม่ทั้งที เธอควรจะเป็นลูกรักของสวรรค์ ทำอะไรก็ควรจะราบรื่นไปเสียทุกอย่างสิ ทำไมถึงได้ซวยแบบนี้

คราวก่อนก็ชนกันในวันหมั้นหมาย

คราวนี้ วันแต่งงานก็ยังชนกันอีก

เธอไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย

หลี่อวิ๋นเสวี่ยไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านเดิมหรือที่บ้านตระกูลเมิ่ง ล้วนเป็นคนที่มีนิสัยค่อนข้างแข็งกร้าว ต่อให้เป็นในบ้านตระกูลเมิ่ง พ่อเมิ่งผู้เป็นถึงผู้อำนวยการโรงงาน ส่วนใหญ่แล้วก็ยังต้องเชื่อฟังคำพูดของเธอ

เมิ่งเจวี๋ยผู้เป็นลูกชายยิ่งไม่ต้องพูดถึง

เธอเคยชินกับการเป็นผู้มีอำนาจเด็ดขาดมานานแล้ว

ตอนแรกที่เธอถูกใจเสิ่นอวิ๋นซิ่ว และไม่ถูกใจเสิ่นอวิ๋นซู ก็เป็นเพราะกลัวว่าเสิ่นอวิ๋นซูจะไม่ใช่คนที่ควบคุมได้ง่าย แถมยังอาจจะยุยงลูกชายให้ลุกขึ้นมาต่อต้านเธอด้วยซ้ำ

ทว่าตอนนี้…

เสิ่นอวิ๋นซิ่วที่เธอหมายตาไว้ กลับกล้าเอ่ยปากปฏิเสธการตัดสินใจของเธอ

สิ่งนี้ทำให้ทุกเซลล์ในร่างกายของหลี่อวิ๋นเสวี่ยตื่นตัวขึ้นมาทันที แม้แต่ใบหน้าก็ยังเคร่งขรึมลง

น้ำเสียงก็หนักขึ้นตามไปด้วย เอ่ยถามว่า "ทำไมล่ะ"

หลังจากที่โพล่งออกไป เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็ตระหนักได้ในทันทีว่าการกระทำเมื่อครู่ของตนเองอาจจะทำให้หลี่อวิ๋นเสวี่ยไม่พอใจเข้าเสียแล้ว

เธอจึงรีบหาทางแก้ตัว "คุณน้าเสวี่ย ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างอื่นนะคะ เพียงแต่ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า วันนี้มันไปตรงกับวันออกเรือนของเสิ่นอวิ๋นซูพอดีน่ะค่ะ"

พอคำพูดนี้หลุดออกมา เมิ่งเจวี๋ยที่อยู่ด้านข้างก็สะท้านไปทั้งหัวใจ

นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันหมั้นหมาย หลังจากที่ได้พูดคุยกับจี้หวยหนาน ที่เขาเพิ่งจะได้ยินข่าวคราวของเสี่ยวซู

ที่แท้ เสี่ยวซูก็จะแต่งงานออกเรือนในวันนั้นเหมือนกัน

น่าเสียดาย ที่ไม่ได้แต่งให้กับเขา แต่เป็นการแต่งให้กับจี้หวยหนาน

ตอนที่หลี่อวิ๋นเสวี่ยได้ยินชื่อของเสิ่นอวิ๋นซู เธอหันไปมองเมิ่งเจวี๋ยตามสัญชาตญาณ พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร เธอถึงได้ค่อนข้างพอใจ

ทว่า…

"วันเดียวกันแล้วมันจะทำไม วันเดียวกันนั่นแหละดี ให้เสิ่นอวิ๋นซูคนนั้นทนดูเธอแต่งงานกับอาเจวี๋ย ส่วนตัวเองทำได้แค่แต่งงานกับคนอื่น แบบนี้ไม่ดีหรือยังไง"

หลี่อวิ๋นเสวี่ยลองจินตนาการดูว่า ถ้าหากเป็นวันแต่งงานของตัวเอง ต้องทนมองดูผู้ชายที่ตัวเองรักไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น ส่วนตัวเองทำได้เพียงแต่งงานกับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ได้รักในวันเดียวกันนั้น คงจะต้องเจ็บปวดเสียใจมากแน่ๆ

ขอเพียงแค่คิดว่าเสิ่นอวิ๋นซูจะต้องเสียใจ จะต้องร้องไห้ หลี่อวิ๋นเสวี่ยก็รู้สึกสะใจแล้ว

เธอไม่มีทางลืมหรอกว่า ตอนนั้นเมิ่งเจวี๋ยเคยต่อต้านคนเป็นแม่อย่างเธอเพื่อเสิ่นอวิ๋นซูมาแล้วอย่างไรบ้าง

คำพูดของหลี่อวิ๋นเสวี่ยทำให้เสิ่นอวิ๋นซิ่วถึงกับอับจนถ้อยคำ

เสิ่นอวิ๋นซิ่วไม่รู้หรอกว่า รอจนถึงวันแต่งงาน ตอนที่เสิ่นอวิ๋นซูเห็นเมิ่งเจวี๋ยมาแต่งกับเธอ เสิ่นอวิ๋นซูจะรู้สึกเสียใจหรือเปล่า

แต่เธอรู้ดีว่า ตัวเองจะต้องเป็นฝ่ายขายหน้าแน่ๆ

พวกเธอแต่งงานในวันเดียวกัน คนอื่นจะต้องจับพวกเธอมาเปรียบเทียบกัน และจะต้องรู้สึกว่าเธอมีความสวยสู้เสิ่นอวิ๋นซูไม่ได้แน่

อีกอย่าง ในวันหมั้น จี้หวยหนานยังนำเครื่องใช้ไฟฟ้าสี่ชิ้นใหญ่มาเป็นสินสอดให้กับเสิ่นอวิ๋นซูเลย

แล้วเธอล่ะ…

เสิ่นอวิ๋นซิ่วรู้สึกว่า จี้หวยหนานอาจจะใช้วิธีการที่ยิ่งใหญ่เอิกเกริกกว่านั้นมารับตัวเสิ่นอวิ๋นซูเลยก็เป็นได้ ถ้าเป็นแบบนั้น เธอจะไม่ยิ่งถูกเปรียบเทียบจนดูด้อยกว่าและต้องอับอายขายหน้ายิ่งกว่าเดิมหรืออย่างไร

ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด

เสิ่นอวิ๋นซิ่วอยากจะบอกถึงความเป็นไปได้นี้ให้หลี่อวิ๋นเสวี่ยได้รับรู้

แต่เธอก็กลัวว่าหลี่อวิ๋นเสวี่ยจะมองว่าเธอกำลังแสดงความไม่พอใจ

เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เสิ่นอวิ๋นซิ่วทำได้เพียงอาศัยจังหวะที่หลี่อวิ๋นเสวี่ยกำลังดื่มน้ำ ใช้ข้อศอกกระทุ้งเมิ่งเจวี๋ยเบาๆ

เพื่อให้เขาเป็นคนไปเกลี้ยกล่อมแม่ของเขาเอง

เมิ่งเจวี๋ยเองก็คงไม่อยากให้วันแต่งงานของตัวเองต้องไปชนกับจี้หวยหนานเหมือนกันกระมัง

เพราะยังไงเสีย ในวันหมั้นหมายนั้น คนที่ต้องอับอายขายหน้าไม่ได้มีแค่เธอ เมิ่งเจวี๋ยเองก็ด้วย

ไม่นาน เมิ่งเจวี๋ยก็เอ่ยปาก

"ในเมื่อแม่ตัดสินใจแล้ว ก็เอาเป็นวันนั้นแหละครับ"

เสิ่นอวิ๋นซิ่วที่เดิมทีคิดว่าเมิ่งเจวี๋ยจะเข้าใจในความหมายของตน: ......

และแล้ว เรื่องนี้ก็ถูกตัดสินใจลงแบบนี้

พอทั้งสองคนเดินออกมาจากบ้านตระกูลเมิ่ง เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็ทนรอไม่ไหวรีบเอ่ยคาดคั้น "เมิ่งเจวี๋ย คุณหมายความว่ายังไง ฉันอุตส่าห์ส่งซิกให้คุณพูดกับคุณน้าเสวี่ยว่า การแต่งงานของเราอย่าให้เป็นวันเดียวกับเสิ่นอวิ๋นซู ทำไมคุณถึงไม่ยอมพูด แถมยังไปตอบตกลงอีก"

"ก็ผมรู้สึกว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรนะ" เมิ่งเจวี๋ยเงียบไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ย สีหน้าของเขาเรียบเฉย ดูไม่เหมือนกับคนที่กำลังจะแต่งงานเลยสักนิด บนร่างไม่หลงเหลือกลิ่นอายของความยินดีเลยแม้แต่น้อย

ความจริงแล้ว เมิ่งเจวี๋ยรับรู้ถึงความหมายของเสิ่นอวิ๋นซิ่วตอนที่อยู่ในบ้านเมื่อครู่เป็นอย่างดี แต่ถ้าหากเขาไม่รู้ว่าวันแต่งงานเป็นวันเดียวกับเสี่ยวซู เขาก็คงจะยอมปฏิเสธให้แล้ว

ในเมื่อตอนนี้รู้แล้วว่าเป็นวันเดียวกัน เมิ่งเจวี๋ยก็ไม่อยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรอีก

ในวินาทีที่ได้รับรู้ ลึกๆ ในใจเขาก็เกิดความเห็นแก่ตัวเล็กๆ สายหนึ่งผุดขึ้นมา เขาคิดว่า ถึงแม้เขาจะไม่มีหนทางได้แต่งงานกับเสี่ยวซู

แต่พวกเขาก็แต่งงานในวันเดียวกัน อย่างนั้นเขาจะสามารถคิดเข้าข้างตัวเองได้ไหมว่า การที่เสี่ยวซูแต่งตัวสวยสดงดงามในวันนั้น ก็คือการแต่งงานกับเขา

ก็ปล่อยให้เขาคิดอย่างเห็นแก่ตัวแบบนี้ไปเถอะ

ในใจของเขา วันนั้นก็คือวันที่เขากับเสี่ยวซูแต่งงานกัน

แน่นอนว่าความคิดลึกๆ เช่นนี้ เมิ่งเจวี๋ยไม่อาจพูดให้เสิ่นอวิ๋นซิ่วฟังได้

"จะรู้สึกว่าไม่มีปัญหาได้ยังไง เมิ่งเจวี๋ย คุณลืมเรื่องน่าขายหน้าในวันหมั้นวันนั้นไปแล้วเหรอ คุณยังอยากจะขายหน้าอีกครั้งหรือไง"

คำพูดของเสิ่นอวิ๋นซิ่วทำให้เมิ่งเจวี๋ยนึกย้อนไปถึงเรื่องราวในวันหมั้นหมายวันนั้น มันช่างเป็นเรื่องที่น่าขายหน้าและน่าอึดอัดจริงๆ

แต่…

"ก็เอาวันนั้นแหละ คุณไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ถ้าคุณไม่อยากได้วันนั้น ก็ไปเกลี้ยกล่อมแม่ของผมเอาเอง ถ้าไม่เช่นนั้นก็ไม่ต้องแต่ง ผมเองก็ไม่ได้จำเป็นต้องแต่งกับคุณเหมือนกัน"

พูดจบ เมิ่งเจวี๋ยก็ก้าวเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมามอง

ทิ้งให้เสิ่นอวิ๋นซิ่วยืนตะลึงงันอยู่กับที่

นี่นับเป็นครั้งแรก นอกเหนือไปจากวันที่เสิ่นอวิ๋นซิ่ววางแผนเล่นงานเมิ่งเจวี๋ย ที่เธอได้เห็นเมิ่งเจวี๋ยโกรธขึ้ง แถมยังเอ่ยคำพูดจาร้ายกาจใส่เธอแบบนี้

แต่เมิ่งเจวี๋ยไม่ได้เป็นคนแบบนี้นี่นา เขาออกจะอ่อนโยน มีนิสัยที่นุ่มนวลจนดูเหมือนคนไร้อารมณ์โกรธ และเป็นคนที่ไม่เคยพูดจารุนแรงใส่ใครด้วยซ้ำ

ทำไมตอนนี้ถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้

เมิ่งเจวี๋ยที่เดินแยกตัวออกมาตามลำพัง รู้สึกเพียงว่าตนเองช่างดูน่าสมเพชและน่ารังเกียจเหลือเกิน หลังจากที่หันหลังกลับมา เขาก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าคำพูดเหล่านั้นเมื่อครู่ จะเป็นคำที่หลุดออกมาจากปากของเขา

แต่…

เมิ่งเจวี๋ยหลับตาลง แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

โปรดจงให้อภัยในความเห็นแก่ตัวเป็นครั้งสุดท้ายของเขาด้วยเถิด

รอให้ผ่านพ้นงานแต่งครั้งนี้ไป เขาจะพยายามปล่อยวางจากเสี่ยวซู แล้วใช้ชีวิตร่วมกับซิ่วซิ่วให้ดี