LNCrawler

บทที่ 84 แม่ แม่ฟื้นแล้วเหรอ

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 84 แม่ แม่ฟื้นแล้วเหรอ

เรียน คุณนักอ่านทุกท่าน

ตั้งแต่บทนี้เป็นต้นไป ทางสำนักพิมพ์ขออนุญาตปรับเปลี่ยนความถี่ในการอัปเดตนิยาย โดยจะลงเนื้อหาสลับกับการแนะนำนิยายคุณภาพเรื่องอื่น ๆ ในเครือ Nirand Books เพื่อให้ท่านได้รู้จักกับผลงานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

สำหรับคุณนักอ่านที่ต้องการความต่อเนื่องและประสงค์จะอ่านรวดเดียวจนจบ ขอแนะนำให้สมัครเข้าร่วม "แคมเปญนิยายแปลบุฟเฟต์" ซึ่งนอกจากจะได้รับสิทธิ์ในการอ่านนิยายเรื่องนี้จนจบก่อนใครแล้ว ยังสามารถเพลิดเพลินกับนิยายแปลเรื่องอื่น ๆ ในแคมเปญได้อย่างจุใจอีกด้วยค่ะ


จี้หวยหนานอดคิดถึงจดหมายฉบับนั้นและคิดถึงเจินเจินน้องสาวของเขาไม่ได้

เวลาผ่านไปหลายวันแล้วนับตั้งแต่ที่เขาโทรศัพท์ไปฝากฝังให้สหายที่เมืองเจียงหมิงช่วยลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่หมู่บ้านต้าเหอให้

จนถึงตอนนี้ กลับยังไม่มีข่าวคราวใดๆ ตอบกลับมาเลย

หรือว่ายังสืบไม่ได้ความกันนะ

จี้หวยหนานคิดในใจว่า พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันแต่งงานของเขากับซูซูแล้ว หากผ่านพ้นวันพรุ่งนี้ไปแล้วยังไม่มีข่าวคราวที่แน่ชัดกลับมา เขาคงต้องโทรศัพท์ไปสอบถามอีกครั้ง หรืออาจจะต้องหาเวลาเดินทางไปที่เมืองเจียงหมิงด้วยตัวเองสักรอบ

หลังจากรับตำแหน่ง หัวหน้าหน่วยสืบสวนอาชญากรรม จี้หวยหนานย่อมต้องมีงานรัดตัวเป็นธรรมดา

ส่วนเรื่องต้นกล้าข้าวสาลีและข้อมูลการทดลองที่ถูกขโมยไปนั้น วันนั้นเขาได้ลงพื้นที่ไปที่ชานเมืองและพบกับผู้ต้องสงสัยทั้งสี่คนด้วยตัวเองแล้ว

ถึงแม้จางเสี่ยวเยี่ยนจะปกปิดท่าทีเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ทว่าเขากลับสัมผัสได้ว่าสภาพจิตใจของจางเสี่ยวเยี่ยนไม่ค่อยมั่นคงนัก ดูเหมือนเธอจะกำลังปิดบังเรื่องราวบางอย่างอยู่ แต่เรื่องที่ว่าคือเรื่องอะไรนั้น เขายังไม่อาจทราบได้

ส่วนเปาเจียหลินผู้เป็นสามี ก็ดูเหมือนจะรู้ด้วยว่าภรรยากำลังทำอะไร และคอยช่วยเหลือปกปิดความผิดให้จางเสี่ยวเยี่ยนอยู่

ปัจจุบัน ข้อสงสัยสำคัญจึงมุ่งเป้าไปที่สองสามีภรรยาคู่นี้

ก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่า หลังจากนี้จะสามารถง้างปากของสองสามีภรรยาคู่นี้ได้หรือไม่

เนื่องจากไม่มีใครพบเห็นเหตุการณ์ อีกทั้งยังไม่มีอุปกรณ์กล้องวงจรปิดใดๆ บันทึกภาพเหตุการณ์ตอนที่ต้นกล้าข้าวสาลีและข้อมูลการทดลองถูกขโมยไปได้ ดังนั้นการสืบสวนตรวจสอบจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

แน่นอนว่า หากหัวขโมยคนนั้นยอมรับสารภาพออกมาตามความจริง เรื่องราวทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นมาก

แต่ทว่า นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

เพราะหากจะว่ากันตามจริงแล้ว นี่ไม่ใช่คดีลักทรัพย์ธรรมดาทั่วไป แต่เป็นความผิดฐานเป็นสายลับและทรยศต่อชาติบ้านเมืองเลยทีเดียว

วันนี้ทั้งวัน จี้หวยหนานทำงานง่วนอยู่ตลอดเวลา กระทั่งล่วงเลยมาถึงช่วงเย็นย่ำ งานถึงจะเบาบางลงบ้าง

เนื่องจากพรุ่งนี้เป็นวันแต่งงาน คืนนี้เขาจึงไม่คิดจะทำงานล่วงเวลา และตั้งใจจะกลับบ้านให้เร็วหน่อย

โชคดีที่เรื่องราวหลายๆ อย่างล้วนมีป้าฮวาคอยช่วยเหลือจัดการให้ จนเสร็จลุล่วงไปได้มากแล้ว

แม้แต่สหายร่วมรบก็เดินทางมาถึงกันแล้ว แถมยังขับรถจี๊ปมาให้ด้วย ทุกคนต่างรอคอยที่จะได้ไปรับเจ้าสาวพร้อมกับเขาในวันพรุ่งนี้

สำหรับวันพรุ่งนี้ จี้หวยหนานมีความคาดหวังเป็นอย่างมาก

ผ่านพ้นวันพรุ่งนี้ไป ซูซูก็จะเป็นภรรยาของเขาอย่างสมบูรณ์!

แม้ว่าปกติแล้วจี้หวยหนานจะเป็นคนที่เคร่งขรึมจริงจัง ทว่าเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ มุมปากของเขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะหยักโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม

ทว่าในขณะที่จี้หวยหนานกำลังเตรียมตัวจะเลิกงาน จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ในห้องทำงานก็ดังขึ้น จี้หวยหนานที่ยืนอยู่ตรงประตูค่อยๆ หันกลับมา สายตาทอดมองไปยังโทรศัพท์เครื่องนั้น

…

เสียงดังกริ๊กเบาๆ จี้หวยหนานค่อยๆ เปิดประตูบ้านเข้ามา

หลังจากเปลี่ยนรองเท้าเสร็จ เขาก็รีบสาวเท้าเดินตรงไปยังห้องนอนรองของผู้เป็นแม่ด้วยความร้อนรน

หลังจากที่จี้หวยหนานเริ่มทำงาน เขาก็ได้ไหว้วานให้ป้าฮวามาช่วยอยู่เป็นเพื่อนแม่ของเขาในเวลาว่าง แต่เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาพลบค่ำ คาดว่าป้าฮวาคงจะกลับบ้านไปทำกับข้าวแล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้อยู่ที่นี่

โจวชูเฟินยังคงรู้สึกตัวดี แต่ก็ยังไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้เช่นเดิม

อันที่จริง ลึกๆ แล้วเธอก็รู้สึกร้อนใจอยู่บ้าง

พรุ่งนี้จะเป็นวันแต่งงานของอาหนานกับซูซูแล้ว ในฐานะคนเป็นแม่อย่างเธอ ก็อยากจะไปร่วมอยู่ในงานด้วย

หากเป็นไปได้ เธออยากจะฟื้นขึ้นมาเสียเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ

เพียงแต่ ความคิดกับความเป็นจริงย่อมมีความแตกต่างกันอยู่เสมอ จนถึงป่านนี้ โจวชูเฟินก็ยังคงไม่ฟื้นขึ้นมาอยู่ดี

ทว่าในขณะที่โจวชูเฟินกำลังฝืนบีบบังคับตัวเองให้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง จู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากด้านนอก

เหมือนจะเป็นอาหนานกลับมาแล้ว?

ทำไมถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาขนาดนั้น เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า

ไม่นานนัก โจวชูเฟินก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของลูกชายเดินเข้ามาในห้องของเธอ อาหนาน เหมือนจะนั่งยองๆ ลงที่ข้างเตียงของเธอ ซ้ำยังค่อยๆ กุมมือของเธอเอาไว้ด้วย

นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ในขณะที่โจวชูเฟินกำลังสงสัยอยู่นั้น จู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงของลูกชายที่สั่นเครือและเจือไปด้วยเสียงสะอื้นไห้

"แม่ ผมหาเจินเจินเจอแล้ว"

ทันทีที่คำพูดนี้ของจี้หวยหนานหลุดออกมา หัวใจของโจวชูเฟินก็สะท้านวาบไปทั้งดวง

นับจากครั้งล่าสุดที่ลูกชายพูดถึงเรื่องของเจินเจินบุตรสาวของเธอ เวลาเพิ่งจะผ่านไปเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

หลายวันมานี้ ทุกๆ วัน โจวชูเฟินเอาแต่คิดถึงเจินเจินอยู่ตลอดเวลา เฝ้ารอคอยให้ลูกชายมาเล่าเรื่องของเจินเจินให้เธอฟังให้มากกว่านี้

ก่อนหน้านี้ลูกชายเคยบอกไว้ว่า ยังไม่แน่ใจว่าเด็กผู้หญิงในเบาะแสคนนั้นใช่เจินเจินหรือไม่ จึงต้องส่งคนไปสืบเสาะตรวจสอบดูเสียก่อน

โจวชูเฟินเฝ้ารอคอยให้ลูกชายมาบอกกับตัวเองอยู่ตลอดว่า : แน่ชัดแล้ว เด็กผู้หญิงคนนั้นก็คือเจินเจิน

ขอเพียงแค่พูดประโยคนี้ออกมา เจินเจินของเธอก็มีความหวังที่จะได้กลับบ้าน มีความหวังที่จะได้ถูกตามตัวกลับมาแล้ว

ทว่าเวลาผ่านไปหลายวัน ลูกชายกลับไม่เคยปริปากพูดถึงเรื่องนี้กับเธออีกเลย

โจวชูเฟินร้อนใจอยู่ลึกๆ แต่ก็ไร้ซึ่งหนทาง

ถึงขนาดที่ว่าในช่วงสองวันนี้ เธอเริ่มจะรู้สึกสิ้นหวังอยู่บ้างแล้ว เธอกำลังคิดว่า หรือบางทีเด็กผู้หญิงคนนั้นอาจจะไม่ใช่เจินเจิน แต่อาหนานกลัวว่าเธอจะเสียใจ ก็เลยไม่ยอมปริปากพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก

แต่ตอนนี้…

อาหนานบอกว่า เขาหาเจินเจินเจอแล้ว!

งั้นแสดงว่า เด็กผู้หญิงคนที่เคยพูดถึงก่อนหน้านี้ ก็คือเจินเจินอย่างนั้นหรือ?

ไม่นานนัก คำพูดของจี้หวยหนานก็เป็นการยืนยันข้อสันนิษฐานของโจวชูเฟิน

"แม่ เด็กผู้หญิงที่ผมเคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ก็คือเจินเจินจริงๆ เพียงแต่ว่า ตอนนี้เจินเจินเธอ..."

"เจิน... เจินเจิน เธอ เธอเป็นยังไงบ้างแล้วล่ะ"

ในขณะที่จี้หวยหนานกำลังก้มหน้า นึกไม่ออกว่าจะบอกเล่าสถานการณ์ของเจินเจินในตอนนี้ให้แม่ฟังอย่างไรดี จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงเล็กๆ ที่แหบพร่าดังขึ้นมา

จี้หวยหนานถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ

จากนั้น เขาก็รู้สึกได้ว่ามือของแม่ที่เขากุมเอาไว้ กำลังบีบมือเขาตอบ เสียงแหบพร่านั้นก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง "เจินเจิน เป็นอะไรไป..."

จี้หวยหนานค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ก็เห็นว่าแม่ที่นอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่บนเตียงมานานถึงสองสามปี บัดนี้ได้ลืมตาขึ้นมาแล้ว

จี้หวยหนานเอาแต่เหม่อลอย เขากลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะตาฝาดไป กลัวว่าตัวเองจะคาดหวังมากจนเกินไปจนเกิดภาพหลอนขึ้นมา

ภาพเหตุการณ์เช่นนี้ ทุกครั้งที่เขามานั่งอยู่ข้างเตียงของแม่ เขาล้วนเคยจินตนาการถึงมันมาแล้วทั้งสิ้น

จินตนาการว่าในขณะที่เขากำลังนวดให้แม่ แม่ก็จะฟื้นขึ้นมา

จินตนาการว่าในขณะที่เขากำลังพูดคุยกับแม่ แม่ก็สามารถตอบโต้เขากลับมาได้ในประโยคถัดไป

แต่ตอนนี้…

"แม่ แม่ฟื้นแล้วหรือ?"

"แม่ฟื้นแล้วจริงๆ ด้วย!"

สิ้นเสียงสองประโยคนี้ น้ำตาของจี้หวยหนานก็ไหลรินลงมา

ลูกผู้ชายมีน้ำตาไม่หลั่งรินง่ายๆ หากไม่ถึงจุดที่ปวดใจจริงๆ

จี้หวยหนานไม่ใช่คนที่ชอบร้องไห้ฟูมฟาย แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้มามากเพียงใด เขาก็ไม่เคยหลั่งน้ำตาออกมาเลยแม้แต่หยดเดียว

ครั้งที่หลั่งน้ำตาซึ่งมีเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ครั้งแรกคือตอนที่น้องสาวถูกลักพาตัวไป ครั้งที่สองคือตอนที่ผู้เป็นพ่อประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไป และครั้งที่สามคือตอนที่ได้รับรู้ว่าแม่หกล้มจนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ขณะที่กำลังรู้สึกเวทนาในชะตากรรมของตัวเอง

และ... ก็คือตอนนี้…

มีข่าวคราวของเจินเจินที่แน่ชัดแล้ว แถมแม่ของเขาก็ยังฟื้นขึ้นมาแล้วด้วย

และในเวลานี้เอง โจวชูเฟินก็มีท่าทีตกตะลึงไปเช่นกัน

เธอมองดูลูกชายที่ดูเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าภาพจำครั้งสุดท้ายที่เธอเคยพบเจออยู่มากโข และมองดูทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายในห้อง

โจวชูเฟินเองก็ดีใจจนน้ำตาไหลเช่นกัน

เธอฟื้นแล้วหรือ?

เธอฟื้นขึ้นมาแล้วจริงๆ!

ดีจังเลย ช่างดีเหลือเกิน!

ทว่า โจวชูเฟินก็ยังคงห่วงใยเรื่องราวของบุตรสาวมากที่สุด เธอจึงรีบคว้าแขนของจี้หวยหนานเอาไว้แน่น แล้วเอ่ยถามว่า "อาหนาน เมื่อกี้ลูกบอกว่าน้องสาวของลูกเป็นอะไรไปหรือ เธอใช่ว่า ใช่ว่าสถานการณ์จะไม่ค่อยสู้ดีนักใช่ไหม"

โจวชูเฟินเอ่ยถามด้วยความระมัดระวัง เธอรู้สึกเป็นกังวลมาก แต่ก็ฝืนบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ลง อย่างน้อยการที่มีข่าวคราวของเจินเจินที่แน่ชัดแล้ว ก็นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีแล้ว

"แม่ แม่ใจเย็นๆ ก่อนนะ เดี๋ยวผมจะค่อยๆ เล่าให้ฟัง" จี้หวยหนานประคองแม่ให้ลุกขึ้นมานั่งพิงเตียง แล้วหยิบหมอนมารองหนุนไว้ที่ด้านหลังของเธอ

ตอนนี้ จี้หวยหนานก็มั่นใจแล้วว่าข้อสันนิษฐานของตนเองก่อนหน้านี้ถูกต้อง

สติสัมปชัญญะของแม่ยังคงอยู่ครบถ้วนมาโดยตลอด ดังนั้นไม่ว่าเขาจะพูดอะไร แม่ก็รับรู้ได้ทั้งหมด

ดังนั้นในตอนนี้ พอได้ยินข่าวคราวของเจินเจิน แม่จึงมีอารมณ์ตื่นเต้นดีใจจนสามารถฟื้นขึ้นมาได้ในทันที

 (นิยายเรื่องนี้มีให้อ่านแบบ Exclusive เฉพาะในแคมเปญบุฟเฟต์นิยายแปล Nirand Books เท่านั้น)

สำหรับนักอ่านที่อยากสนับสนุนผลงานแปลถูกลิขสิทธิ์เรื่อง ภารกิจผลาญสมบัติสามียุค 80

สามารถสมัครสมาชิกบุฟเฟต์นิยายแปลได้ที่เว็บ

Nirand Books (คลิกที่นี่)

ที่นี่ที่เดียว! จ่าย 159 บาท แต่ได้สิทธิ์เก็บนิยายเรื่องโปรดไว้อ่านแบบ "ถาวร" ตลอดชีพ แม้ไม่ได้เป็นสมาชิกแล้ว

ความคุ้มค่าที่จะได้รับ

  • เข้าถึงนิยายทุกเรื่องของสำนักพิมพ์นิรันดร์บุ๊คส์
  • อ่านฟรีตลอดไป: กลับมาฟินนิยายเรื่องโปรดซ้ำตอนไหนก็ได้ แม้จะไม่ได้ต่ออายุสมาชิกแล้ว
  • นิยายเข้าใหม่ทุกสัปดาห์: จบแล้วทุกเรื่อง ไม่ต้องอ่านแล้วค้างคาให้หงุดหงิดใจ

คุ้มกว่าซื้อ E-Book! สายอ่านห้ามพลาด

bc2eb0c0400e60cb1154fda100a66fda.jpg

สมัครเลยที่

Nirand Books (คลิกที่นี่)

หรือ

ผ่านแอดมิน Page Facebook : Nirand Books (คลิกที่นี่)

Thai Edition Copyright © 2026 Nirand Books

Licensed by Beijing Houji Information Technology Co., Ltd. (Fanqie Novel) All rights reserved.

*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้ทีมงาน Nirand Books ***