LNCrawler

ตกลง

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

ตกลง

"สหายอวิ๋นซู หากพวกเราแต่งงานกัน ผมจะเป็นคนดูแลแม่ของผมเอง ส่วนงานบ้านต่างๆ ขอแค่ผมอยู่บ้าน ผมก็จะทำทั้งหมดครับ"

"อาการป่วยของแม่ ผมเองก็รู้ดี ต่อให้หลังจากนี้จะเกิดเหตุไม่คาดฝันอะไรขึ้น ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับคุณทั้งสิ้น"

จี้หวยหนานกลัวเหลือเกินว่าเสิ่นอวิ๋นซูจะเข้าใจผิด คิดว่าที่เขาแต่งเธอเข้าบ้านเป็นเพียงเพื่อแก้เคล็ด หรือเพื่อหาคนมาช่วยดูแลแม่เท่านั้น

มันไม่ใช่แบบนั้นเลย

แม่คือความรับผิดชอบของเขา ไม่ใช่ความรับผิดชอบของภรรยา

เขาตั้งใจที่จะค่อยๆ ปลูกฝังความรู้สึกดีๆ ร่วมกับเสิ่นอวิ๋นซู เขาต้อง... ต้องทำให้เธอหันมาชอบเขาให้ได้ จากนั้นเราสองคนก็จะมีลูกที่น่ารักด้วยกันสักสองสามคน

เสิ่นอวิ๋นซูพยักหน้า เธอค่อนข้างพอใจกับท่าทีของจี้หวยหนานในตอนนี้ แต่ว่า…

"สหายจี้หวยหนาน ฉันเองก็มีบางเรื่องที่ต้องบอกคุณไว้ล่วงหน้าเหมือนกันค่ะ"

"สหายอวิ๋นซู คุณพูดมาได้เลยครับ!" จี้หวยหนานทำหน้าขึงขังจริงจัง ท่าทีตั้งใจฟังอย่างเต็มที่

"ฉันไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่ชอบอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน คอยปรนนิบัติสามีและเลี้ยงดูลูกหรอกนะคะ ฉันมีงานของตัวเอง ต่อให้แต่งงานไปแล้ว ฉันก็จะทำงานต่อไป ตอนนี้ฉันเป็นเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสมรสอยู่ที่สำนักงานเขต แต่ในอนาคตฉันจะต้องขยับขยายไปในทิศทางอื่นอย่างแน่นอน"

ความหมายของเสิ่นอวิ๋นซูนั้นชัดเจนมาก หากจะให้เธอแต่งงานแล้วต้องลาออกจากงาน เพื่ออยู่บ้านเป็นแม่บ้านที่แสนดีเพียงอย่างเดียวล่ะก็ ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด

"และอีกอย่าง ฉันเป็นคนที่มีมาตรฐานเรื่องความรักสูงมากค่ะ"

"สามีของฉัน ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือจิตใจ จะต้องมีแค่ฉันเพียงคนเดียวเท่านั้น ต้องรู้จักขอบเขต มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว มีปัญหาอะไรก็ต้องหันหน้าเข้าหากันและพูดคุยกัน ฉันไม่ยอมรับการทำสงครามเย็นหรือการเพิกเฉยเย็นชาใส่กันเด็ดขาดค่ะ"

"แน่นอนว่าหากวันหนึ่งหมดรักกันแล้ว ฉันยอมรับการหย่าร้างได้ แต่ฉันจะไม่ยอมรับการนอกใจและการทรยศหักหลังค่ะ"

"ตอนนี้เรื่องที่ฉันนึกออกก็มีเท่านี้แหละค่ะ"

พูดจบ เสิ่นอวิ๋นซูก็จ้องมองจี้หวยหนาน เพื่อรอคอยคำตอบจากเขา

ทางด้านจี้หวยหนานไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาตอบกลับทันทีว่า "สหายอวิ๋นซู หลังแต่งงานแล้ว คุณจะทำงานหรือไม่ทำงาน ล้วนเป็นการตัดสินใจของคุณครับ หากคุณเลือกที่จะทำงาน ผมจะสนับสนุนคุณอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่หากคุณไม่ทำงาน ผมก็จะเป็นคนรับผิดชอบเลี้ยงดูครอบครัว เลี้ยงดูภรรยาและลูกๆ เอง"

"ส่วนเรื่องความรัก..."

จู่ๆ จี้หวยหนานก็ลุกขึ้นยืนตรง แล้วทำวันทยหัตถ์ให้เสิ่นอวิ๋นซู ท่ามกลางความตกตะลึงของหญิงสาว เธอก็ได้ยินเขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า

"ผม จี้หวยหนาน ขอสาบานด้วยศรัทธาของผม ว่าจะปฏิบัติต่อการแต่งงานและความรัก เฉกเช่นเดียวกับศรัทธาที่ผมมี นั่นคือความซื่อสัตย์ภักดีอย่างถึงที่สุดครับ!"

เมื่อพูดจบ จี้หวยหนานก็นั่งลงดังเดิม แววตาของเขาอ่อนโยนลง "ดังนั้น สหายอวิ๋นซู สิ่งที่คุณกังวล ไม่ว่าจะเป็นการนอกใจ การทรยศหักหลัง หรือการเพิกเฉยเย็นชา จะไม่มีวันเกิดขึ้นแน่นอนครับ"

"ขอเพียงแค่สิ่งที่คุณพูดมีเหตุผล ผมก็จะเชื่อฟังคุณทุกอย่าง"

เสิ่นอวิ๋นซูแกล้งเย้าแหย่ว่า "แล้วถ้าฉันพูดไม่มีเหตุผลล่ะคะ"

เห็นได้ชัดว่าจี้หวยหนานคิดไม่ถึงว่าเสิ่นอวิ๋นซูจะมีมุมเจ้าเล่ห์แสนซนแบบนี้ด้วย แต่เขาก็ตอบกลับอย่างจริงจังว่า "ขอเพียงไม่ทรยศต่อประเทศชาติและประชาชน ไม่ขัดต่อหลักศีลธรรมอันดีงาม สิ่งที่ภรรยาพูดก็ถือว่ามีเหตุผลทั้งหมดครับ"

เสิ่นอวิ๋นซูหลุดขำออกมาอีกครั้ง นั่นก็หมายความว่า ต่อให้ไม่มีเหตุผลก็กลายเป็นมีเหตุผลได้ อย่างน้อยๆ สำหรับจี้หวยหนานแล้ว มันก็คือสิ่งที่มีเหตุผล

รอยยิ้มของเสิ่นอวิ๋นซู งดงามราวกับดอกไม้ที่ผลิบานในฤดูใบไม้ผลิ และสว่างไสวราวกับแสงตะวันที่สาดส่องลงบนหิมะขาวสะอ้าน ทำให้จี้หวยหนานที่เผลอมองถึงกับตาค้างไปอีกรอบ

เสิ่นอวิ๋นซูเงยหน้าขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง พลางลอบด่าในใจว่า 'พ่อคนซื่อบื้อเอ๊ย'

"ในเมื่อเป็นแบบนี้... สหายจี้หวยหนานคะ เรื่องการแต่งงานนี้ ฉันตกลงค่ะ"

"อ้อ คุณตกลงแล้ว... ห๊ะ อะไรนะ คะ...คุณตกลงแล้วเหรอ!" ตอนแรกจี้หวยหนานยังตั้งสติไม่ทัน แต่เมื่อเขารู้สึกตัว ดวงตาก็เบิกกว้างเป็นประกายวาบ สายตาร้อนแรงจับจ้องไปที่ร่างของเสิ่นอวิ๋นซู เขาตื่นเต้นดีใจเสียจนแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้เพราะคำตกลงของเธอ ทั้งที่ในสายตาของคนอื่น เขาคือผู้ชายที่เคร่งขรึมและไม่ค่อยยิ้มแย้ม แต่ในเวลานี้เขากลับทำตัวเหมือนเด็กหนุ่มวัยรุ่น แถมยังฉีกยิ้มกว้างจนปากแทบฉีกถึงรูหู

ท่าทางของเขาทำให้เสิ่นอวิ๋นซูอดหัวเราะตามไม่ได้ หมอนี่ทำไมถึงทำหน้าตาเหมือนลูกชายปัญญาอ่อนของเศรษฐีที่ดินแบบนี้นะ

"ฉันตกลงแล้ว คุณดีใจขนาดนั้นเลยเหรอคะ"

"ดีใจ ดีใจสิ ดีใจมากเลยครับ!" จี้หวยหนานรีบตอบกลับอย่างรวดเร็ว "งะ... งั้นผมขอเรียกคุณว่า ซูซู ได้ไหมครับ"

"ได้สิคะ"

จี้หวยหนานยิ่งมีความสุขมากขึ้นไปอีก

"พวกเธอสองคนคุยกันเป็นยังไงบ้างจ๊ะ" ตอนนั้นเองป้าฮวาก็เดินออกมาพอดี ถึงแม้จะบอกว่าต้องปล่อยให้หนุ่มสาวได้มีเวลาพูดคุยทำความรู้จักกัน แต่ก็ปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปไม่ได้

"คุณป้าครับ ผมกับซูซูบรรลุข้อตกลงร่วมกันแล้วครับ!" ป้าฮวายังไม่ทันจะได้นั่งลง จี้หวยหนานก็รีบชิงตอบขึ้นมาก่อน

ป้าฮวาทั้งฉิวทั้งขำ พูดจาอะไรกัน บรรลุข้อตกลงร่วมกันอะไรเนี่ย คนที่ไม่รู้คงนึกว่าจี้หวยหนานกำลังรายงานผลการปฏิบัติงานอยู่แน่ๆ

"เสี่ยวซู หนูตกลงเรื่องงานแต่งแล้วเหรอจ๊ะ"

เสิ่นอวิ๋นซูไม่ได้เล่นตัว "ใช่ค่ะ ฉันคิดว่าสหายจี้หวยหนานเป็นคนดีไม่เลวเลยค่ะ!"

จี้หวยหนาน: ซูซูบอกว่าผมเป็นคนดีไม่เลวเลยล่ะ!

"ดีๆๆ รู้สึกว่าดีก็ดีแล้ว! ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีจริงๆ"

ในเมื่อเสิ่นอวิ๋นซูตอบตกลงแล้ว เรื่องราวหลังจากนี้ก็จัดการได้ง่ายขึ้นมาก

ป้าฮวาบอกว่าด้วยอาการของแม่จี้ จึงอยากให้งานแต่งงานจัดขึ้นภายในครึ่งเดือนนี้ แน่นอนว่าเรื่องสินสอดทองหมั้น รวมถึงของสี่อย่าง (จักรยาน นาฬิกาข้อมือ จักรเย็บผ้า และวิทยุ) จะไม่มีวันขาดตกบกพร่องสำหรับเสิ่นอวิ๋นซูอย่างเด็ดขาด

ด้วยเวลาที่ค่อนข้างกระชั้นชิด จี้หวยหนานจึงรู้สึกผิดอยู่บ้าง

แต่เขาก็ให้คำมั่นสัญญาว่า ขั้นตอนประเพณีใดๆ ที่ควรมีก็จะไม่มีวันขาดหาย และสิ่งใดที่ควรมอบให้เสิ่นอวิ๋นซู เขาก็จะหามาให้ครบทุกอย่าง

เสิ่นอวิ๋นซูรู้สึกว่าไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ในเมื่อตัดสินใจจะแต่งงานกับจี้หวยหนานแล้ว เรื่องระยะเวลาจะสั้นหรือยาวก็ไม่สำคัญ

ส่วนเรื่องจดทะเบียนสมรส เอาไว้รอหลังงานเลี้ยงฉลองแต่งงานค่อยไปจดก็ยังได้

ในเมื่อดูตัวกันเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว เสิ่นอวิ๋นซูก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องรั้งอยู่ที่นี่ต่อ

ทว่า ก่อนจะกลับ เสิ่นอวิ๋นซูได้เข้าไปเยี่ยมแม่จี้ในห้อง เธออาศัยจังหวะที่จี้หวยหนานเผลอ แอบนำยาวิเศษเม็ดนั้นยัดเข้าไปในปากของแม่จี้

ระหว่างทาง เสิ่นอวิ๋นซูได้ฟังเรื่องราวจากป้าฮวามาแล้ว แม่ของจี้หวยหนาน หรือก็คือว่าที่แม่สามีของเธอ เป็นคนดีคนหนึ่ง หล่อนไม่สมควรต้องมาด่วนจากไปแบบนี้

อีกอย่าง ต่อให้จะไม่ใช่ด้วยเหตุผลนี้ เสิ่นอวิ๋นซูก็ไม่อาจปล่อยให้แม่จี้ต้องตายในคืนเข้าหอของลูกชายและลูกสะใภ้เหมือนในพล็อตเรื่องเดิมได้

ถ้าเป็นไปได้ เธอหวังว่าแม่จี้จะฟื้นขึ้นมาก่อนงานแต่งงานของเธอกับจี้หวยหนานจะเริ่มขึ้น ถ้าเป็นแบบนั้น มันก็จะส่งผลดีต่อชื่อเสียงของเธอด้วย

ต้องรู้ไว้ว่า ในชาติก่อนของเสิ่นอวิ๋นซิ่ว ทันทีที่เธอแต่งงานกับจี้หวยหนาน แม่จี้ก็สิ้นใจในคืนนั้นเลย เมื่อข่าวแพร่สะพัดออกไป นอกจากจี้หวยหนานแล้ว ทุกคนต่างก็มองว่าเสิ่นอวิ๋นซิ่วเป็นตัวซวย ตัวกาลกิณีที่กินสามีและครอบครัว!

ถึงแม้เสิ่นอวิ๋นซูจะไม่ได้สนใจเรื่องชื่อเสียงอะไรมากมายนัก แต่มีชื่อเสียงที่ดีย่อมดีกว่ามีชื่อเสียงที่ฉาวโฉ่อยู่แล้ว

แน่นอนว่าเสิ่นอวิ๋นซูก็คิดเผื่อไว้ล่วงหน้าอีกชั้นหนึ่ง แม่จี้เป็นคนเลี้ยงดูจี้หวยหนานมาตั้งแต่ยังแบเบาะ แม่เลี้ยงเดี่ยวที่เลี้ยงลูกชายมาเพียงลำพังแบบนี้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือลูกชายอาจโตมาเป็นพวกลูกแหง่ติดแม่ ส่วนคนเป็นแม่ก็จะพึ่งพาและหวงลูกชายจนเกินเหตุ คิดว่าลูกสะใภ้คือคนที่มาแย่งลูกชายของเธอไป

วันนี้ได้เจอกับจี้หวยหนาน เธอรู้สึกว่าเขาไม่ใช่พวกติดแม่ ส่วนแม่จี้จะเป็นคนแบบนั้นหรือไม่ ตอนนี้ก็ยังพูดยาก

แต่ก็ไม่เป็นไร เรื่องนี้เอาไว้รอแม่จี้ฟื้น แล้วค่อยๆ ศึกษาเรียนรู้นิสัยกันไปก็ยังไม่สาย หากหล่อนเป็นคนแบบนั้นจริงๆ ถึงตอนนั้นเธอเองก็คงหาทางรับมือได้อยู่แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น เธอนึกถึงภารกิจที่สองที่ระบบรักและทุ่มเทในหน้าที่การงานมอบหมายให้ รางวัลของมันสามารถทำให้คนที่เรากำหนดมีระดับความรู้สึกดีต่อเธอเพิ่มขึ้น 30% แถมยังคงอยู่ไปตลอดชีวิตอีกด้วย

บางทีไอเทมชิ้นนี้อาจจะได้นำมาใช้กับแม่สามีของเธอก็เป็นได้

รอดูสถานการณ์ไปก่อนก็แล้วกัน