LNCrawler

บทที่ 89 หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง!

ขอบคุณน้องสาวที่ยกสามีสุดประเสริฐคนนี้ให้! ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 89 หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง!

[ โฮสต์ ความจริงแล้วต่อให้คุณดื่มน้ำแกงเมล็ดบัวชามนี้ไปก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ปริมาณยาที่หลงเหลืออยู่จากยารักษาได้ร้อยโรคที่คุณกินเข้าไปก่อนหน้านี้ ยังสามารถปกป้องรักษาร่างกายของคุณต่อไปได้อย่างต่อเนื่องถึง 100 ปี ]

เสิ่นอวิ๋นซู : !!!

หมายความว่ายังไง?

หรือว่าเป็นเพราะยาเม็ดที่กินเข้าไปก่อนหน้านี้ ทำให้ตอนนี้ร่างกายของเธอต้านทานพิษได้ทุกชนิดแล้วอย่างนั้นเหรอ

เป็นแบบนี้ใช่ไหม

เสิ่นอวิ๋นซูเอ่ยถามระบบ

[ ในทางทฤษฎี สามารถกล่าวเช่นนั้นได้ครับ ]

ซี๊ด!

เสิ่นอวิ๋นซูสูดลมหายใจเข้าลึก

เดิมทีเธอคิดว่ายาเม็ดนั้น เป็นแค่ยารักษาโรคหัวใจของร่างกายนี้ให้หายขาดในครั้งเดียวเสียอีก คิดไม่ถึงเลยว่าปริมาณยาที่หลงเหลืออยู่ จะยังสามารถปกป้องร่างกายนี้ต่อไปได้อีกตั้ง 80 ปี

100 ปี ก็สามารถประคองให้เธอมีชีวิตอยู่ได้จนถึงอายุ 100 กว่าปีแล้ว

นั่นก็หมายความว่า ในอีก 100 ปีข้างหน้า ร่างกายของเธอก็คือร่างกายที่ต้านทานพิษได้ทุกชนิดแล้วน่ะสิ

สรรพคุณของยาเม็ดนี้ช่างร้ายกาจจริงๆ

เสิ่นอวิ๋นซูอดคิดถึงยาอีกเม็ดหนึ่งไม่ได้

ถ้าอย่างนั้นสรรพคุณของยาเม็ดนั้นก็เหมือนกับของเธอด้วยใช่ไหม สามารถปกป้องร่างกายไปได้ถึง 100 ปี และทำให้ร่างกายต้านทานพิษได้ทุกชนิดเหมือนกันด้วยหรือเปล่า?

[ ใช่ครับ ] ระบบให้คำตอบที่แน่ชัดโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

ความรู้สึกของเสิ่นอวิ๋นซูค่อนข้างซับซ้อน ไม่ใช่ว่าเธอเสียใจที่เอายาเม็ดนั้นไปให้แม่สามีในอนาคตหรอกนะ เพียงแต่รู้สึกทึ่งกับสรรพคุณของมันต่างหาก

[ ระบบ งั้นเลือดของฉันคงไม่ได้มีสรรพคุณต้านพิษได้ทุกชนิด จนเอาไปใช้ช่วยชีวิตคนได้ด้วยหรอกใช่ไหม ]

[ อันนั้นไม่มีครับ ]

เสิ่นอวิ๋นซูถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่มีก็ดีแล้ว

เธอละกลัวจริงๆ ว่าถ้าหากมีขึ้นมา แล้วเกิดมีคนรู้เข้า เธอถูกจับไปเป็นหนูทดลองจะทำยังไง

แต่ทว่าในเมื่อร่างกายของเธอสามารถต้านทานพิษได้ทุกชนิดแล้ว ถ้าอย่างนั้นน้ำแกงเมล็ดบัวชามนี้ที่อยู่ตรงหน้า…

"ในเมื่อเธอพูดมาขนาดนี้แล้ว ถ้าฉันปฏิเสธก็คงจะดูไม่ดีสินะ" เสิ่นอวิ๋นซูเอ่ย

เดิมทีเสิ่นอวิ๋นซิ่วเห็นเสิ่นอวิ๋นซูเอาแต่เงียบ ไม่ยอมพูดอะไรออกมาเสียที เธอยังแอบกลัวว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธอยู่เลย

คิดไม่ถึงว่า เสิ่นอวิ๋นซูจะยอมตกลงจริงๆ

"แต่ว่า วันนี้ไม่ใช่แค่วันแต่งงานของฉันคนเดียว แต่เป็นวันแต่งงานของเธอด้วยเหมือนกัน น้ำแกงเมล็ดบัวนี้มีความหมายดีขนาดนี้ จะให้ฉันดื่มคนเดียวได้ยังไงกัน"

"เอาอย่างนี้ไหม เรามาแบ่งกันดื่มคนละครึ่งดีกว่า" เสิ่นอวิ๋นซูเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบางๆ

เสิ่นอวิ๋นซิ่ว : ......

เธอจะไปดื่มน้ำแกงเมล็ดบัวที่ใส่ยาลงไปแล้วได้ยังไงล่ะ เธออยากเห็นเสิ่นอวิ๋นซูขายหน้า ไม่ได้อยากให้ตัวเองขายหน้าเสียหน่อย

"ทำไมล่ะน้องสาว หรือว่าเธอไม่อยากดื่ม ถ้างั้นฉันดื่มสองในสาม ส่วนเธอดื่มหนึ่งในสามดีไหม"

"ถ้าแบ่งแบบนี้แล้วเธอยังไม่ยอมตกลงอีกล่ะก็ งั้นฉันก็ไม่ดื่มแล้วนะ"

ถึงอย่างไร ท่าทีของเสิ่นอวิ๋นซูก็หนักแน่นมาก ไม่แบ่งกันดื่มแบบนี้ก็คือไม่ดื่มเลย

เสิ่นอวิ๋นซิ่วเริ่มลังเล

ถ้าแค่หนึ่งในสาม เธอควรจะดื่มดีไหมนะ

แต่ถ้าดื่มเข้าไป เธอจะต้องท้องเสียแน่ๆ

แต่ดูจากท่าทางของเสิ่นอวิ๋นซูแล้ว ถ้าเธอไม่ดื่ม เสิ่นอวิ๋นซูก็คงไม่ยอมดื่มเหมือนกัน

ไม่ได้สิ เธอจะต้องทำให้เสิ่นอวิ๋นซูดื่มให้ได้!

จู่ๆ เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็นึกขึ้นมาได้ว่า ที่บ้านของเธอดูเหมือนจะมียาแก้ท้องเสียอยู่…

น้ำแกงเมล็ดบัวแค่หนึ่งในสาม ฤทธิ์ยาคงจะไม่รุนแรงเท่าไหร่หรอกมั้ง ที่สำคัญคือหลังจากที่เธอดื่มเข้าไปแล้ว ก็แค่รีบกลับไปกินยาที่บ้าน แบบนั้นก็คงไม่เป็นอะไรหรอก

ส่วนทางฝั่งเสิ่นอวิ๋นซูน่ะหรือ

ยานี้ไม่ได้ออกฤทธิ์เร็วขนาดนั้น เสิ่นอวิ๋นซูย่อมไม่มีทางนึกถึงเรื่องกินยาดักไว้ก่อนหรอก และที่บ้านของเธอก็ใช่ว่าจะมียาเตรียมไว้ด้วย

อีกอย่าง น้ำแกงเมล็ดบัวชามนี้ เธอได้เพิ่มปริมาณยาลงไปเยอะพอสมควรเลยด้วย

ถึงจะออกฤทธิ์ค่อนข้างช้า แต่ผลลัพธ์รับรองว่ายอดเยี่ยมแน่นอน

เธอแค่อยากจะรอคอยดูเสิ่นอวิ๋นซูต้องขายหน้าตอนที่จี้หวยหนานมารับตัวเจ้าสาวก็เท่านั้น

เพราะฉะนั้น…

ดื่มก็ดื่ม

"ในเมื่อพี่พูดมาขนาดนี้แล้ว งั้นก็แบ่งกันดื่มแบบที่พี่ว่าก็แล้วกันค่ะ"

"ได้สิ" เสิ่นอวิ๋นซูคิดไม่ถึงเลยว่าเสิ่นอวิ๋นซิ่วจะยอมตกลงจริงๆ เธอแอบนับถือในความใจกล้าของเสิ่นอวิ๋นซิ่วอยู่เหมือนกัน

ในเมื่อเสิ่นอวิ๋นซิ่วใจกล้าถึงเพียงนี้ เธอก็ย่อมต้องสนองความต้องการให้อย่างแน่นอน

ด้วยเหตุนี้ เสิ่นอวิ๋นซูจึงหันหลังเดินไปหยิบชามออกมาจากในบ้านหนึ่งใบ

แล้วเทน้ำแกงเมล็ดบัวออกจากชามของเสิ่นอวิ๋นซิ่วมาสองในสามส่วน

"น้องสาว น้ำแกงเมล็ดบัวนี่ใกล้จะเย็นหมดแล้ว ดูท่าคงไม่ต้องใช้ช้อนแล้วล่ะมั้ง งั้นเรามาดื่มรวดเดียวให้หมดเลยดีไหม"

"เรามาดื่มพร้อมกันเลยดีกว่า"

เดิมทีเสิ่นอวิ๋นซิ่วอยากจะดิ้นรนหาทางออกอีกสักหน่อย ลองดูว่าจะปล่อยให้เสิ่นอวิ๋นซูดื่มไปก่อนได้ไหม ส่วนในชามของเธอก็หาข้ออ้างผัดผ่อนไปก่อน บอกว่าจะเอากลับไปดื่มที่บ้าน

แต่ตอนนี้เสิ่นอวิ๋นซูกลับพูดดักทางมาแบบนี้

มันเป็นการปิดตายคำพูดของเธอไปเสียสนิท

ก็ได้ ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ดื่มมันเสียเลย

ถ้าไม่ยอมเข้าถ้ำเสือ ก็คงไม่ได้ลูกเสือ

เสิ่นอวิ๋นซูยกชามน้ำแกงเมล็ดบัวขึ้นจ่อที่ริมฝีปาก สายตาจับจ้องไปที่เสิ่นอวิ๋นซิ่ว ทำท่าทางราวกับว่ากำลังรอให้เสิ่นอวิ๋นซิ่วเป็นฝ่ายดื่มก่อน แล้วตัวเธอถึงจะดื่มตาม

เสิ่นอวิ๋นซิ่วไม่มีทางเลือกอื่น ทำได้เพียงหลับหูหลับตาดื่มลงไป

เสิ่นอวิ๋นซูก็ไม่ได้ผิดคำพูด เธอดื่มน้ำแกงลงไปเช่นเดียวกัน

ในระหว่างที่ดื่ม เสิ่นอวิ๋นซูก็แอบทอดถอนใจอยู่เงียบๆ ว่า หากไม่ได้มียาผสมอยู่ รสชาติของน้ำแกงเมล็ดบัวชามนี้ก็นับว่าอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว

ในระหว่างที่เสิ่นอวิ๋นซิ่วกำลังดื่ม เธอก็คิดในใจว่าแค่จิบไปนิดเดียวก็พอ แล้วคอยดูว่าเสิ่นอวิ๋นซูได้ดื่มหรือเปล่า

หากเสิ่นอวิ๋นซูดื่มจนหมดก่อน ส่วนที่เหลือเธอก็ไม่จำเป็นต้องดื่มแล้ว

แต่ทว่าเธอรู้สึกว่าเสิ่นอวิ๋นซูนั้นเจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว

ดื่มไปอึกหนึ่งก็ยังต้องคอยจ้องมองเธอ และบังคับให้เธอต้องดื่มเข้าไปจริงๆ อีกอึกหนึ่งด้วยเช่นกัน

ไม่อย่างนั้นเสิ่นอวิ๋นซูก็จะไม่ยอมดื่มต่อ

เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เสิ่นอวิ๋นซิ่วจึงทำได้เพียงกัดฟันดื่มต่อไป

ดังนั้นไปๆ มาๆ เสิ่นอวิ๋นซิ่วก็เผลอดื่มน้ำแกงเมล็ดบัวหนึ่งในสามส่วนที่เหลืออยู่ในชามจนหมดเกลี้ยงโดยไม่รู้ตัว

เสิ่นอวิ๋นซิ่ว : !!!

ดื่มหมดไปได้ยังไงเนี่ย

เสิ่นอวิ๋นซิ่วรีบหันขวับไปมองเสิ่นอวิ๋นซูทันที

เสิ่นอวิ๋นซูไม่ได้หลอกลวงเสิ่นอวิ๋นซิ่ว เธอคว่ำชามให้เสิ่นอวิ๋นซิ่วดู

เมื่อเสิ่นอวิ๋นซิ่วเห็นชามที่ว่างเปล่าไม่มีน้ำแกงหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่หยดเดียว ในที่สุดเธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เสิ่นอวิ๋นซูยอมดื่มก็ดีแล้ว

ดื่มเข้าไปแล้ว ทีนี้ก็รอแค่ให้ยาออกฤทธิ์แล้วดูเธอขายหน้าก็พอ

"งั้นพี่คะ ในเมื่อน้ำแกงเมล็ดบัวก็ดื่มหมดแล้ว ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ"

เสิ่นอวิ๋นซิ่วรีบร้อนอยากจะกลับไปหายากิน

เธอจะต้องกินยาก่อนที่อาการจะกำเริบ เพื่อระงับฤทธิ์ยาเอาไว้ให้ได้

"ได้สิ" เสิ่นอวิ๋นซูไม่ได้รั้งตัวเอาไว้ ทำเพียงมองดูเสิ่นอวิ๋นซิ่วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง!

เสิ่นอวิ๋นซิ่ว คอยดูเถอะว่าเดี๋ยวเธอจะโชคดีพอที่จะหลบพ้นแผนการของตัวเองได้หรือเปล่า

"พี่อวิ๋นซู พี่ไม่น่าดื่มน้ำแกงของเธอเลยนะคะ ถ้าเกิดเธอใส่อะไรสกปรกๆ ลงไปในนั้นจะทำยังไงล่ะคะ" โจวเสี่ยวหมิ่นเดินเข้ามาใกล้แล้วเอ่ย

โจวเสี่ยวหมิ่นได้รับรู้เรื่องราวความสัมพันธ์และความบาดหมางระหว่างเสิ่นอวิ๋นซูกับเสิ่นอวิ๋นซิ่วมาจากหลัวเวยเวยแล้ว

โจวเสี่ยวหมิ่นที่อาศัยอยู่ในชนบทมาหลายปี ไม่ใช่ผู้หญิงใสซื่อบริสุทธิ์ เธอรู้ซึ้งเป็นอย่างดีว่า คนบางคนเพื่อโควตาหน้าที่การงาน เพื่อผู้ชาย เพื่อเงินตราและคูปอง หรือเพื่อโควตานักศึกษาชาวนาและกรรมกร ฯลฯ หรือแม้กระทั่งแค่ความอิจฉาริษยาเพียงอย่างเดียว ก็สามารถวางแผนทำร้ายคนอื่นได้อย่างหน้าไม่อายแล้ว

และคนที่ถูกทำร้ายนั้น หากไม่ฉลาดหลักแหลมพอ ก็จะถูกทำร้ายจนถึงขั้นเรียกร้องความเป็นธรรมจากใครไม่ได้เลยจริงๆ

ดังนั้น เมื่อครู่นี้ตอนที่เสิ่นอวิ๋นซูตอบตกลงว่าจะดื่มน้ำแกงเมล็ดบัวชามนั้น โจวเสี่ยวหมิ่นที่อยู่ด้านหลังจึงแอบกระตุกชายเสื้อของเสิ่นอวิ๋นซูเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณเตือนไม่ให้เธอดื่มมันลงไป

เสิ่นอวิ๋นซูคิดไม่ถึงเลยว่าสัญชาตญาณและการสังเกตการณ์ของโจวเสี่ยวหมิ่นจะเฉียบแหลมถึงเพียงนี้

แล้วก็ถูกอย่างที่เธอพูดจริงๆ เสียด้วย

เสิ่นอวิ๋นซิ่วแอบใส่อะไรบางอย่างลงไปในน้ำแกงเมล็ดบัวชามนั้นจริงๆ

แต่ทว่า…

"เสี่ยวหมิ่น เสิ่นอวิ๋นซิ่วเป็นคนยังไง เธอรู้ ฉันก็รู้ การที่เธอยกน้ำแกงเมล็ดบัวชามนั้นมา ย่อมต้องไม่ประสงค์ดีอยู่แล้ว"

โจวเสี่ยวหมิ่นสงสัย ในเมื่อรู้ทั้งรู้ แล้วทำไมยังดื่มมันอีกล่ะคะ

เสิ่นอวิ๋นซูหัวเราะเบาๆ แล้วเอ่ยว่า "เธอวางใจเถอะ ฉันมีแผนของฉันอยู่แล้ว ถ้าหากในนั้นมีแผนการร้ายซ่อนอยู่จริงๆ ล่ะก็ คนที่ต้องรับเคราะห์จะไม่ใช่ฉันหรอก แต่จะเป็นตัวเสิ่นอวิ๋นซิ่วเองต่างหาก"

ดวงตาของโจวเสี่ยวหมิ่นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ราวกับเริ่มเข้าใจในความหมายของเสิ่นอวิ๋นซูขึ้นมาลางๆ

"ได้ยินพี่อวิ๋นซูพูดแบบนี้ ฉันก็เบาใจแล้วค่ะ" นั่นสินะ คนที่ฉลาดปราดเปรื่องอย่างเสิ่นอวิ๋นซู จะต้องมองออกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จะต้องให้เธอมาคอยเตือนทำไมกันล่ะ