LNCrawler

มองข้ามไหล่ #11

ข้าไม่ได้ติดค้างท่าน — novel.dek d.com · All chapters

มองข้ามไหล่ #11

ตอนที่ 5 มองข้ามไหล่

ถานไถจิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทุ้มกังวานน่าฟัง พลางให้คนรับใช้ยกกล่องไม้บรรจุใบชาชั้นดีไปวางไว้บนโต๊ะ

“ใต้เท้าถานเกรงใจเกินไปแล้ว” อวี้เหวินหลิงลุกขึ้นประสานมือรับตามมารยาท แม้เขาจะไม่ค่อยชอบสุงสิงกับพวกขุนนางฝ่ายบุ๋น แต่สำหรับถานไถจิ้งนั้นมีความพิเศษอยู่ส่วนหนึ่ง เพราะเมื่อห้าปีก่อน ถานไถจิ้งเคยเป็นสหายผู้พี่ที่ซ่านโหรวให้ความเคารพนับถือ และในพิธีศพของโหรวเอ๋อ ถานไถจิ้งก็เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่มาร่วมไว้อาลัยด้วยความโศกเศร้าอย่างแท้จริง

“ได้ยินว่าคดีของใต้เท้าหวังมีความคืบหน้าไปมากแล้ว ท่านซื่อจื่อช่างปรีชาสามารถยิ่งนัก” ถานไถจิ้งแย้มยิ้มอ่อนโยน แต่แล้วแววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นเศร้าหมองลงเล็กน้อย “จริงสิ เมื่อเช้านี้ข้าน้อยได้ยินข่าวลือหนาหูจากพวกคนในจิ่นอีเว่ยว่า ท่านซื่อจื่อได้ไปนำตัว เอ่อ คุณหนูรองตระกูลซ่าน ซ่านเสวี่ยอิ๋งมาจากสุสานไร้ญาติเพื่อช่วยตรวจศพ เรื่องนี้เป็นความจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

เมื่อได้ยินชื่อซ่านเสวี่ยอิ๋ง สีหน้าของอวี้เหวินหลิงก็เย็นชาลงทันที “เป็นความจริง นางเป็นเพียงทาสต้องโทษที่ข้านำตัวมาใช้งานเท่านั้น ใต้เท้าถานถามถึงสตรีชั่วช้าผู้นั้นด้วยเหตุใด”

ถานไถจิ้งถอนหายใจยาว ดวงตาฉายแววเวทนาสงสารอย่างสุดซึ้ง

“เฮ้อ...ท่านซื่อจื่อ แม้เมื่อห้าปีก่อน เสวี่ยอิ๋งจะทำผิดมหันต์ที่ทรยศตระกูลเพื่อเอาตัวรอด จนทำให้คุณหนูใหญ่โหรวเอ๋อและท่านหมอซ่านต้องตายอย่างอนาถ แต่ถึงอย่างไรในตอนนั้นนางก็เพิ่งจะอายุเพียงสิบขวบ คงจะทำไปเพราะความขลาดกลัว ข้าน้อยเห็นแก่มิตรภาพที่เคยมีต่อตระกูลซ่าน หากท่านซื่อจื่อใช้งานนางเสร็จแล้ว ได้โปรดละเว้นชีวิตน้อย ๆ ของนางสักครั้งเถิดนะพ่ะย่ะค่ะ ถือเสียว่าทำบุญให้กับดวงวิญญาณของคุณหนูใหญ่โหรวเอ๋อ”

ทุกถ้อยคำของถานไถจิ้งฟังดูเปี่ยมไปด้วยความเมตตาและให้อภัย ทว่าเนื้อความกลับจงใจตอกย้ำคำว่าทรยศตระกูลและทำให้โหรวเอ๋อต้องตายลงในใจของอวี้เหวินหลิงอย่างแนบเนียนที่สุด

และก็เป็นไปตามคาด มือหนาของอวี้เหวินหลิงกำเข้าหากันแน่น เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ

“ทำบุญให้กับโหรวเอ๋อหรือ?” อวี้เหวินหลิงแค่นเสียงเย็น “ใต้เท้าถานมีจิตใจเมตตาเกินไปแล้ว! สิ่งเดียวที่จะทำให้วิญญาณของโหรวเอ๋อสงบสุขได้ คือการให้สตรีสารเลวผู้นั้นต้องอยู่อย่างทรมานยิ่งกว่าตาย! เมื่อคืนนี้นางเพิ่งจะกรีดแขนตัวเองเพื่อเล่นละครตบตาข้า คนเจ้ามารยาเช่นนั้นไม่คู่ควรกับความสงสารของใต้เท้าแม้แต่น้อย!”

ถานไถจิ้งแสร้งทำสีหน้าตกใจ “กรีดแขนตัวเองหรือพ่ะย่ะค่ะ? โถ ไม่นึกเลยว่าห้าปีในสุสานไร้ญาติจะทำให้นางเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ หากเป็นไปได้ ข้าน้อยขออนุญาตลงไปดูอาการของนางสักหน่อยจะได้หรือไม่ อย่างน้อยข้าน้อยก็พอมีความรู้เรื่องการรักษาอยู่บ้าง...”

“ในเมื่อใต้เท้าถานอยากจะเห็นความน่าสมเพชของนางด้วยตาตัวเอง ข้าก็จะพาไปดู”

อวี้เหวินหลิงสะบัดชายเสื้อคลุม ลุกขึ้นเดินนำออกจากห้องโถงมุ่งหน้าลงไปยังคุกใต้ดินทันที โดยมีถานไถจิ้งเดินตามหลังมาอย่างสำรวม

ในมุมที่อวี้เหวินหลิงมองไม่เห็น รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าของถานไถจิ้งพลันเหือดหายไปชั่วพริบตา ดวงตาที่เคยอบอุ่นเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบและมืดมนดุจห้วงเหว

เมื่อคืนนี้ องครักษ์เงาที่เขาส่งเข้าไปทำลายหลักฐานในศพของหวังเจิ้ง หนีกลับมาด้วยสภาพเส้นเอ็นขาซ้ายขาดสะบั้น และรายงานว่ามีเด็กสาวในห้องเก็บศพแอบหักกระดูกซี่โครงชิ้นที่สลักชื่อของเขาเอาไว้

แต่เมื่อครู่ อวี้เหวินหลิงกลับบอกว่าซ่านเสวี่ยอิ๋งกรีดแขนตัวเองเพื่อเล่นละคร และไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องที่มีคนบุกรุกหรือเรื่องกระดูกซี่โครงเลยแม้แต่คำเดียว

นั่นหมายความว่า ซ่านเสวี่ยอิ๋งยังไม่ได้มอบกระดูกชิ้นนั้นให้อวี้เหวินหลิง

การที่เขาถ่อมาถึงจิ่นอีเว่ยตั้งแต่เช้าตรู่ในวันนี้ ก็เพื่อมาตรวจสอบให้แน่ใจ และหากสบโอกาส เขาก็จะใช้ผงพิษไร้ร่องรอยที่ซ่อนอยู่ในเล็บมือ สังหารปิดปากนังเด็กนั่นให้กลายเป็นศพที่ตายเพราะพิษบาดแผลไปเสียเลย

ไม่นานนัก เสียงไขกุญแจและเสียงผลักประตูเหล็กของห้องเก็บศพชั้นในสุดก็ดังขึ้นอีกครั้ง

ครืด…

กลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้นและไอเย็นยะเยือกพวยพุ่งออกมาปะทะใบหน้าของผู้มาเยือน ถานไถจิ้งยกแขนเสื้อขึ้นปิดจมูกเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของคนรักความสะอาด ในขณะที่อวี้เหวินหลิงก้าวเข้าไปด้านในด้วยสีหน้าเรียบตึง

ทว่าภาพที่ปรากฏแก่สายตา กลับทำให้ฝีเท้าของอวี้เหวินหลิงชะงักงันไปในทันที

ที่มุมห้องข้างฐานแท่นหิน ซ่านเสวี่ยอิ๋งไม่ได้นอนร้องไห้คร่ำครวญและไม่ได้สิ้นสติอย่างที่เขาคิด นางกำลังนั่งขัดสมาธิ ตัวตรงแน่วแน่ แม้ใบหน้าจะขาวซีดจนแทบโปร่งแสงและริมฝีปากจะเป็นสีม่วงคล้ำจากความหนาวเหน็บ แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับลืมโพลง สว่างไสวและเยือกเย็น

ที่ต้นแขนขวาของนาง เสื้อผ้าป่านที่ฉีกขาดเผยให้เห็นรอยแผลสด ๆ ยาวสี่ชุ่นที่ถูกเย็บติดกันด้วยเส้นไหมสีดำอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับตะขาบตัวใหญ่ คราบเลือดแห้งกรังเกาะอยู่รอบฝีเข็ม บ่งบอกชัดเจนว่านางใช้เข็มเย็บศพ เย็บเนื้อสด ๆ ของตนเองในความมืดโดยไม่มียาชา

โม่เฟิงที่เดินตามเข้ามาเห็นรอยเย็บนั้นถึงกับสูดหายใจเข้าลึกด้วยความสยดสยอง “สวรรค์ นางเย็บแผลตัวเองด้วยเข็มเย็บศพหรือนั่น!”