LNCrawler

บทนำ #2

ข้าไม่ได้ติดค้างท่าน — novel.dek d.com · All chapters

บทนำ #2

วันที่ตระกูลซ่านถูกประหาร มีหนังสือสารภาพผิดที่ประทับรอยนิ้วมือของนางปรากฏอยู่ในจิ่นอีเว่ย บ่งบอกว่านางคือผู้เปิดประตูหลังจวนให้มือสังหารและเป็นพยานชี้ตัวบิดาบุญธรรมของตนเองเพื่อแลกกับการละเว้นโทษตาย

และในคืนนั้นซ่านโหรวพี่สาวบุญธรรมของนางซึ่งเป็นคู่หมั้นหมายในวัยเยาว์ของอวี้เหวินหลิง ก็ได้สิ้นใจตายอยู่ในกองเพลิง

“ท่านซื่อจื่ออุตส่าห์ลดตัวมาเหยียบสุสานไร้ญาติในยามวิกาล คงไม่ใช่เพียงเพื่อมารำลึกความหลังกับคนต่ำต้อยเช่นข้ากระมัง” ซ่านเสวี่ยอิ๋งเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ดวงตาของอวี้เหวินหลิงวูบไหวด้วยเพลิงโทสะเมื่อเห็นท่าทีไม่ยี่หระของนาง เขาก้าวพรวดเดียวเข้ามาประชิดตัว มือหนาที่สวมถุงมือหนังสัตว์สีดำพุ่งเข้าบีบคางมนของนางอย่างแรงจนกระดูกแทบแหลกคามือ บังคับให้ใบหน้าเล็กแหงนเงยขึ้นสบตากับเขา

“รำลึกความหลังหรือ?” อวี้เหวินหลิงเค้นเสียงลอดไรฟัน ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะผิวหน้าเย็นเฉียบของนาง “ทุกวันที่ข้าลืมตาตื่น ข้าได้แต่ภาวนาให้เจ้าตายอย่างทรมานยิ่งกว่าที่โหรวเอ๋อต้องเจอ! สตรีเลือดเย็นที่สังหารได้แม้กระทั่งบิดาและพี่สาวผู้มีพระคุณเช่นเจ้า การปล่อยให้เน่าตายอยู่ในสุสานแห่งนี้มันง่ายดายเกินไป!”

ความเจ็บปวดแล่นปราดขึ้นมาจากปลายคาง แต่ซ่านเสวี่ยอิ๋งกลับไม่หลบสายตา นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดำขลับของอวี้เหวินหลิง เห็นเงาสะท้อนของตนเองที่บิดเบี้ยวอยู่ในความเกลียดชังของเขา

“เช่นนั้น ท่านซื่อจื่อต้องการสิ่งใด” นางถามซ้ำ น้ำเสียงไม่สั่นเครือแม้แต่น้อย

อวี้เหวินหลิงสะบัดมือออกอย่างแรงจนร่างผอมบางเซถลาไปกระแทกกับขอบโต๊ะไม้ โครงกระดูกที่วางอยู่ร่วงกราวลงพื้นกระจัดกระจาย เขายกผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นเช็ดถุงมือของตนเองราวกับเพิ่งสัมผัสสิ่งปฏิกูล ก่อนจะโยนผ้าผืนนั้นทิ้งลงบนกองขี้เถ้า

“เมื่อสองชั่วยามก่อน รองเสนาบดีกรมอาญาหวังเจิ้งถูกพบเป็นศพในเรือนพักของตนเอง” อวี้เหวินหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “คนร้ายถลกหนังของเขาออกทั้งเป็นตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แล้วนำฟางแห้งยัดเข้าไปในโครงกระดูกแทนที่เนื้อหนัง อู่จั้วผู้ตรวจศพประจำจิ่นอีเว่ยสามคนตรวจดูศพแล้ว ต่างลงความเห็นตรงกันว่าไม่พบร่องรอยยาพิษและไม่สามารถระบุเวลาตายที่แน่ชัดได้”

เพียงได้ยินชื่อหวังเจิ้งรูม่านตาของซ่านเสวี่ยอิ๋งก็หดแคบลงชั่วอึดใจ ก่อนจะกลับคืนสู่ความว่างเปล่าดังเดิม

หวังเจิ้ง หนึ่งในขุนนางผู้ร่วมลงนามตัดสินคดีล้างตระกูลซ่านเมื่อห้าปีก่อน

“ท่านต้องการให้ข้าไปตรวจศพใต้เท้าหวัง?” ซ่านเสวี่ยอิ๋งถามกลับ ขณะค่อยๆ ย่อตัวลงเก็บกระดูกท่อนแขนที่ตกพื้นขึ้นมาวางบนโต๊ะตามเดิมอย่างใจเย็น

“ข้าไม่ได้มาขอร้อง แต่ข้ามาออกคำสั่ง” อวี้เหวินหลิงปรายตามองนางอย่างเหยียดหยาม “ในเมื่อเจ้ามีวิชาผ่าศพสกปรกๆ ที่ลักลอบเรียนมาจากตำราตระกูลซ่าน ก็จงนำมันมารับใช้จิ่นอีเว่ยเสียตั้งแต่วันนี้ ในฐานะทาสรับใช้ต้องโทษของข้า”

เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังนาง เงาร่างสูงใหญ่ทาบทับร่างเล็กจนมิดชิด เสียงทุ้มกระซิบลงข้างใบหูที่เย็นเฉียบของนางอย่างโหดเหี้ยม

“จำใส่กะโหลกของเจ้าไว้ ซ่านเสวี่ยอิ๋ง ชีวิตของเจ้าเป็นของข้า หากเจ้าไขคดีนี้ไม่ได้ ข้าจะสั่งโบยเจ้าจนกว่าเนื้อจะหลุดจากกระดูก และต่อให้เจ้าไขคดีได้ ข้าก็จะเก็บเจ้าไว้ข้างกาย คอยเหยียบย่ำให้เจ้าต้องชดใช้หนี้เลือดของโหรวเอ๋อไปจนกว่าข้าจะพอใจ!”

“ทหาร! คุมตัวนางไปที่จิ่นอีเว่ย เดี๋ยวนี้!”

สิ้นเสียงคำสั่ง องครักษ์สองนายก็พุ่งเข้ามาจับแขนทั้งสองข้างของนางไพล่หลังแล้วสวมโซ่ตรวนเหล็กเย็นยะเยือกเข้าที่ข้อมือทันที ซ่านเสวี่ยอิ๋งไม่ได้ดิ้นรนขัดขืน นางเพียงแต่หันกลับไปมองถาดเครื่องมือตรวจศพของตนเอง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“หากไม่ให้นำมีดและเข็มของข้าไปด้วย ต่อให้ท่านซื่อจื่อแล่เนื้อข้าออกเป็นหมื่นชิ้น ศพของใต้เท้าหวังก็คงไม่ยอมอ้าปากบอกความจริงแก่ท่านหรอกนะเจ้าคะ”

อวี้เหวินหลิงขมวดคิ้วแน่นด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะสะบัดหน้าส่งสัญญาณให้ลูกน้องกวาดหีบเครื่องมือของนางตามมา

ขณะถูกฉุดกระชากลากถูออกจากกระท่อมผุพังท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ ซ่านเสวี่ยอิ๋งก้มหน้าลงซ่อนใบหน้าไว้ใต้เงาผมที่ยุ่งเหยิง มุมปากที่ซีดเซียวของนางค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ทั้งมืดมนและเยือกเย็นยิ่งกว่าหิมะในยามราตรี