LNCrawler

กระชากผ้าคลุม #6

ข้าไม่ได้ติดค้างท่าน — novel.dek d.com · All chapters

กระชากผ้าคลุม #6

ซ่านเสวี่ยอิ๋งยืนนิ่งอยู่ข้างแท่นหินหยกเย็นท่ามกลางความเงียบสงัด นางค่อย ๆ ถอดถุงมือกระเพาะหมูออก เผยให้เห็นฝ่ามือที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำจากความหนาวเย็นและพิษเก่าที่สะสมอยู่ในร่าง

นางไม่ได้สนใจคำพูดถากถางของอวี้เหวินหลิงแม้แต่น้อย ดวงตาดำขลับก้มลงมองเศษขี้ผึ้งที่ติดอยู่ปลายเล็บของตนเอง

หอคณิกาไร้เงา และเขาซีซาน

ผู้ที่ลงมือสังหารหวังเจิ้งอย่างโหดเหี้ยมด้วยการถลกหนังยัดฟาง แท้จริงแล้ว คือคนของถานไถจิ้งที่ต้องการกำจัดหวังเจิ้งเพื่อปิดปากเรื่องเมื่อห้าปีก่อน แต่กลับจงใจจัดฉากให้ดูเหมือนเป็นการแก้แค้นของคนที่รอดชีวิตจากตระกูลซ่าน เพื่อโยนความผิดและเบี่ยงเบนความสนใจของจิ่นอีเว่ย

“คิดจะฆ่าปิดปากสุนัขรับใช้ตัวเอง แล้วโยนความผิดมาให้ข้าอย่างนั้นหรือ”

ซ่านเสวี่ยอิ๋งพึมพำกับความมืด ริมฝีปากซีดเซียวคลี่ยิ้มเย็นเยียบ

“ในเมื่อพวกเจ้าอุตส่าห์ส่งเบาะแสมาให้ถึงมือ ข้าก็จะช่วยให้พวกเจ้าได้กัดกันเองจนตายไปข้างหนึ่งก็แล้วกัน”

ไอเย็นยะเยือกจากผนังห้องน้ำแข็งที่อยู่ติดกันซึมผ่านแผ่นศิลาสีดำเข้ามาในห้องเก็บศพชั้นในสุดอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ซ่านเสวี่ยอิ๋งผ่อนลมหายใจออก จะปรากฏกลุ่มควันสีขาวจาง ๆ ลอยฟุ้งขึ้นในอากาศอันมืดสลัว

ภายในห้องสี่เหลี่ยมคับแคบไร้หน้าต่าง มีเพียงตะเกียงน้ำมันดวงเล็กที่แขวนอยู่ข้างประตู เปลวไฟขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียวส่องแสงริบหรี่ ทอดเงาของแท่นหินเรียงรายหกเตียงให้ดูราวกับโลงศพที่เปิดอ้า บนเตียงเหล่านั้นมีร่างไร้วิญญาณที่คลุมด้วยผ้าดิบสีขาวนอนนิ่งอยู่สี่ร่าง และเตียงตรงกลางห้องก็คือซากศพไร้หนังของหวังเจิ้งที่เพิ่งถูกเข็นเข้ามาเก็บไว้พร้อมกับนาง

ไม่มีตั่งไม้ ไม่มีเสื่อฟาง และไม่มีถ่านไฟแม้แต่ก้อนเดียวตามคำสั่งอันเด็ดขาดของอวี้เหวินหลิง

ซ่านเสวี่ยอิ๋งนั่งพิงมุมกำแพงหินที่แห้งที่สุดในห้อง นางดึงชายเสื้อผ้าป่านเนื้อหยาบที่ขาดวิ่นเข้ามากระชับรอบกาย สองแขนกอดเข่าไว้แน่นเพื่อรักษาความอบอุ่นอันน้อยนิด ทว่าความหนาวเหน็บจากพื้นหินใต้ดินกลับแล่นปราดขึ้นมาตามฝ่าเท้า ทะลุทะลวงเข้าไปถึงจุดตันเถียนที่พังทลาย

อึก

เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นในลำคอที่แห้งผาก เส้นเลือดบริเวณขมับของดรุณีน้อยเริ่มปูดโปนขึ้นเป็นเส้นสีม่วงคล้ำ พิษเหมันต์กลืนกระดูกที่นางถูกกรอกใส่ปากในคืนวันล้างตระกูลเมื่อห้าปีก่อน ยังคงตกค้างอยู่ในไขกระดูกและเส้นลมปราณที่ฉีกขาด ทุกครั้งที่ร่างกายต้องเผชิญกับความหนาวจัด พิษร้ายจะตื่นตัวและกัดกินอวัยวะภายในราวกับมีหนอนนับพันตัวกำลังชอนไช

เหงื่อเย็นเฉียบผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากขาวซีด ริมฝีปากของนางสั่นระริกจนต้องขบเม้มไว้แน่นจนได้รสคาวเลือด แผ่นหลังบางที่มีรอยแผลเป็นจากไฟไหม้ขนาดใหญ่เสียดสีกับผนังหินเย็นเฉียบ ความปวดร้าวทั้งเก่าและใหม่ผสมปนเปกันจนแทบจะกระชากสติของนางให้หลุดลอย

ทว่าในดวงตากลมโตที่หรี่ปรือคู่นั้น กลับไม่มีน้ำตาไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว

ห้าปีก่อน นางร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด อ้อนวอนขอความเมตตาจากสวรรค์และผู้คนจนเสียงแหบแห้ง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความตายของบิดาบุญธรรมและคนในตระกูลสามร้อยกว่าชีวิต นับตั้งแต่วันที่นางคลานออกมาจากกองซากศพในสุสานไร้ญาติ ซ่านเสวี่ยอิ๋งก็สาบานกับตนเองว่า น้ำตาคือสิ่งไร้ค่าที่สุดในโลกหล้า

มือเรียวเล็กที่สั่นเทาค่อย ๆ ล้วงเข้าไปในสาบเสื้อ ดึงเข็มเงินยาวสองชุ่นออกมาสามเล่ม นางกัดฟันแน่น ก่อนจะปักเข็มเงินทั้งสามลงบนจุดชีพจรสำคัญบริเวณหน้าอกและข้อมือของตนเองอย่างแม่นยำ เพื่อสกัดกั้นการไหลเวียนของพิษไม่ให้แล่นเข้าสู่หัวใจ

เมื่อเข็มเงินปักลึกถึงจุด ลมหายใจที่ติดขัดก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง อาการกระตุกเกร็งของกล้ามเนื้อทุเลาลงไปครึ่งหนึ่ง

แต่ในชั่วพริบตาที่นางกำลังจะหลับตาลงเพื่อปรับลมหายใจนั้นเอง

แกรก

เสียงหินเสียดสีกันเบา ๆ ดังขึ้นมาจากทางช่องลมด้านบนเพดาน เป็นเสียงที่แผ่วเบายิ่งกว่าเสียงหนูวิ่ง หากเป็นคนทั่วไปหรือแม้แต่องครักษ์ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเหล็กหนาหนักย่อมไม่มีทางได้ยิน แต่สำหรับซ่านเสวี่ยอิ๋งที่ต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงท่ามกลางฝูงหมาป่าและโจรปล้นสุสานมาตั้งแต่อายุสิบขวบ หูของนางไวต่อเสียงผิดปกติยิ่งกว่าสัตว์ป่า

ซ่านเสวี่ยอิ๋งไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย นางยังคงนั่งกอดเข่าซบหน้าลงกับหัวเข่าในท่าเดิม ลมหายใจถูกปรับให้แผ่วเบาและเชื่องช้าราวกับคนกำลังหลับใหล ทว่ามือขวาที่ซ่อนอยู่ใต้ชายเสื้อกลับเลื่อนไปกุมด้ามมีดสั้นผ่าศพที่เหน็บไว้ข้างเอวอย่างเงียบกริบ

บนเพดานสูงเหนือเตียงศพของหวังเจิ้ง แผ่นหินปิดช่องลมถูกเลื่อนออกอย่างช้า ๆ เงาร่างสีดำทะมึนสายหนึ่งโรยตัวลงมาด้วยวิชาตัวเบาอันยอดเยี่ยม ปลายเท้าของคนผู้นั้นแตะลงบนพื้นศิลาโดยไร้เสียงราวกับใบไม้ร่วง

กลิ่นหอมจาง ๆ ของกำยานดอกมู่หลาน ผสมกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นสาบของหญ้าคลุมวิญญาณลอยมากระทบจมูกของซ่านเสวี่ยอิ๋ง

คนผู้นี้คือมือสังหารที่ถลกหนังหวังเจิ้ง