จรดคาง #7
จรดคาง #7
ตอนที่ 3 จรดคาง
เงาดำในชุดรัดกุมปิดหน้าปิดตาไม่แม้แต่จะหันมามองดรุณีที่นั่งขดตัวอยู่มุมห้อง ในสายตาของยอดฝีมือ ทาสต้องโทษตัวเล็กผอมโซที่ไร้ซึ่งลมปราณยุทธ์และกำลังนอนหนาวสั่นอยู่ตรงนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับมดปลวกที่ใกล้ตายตัวหนึ่ง เป้าหมายเดียวของการลอบเข้ามาในจิ่นอีเว่ยที่แน่นหนาในคืนนี้ คือซากศพของหวังเจิ้ง
มือสังหารก้าวประชิดแท่นหิน ดึงกริชสีดำสนิทออกมาจากฝัก แล้วง้างมือขึ้นหมายจะแทงทะลุเข้าไปในโพรงกระดูกหน้าอกของศพหวังเจิ้ง จุดที่ซ่อนความลับชิ้นสุดท้ายที่เขาลืมทำลายทิ้งเมื่อคืนวาน
ขวับ!
ยังไม่ทันที่ปลายกริชจะได้สัมผัสโครงกระดูก แสงสีเงินสายหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศออกจากมุมมืดของห้องด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
ฉึก!
เข็มเงินอาบยาชาปักเข้าที่จุดชวีฉือบริเวณข้อศอกขวาของมือสังหารอย่างแม่นยำ แม้คนร้ายจะมีวรยุทธ์สูงส่งและเกร็งกำลังภายในต้านทานไว้ได้ทันท่วงที แต่แขนข้างที่ถืออาวุธก็ยังเกิดอาการชาหนึบไปชั่วขณะจนกริชในมือแฉลบพลาดเป้า กรีดลงบนขอบแท่นหินจนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบ
ดวงตาภายใต้ผ้าคลุมหน้าของมือสังหารเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขารีบสะบัดหน้าหันไปมองที่มุมห้องทันที
ทว่าที่ตรงนั้นกลับว่างเปล่าไร้เงาคน
“หาสิ่งนี้อยู่หรือ”
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดังขึ้นจากด้านหลังแท่นหินอีกฝั่งหนึ่ง
ซ่านเสวี่ยอิ๋งอาศัยจังหวะที่คนร้ายเสียจังหวะ พุ่งตัวกลิ้งหลบไปอยู่หลังแท่นหินที่วางศพไร้ญาติอีกศพหนึ่ง ในมือซ้ายของนางชูเศษกระดูกซี่โครงซี่ที่สี่ของหวังเจิ้ง ซึ่งนางแอบหักและซ่อนเอาไว้ตั้งแต่ตอนตรวจศพเมื่อหัวค่ำขึ้นมาให้ดู
บนผิวด้านในของกระดูกซี่โครงท่อนนั้น มีรอยสลักด้วยเข็มขนาดเล็กเป็นอักษรสองตัวที่อ่านได้ว่าถานไถ
หวังเจิ้งรู้ตัวว่าจะถูกฆ่าปิดปาก จึงได้แอบใช้เข็มสลักชื่อของผู้บงการไว้ที่ด้านในกระดูกซี่โครงของตนเองผ่านทางบาดแผลเก่าที่หน้าอก และคนร้ายเพิ่งจะนึกขึ้นได้หลังจากที่ศพถูกนำมาที่จิ่นอีเว่ยแล้ว
“นังเด็กสารเลว! รนหาที่ตาย!”
มือสังหารคำรามเสียงต่ำในลำคอ แววตาฉายแววอำมหิตสุดขีด เขาไม่เสียเวลาใช้แขนขวาที่ยังชาอยู่ แต่เปลี่ยนมาใช้มือซ้ายคว้ากริชแล้วทะยานร่างข้ามเตียงศพ พุ่งเข้าใส่ซ่านเสวี่ยอิ๋งด้วยความเร็วที่มองตามแทบไม่ทัน คมกริชสีดำเล็งตรงเข้าที่ลำคอระหงหมายจะปาดให้ขาดสะบั้นในดาบเดียว
ซ่านเสวี่ยอิ๋งรู้ดีว่าตนเองไร้กำลังภายใน หากปะทะตรง ๆ นางย่อมกลายเป็นศพไร้หัวในพริบตา
ดรุณีร่างเล็กไม่ถอยหนี แต่กลับออกแรงถีบแท่นหินที่อยู่ตรงหน้าอย่างสุดแรงเกิด พร้อมกับใช้สองมือจับผ้าดิบคลุมศพกระชากสะบัดขึ้นไปกลางอากาศ
พรึ่บ!
ซากศพที่เริ่มเน่าเปื่อยและผ้าดิบผืนใหญ่ลอยคว้างขึ้นไปขวางวิถีของมือสังหาร กลิ่นเหม็นเน่าและน้ำเหลืองสาดกระจายออกบดบังสายตา คมกริชของคนร้ายจึงฟันฉับเข้าใส่ร่างของศพไร้ญาติแทนที่จะเป็นลำคอของนาง
ในจังหวะที่มือสังหารชะงักเพราะคมกริชติดอยู่ในกระดูกของศพ ซ่านเสวี่ยอิ๋งก็มุดลอดใต้แท่นหิน พุ่งเข้าประชิดช่วงล่างของศัตรูราวกับอสรพิษในเงามืด
มือขวาที่กำมีดสั้นผ่าศพตวัดกรีดเข้าที่ข้อพับขาของมือสังหารอย่างแม่นยำและเหี้ยมโหด
ฉัวะ!
แม้ชุดของมือสังหารจะทอจากไหมเหนียวพิเศษ แต่มีดผ่าศพของตระกูลซ่านที่ตีจากเหล็กกล้าผสมหินกลับคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน มันกรีดผ่านเนื้อผ้าและตัดเส้นเอ็นขาข้างซ้ายของคนร้ายจนขาดสะบั้น เลือดสด ๆ พุ่งกระฉูดออกมาทันที
“อ๊าก!”
มือสังหารร้องหลงออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างสูงใหญ่เสียหลักทรุดฮวบลงคุกเข่าข้างหนึ่ง แต่ด้วยสัญชาตญาณดิบของนักฆ่าที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน เขายอมทิ้งกริชแล้วตวัดฝ่ามือซ้ายที่อัดแน่นไปด้วยกำลังภายใน ซัดเข้าใส่ไหล่ซ้ายของซ่านเสวี่ยอิ๋งเต็มแรง
ผัวะ คมกริชที่หลุดจากมือยังตวัดเฉี่ยวเข้าที่ต้นแขนขวาของนางเป็นแผลลึก
ร่างผอมบางของซ่านเสวี่ยอิ๋งปลิวกระเด็นไปตามแรงฝ่ามือ แผ่นหลังกระแทกเข้ากับผนังศิลาสีดำอย่างจังจนเกิดเสียงดังทึบ เลือดสด ๆ คำโตพุ่งออกจากริมฝีปากเล็ก อาบย้อมคางและสาบเสื้อจนแดงฉาน มีดผ่าศพกระเด็นหลุดจากมือ ต้นแขนขวาถูกคมกริชบาดลึกจนเห็นเนื้อสีขาวด้านใน เลือดไหลทะลักออกมาอาบแขนเสื้อ
ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นไปทั่วสรรพางค์กาย ซ้ำร้ายแรงกระแทกเมื่อครู่ยังทำให้เข็มเงินที่นางปักสกัดพิษไว้หลุดกระเด็นออก พิษเหมันต์ในร่างกายและอาการบาดเจ็บภายในตีรวนขึ้นมาพร้อมกันจนตาของนางพร่าเลือน
มือสังหารกัดฟันพยุงร่างที่ขาซ้ายใช้งานไม่ได้ลุกขึ้นยืน ดวงตาแดงก่ำจ้องมองดรุณีที่กองอยู่กับพื้นด้วยความแค้นเคือง เขาไม่คิดเลยว่าตนเองจะต้องมาเสียท่าให้กับเด็กสาวไร้ลมปราณยุทธ์เช่นนี้
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะก้าวเข้าไปสังหารนางให้สิ้นซาก เสียงฝีเท้าหนัก ๆ นับสิบคู่และเสียงเกราะเหล็กกระทบกันก็ดังสนั่นมาจากทางเดินด้านนอก
“มีเสียงดังมาจากห้องเก็บศพ! รีบเปิดประตูเร็วเข้า!”
มือสังหารหน้าเปลี่ยนสีทันที เขารู้ว่าหากอวี้เหวินหลิงและองครักษ์จิ่นอีเว่ยบุกเข้ามาในสภาพที่เขาบาดเจ็บที่ขาเช่นนี้ เขาย่อมไม่มีทางหนีรอดไปได้แน่ คนร้ายมองดูเศษกระดูกซี่โครงในมือซ้ายของซ่านเสวี่ยอิ๋งที่กำไว้แน่นอย่างชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจถอยร่น ใช้แขนทั้งสองข้างดึงร่างของตนเองโหนกลับขึ้นไปทางช่องลมด้านบน แล้วเลื่อนแผ่นหินปิดทับอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ประตูเหล็กจะถูกเปิดออกเพียงชั่วพริบตา