LNCrawler

พระธิดาลับ #10

ข้าก็แค่เป็นฮองเฮามาสี่ร้อยปี — novel.dek d.com · All chapters

พระธิดาลับ #10

เรือนขององค์ชายใหญ่นั้น เป็นเรือนใหญ่ตั้งอยู่หน้าสุดในพื้นที่จวนสี่ประสาน ในเรือนมีห้องนอนแยกสองห้องพอดี

ครั้นได้ยินจ้าวถงบอกว่าได้จัดเรือนรับรองด้านตะวันตกไว้แล้ว ทั้งยังคัดสาวใช้มาดูแลครบถ้วน มู่อิ่นเช่อพลันเอ่ยกับกู้เฟิ่ง “เปิ่นกงจะอยู่กับเจ้า”

องค์ชายใหญ่ผู้ไม่เคยยอมให้ผู้ใดเข้าใกล้เริ่มหน้านิ่วคิ้วขมวดก้มมองเด็กน้อยที่ทำตัวประหนึ่งลูกลิง เสียงที่กำลังจะเปล่งคำว่า ไม่ได้ กลับติดอยู่แค่ลำคอ

พ่อบ้านจ้าวลอบมองเจ้านายเพื่อรอคำสั่ง

หลังเดินไปได้ร่วมสิบเก้าก้าว กู้เฟิ่งถอนหายใจออกมา “จัดห้องตะวันตกในเรือนหลักให้นาง”

พ่อบ้านลอบมองเด็กที่ไม่ยอมลงจากอ้อมแขนแล้วเข้าใจทันที เขารีบส่งคนย้ายเครื่องนอนเข้าเรือนหลัก

เรือนของกู้เฟิ่งกว้างขวางแต่เรียบง่าย ห้องอุ่นคั่นระหว่างห้องนอนของเขาทางตะวันออกกับห้องตะวันตก บัดนี้ห้องว่างมีเตียงไม้หลังเล็กตั้งอยู่แล้ว

กู้เฟิ่งวางเจ้าก้อนแป้งลงที่ห้องอุ่น นางยังเกาะชายเสื้อเขา พลางมองประเมินประตูสองด้าน แล้วเอ่ยถาม “ห้องใดเป็นของเจ้า”

เขาชี้ไปทางตะวันออก

นางชี้ตาม “เช่นนั้นเปิ่นกงพักห้องนั้น”

กู้เฟิ่งส่ายหน้า “ไม่ได้ นั่นห้องนอนข้า”

มู่อิ่นเช่อเชิดหน้าขึ้น “ก็นั่นแหละ เปิ่นกงจะพักกับเจ้า”

กู้เฟิ่งเป็นบุรุษซ้ำยังไม่ได้แต่งงาน ไม่เคยเลี้ยงหลาน มีหรือจะยอมให้เด็กคนหนึ่งมาอยู่ด้วย แต่เขาไม่อยากพูดจารุนแรงกลัวว่าจะไปทำร้ายจิตใจจนนางร้องไห้ขึ้นมาอีก เขาจึงอธิบายอย่างใจเย็น “ห้องตะวันตกเป็นของเจ้า ประตูด้านในเปิดถึงกัน หากมีเรื่องใดเจ้าสามารถเรียกข้าได้”

มู่อิ่นเช่อหน้างอ รีบเดินนับระยะจากประตูหนึ่งไปอีกประตูหนึ่งให้เขาดู ได้ทั้งหมดสิบเก้าก้าว ก่อนจะหันกลับมาประกาศ “ตั้งสิบเก้าก้าวเชียวนะ”

กู้เฟิ่งเดินจากประตูตะวันออกมาหานาง “ข้าเดินแค่สิบสองก้าว”

มู่อิ่นเช่อชี้เท้าเขาอย่างขัดใจ “ขาเจ้ายาวกว่า จะเอาจำนวนก้าวของเจ้ามาเทียบได้อย่างไร เจ้าเอาเปรียบเปิ่นกง”

พ่อบ้านจ้าวยืนรออยู่ข้างฉาก มือประคองถาดกุญแจไว้ ยังไม่กล้าตัดสินว่าควรนำหีบเสื้อผ้าไปวางห้องใด

กู้เฟิ่งย่อตัวลงตรงหน้าเด็ก “ประตูนี้จะเปิดไว้ ชิงหลัวอยู่ด้วย หากเจ้าตื่นแล้วไม่เห็นข้า ให้นางพามาหา ไม่ต้องออกเดินคนเดียว”

มู่อิ่นเช่อได้ยินเช่นนั้นก็หน้างอ ท้ายที่สุดนางจำต้องยอมพักในห้องที่เขาจัดให้

พ่อบ้านจ้าวพาเด็กสาวนางหนึ่งมาแนะนำ นางคือสาวใช้ชื่อชิงหลัว อายุสิบหกปี หน้าตาหมดจดสะอาดสะอ้าน เมื่อมู่อิ่นเช่อเห็นอีกฝ่าย ภาพของใครบางคนในอดีตก็ผุดขึ้นมาในความรู้สึก นางจึงยอมรับชิงหลัวได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังยอมให้สาวใช้ผู้นี้เข้าใกล้

หลังอาหารเย็น มู่อิ่นเช่อถูกพาไปห้องตะวันตก ชิงหลัวปูที่นอนหลังฉาก ประตูเชื่อมห้องอุ่นเปิดค้างไว้ ตะเกียงตลอดทางถูกจุดครบทุกดวง

มู่อิ่นเช่อนอนนิ่ง กระทั่งได้ยินเสียงประตูห้องตะวันออกปิดลง

บานหน้าต่างส่งเสียงลั่นยามลมพัด คล้ายมีคนเดินอยู่ด้านนอก นางรอให้ชิงหลัวเงียบเสียงแล้วค่อยลงจากเตียง กอดหมอนใบเล็กเดินผ่านห้องอุ่นไป

ประตูห้องตะวันออกเปิดก่อนที่นางจะยกมือเคาะ กู้เฟิ่งยืนอยู่ด้านใน เขามองจากใบหน้าเล็กลงไปยังหมอนแล้วเลิกคิ้ว

ใบหน้าซาลาเปายามนี้จริงจังอย่างถึงที่สุด “เปิ่นกงมาตรวจดูว่าเจ้าปลอดภัยหรือไม่”

สายตาของกู้เฟิ่งเหล่มองหมอนที่นางกอดอยู่

มู่อิ่นเช่อรีบกระชับหมอนใบนั้นแน่นกว่าเดิม “เปิ่นกงได้ยินเหมือนเสียงคนเดิน”

“ก็แค่ลมพัด” กู้เฟิ่งมองผ่านหัวเด็กไปยังหน้าต่างที่แง้มอยู่ เขายืนพิงกรอบประตู ทำให้มีช่องว่างพอที่เด็กตัวเล็กจะลอดผ่านไปได้

“ถึงจะเป็นลม เปิ่นกงก็ต้องตรวจห้องเจ้าให้แน่ใจก่อน” พูดยังไม่ทันจบมู่อิ่นเช่อก็ลอดผ่านช่องข้างตัวเขาเข้าไปอย่างรวดเร็ว

กู้เฟิ่งต้องยกมือนวดหว่างคิ้ว ก่อนจะหมุนตัวเดินตามเข้าไป

มู่อิ่นเช่อกอดหมอนยืนอยู่ข้างเตียง ศีรษะของนางสูงพ้นขอบเตียงมาเพียงเล็กน้อย ดวงตากลมโตกะพริบปริบ ๆ ขณะคิดหาทางปีนขึ้นไปนอน กู้เฟิ่งที่เดินตามมาด้านหลังเอ่ยถามอย่างรู้ทัน

“ไฉนจึงไม่นอนที่ห้องตัวเอง”

มู่อิ่นเช่อได้ยินคำว่านอนก็ก้มหน้าลง นึกถึงฝันร้ายของตน “เปิ่นกงฝันร้าย แต่พอได้นอนอยู่ใกล้เจ้า เปิ่นกงก็หลับสนิทจนเช้า”

กู้เฟิ่งเคยเห็นมาแล้ว ย่อมรู้ว่านางไม่ได้โกหก เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงอุ้มนางไปนอนบนเตียง “นอนเสีย” ผ้าห่มถูกดึงมาห่มร่างเล็กพร้อมกับเหน็บชายผ้าให้เรียบร้อย

มู่อิ่นเช่อยิ้มกว้างก่อนจะหลับตาอย่างเชื่อฟัง กู้เฟิ่งเห็นแล้วได้แต่ส่ายหน้าด้วยความอับจน

เขาดับเทียนก่อนจะขึ้นไปนอนกับนาง ไม่นานเสียงลมหายใจของเด็กก็ดังสม่ำเสมอ

รุ่งเช้า ชิงหลัวตกใจแทบแย่เมื่อตื่นมาไม่พบเจ้านาย กระทั่งเห็นองค์ชายใหญ่อุ้มเด็กน้อยกลับมาส่งก็โล่งใจ นางล้างหน้าล้างตาและเปลี่ยนอาภรณ์ให้คุณหนูน้อย แล้วพาไปยังโต๊ะอาหาร