LNCrawler

เสื้อหดไปได้อย่างไร #13

ข้าก็แค่เป็นฮองเฮามาสี่ร้อยปี — novel.dek d.com · All chapters

เสื้อหดไปได้อย่างไร #13

ตอนที่ 6 เสื้อหดไปได้อย่างไร

มู่อิ่นเช่อขยับปาก เขารีบยกถ้วยกลับมา ครั้งนี้นางยอมกลืนยาทีละนิด พอเหลือคำสุดท้ายก็ส่ายหน้าจนเส้นผมติดแก้มเปียก กู้เฟิ่งใช้นิ้วเกลี่ยออกจากหางตา รอให้นางพักก่อนลองใหม่

กว่าถ้วยยาจะว่าง แขนเสื้อเขาก็เปื้อนไปหมด เด็กหลับลงในอ้อมแขน ชิงหลัวจะเข้ามารับ กู้เฟิ่งกลับส่ายหน้าแล้วขยับนั่งให้มั่นคงกว่าเดิม

หลินซู่จับชีพจรซ้ำ สีหน้ายิ่งประหลาดใจ “ชีพจรดีขึ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ ความเย็นที่เคยเกาะอยู่ตามเส้นลมปราณก็หายไปเกือบหมด”

กู้เฟิ่งมองเด็กที่เพิ่งหลับไป “หากความเย็นลดลงแล้ว ไฉนนางจึงมีไข้สูงเช่นนี้”

หลินซู่เอื้อมไปพลิกสมุดที่วางอยู่ข้างหมอน “กระหม่อมยังบอกสาเหตุไม่ได้ ก่อนหมดสตินางกินสิ่งใดเข้าไปอีกหรือไม่”

กู้เฟิ่งมองผ้าพันมือของตน “นางแตะเลือดข้าแล้วเอานิ้วเข้าปาก”

หมอหลวงหยุดเขียน เงยหน้าขึ้นมองเขา ก่อนจะขอดูบาดแผล ตรวจทั้งเศษกระถางและผ้าที่ใช้ห้ามเลือด ครั้นไม่พบสิ่งน่าสงสัยก็จดเหตุการณ์นี้แยกไว้ท้ายหน้า

ใกล้รุ่ง ความร้อนบนร่างมู่อิ่นเช่อค่อย ๆ ลดลง กู้เฟิ่งวางนางกลับบนหมอน ตั้งใจจะลุกไปเปลี่ยนเสื้อที่เปื้อนยา ทว่ามือเล็กกลับจับชายเสื้อเขาไว้

“อย่าไป” เสียงละเมอแผ่วเบา

เขานั่งลงอีกครั้ง ปล่อยให้นางจับไว้เช่นนั้น

แสงเช้าค่อย ๆ สาดผ่านหน้าต่างเข้ามา ชิงหลัวถืออ่างน้ำเดินเข้าห้องอย่างเบามือ นางวางอ่างลงแล้วเข้ามาเช็ดตัวให้เด็กน้อย แต่เมื่อเปิดผ้าดูแผ่นหลังที่มีรอยดอกเหมย นางกลับชะงักมือค้าง

ชิงหลัวหันไปเรียกกู้เฟิ่งด้วยความตกใจ “องค์ชาย ทอดพระเนตรคุณหนูสิเพคะ”

กู้เฟิ่งลืมตาขึ้น เขาไม่ได้หลับ เพียงนั่งพักสายตาอยู่ข้างเตียง

ชิงหลัวชี้มือสั่น ๆ ไปที่ฟูก “คุณหนู คุณหนูโตขึ้นหรือไม่เพคะ”

เขาหันกลับไปมอง

เมื่อคืนมู่อิ่นเช่อสวมเสื้อตัวในสีขาวพอดีร่าง แขนเสื้อยาวคลุมถึงข้อมือ ชายเสื้อคลุมเข่า ยามนี้แขนกับขาของนางกลับโผล่พ้นผ้าออกมาหลายชุ่น ใบหน้าซาลาเปายังคงกลมอยู่ แต่กรอบหน้าเรียวยาวขึ้น เรือนผมที่เคยยาวเพียงกลางหลังกลับแผ่เต็มหมอน

กู้เฟิ่งลุกขึ้นยืน ดึงผ้าห่มคลุมร่างนางจนถึงคาง แล้วสั่งชิงหลัว “ไปตามหลินซู่ ห้ามพูดเรื่องนี้กับผู้ใด”

ชิงหลัวรีบวิ่งออกไป

ไม่นานหลินซู่ก็มาถึง เขาวัดส่วนสูงของมู่อิ่นเช่อซ้ำสามครั้ง ตรวจฟัน กระดูกข้อมือ และชีพจรอยู่นาน กระทั่งเด็กบนเตียงเริ่มรู้สึกตัว

มู่อิ่นเช่อลืมตาขึ้น นางมองคนสามคนที่ยืนล้อมอยู่ด้วยความไม่พอใจ

“พวกเจ้ามุงดูเปิ่นกงอีกแล้วหรือ”

น้ำเสียงยังเป็นเด็ก แต่ชัดถ้อยชัดคำกว่าเมื่อวาน

นางยันตัวลุกขึ้น ผ้าห่มเลื่อนลงมาจนเห็นเสื้อตัวในที่คับร่าง มู่อิ่นเช่อก้มมองแขนของตน เงียบไปพักใหญ่

มู่อิ่นเช่อดึงแขนเสื้อของตนอย่างงุนงง “เสื้อของเปิ่นกงหดไปได้อย่างไร”

หลินซู่กระแอมก่อนจะอธิบาย “ไม่ใช่เสื้อหดขอรับ เป็นคุณหนูที่โตขึ้น”

นางหันไปมองเขา “ผ่านไปกี่ปี”

หลินซู่ยกเสื้อตัวเก่าที่พับไว้ให้นางดู “เพิ่งผ่านไปเพียงหนึ่งคืนขอรับ”

มู่อิ่นเช่อเบิกตากว้าง “เหลวไหล! เปิ่นกงจะโตถึงเพียงนี้ในคืนเดียวได้อย่างไร”

กู้เฟิ่งยกนางลงจากเตียงให้ยืนบนพื้น นางลองลงน้ำหนักบนขาที่โตขึ้น พอก้าวพลาดเขาก็พยุงไว้ ก่อนปล่อยให้นางเดินไปส่องคันฉ่องทองแดงด้วยตนเอง

เด็กหญิงในคันฉ่องยังคงเป็นนาง แต่ไม่ใช่เด็กสามขวบอีกแล้ว ดูแล้วน่าจะมีอายุราวห้าขวบ แก้มที่เคยกลมยุ้ยลดลงเล็กน้อย ดวงตากลับยิ่งกลมโตเมื่ออยู่บนใบหน้าที่เรียวขึ้น

มู่อิ่นเช่อจับแก้มตนเองซ้ายทีขวาที ก่อนจะยืดอกอย่างพอใจ

“ดี เปิ่นกงกลับมาเติบโตแล้ว อีกไม่กี่วันคงคืนสู่โฉมงามล่มเมืองดังเดิม”

หลินซู่มองกู้เฟิ่ง สีหน้ามีแต่ความประหลาดใจระคนเหลือเชื่อ

กู้เฟิ่งสั่งให้ชิงหลัวนำเสื้อผ้าชุดใหม่มา ส่วนตนเองพาหลินซู่ออกไปพูดคุยที่ห้องด้านนอก

เมื่ออยู่กันตามลำพัง กู้เฟิ่งหันกลับมาหาหมอหลวง ความสงบที่ฝืนรักษาต่อหน้าเด็กหายไป “ร่างของนางเปลี่ยนไปเช่นนี้ได้อย่างไร”

หลินซู่ส่ายหน้า “กระหม่อมจนปัญญาพ่ะย่ะค่ะ เป็นหมอมาเกือบสามสิบปี ยังไม่เคยพบเรื่องเช่นนี้มาก่อน จะว่าไป นางก็น่าแปลกตั้งแต่อยู่ในน้ำแข็งแล้วยังมีชีวิตแล้ว”

กู้เฟิ่งผู้ไม่เคยเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์เริ่มลังเล หลายสิ่งที่เกิดกับมู่อิ่นเช่อยังไม่มีผู้ใดหาคำอธิบายได้

“รอยบนหลังนางเป็นอย่างไรบ้าง” เขานึกถึงรอยประหลาดบนผิวเด็ก มือที่วางบนโต๊ะกำเข้าหากัน

“สีพื้นจางลงกว่าครึ่งพ่ะย่ะค่ะ แต่ตรงขอบมีเส้นกลีบหนึ่งชัดขึ้น” หลินซู่เปิดสมุดเทียบรูปที่วาดไว้ “รอยแผ่กว้างขึ้นตามตัวนาง ความเย็นกลับลดลง กระหม่อมจะจดสีพื้นกับเส้นกลีบแยกกัน จะได้ไม่หลงนับว่าเป็นอย่างเดียวกัน”

กู้เฟิ่งมองรูปที่หมอหลวงวาด “เจ้าคิดว่ารอยนี้เป็นตราบางอย่างหรือ”

หลินซู่ส่ายหน้า “กระหม่อมเป็นหมอ ไม่ใช่นักพรต เพียงเคยเห็นผู้ถูกพิษบางชนิดเกิดตราบนผิวหนัง เมื่อยาถอนพิษทำงาน ตรานั้นจะจางลงพ่ะย่ะค่ะ”