LNCrawler

เข้าวังครั้งแรก #16

ข้าก็แค่เป็นฮองเฮามาสี่ร้อยปี — novel.dek d.com · All chapters

เข้าวังครั้งแรก #16

“ที่นอนเจ้าอยู่ทางนี้”

เด็กน้อยหยุดเท้า เปลี่ยนทางอย่างเสียไม่ได้ พอเขาช่วยยกหมอนขึ้นบนตั่ง นางก็ยื่นแขนรอให้อุ้มตามไปด้วย

กู้เฟิ่งอุ้มนางนั่งลง มู่อิ่นเช่อจัดหมอนด้วยตนเองแล้วตบที่ว่างข้างตัว “เจ้ามานั่งตรงนี้ เปิ่นกงจะได้เห็นว่าเจ้าดับตะเกียงจริงหรือไม่”

เขานั่งลงตามคำสั่ง รอจนคนที่อ้างว่าจะเฝ้าดูหลับสนิท ถึงค่อยห่มผ้าให้แล้วลุกไปหรี่ตะเกียง

รุ่งขึ้นอีกวัน กู้เฟิ่งต้องพานางเข้าวังตามรับสั่งของฮ่องเต้ เขาจึงปลุกนางแต่เช้า

มู่อิ่นเช่อสวมชุดกระโปรงสีแดงปักดอกไห่ถัง ชิงหลัวเกล้าผมเป็นมวยคู่แล้วเสียบปิ่นพยัคฆ์ดำไว้ด้านข้าง เดิมทีปิ่นยาวเกินไปสำหรับเด็กห้าขวบ กู้เฟิ่งจึงให้ช่างทำปลอกเงินครอบปลายคมเอาไว้

นางนั่งตัวตรงอยู่ข้างเขา พยายามวางท่าสง่างาม ทว่าขาสองข้างลอยเหนือพื้นรถม้าและแกว่งตามแรงสะเทือน ทำลายความน่าเกรงขามจนไม่เหลือชิ้นดี

มู่อิ่นเช่อหันกลับมาถามเขาอีกครั้ง “อีกนานหรือไม่กว่าจะถึง”

กู้เฟิ่งวางรายงานลงบนตัก “เจ้าถามเป็นครั้งที่เจ็ดแล้ว”

“เปิ่นกงถามเพราะรถม้าของเจ้าช้า”

เขาอธิบาย “จากประตูวังถึงตำหนักเฉียนชิงก็ต้องใช้เวลาเท่านี้”

มู่อิ่นเช่อเปิดม่านออกมองกำแพงสีแดงกับหลังคากระเบื้องสีทอง สถานที่ตรงหน้าทั้งคุ้นเคยและแปลกตา ทางเดินบางสายเหมือนอยู่ในความทรงจำ บางแห่งกลับมีตำหนักใหม่ตั้งทับพื้นที่เดิม นางเห็นสะพานหินขาวทอดข้ามสระบัวก็ยกมือแตะขอบหน้าต่าง

“ตรงนั้นเคยมีต้นเหมย”

กู้เฟิ่งมองตาม “สวนเหมยถูกรื้อเมื่อสองร้อยปีก่อน”

นางหยุดมองพื้นที่ว่างตรงหน้า คิ้วเล็กขมวดเข้าหากัน “ผู้ใดเป็นคนสั่งรื้อสวนเหมย”

กู้เฟิ่งมองแนวหินใหม่ที่ต่อจากสะพาน “ฮ่องเต้พระองค์หนึ่งรับสั่งให้รื้อ พระองค์ต้องการขยายสระตรงนั้น”

นางพ่นลมหายใจอย่างขุ่นเคือง “ลูกหลานสกุลกู้ช่างไม่รู้จักของงาม”

กู้เฟิ่งท้วง “ข้าก็เป็นลูกหลานสกุลกู้เช่นกัน”

มู่อิ่นเช่อปรายตามองเขา “เจ้ายังพอแก้ไขได้”

รถม้าหยุดตรงลานหน้าตำหนักเฉียนชิง ขันทีผู้มารอรับยกบันไดเตี้ยวางข้างรถม้า กู้เฟิ่งลงไปก่อนแล้วหันมายื่นมือให้มู่อิ่นเช่อ

นางปรายตามองมือเขา จากนั้นเชิดหน้าแล้วพยายามลงเอง

ขาสั้นก้าวพลาดขั้นแรก ร่างเล็กเซไปข้างหน้า กู้เฟิ่งรับเอวไว้ก่อนจะตก เขายกนางลงยืนบนพื้นไม่เอ่ยคำ

มู่อิ่นเช่อจัดชายเสื้อให้เรียบร้อย “เปิ่นกงตั้งใจทดสอบว่าเจ้ารวดเร็วหรือไม่”

กู้เฟิ่งย่อตัวลง เด็กจะได้ไม่ต้องแหงนคอคุยด้วย “เช่นนั้นผลการทดสอบเป็นอย่างไร”

มู่อิ่นเช่อเชิดคาง “เจ้ารวดเร็วพอใช้ได้”

ขันทีรอบข้างก้มหน้ากลั้นยิ้ม ไม่เคยมีผู้ใดกล้าพูดกับองค์ชายใหญ่เช่นนี้ เด็กน้อยกลับทำราวกับเป็นเรื่องธรรมดา

ขันทีใหญ่เกาไห่นำทางทั้งสองเข้าไปด้านใน จิ่งเหอตี้ฮ่องเต้เพิ่งเลิกประชุมเช้า ยังสวมชุดมังกรประทับอยู่หลังโต๊ะเตี้ย พระองค์มีพระพักตร์อวบอิ่ม หนวดเคราตัดแต่งเรียบร้อย ดูอ่อนกว่าวัยเพราะใช้โอสถบำรุงไม่ขาด

กู้เฟิ่งคุกเข่าถวายพระพร

มู่อิ่นเช่อยืนข้างเขา มองบุรุษบนแท่นสูง นางคุ้นกับการที่ผู้อื่นคุกเข่าให้ตนมากกว่า

กู้เฟิ่งแตะหลังมือนาง เด็กหันมามองเขาอย่างขัดใจ ก่อนจะยอมย่อเข่าลง แต่ยังตั้งหลังตรงไม่ยอมก้ม

“ถวายพระพรเสด็จพ่อ” เขาชิงกราบทูลก่อนนางจะอ้าปาก

ฮ่องเต้หัวเราะ “ลุกขึ้นเถิด นี่หรือเด็กที่เจ้าขุดพบใต้ตำหนักเหมันต์”

กู้เฟิ่งน้อมรับ “เป็นเด็กที่กระหม่อมพบพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้รับสั่งกับเด็กน้อย “เงยหน้าขึ้นให้เราเห็นชัด ๆ”

มู่อิ่นเช่อเงยหน้าอยู่แล้ว นางจึงเพียงเชิดคางเพิ่มขึ้นอีกนิด

ฮ่องเต้พิจารณาใบหน้าของนาง “เหมือนเจ้าจริงตามข่าวลือ โดยเฉพาะเวลาทำหน้าบึ้ง หรือเป็นลูกที่เจ้าซ่อนไว้จริง ๆ”

กู้เฟิ่งปฏิเสธตามเดิม “นางไม่ใช่บุตรของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ”

“เปิ่นกงไม่ใช่ลูกเขา” มู่อิ่นเช่อช่วยยืนยัน “หากนับตามลำดับอาวุโส เจ้ายังต้องเรียกเปิ่นกงว่า...”

กู้เฟิ่งจับมือที่เด็กกำลังจะชี้ไปยังแท่นประทับไว้ บีบเตือนเบา ๆ

มู่อิ่นเช่อหันมาอย่างขุ่นเคือง กู้เฟิ่งยังไม่ทันลุกตามรับสั่งก็ต้องก้มลงห้ามนาง แผ่นหลังของเขาบังเด็กจากสายตาขันทีสองคนริมประตู ครั้นเห็นเขาเม้มปาก นางก็กลืนคำที่เหลือลงไป

ฮ่องเต้หัวเราะชอบใจ “เด็กคนนี้น่าสนใจดี เวินฮองเฮาเห็นคงชอบ นำไปตำหนักอวี้คุนเถิด”

กู้เฟิ่งประสานมือ “นางยังมีอาการป่วย ไม่คุ้นเคยกับผู้คน กระหม่อมเกรงว่า...”

“ฮองเฮาเพียงอยากเห็นเด็ก จะเสียเวลาเท่าใดกัน”

ฮ่องเต้เอ่ยจบก็หยิบฎีกาขึ้นมา เป็นการบอกชัดว่าหมดธุระแล้ว

กู้เฟิ่งจำต้องรับคำ พามู่อิ่นเช่อออกจากตำหนัก

เมื่อพ้นระยะได้ยิน มู่อิ่นเช่อก็ดึงมือตนคืน “เจ้ากล้าขัดเปิ่นกงต่อหน้าผู้อื่น”

“หากไม่ทำ เวลานี้เจ้าอาจกำลังถูกโบยเพราะล่วงเกินฮ่องเต้”

มู่อิ่นเช่อเบิกตา “เขากล้าสั่งโบยเปิ่นกงหรือ”

กู้เฟิ่งยืนยัน “เขาย่อมกล้าลงโทษผู้ที่ล่วงเกินตน”

นางนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เช่นนั้นเมื่อครู่ถือว่าเจ้าช่วยรักษาหน้าเขาไว้”

กู้เฟิ่งไม่อธิบายว่าผู้ที่เขาช่วยไว้คือนาง