LNCrawler

ฮองเฮาสองยุคพบกัน #17

ข้าก็แค่เป็นฮองเฮามาสี่ร้อยปี — novel.dek d.com · All chapters

ฮองเฮาสองยุคพบกัน #17

ตอนที่ 8 ฮองเฮาสองยุคพบกัน

ตำหนักอวี้คุนอยู่ห่างออกไปไม่มาก ระหว่างทาง มู่อิ่นเช่อเห็นลานฝึกธนูเก่าด้านหลังสวนหลวง นางหยุดมองอยู่หลายลมหายใจ ก่อนที่ภาพหญิงสาวในชุดขี่ม้าจะผุดขึ้นแวบหนึ่ง หญิงคนนั้นยืนอยู่กลางลาน ดึงสายธนูยิงผลท้อบนศีรษะขันทีจนแตกกระจาย ผู้คนรอบข้างคุกเข่าตัวสั่น

นางจำไม่ได้ว่าหญิงผู้นั้นเป็นตนหรือเป็นเรื่องที่เคยได้ยิน

“อยากยิงธนูหรือ” กู้เฟิ่งหยุดข้างนาง มองตามไปยังคันธนูที่แขวนเรียงอยู่ใต้ชายคาลานฝึก

มู่อิ่นเช่อก้มมองมือเล็กของตน “คันใหญ่เช่นนั้น เปิ่นกงคงยกไม่ไหว”

“กลับจวนแล้วข้าจะให้ช่างทำคันเล็กให้”

นางหันมามองเขา ดวงตากลมสว่างขึ้น “จริงหรือ”

“หากเจ้ากินผักทุกมื้อ”

ความสว่างในดวงตาดับลงทันที “เปิ่นกงไม่อยากยิงแล้ว”

กู้เฟิ่งทำท่าจะเดินต่อ มือเล็กกลับจับแขนเสื้อเขาไว้

“ให้ช่างทำเก็บไว้ก่อนไม่ได้หรือ เผื่อเปิ่นกงเปลี่ยนใจ”

เขาก้มมองเด็กที่ยังไม่ยอมละสายตาจากคันธนู “ได้ แต่เวลาใช้ต้องมีคนสอน เจ้าถือคันใหญ่ไม่ได้แล้ว”

มู่อิ่นเช่อพยักหน้าเร็ว ๆ แล้วเดินตามเขาไป นางยังไม่ได้รับปากเรื่องผักสักคำ คงไม่นับว่าตกลงแล้วกระมัง

หน้าตำหนักอวี้คุน นางกำนัลสองแถวยอบกาย กลิ่นดอกไม้กับเครื่องหอมลอยออกมาจากด้านในจนมู่อิ่นเช่อจามติดกันสามครั้ง

เวินฮองเฮาประทับอยู่บนตั่งริมหน้าต่าง นางมีอายุยี่สิบสามปี สวมชุดสีม่วงอ่อน ปักปิ่นทองเต็มศีรษะ ผิวขาวเนียน ใบหน้าหวานล้ำทว่าดวงตาแฝงความเอาแต่ใจอยู่หลายส่วน

กู้เฟิ่งคำนับตามฐานะ มู่อิ่นเช่อถูกเขากดไหล่ให้ย่อเข่าลงอย่างไม่เต็มใจ

เวินฮองเฮาแทบไม่มององค์ชายใหญ่ นางจ้องเด็กในชุดแดงแล้วกวักมือเรียกทันที

“เข้ามาให้เปิ่นกงดูใกล้ ๆ”

มู่อิ่นเช่อชะงัก

คำว่าเปิ่นกงจากปากผู้อื่นฟังขัดหูอย่างร้ายกาจ

นางเดินเข้าไปสามก้าวแล้วหยุด ยกมือเท้าเอว “เจ้าว่าอันใดนะ”

นางกำนัลทั้งตำหนักหน้าซีด เด็กต่ำต้อยผู้หนึ่งกล้าใช้คำว่าเจ้ากับฮองเฮา

เวินฮองเฮากลับไม่กริ้ว นางหัวเราะแล้วลงจากตั่ง เดินเข้ามาหยิกแก้มมู่อิ่นเช่อ “น่ารักจริงด้วย ตั้งแต่นี้เจ้าอยู่กับเปิ่นกงดีหรือไม่ เปิ่นกงจะให้คนตัดเสื้อสวย ๆ ให้เจ้า มีขนมทุกวันด้วย”

มู่อิ่นเช่อปัดมือออก “เปิ่นกงมีเสื้อของเปิ่นกง”

เวินฮองเฮาหยุดยิ้ม “เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไร”

มู่อิ่นเช่อถอยพ้นมือที่หยิกแก้ม เอาฝ่ามือถูรอยเจ็บ “เปิ่นกงบอกว่า เปิ่นกงไม่อยู่กับเจ้า”

หญิงหนึ่งคน เด็กหนึ่งคนยืนจ้องหน้ากันกลางตำหนัก คำเรียกตนเหมือนกันทุกประโยค นางกำนัลข้างตั่งถึงกับหยุดรินชา หันมองฮองเฮาที มองเด็กน้อยที ไม่รู้ว่าควรรอฟังเปิ่นกงคนใดก่อน

พระนางขมวดคิ้ว “องค์ชายใหญ่ เจ้าสอนให้นางพูดเช่นนี้หรือ”

กู้เฟิ่งประสานมือ ก้มศีรษะตามฐานะ “นางเรียกตนเองเช่นนี้ตั้งแต่ถูกพบพ่ะย่ะค่ะ”

พระนางเม้มปาก มององค์ชายอย่างตำหนิ “เจ้าปล่อยให้นางเรียกตนเช่นนี้ได้อย่างไร”

“กระหม่อมสอนแล้ว แต่นางไม่ฟังพ่ะย่ะค่ะ” เขาขยับเข้ามาใกล้เด็กอีกก้าว

มู่อิ่นเช่อเชิดหน้า “เปิ่นกงเป็นฮองเฮา เหตุใดต้องแก้”

เวินฮองเฮาหัวเราะออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ “เจ้าเป็นฮองเฮา แล้วข้าเป็นผู้ใด”

เด็กน้อยกวาดตามองปิ่นทองบนศีรษะนาง เสื้อปักหงส์ และเล็บที่ย้อมสีแดงอย่างละเอียด “เจ้าก็เป็นฮองเฮา”

เวินฮองเฮายิ่งประหลาดใจ “ในแผ่นดินจะมีฮองเฮาสองคนได้อย่างไร”

มู่อิ่นเช่อสะบัดชายแขนเสื้อที่ถูกขนมน้ำตาลติดไว้ “เคยมีฮ่องเต้สองคนมาแล้ว ฮองเฮาสองคนจะเป็นอันใด”

คำกล่าวนี้ทำให้กู้เฟิ่งมองนางทันที เรื่องต้าจิ้นเคยมีฮ่องเต้สองพระองค์เป็นคำประชดมู่ฮองเฮาในบันทึกเก่า แทบไม่มีคนยุคนี้รู้

เวินฮองเฮาไม่เข้าใจ นางเพียงรู้ว่าเด็กกำลังเถียง จึงสั่งให้นางกำนัลยกขนมมา

ขนมดอกกุ้ยฮวาถูกวางบนโต๊ะ กลิ่นหอมหวานลอยไปถึงปลายจมูก มู่อิ่นเช่อเหลือบมองหนึ่งครั้งแล้วเบือนหน้าหนีอย่างมีศักดิ์ศรี

“หากเจ้ายอมเรียกข้าว่าเสด็จแม่ ขนมทั้งหมดจะเป็นของเจ้า” เวินฮองเฮาหลอกล่อ

มู่อิ่นเช่อมองขนม มองเวินฮองเฮา แล้วหันไปหากู้เฟิ่ง

เขายืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลัง ไม่คิดช่วย

นางสูดลมหายใจเข้าลึก เดินไปหยิบขนมหนึ่งชิ้นใส่ปาก ครั้นกลืนแล้วก็เงยหน้าขึ้น “ของในวังล้วนเป็นของราชสำนัก เปิ่นกงกินของตนเอง เหตุใดต้องเรียกเจ้าว่าเสด็จแม่”

เวินฮองเฮาอ้าปากค้าง

มู่อิ่นเช่อหยิบอีกชิ้นยื่นให้กู้เฟิ่ง “เจ้าเองก็กินได้ ไม่ต้องเกรงใจ”

เขารับมาอย่างว่าง่าย

เวินฮองเฮามองคนทั้งสองกินขนมของนางต่อหน้า สีหน้าเปลี่ยนไปหลายครา สุดท้ายกลับหัวเราะจนต้องยกผ้าเช็ดหน้าปิดปาก

“เด็กคนนี้ช่างหน้าหนานัก เปิ่นกงชอบ”

มู่อิ่นเช่อปัดเศษขนมออกจากมือ “เปิ่นกงไม่ชอบเจ้า”

เวินฮองเฮาหยุดหัวเราะแล้วถาม “เจ้ามีเหตุใดถึงไม่ชอบเปิ่นกง”

“เครื่องหอมของเจ้าฉุนเกินไป ขนมก็หวานเกินไป ปิ่นบนศีรษะมากเกินไป” นางเว้นไปเล็กน้อย “แต่ชุดของเจ้างดงามดี”

เวินฮองเฮาก้มมองชุดตน ความขุ่นเคืองทั้งหมดหายไปเพราะคำชมท้ายประโยค “สายตาเจ้าพอใช้ได้”

เวินฮองเฮาเดินไปเปิดหีบผ้าที่ตั้งข้างตั่ง หยิบแพรสีม่วงมาทาบกับแขนเด็ก มู่อิ่นเช่อกลับชี้สีแดงที่ถูกพับซ้อนอยู่ข้างล่าง

“สีแดงสง่างามกว่า”