LNCrawler

ฮองเฮาสองยุคพบกัน #18

ข้าก็แค่เป็นฮองเฮามาสี่ร้อยปี — novel.dek d.com · All chapters

ฮองเฮาสองยุคพบกัน #18

“สีม่วงเหมาะกับคนสูงศักดิ์” พระนางยืนกราน แล้วยกแพรในมือสูงขึ้นให้แสงลอดผ่าน

มู่อิ่นเช่อดึงผืนสีแดงออกมาทาบไหล่ตน “เช่นนั้นเจ้าสวมสีม่วง เปิ่นกงสวมสีแดง”

เวินฮองเฮาเหลือบมองลายบนผ้าแดง ครั้นเห็นว่าลายดอกไม้ตรงชายงดงามกว่าผืนของตนก็จับปลายอีกด้านไว้

“ผืนนี้ทำของเปิ่นกงก่อน เดี๋ยวให้คนหาสีแดงผืนอื่นมาให้เจ้า”

เด็กน้อยรวบผ้าแนบอก “เมื่อครู่เจ้าบอกว่าสีม่วงเหมาะกับคนสูงศักดิ์”

“เปิ่นกงจะสวมสีแดงบ้างไม่ได้หรือ”

ช่างเย็บผ้าที่รออยู่เข้ามาช่วยคลี่ ก่อนผ้าแพรจะยับไปทั้งผืน นางทาบวัดกับตัวเด็กแล้วคำนับฮองเฮา “ผืนนี้กว้างพอตัดได้ทั้งสองชุดเพคะ”

สองนางมองหน้ากัน แล้วต่างคนต่างปล่อยมือ เวินฮองเฮากำชับให้เก็บลายดอกใหญ่ไว้ทำชายแขนเสื้อของตน มู่อิ่นเช่อรีบชี้ดอกเล็กที่อยู่ติดกัน บอกว่าตรงนี้ต้องเป็นของเปิ่นกง ห้ามตัดทิ้ง

กู้เฟิ่งนั่งดื่มชาอยู่ด้านข้าง มองฮองเฮาองค์ปัจจุบันกับคนที่ยืนยันว่าตนเป็นฮองเฮาเมื่อสี่ร้อยปีก่อนแย่งผ้าแพรผืนเดียวกัน เขายกถ้วยขึ้นจิบซ่อนรอยยิ้ม พอเวินฮองเฮาสั่งให้ห่อผ้าสีแดงอีกหลายพับกับขนมมอบแก่เด็ก ถึงค่อยวางถ้วยลง

นางกำนัลนำห่อผ้ากับกล่องขนมมาส่ง ชิงหลัวรับผ้าไว้ ส่วนมู่อิ่นเช่อเลือกถือกล่องขนมเอง

“พรุ่งนี้มาอีกนะ” เวินฮองเฮายื่นมือไปจัดชายเสื้อให้มู่อิ่นเช่อ ท่าทางยังไม่อยากให้กลับเด็กน้อยกอดกล่องขนม “หากเปิ่นกงว่างจะมา”

พอออกจากตำหนักอวี้คุน กู้เฟิ่งเหลือบมองคนที่เพิ่งบอกลาฮองเฮาไม่ยอมเลิก เขาอดยิ้มไม่ได้ “เมื่อครู่ใครกันที่บอกว่าไม่ชอบนาง”

มู่อิ่นเช่อก้มมองกล่องขนมในมือ “เปิ่นกงไม่ชอบนางจริง ๆ แต่ขนมไม่มีความผิด”

เขาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ระหว่างเดินกลับ ขบวนของฮ่องเต้สวนมา พระองค์กำลังเสด็จไปตำหนักอวี้คุน ได้ยินขันทีรายงานว่าฮองเฮากับเด็กน้อยเข้ากันได้ดี พระองค์จึงพระราชทานหยกให้มู่อิ่นเช่ออีกชิ้น และรับสั่งกับกู้เฟิ่งว่า

“เลี้ยงเด็กคนนี้ไว้เถิด จวนเจ้าจะได้มีชีวิตชีวาบ้าง”

กู้เฟิ่งรับคำ

มู่อิ่นเช่อมองฮ่องเต้ที่รีบไปหาฮองเฮาแล้วพึมพำ “อายุปูนนี้ยังหลงภรรยาจนไม่เป็นผู้เป็นคน ลูกหลานสกุลกู้ไม่เอาไหนจริง ๆ”

กู้เฟิ่งได้ยินชัดทุกคำ “เจ้าเองก็เป็นฮองเฮา ไม่อยากให้ฮ่องเต้หลงเจ้าหรือ”

นางนิ่งไป

ภาพบุรุษในชุดมังกรยืนหันหลังให้ผุดขึ้นในหัว ความเย็นจากพื้นหินแทรกผ่านหัวเข่า เสียงหนึ่งบอกให้นางมอบตราพยัคฆ์ นางตอบว่าไม่

ความทรงจำหายไปเร็วมาก

มู่อิ่นเช่อกอดกล่องขนมแน่นขึ้น “ไม่อยาก”

น้ำเสียงนั้นไม่ใช่เสียงของเด็กที่กำลังวางท่า แต่มันเหมือนออกมาจากส่วนลึกในจิตใจ กู้เฟิ่งจึงไม่ถามต่อ เขาเพียงยื่นมือไปหานาง เด็กน้อยมองมือเขาอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะวางมือตนลงไป

หลังกลับจากวัง มู่อิ่นเช่อก็มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นหนึ่งหีบ

เวินฮองเฮาส่งผ้าแพร เครื่องประดับ ของเล่น และขนมมาให้เต็มคันรถม้า นางยังส่งนางกำนัลมาบอกว่า หากมู่อิ่นเช่อเบื่อจวนองค์ชายใหญ่เมื่อใด ให้เข้าวังไปอยู่ตำหนักอวี้คุนได้ทุกเมื่อ

มู่อิ่นเช่อรับของไว้ทั้งหมด แล้วฝากชิงหลัวตอบกลับไปว่าเปิ่นกงมีตำหนักของตน

ชิงหลัวแก้ถ้อยคำก่อนจะส่งสารจนเหลือเพียง คุณหนูขอบพระทัยฮองเฮาเพคะ

เช้าวันถัดมา พ่อครัวใหญ่พบว่าคลังขนมถูกเปิด ขนมเปี๊ยะงาหายไปหกชิ้น พุทราเชื่อมหายไปครึ่งโถ และน้ำผึ้งหนึ่งไหถูกตักจนเป็นรอยมือเล็ก ๆ

ร่องรอยน้ำตาลจากคลังทอดยาวไปตามพื้น ผ่านระเบียง ไปถึงเรือนอันอัน

พ่อครัวใหญ่ไม่กล้าบุกเข้าห้องเด็ก เขาจึงไปคุกเข่าร้องทุกข์หน้าห้องหนังสือขององค์ชายใหญ่

กู้เฟิ่งกำลังอ่านบัญชีก่อสร้าง เฉิงอี้ยืนรอรับคำสั่งอยู่ข้างโต๊ะ ฟังพ่อครัวรายงานจบ องค์ชายใหญ่ก็หันไปหาคนสนิท “เมื่อคืนผู้ใดเฝ้าเรือนนาง”

“ชิงหลัวกับนางกำนัลอีกสองคนพ่ะย่ะค่ะ”

“เรียกมา”

ชิงหลัวถูกพาตัวเข้ามา นางคุกเข่าด้วยสีหน้าซีดเซียว “เมื่อคืนคุณหนูรับสั่งว่าได้ยินเสียงหนูในห้องเก็บของ ให้บ่าวไปตามคนมาจับ พอบ่าวกลับมา คุณหนูก็หลับอยู่บนตั่งในห้องพระองค์แล้วเพคะ”

“หนูอยู่ที่ใด”

“บ่าวหาไม่พบเจ้าค่ะ”

กู้เฟิ่งให้พ่อครัวกลับไปก่อน ส่วนตนลุกไปเรือนด้านหลังที่ชิงหลัวเพิ่งพาเด็กไปล้างหน้าแต่งตัว

มู่อิ่นเช่อนั่งอยู่หน้าคันฉ่อง ปล่อยให้สาวใช้อีกคนหวีผม ท่าทางสง่างาม ไม่มีสิ่งใดบอกว่าเมื่อคืนปีนหน้าต่างไปปล้นห้องเครื่อง นอกจากคราบน้ำผึ้งที่ติดอยู่ตรงปลายผมด้านหนึ่ง

เขายืนตรงประตู “อันอัน”

เด็กน้อยมองเขาผ่านคันฉ่อง “เจ้ามาแล้วหรือ วันนี้เปิ่นกงอยากกินเป็ดอบ”

“เมื่อคืนเจ้าไปห้องเครื่องมาหรือ”

“ไม่ได้ไป”

“ขนมเปี๊ยะอยู่ที่ใด”

“ไม่รู้”

“พุทราเชื่อมเล่า”

“ไม่เห็น”

“น้ำผึ้งบนผมเจ้ามาจากที่ใด”

มู่อิ่นเช่อยกปอยผมขึ้นดู นางนิ่งไปหนึ่งอึดใจ ก่อนกำปลายผมซ่อนไว้ในมือ “น้ำผึ้งหก เปิ่นกงเข้าไปช่วยดูเท่านั้น”

สาวใช้ที่ถือหวีหยุดมือ มองคราบเหนียวตรงปลายหวีแล้วก้มหน้า พยายามกลั้นยิ้มจนไหล่สั่น

กู้เฟิ่งยกมือห้าม “ทุกคนออกไป”