LNCrawler

บทนำ #1

ข้าก็แค่เป็นฮองเฮามาสี่ร้อยปี — novel.dek d.com · All chapters

บทนำ #1

บทนำ

ฤดูเหมันต์ รัชศกเจียวฝางที่แปดแห่งต้าจิ้น อากาศหนาวจัด ฝางหย่งตี้ฮ่องเต้มีพระประสงค์จะเสด็จไปพำนักที่ตำหนักประจำฤดูพร้อมฮองเฮา โดยให้นางเดินทางล่วงหน้าไปก่อน

ตำหนักเหมันต์แห่งนี้ตั้งอยู่ห่างเมืองหลวงหกสิบลี้ สร้างครอบบ่อน้ำพุร้อน ทำให้ภายในอบอุ่นกว่าสถานที่อื่นหลายเท่านัก เพราะเช่นนี้ จึงถูกเรียกว่าตำหนักฤดูหนาว

ขันทีใบหน้าอ่อนเยาว์ขาวกระจ่างคนหนึ่งสับเท้าเข้ามาด้วยความเร่งรีบ ชุดสีดำของเขาเปียกชื้น บนหมวกยังมีเกล็ดหิมะเกาะอยู่ประปราย มองปราดเดียวก็รู้ว่าเพิ่งฝ่าพายุมา เขาหยุดตรงหน้านางกำนัลที่เฝ้าประตูตำหนัก

“ฮองเฮาทรงประทับอยู่ที่ใด” ขันทีหนุ่มเอ่ยถาม

นางกำนัลหน้าประตูหันมาคำนับ “เพิ่งเสด็จเข้าไปด้านในเจ้าค่ะ”

ขันทีหนุ่มรีบกำชับนาง “เจ้าไปทูลฮองเฮาว่าขบวนของฝ่าบาทติดพายุอยู่กลางทาง ไม่อาจเดินทางต่อได้ หากพายุเบาลงเมื่อใดจะรีบตามมาทันที”

นางกำนัลหน้าประตูยังไม่ทันจะรับคำ เสียงครืนดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังกลบทุกสิ่ง

“เกิดอะไรขึ้น!” นางกำนัลคนหนึ่งในห้องอุ่นร้องขึ้นด้วยความตกใจ

นางกำนัลในห้องอุ่นพากันแตกตื่นขยับเข้ามาล้อมผู้เป็นนาย

มู่ฮองเฮาขมวดคิ้วกวาดมองไปรอบ ๆ

เสียงเช่นนี้ แม้นางไม่คุ้นชิน แต่ยังเดาได้อยู่ดีว่ามันเป็นเสียงเตือนถึงเพทภัย ไวเท่าความคิด มู่อิ่นเช่อพลันขยับลุกขึ้นยืน

“รีบออกจากที่นี่!” มู่ฮองเฮาตวาดสั่งคนรอบข้าง

เพียงสิ้นเสียงของนาง หิมะที่ม้วนตัวลงมาจากบนภูเขาก็มาถึง ทุกสิ่งจมอยู่ในกองหิมะขาวโพลนในชั่วพริบตา ตำหนักใหญ่โตหรูหรากลายเป็นเศษซากกลืนหายไปใต้พื้นดิน

สิ่งสุดท้ายที่มู่อิ่นเช่อรับรู้ก่อนหมดสติ คือร่างของตนกำลังจมหายลงไปในความเย็นเฉียบ ราวกับตกลงสู่ธารน้ำแข็ง

พายุหิมะโหมกระหน่ำต่อเนื่อง กว่าคนของราชสำนักจะเข้าไปค้นหาในพื้นที่ได้ก็ผ่านไปเกือบเดือน และหลังจากค้นหาผู้รอดชีวิตรวมถึงร่างผู้เสียชีวิตอยู่อีกร่วมเดือน ฝางหย่งตี้ฮ่องเต้ก็ทรงประกาศการสิ้นพระชนม์ของฮองเฮาสกุลมู่

มารดาของแผ่นดินสิ้นพระชนม์ทั้งที ตามธรรมเนียมบ้านเรือนทุกหลังควรผูกผ้าดำ ผู้คนควรคุกเข่าจุดธูปไว้อาลัย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับต่างออกไป ผ้าดำยังมีผูกไว้ให้เห็นจริง ส่วนเบื้องหลังประตูบ้านจะมีผู้ใดจุดธูปไว้อาลัยหรือไม่นั้น คงมีแต่เจ้าของบ้านเท่านั้นที่รู้

ราษฎรต้าจิ้นทั่วทุกสารทิศต่างถ่มน้ำลายสาปแช่ง บ้างเปิดไหสุราดื่มฉลองแสดงความยินดี หญิงชั่วช้าตายทั้งที พวกเขาไม่จุดพลุตะไลฉลองก็นับว่าดีเท่าไรแล้ว

ความชั่วช้าอำมหิตของมู่ฮองเฮานั้น การถูกฝังอยู่ใต้กองหิมะยังนับว่าเบาเกินไป

มู่อิ่นเช่อเป็นธิดาเพียงคนเดียวของมู่เจิ้นหย่วน แม่ทัพผู้กุมกำลังทหารสามแสนหกหมื่นนาย ธงพยัคฆ์ดำของตระกูลมู่โบกสะบัดอยู่เหนือชายแดนทั้งสี่ทิศ เพียงเห็นตราประจำทัพ แคว้นศัตรูทั้งหลายก็พากันกลัวหัวหด

นางเติบโตอยู่ในค่ายทหารมาตั้งแต่ยังเยาว์ ทั้งอ่านตำราพิชัยสงคราม ฝึกขี่ม้ายิงธนู และขี่ม้าเคียงคู่บิดาบุกไปแนวหน้า ล้วนเคยกระทำมาแล้วทั้งสิ้น

กระทั่งถึงวัยปักปิ่น มู่อิ่นเช่อถึงได้รู้จักกับความรัก นางอภิเษกกับหย่งตี้ฮ่องเต้และได้รับแต่งตั้งเป็นฮองเฮา

วันแต่งตั้งนางเข้าสู่ตำหนักกลาง ขุนนางทั้งราชสำนักต่างรู้ดีว่าผู้ที่ก้าวเข้าวังมาพร้อมนางหาได้มีเพียงสาวใช้และสินเดิมเจ้าสาว หากแต่ยังมีทหารสามแสนหกหมื่นนายของตระกูลมู่อยู่เบื้องหลัง

นับแต่นั้น ฎีกาแต่งตั้งหรือถอดถอนขุนนางหลายฉบับต้องผ่านสายตาคนของสกุลมู่ แม่ทัพตามหัวเมืองล้วนเป็นคนที่มู่เจิ้นหย่วนเคยชุบเลี้ยง แม้แต่ราชโองการจากตำหนักฮ่องเต้ หากขัดต่อพระประสงค์ของฮองเฮา บางครั้งยังถูกเก็บเงียบจนไม่มีโอกาสออกพ้นประตูวัง

ผู้คนจึงกล่าวกันว่า ต้าจิ้นมีฮ่องเต้สองพระองค์

พระองค์หนึ่งประทับอยู่บนบัลลังก์มังกร ส่วนอีกพระองค์หนึ่งประทับอยู่ในตำหนักหงส์

เพียงสิบเอ็ดเดือนหลังมู่อิ่นเช่อขึ้นเป็นมารดาของแผ่นดิน ขุนนางผู้ถวายฎีกาตำหนินางก็ถูกประหารไปกว่าสิบคน บางรายถูกตัดศีรษะกลางตลาด ส่วนขุนนางที่รอดโทษตายก็ถูกเนรเทศไปยังดินแดนทุรกันดารพร้อมคนทั้งครอบครัว สำหรับผู้ที่หายตัวไปโดยไร้นามในบัญชีนักโทษนั้น ยิ่งไม่มีผู้ใดกล้าสืบหาว่ามีจำนวนเท่าใด

นางกำนัลในวังเล่ากันว่า หากคืนใดฮองเฮาทรงกริ้ว เช้าวันรุ่งขึ้นมักมีเสื่อผืนหนึ่งถูกหามออกทางประตูด้านหลัง ภายในเสื่ออาจเป็นขันที นางกำนัล หรือนางสนมที่เพิ่งถวายตัวเข้าวังได้ไม่กี่วัน

ในสายตาของมู่อิ่นเช่อ ชีวิตคนต่ำต้อยกว่ามดปลวก

ผู้ใดขวางทางก็เหยียบให้ตาย ผู้ใดขัดใจก็กำจัดทิ้ง สังหารคนไม่ต่างจากหั่นผักฆ่าปลา ไม่เคยมีคำว่าเมตตาอยู่ในพระทัย

ทว่าความชั่วร้ายที่ชาวบ้านนำมาก่นด่าสาปแช่งมากที่สุด กลับเป็นเรื่องหอชมดาว

ว่ากันว่าคืนหนึ่งมู่อิ่นเช่อเสด็จออกมาชมจันทร์ เห็นดวงดาวเหนือเมืองหลวงถูกเมฆบดบัง นางไม่พอพระทัยที่ตนต้องเงยหน้ามองฟ้า จึงมีรับสั่งให้สร้างหอไจซิงสูงแปดสิบเอ็ดจั้ง เพื่อให้นางยืนอยู่ในจุดที่สามารถเอื้อมมือเด็ดดวงดาวลงมาได้

ฝางหย่งตี้ฮ่องเต้ทรงอนุญาตตามพระประสงค์

บ้านเรือนสามร้อยกว่าหลังถูกทุบทิ้งเพื่อเปิดทางขนศิลา ภูเขาสองลูกถูกเจาะเอาหินดำมาสร้างฐาน เส้นทางน้ำสายหนึ่งถูกเปลี่ยนทิศจนไร่นาของชาวบ้านห้าเมืองแห้งตาย ราษฎรจากสิบสองหัวเมืองกว่าหนึ่งแสนคนถูกเกณฑ์มาทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน