เงาของหอไจซิง #22
เงาของหอไจซิง #22
สิ่งที่น่าสงสัยคือ ตรารับคำสั่งบนบันทึกไม่ใช่ตราตำหนักอวี้คุนของฮองเฮา แต่เป็นตราส่วนพระองค์ของฝางหย่งตี้ฮ่องเต้
เขานำบันทึกกลับจวนในยามเย็น กู้เฟิ่งอ่านอยู่ในห้องหนังสือ ส่วนมู่อิ่นเช่อนั่งคัดอักษรข้างโต๊ะเดียวกัน
นางถูกอาจารย์ที่กู้เฟิ่งเชิญมาทดสอบแล้วพบว่าอ่านอักษรโบราณได้หลายคำ แต่เขียนไม่คล่องเพราะมือยังเล็ก
อาจารย์จึงให้เริ่มจากคัดคัมภีร์สำหรับเด็ก
มือที่เล็บฉีกยังจับพู่กันไม่ถนัด อาจารย์จึงให้คัดเพียงวันละน้อย มู่อิ่นเช่อเขียนคำว่ากลับเรือนลงไปช้า ๆ ปลายพู่กันสั่นจนหมึกเป็นก้อน
นางก้มมองนิ้วที่พันผ้า แล้วเปลี่ยนไปใช้มืออีกข้างประคองด้ามไว้ ไม่ยอมเลิก
กู้เฟิ่งอ่านบันทึกจบก็ยื่นให้นางดู “อ่านตรานี้ออกหรือไม่”
มู่อิ่นเช่อวางพู่กัน นิ้วเล็กแตะรอยตราสีแดงที่ซีดจาง “ตราหย่ง”
กู้เฟิ่งมองตรานั้นอีกครั้ง ความเย็นแล่นขึ้นมาตามแขน “ตราหย่งเป็นของผู้ใด”
มู่อิ่นเช่อส่ายหน้า “เปิ่นกงจำเจ้าของตราไม่ได้”
นางจ้องตรานานเกินไป อาการปวดศีรษะก็กลับมา กู้เฟิ่งรีบม้วนกระดาษเก็บ
กู้เฟิ่งเก็บบันทึกให้พ้นสายตานาง “หากนึกแล้วปวดก็ไม่ต้องฝืน”
มู่อิ่นเช่อยื่นมือไปแตะชายบันทึก “เก็บไว้ตรงนี้ก่อน เปิ่นกงพักแล้วจะลองอ่านใหม่”
กู้เฟิ่งเลื่อนบันทึกไปข้างสมุดคัดอักษร คว่ำหน้าตราลงตามที่นางขอ เฉิงอี้รอจนเด็กหยิบพู่กันขึ้นอีกครั้งจึงเปิดฉบับคัดอีกแผ่น
เฉิงอี้รายงานต่อ “ผู้ดูแลหอเก็บตำรากล่าวว่า ยังมีภาพเหมือนราชวงศ์เก็บอยู่ในคลังภาพในห้องใต้ดิน บางทีอาจมีภาพหอไจซิงหรือมู่ฮองเฮาชัดกว่าภาพที่เรามีพ่ะย่ะค่ะ แต่การเข้าคลังต้องมีป้ายอนุญาตจากฝ่าบาทหรือสำนักพิธีการ”
ภายในห้องหนังสือ กู้เฟิ่งเคาะนิ้วบนโต๊ะ เขาไม่อยากขออนุญาตเสด็จพ่อ เพราะต้องอธิบายว่าเหตุใดสนใจมู่ฮองเฮาเมื่อสี่ร้อยปีก่อน
มู่อิ่นเช่อเงยหน้าขึ้น “คลังภาพอยู่ที่ใด”
กู้เฟิ่งวางฉบับคัดไว้ข้างมือเด็ก “คลังภาพอยู่ในวัง”
มู่อิ่นเช่อรีบขอ “พาเปิ่นกงไปดูเถิด”
เขาส่ายหน้า “ตอนนี้ยังพาเจ้าไปไม่ได้”
มู่อิ่นเช่อเงยหน้ามองเขา “มีอะไรขัดข้อง เจ้าถึงพาเปิ่นกงไปไม่ได้”
กู้เฟิ่งอธิบาย “พวกเราไม่มีป้ายอนุญาตให้เข้าคลังภาพ”
นางดึงหยกที่ฮ่องเต้พระราชทานออกจากเอว “นี่ใช่หรือไม่”
กู้เฟิ่งมองหยกมังกรชิ้นนั้น เสด็จพ่อประทานให้นางเพราะเห็นเป็นเด็ก ไม่ได้ระบุว่าใช้ผ่านประตูใดได้ ทว่าองครักษ์ทั่วไปคงไม่กล้าขวางผู้ถือหยก
เขาลูบรอยมังกรบนหยกแล้วส่งคืน “หยกชิ้นนี้ไม่ใช่ป้ายอนุญาตเข้าคลังภาพ”
มู่อิ่นเช่อเก็บกลับ “เช่นนั้นเปิ่นกงจะไปถามฮองเฮาคนใหม่ นางชอบเปิ่นกง”
“การไปวังครั้งนี้ต้องตรวจคนติดตามก่อน” กู้เฟิ่งมองผ้าพันข้อมือนาง “ข้าจะให้เฉิงอี้ไปจัดการด้วยตนเอง”
มู่อิ่นเช่อพยักหน้า คราวนี้นางไม่ได้เถียงเรื่องมีคนตาม
วันรุ่งขึ้น เวินฮองเฮาทรงรับแขกตัวเล็กที่หอบขนมดอกบัวจากจวนองค์ชายใหญ่มาฝาก กู้เฟิ่งให้เฉิงอี้ตรวจรถม้าและคนติดตามทุกคน เมื่อถึงตำหนักอวี้คุนก็อยู่ข้างมู่อิ่นเช่อตลอด
เวินฮองเฮาเห็นผ้าพันข้อมือเด็กตั้งแต่หน้าประตู นางลุกจากตั่ง เดินเข้ามาย่อตัวลงจับปลายนิ้วที่พ้นผ้าออกมา
“ยังเจ็บอยู่หรือไม่”
มู่อิ่นเช่อดึงมือกลับไปแนบตัว “เปิ่นกงใช้มือได้แล้ว”
เวินฮองเฮาไม่ได้ฝืนจับ นางให้คนยกเก้าอี้มานั่งข้างเด็ก ส่วนกู้เฟิ่งยืนอยู่ถัดจากโต๊ะชา
“คนถือหีบเป็นคนที่สำนักช่างจัดมา เปิ่นกงให้จับผู้ลงชื่อรับคนไว้แล้ว เขาอ้างว่าถูกสับเปลี่ยนระหว่างรอหน้าประตูวัง” นางหันไปหาองค์ชายใหญ่ “รายชื่อทั้งหมดส่งไปจวนเจ้าเช้านี้แล้ว”
“กระหม่อมได้รับแล้วพ่ะย่ะค่ะ คนที่แทนเวรทั้งสองใช้ทะเบียนปลอม แต่คนลงชื่อต้องเคยเห็นหน้า กระหม่อมจะให้เขาชี้ตัว”
เวินฮองเฮาดึงผ้าเช็ดหน้าในมือจนตึง “เอาตัวให้ได้ อย่าปล่อยให้เขาบอกว่าไม่รู้แล้วจบ”
มู่อิ่นเช่อมองคนทั้งสองคุยกัน นางเอื้อมไปแตะห่อขนมที่วางบนโต๊ะ เลื่อนให้ฮองเฮาเงียบ ๆ เวินฮองเฮาหยุดมองแล้วแกะห่อออก
“เปิ่นกงอยากไปดูภาพในคลัง” เด็กเงยหน้าขึ้น “ภาพเก่า ๆ ของมู่ฮองเฮา”
“เจ้าจะดูทำไม”
มู่อิ่นเช่อแตะปิ่นที่มวยผม “เปิ่นกงอยากรู้ว่าปิ่นนี้มาอยู่กับเปิ่นกงได้อย่างไร”
เวินฮองเฮามองปิ่นดำอยู่พักหนึ่ง คราวอยู่ที่ตำหนักก่อนหน้า นางมัวแต่เอ็นดูเด็กจนไม่ได้ใส่ใจของเก่าเช่นนี้ นางหันไปสั่งขันทีให้เตรียมป้ายผ่านคลังและแจ้งผู้ดูแล
ขบวนเคลื่อนออกจากตำหนักในครึ่งชั่วยามต่อมา กู้เฟิ่งเดินข้างเด็ก เฉิงอี้คุมอยู่ด้านหลัง เมื่อผ่านประตูคลัง ผู้ดูแลตรวจป้ายของฮองเฮาแล้วจดรายชื่อผู้ติดตามก่อนเปิดทางให้
คลังใต้ดินมีกลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่น ผนังทั้งสี่ด้านเรียงรายด้วยชั้นไม้ บนชั้นเก็บม้วนภาพห่อผ้าหลายพันม้วน ผู้ดูแลนำบัญชีรายชื่อออกมาให้
“ภาพของมู่ฮองเฮาอยู่ที่ใด” มู่อิ่นเช่อเงยหน้าขึ้นทันที ลืมอาการเจ็บที่ข้อมือไปชั่วขณะ
เวินฮองเฮามองเด็กที่เรียกชื่อเจ้าของภาพได้อย่างคล่องปาก “ก่อนพบปิ่น เจ้าเคยได้ยินเรื่องของนางจากผู้ใด”
มู่อิ่นเช่อแตะปิ่นบนมวยผมอีกครั้ง “เปิ่นกงจำไม่ได้ รู้เพียงว่าของของนางมาอยู่กับเปิ่นกง เปิ่นกงอยากเห็นหน้านาง”