LNCrawler

พ่อครัวสามคนทะเลาะกัน #25

ข้าก็แค่เป็นฮองเฮามาสี่ร้อยปี — novel.dek d.com · All chapters

พ่อครัวสามคนทะเลาะกัน #25

ตอนที่ 12 พ่อครัวสามคนทะเลาะกัน

มู่อิ่นเช่อตื่นแล้วไม่ร้องเรียกกู้เฟิ่ง นางนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง กระทั่งชิงหลัวเข้ามาเปลี่ยนเทียนพบว่าเสื้อด้านหลังเปียกเหงื่อ

สาวใช้รีบไปตามองค์ชาย

กู้เฟิ่งมาถึง มู่อิ่นเช่อทำเป็นหลับ เขานั่งข้างเตียง รอจนเห็นขนตาเด็กขยับจึงแตะกรอบภาพ “หากไม่อยากเห็นภาพ ข้าย้ายออกได้”

เด็กน้อยลืมตา “เปิ่นกงไม่กลัว”

เขาหยุดมือไว้ตรงกรอบ “ข้าไม่ได้บอกว่าเจ้ากลัว เพียงถามว่าอยากให้ย้ายหรือไม่”

“เช่นนั้นก็ไม่ต้องย้าย”

เขารับคำ “ได้ ข้าจะยังไม่ย้ายภาพ”

เขาลุกจะกลับ นางรีบจับชายเสื้อ “เจ้าจะไปจริงหรือ”

กู้เฟิ่งนั่งลงใหม่

“เปิ่นกงเพียงคิดว่าวันนี้อากาศเย็น เจ้าควรอยู่ใกล้เตา”

กู้เฟิ่งมองเตาที่ชิงหลัวไม่ได้จุดไฟ ยามนี้ยังเป็นฤดูร้อน เขาไม่ทัก เพียงวางฎีกาลงบนโต๊ะข้างเตียง

มู่อิ่นเช่อไม่ยอมปล่อยชายเสื้อ “แต่เตาในห้องนี้อุ่นกว่า”

“เช่นนั้นข้าจะนั่งที่นี่” เขาขยับหมอนให้นางเอนลงได้สะดวก

เขาพิงเสาเตียง อ่านฎีกาต่อใต้แสงเทียน มู่อิ่นเช่อนอนตะแคงหันหลังให้ แต่อีกมือยังจับชายแขนเสื้อไว้

ผ่านไปนาน นางค่อย ๆ หันกลับมา ใบหน้าที่เคยเชิดสูงก้มลง “หากสตรีในภาพเป็นคนชั่ว เจ้าจะยังช่วยหรือไม่”

เขาพักฎีกาไว้บนตัก “ข้าช่วยเจ้า ไม่ได้ช่วยสตรีในภาพ”

มู่อิ่นเช่อขยับปากอยู่ครู่หนึ่ง มือที่เกาะชายเสื้อเขาไม่ยอมคลาย “แล้วหากคนทั้งแผ่นดินเกลียดเปิ่นกงเล่า”

เขามองเด็กน้อยบนเตียง “คนทั้งแผ่นดินไม่ได้อยู่ในห้องนี้ เจ้าไม่ต้องฟังคำของพวกเขาในเวลานี้”

มู่อิ่นเช่อมองเขา “แล้วคนในห้องนี้เล่า”

กู้เฟิ่งวางฎีกา “ข้าไม่เกลียดเจ้า”

คำตอบไม่ยาว แต่เด็กน้อยหลับได้ตลอดคืนและไม่ฝันอีก

รุ่งเช้า มู่อิ่นเช่อเรียกชิงหลัวมาช่วยย้ายภาพไปห้องหนังสือ นางยืนกำกับจนแขวนตรงจุดที่มองเห็นจากโต๊ะคัดอักษร แล้วค่อยกลับไปดูผนังว่างข้างเตียง

“ตรงนี้แขวนภาพขนมก็แล้วกัน”

ชิงหลัวรับคำ ครั้นช่างวาดนำภาพพุทราเชื่อมใส่จานหยกมาให้ เด็กก็ยืนมองอยู่นาน ก่อนจะหัวเราะออกมาเป็นครั้งแรกนับจากวันที่กลับจากเรือนริมคลอง

ห้องเครื่องจวนองค์ชายใหญ่จัดเทศกาลชิมขนมในวันขึ้นแปดค่ำ

สาเหตุเพราะพ่อครัวสามคนทะเลาะกันว่าผู้ใดทำขนมถั่วดีที่สุด มู่อิ่นเช่อได้ยินจึงประกาศตั้งตนเป็นผู้ตัดสิน กู้เฟิ่งอนุญาตโดยมีเงื่อนไขว่าชิมได้อย่างละหนึ่งคำ

พ่อครัวแต่ละคนทำมาห้าชนิด รวมสิบห้าจาน

มู่อิ่นเช่อนั่งหลังโต๊ะยาว สวมหมวกกระดาษที่ชิงหลัวทำให้ ท่าทางจริงจังเหมือนตรวจทัพ นางใช้ช้อนเล็กตักแต่ละชิ้น ชิมแล้วบอกข้อดีข้อเสีย

“จานนี้แป้งหนา ไส้น้อย”

“จานนี้หวานเกินไป”

มู่อิ่นเช่อชิมจานถัดไปแล้วพยักหน้า “จานนี้ดี แต่ชิ้นเล็กไป คนกินจะคิดว่าเจ้าของจวนตระหนี่”

พ่อครัวจดทุกคำ

ถึงจานที่สิบ มู่อิ่นเช่อเริ่มชิมมากกว่าหนึ่งคำ กู้เฟิ่งที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ด้านข้างเคาะโต๊ะเตือน

“เปิ่นกงต้องตรวจให้แน่ชัด”

“คำแรกกับคำที่สองรสไม่เหมือนกันหรือ”

“บางทีไส้กระจายไม่เท่ากัน”

“หนึ่งคำ” เขาย้ำ

นางใช้ช้อนตัดชิ้นใหญ่กว่าครึ่ง “นี่คือหนึ่งคำ”

“ปากเจ้าเล็กกว่านั้น”

“เปิ่นกงอ้ากว้างได้”

บ่าวไพร่รอบห้องก้มหน้ากลั้นหัวเราะ มู่อิ่นเช่อหันมองทีละคน ไม่มีผู้ใดยอมสบตา นางจึงตัดขนมให้เล็กลงอีกนิด ตักเข้าปากอย่างไว้ท่า

พอชิมจานถัดไปนางก็วางช้อน บางจานหวานจนแยกรสถั่วไม่ออก นางดื่มน้ำแล้วเรียกพ่อครัวอาวุโสที่ยืนอยู่ปลายโต๊ะเข้ามา

“เหตุใดจานของเจ้าไม่มีแผ่นทองประดับ”

พ่อครัวประสานมืออย่างเก้อเขิน “ข้าน้อยเห็นว่าชิมรสขนม จึงไม่ได้ใส่ขอรับ”

มู่อิ่นเช่อตักของเขาอีกคำ ชิมไส้ที่ยังอุ่นอยู่แล้วพยักหน้า ส่วนสองคนข้างหลังเริ่มมองหน้ากัน เพราะขนมของตนประดับเสียจนแทบมองไม่เห็นเนื้อแป้ง

ท้ายที่สุดนางเลือกขนมถั่วนึ่งของพ่อครัวอาวุโส เขาไม่ได้ใช้วัตถุดิบแพงที่สุด แต่ทำไส้หอมและหวานพอดี รางวัลคือเงินสิบตำลึงกับหน้าที่ทำขนมมื้อบ่ายตลอดเดือน

พ่อครัวอีกสองคนไม่พอใจเล็กน้อย มู่อิ่นเช่อจึงให้รางวัลรองและสั่งแลกสูตรกัน

“หากแต่ละคนเก็บวิชาไว้ตายพร้อมตน ห้องเครื่องก็ไม่มีวันดีขึ้น” นางมองจากคนหนึ่งไปยังอีกคนจนทั้งสองเลิกหลบสายตา “ผู้ใดกลัวอีกคนเก่งกว่า ก็ทำให้ตนเก่งขึ้น”

กู้เฟิ่งเงยหน้าจากหนังสือ พ่อครัวคนหนึ่งยังเสียดายสูตรที่คิดขึ้นเอง ไม่ยอมรับปากทันที มู่อิ่นเช่อต้องให้พ่อครัวอาวุโสสอนวิธีนึ่งกลับเป็นการแลกเปลี่ยน เขาถึงยอมเดินไปดูเตาด้วย

กู้เฟิ่งจดเรื่องนี้ไว้ข้างบัญชีสำนักช่าง วิธีใดจะใช้กับงานก่อสร้างได้ยังต้องหารือกับถูอี้ แต่เขาจำหน้าพ่อครัวหนุ่มตอนยอมแลกสูตรได้ คนที่หวงวิชาไม่ได้ยอมเพียงเพราะถูกสั่ง

ช่างตัดเสื้อกลับมาที่จวนอีกครั้งในอีกสองวันต่อมา นางยังมีผ้าพันขมับ พ่อบ้านจ้าวพาเข้ามาด้วยตนเอง ให้คนติดตามรออยู่ลานด้านนอก

มู่อิ่นเช่อเห็นหีบผ้าก็หยุดอยู่หน้าประตู ช่างหญิงรีบเปิดฝาให้เห็นว่าข้างในมีเพียงชุดที่เย็บเสร็จ ไม่ใช่หีบใบเดิม

“บ่าวเอาชุดมาให้ลองเจ้าค่ะ ไม่ต้องเข้าหลังฉากก็ได้”

เด็กมองผ้าพันแผลอยู่พักหนึ่ง “เจ้ายังปวดศีรษะหรือไม่”